ตอนที่ 2 เดหลีกับเหมยลี่
เช็คเงินสด ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐(หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน)
ชื่อผู้สั่งจ่ายเช็ค เฉิน เหมยลี่
ชื่อผู้รับเงิน เดหลีเสาวโรจนันท์
ตัวเลขยอดเงินในกระดาษสูงจนน่าใใช่ว่าเดหลีจะขาดเงินทองแต่เงินขนาดนี้เพียงแต่เธอก็ไม่คาดคิดว่ามันจะเป็ชื่อเธอในช่องผู้รับเงินเดหลีลืมความผิดหวังที่เพิ่งผ่านเข้ามาจนหมดไล่สายตาไปยังกระดาษอีกแผ่นหนึ่งที่มีชื่อเธอด้วยเช่นกัน
ท่านเดหลีข้าไม่รู้หรอกว่าท่านเป็ใครหากท่านได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วข้ามีประสงค์อยากร้องขอกับท่านเ้าค่ะโปรดช่วยท่านพ่อกับน้องสี่ให้ข้าทีเถิด ข้าไม่มีแม้เรี่ยวแรงใดอีกนี่คือคำร้องขอเดียวจากข้าเ้าค่ะ เฉินเหมยลี่
เดหลีที่ไม่รู้ว่าเื่ที่ตัวเองเจออยู่นั้นจริงหรือหลอกแต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ดีคือความเยือกเย็นที่แปลกประหลาดก่อตัวขึ้นกุมจิตใจของเธอความอึดอัดความกดดันที่รัดรอบตัวเธอไว้จนอยากร้องไห้ขอบตาของเธอแดงระเรื่อั้แ่เมื่อไหร่เ้าตัวก็ไม่รู้ได้
ถ้านี่เป็เื่จริงเธอเป็ใครกันนะ
แคว้นโจวเขตเมืองหลวง
ยามโหย่ว (ยามโหย่ว คือเวลา 17.00– 18.59 น.)
ย้อนกลับไปจากเวลาปัจจุบันหลายร้อยปีก่อนหน้าในหมู่บ้านรอบนอกคูเมืองหลวงของแคว้นโจวใจกลางหมู่บ้านปรากฎให้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่มีเหล่าทาสรับใช้เดินกันทั่วบริเวณเว้นแต่บริเวณสวนด้านหลังที่ตอนนี้มีทาสรับใช้ต่างแอบซ่อนอยู่ตามซอกมุมอับสายตามองดูเด็กน้อยเบื้องหน้าที่ถูกตีตรวนล่ามไว้กับเสาเรือนเล็ก
“เ้ามันเด็กไม่รู้สี่รู้แปดเกิดมาในตระกูลนี้มีข้าวมีน้ำให้กิน เหตุใดต้องไปให้ข้าราชบริพารที่มาหาพี่ใหญ่ของเ้าเห็นด้วยเ้ามันหน้าตาอัปลักษณ์สมองทึบแล้วยังจะขัดคำสั่งข้าอีก” เสียงด่าทอแผดลั่นสวนจากฟางเซียน ผู้เป็ทั้งมารดาของเด็กน้อยและฮูหยินใหญ่แห่งตระกูล
ฮึกฮือออ
เด็กน้อยส่งเสียงสะอื้นในลำคอขอบตาชุ่มไปด้วยน้ำตาที่ไหลเป็ทางด้วยความเ็ปจากรอยแผลที่เกิดจะแส้หนัง
“ท่านแม่ฮึก... ข้าไม่ได้ตั้งใจเ้าค่ะ ฮึก.. ข้าเพียงจะไปตามน้องสี่มาทานข้าว ฮึก...”เธอหมอบลงพื้นหน้าผากจรดพื้น ร่างเล็ก ๆ ของเธอสั่นเทิ้มเป็ลูกนกตกสระภายในวิงวอนให้คนโมโหที่เธอรักให้อภัย
เฉิน เหมยลี่ เด็กน้อยวัยสิบขวบที่เติบโตมาท่ามกลางความเกลียดชังของคนเป็แม่แม้ว่าเธอจะเพิ่งลืมตาดูโลกมาไม่กี่ปีแต่ก็ดูเหมือนโลกจะไม่ไยดีเด็กตัวเล็ก ๆคนนี้นัก เหมยลี่เป็บุตรคนที่สามของภรรยาเอกแห่งตระกูลเฉินมีพี่น้องรวม 5 คนนอกจากพี่สาวคนโตก็มีแต่เธอที่เป็หญิงท่ามกลางพี่น้องทั้งหลายเหมยลี่เฝ้าถามตัวเองอยู่เป็ประจำ
เธอต่างจากพี่สาวตรงไหน
ทำไมทุกคนชอบโยนความผิดมาให้เธอนัก
ทำไมมีเธอเพียงคนเดียวที่ได้กินข้าวกับเกลือดำๆ
ความโศกเศร้ามักเป็เพื่อนยามค่ำคืนกับเธอเสมอหากไม่มีท่านพ่อที่คอยปลอบประโลมน้องชายสี่ที่คอยขโมยกับข้าวมาให้เธอเสมอเธอคงคิดแบบเด็ก ๆหนีออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ไม่มีแม้ที่ให้เธอยืนไปเผชิญหน้าชะตากรรมที่ตัวเองเลือก
“ไอ้ก้อนเนื้อที่เป็เช่นเศษสวะอย่างเ้ามันสมควรตาย ๆ ไปซะ พูดแล้วโมโหนัก” ฟางเซียนยกแส้ในมือหมายจะฟาดซ้ำ“เ้ามันก็สันดารเดียวกับพ่อเ้า”
เพี๊ยะฟั๊บบ
แส้เส้นยาวเท่าตัวคนตวัดเต็มแรงลงบนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยาแชุ่มเืเหมยลี่ไม่สามารถปัดป้องร่างของตัวเองได้มือและเท้าทั้งสองถูกล่ามด้วยโซ่ที่คล้องผ่านเสาขนาดใหญ่กว่าตัวเธอ
“หยุดนะ พอได้แล้ว เ้าเป็แม่แท้ ๆไม่สงสารลูกบ้างหรือไง นางเป็ลูกของเ้านะ”บุรุษร่างใหญ่ที่เพิ่งกลับเข้ามาได้ยินเสียงร่ำไห้จนต้องรีบฝ่าเข้ามาก่อนแส้จะลงหลังเหมยลี่อีกครั้ง
“เ้ามันก็งี่เง่าเหมือนมันนั่นแหละโง่ทั้งพ่อทั้งลูก ตอนนี้เ้าไม่มีอำนาจอะไรแล้วทั้งนั้นอย่ามาถือดีสั่งสอนข้า”
ฟางเซียนด่ากราดอย่างไม่ไว้หน้าคนมาใหม่ด้วยนางถือว่าตอนแต่งงานยกน้ำชานางโดนท่านพ่อของนางบังคับแต่หลังจากนั้นนางต้องไม่ตกในบังคับของใครอีก
เฉินกวงที่เพิ่งเข้ามาได้ยินเช่นนั้นถึงกับสติขาดเขาอดทนสร้างฐานะสร้างทุกอย่างหวังให้เป็หนึ่งในหล้า แต่ทว่าไม่เป็ดังหวังนับวันภรรยาเอกของเขายิ่งถือดีตั้งตนเป็ใหญ่เหนือใครในบ้านหากใครไม่เห็นด้วยกับนางก็จะโดนสารพัดดังเช่นที่เขาและเหมยลี่โดนต่างจากลูก ๆ อีกสามคนยกเว้นบุตรคนที่สี่ที่ยังอยู่ข้างเหมยลี่เสมอแต่ดีที่อาสี่เป็ลูกชายจึงได้ความเมตตาเป็พิเศษส่วนบุตรคนที่เหลือก็เข้าข้างผู้เป็แม่ไม่ก็โดนฟางเซียนกล่อมจนเชื่อไปตาม ๆ กัน
“หากเ้าพูดเช่นนั้นข้าจะพาเหมยลี่ไปให้พ้นแล้วเราไม่ต้องมาข้องแวะกันอีก” มือหนากำหมัดแน่นอย่างเด็ดเดี่ยว“เ้ามันนางแพศยาเลวทรามเกินมนุษย์ที่เ้าไปสัมพันธ์กับองครักษ์แห่งหัวเมืองเหนืออย่าคิดว่าข้าไม่รู้”
พูดจบเฉินกวงสั่งให้ทาสปล่อยเหมยลี่คว้าเอาผ้าผ่อนแล้วอุ้มนางออกจากประตูรั้วไปไล่หลังฟางเซียนที่โดนประจานกลางวงทาสก็ด่าสาปอย่างแค้นเคือง
ห่างจากจุดที่ออกมาได้ไม่เกินสองลี้เหมยลี่ลงจากหลังผู้เป็บิดามาเดินข้างๆ โดยที่ไม่รู้จุดหมายปลายทาง สำหรับนางท่านพ่อคือคนที่หวังดีกับนางพอกับน้องสี่ที่เธอรักสุดหัวใจยิ่งคิดว่าต้องทิ้งน้องไว้คนเดียวยิ่งเป็ห่วง
“ท่านพ่อหากท่านพาลูกไปกับท่านแล้วน้องสี่จะอยู่บ้านหลังนั้นได้อย่างไรเ้าคะ”น้ำตาที่รื้นอยู่หางตาไหลเป็ทางเมื่อท่านพ่อของเด็กน้อยลากตัวออกห่างมากขึ้นจากคฤหาสน์หลังใหญ่
“เ้ากลัวความลำบากหรืออาเหมย”ผู้เป็พ่อไม่ได้ตอบคำถามนางแต่ถามเหมยลี่กลับเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยที่เป็ลูกสาวของเขาแสดงท่าทีดึงมือกลับแม้ว่าแรงที่ส่งมานั้นจะไม่ได้มากแต่ยังคงมีแรงต้านจากมือเล็ก
“มิใช่นะท่านพ่อ”เหมยลี่สายหัวป่อย “ที่ผ่านมาข้าหาได้สุขสบายไม่ เพียงแต่ลูกเป็ห่...”
“ถ้าเป็เช่นนั้นเ้าต้องรีบเข้มแข็งแม้นพ่อจะไม่ได้ร่ำรวยแล้วในตอนนี้ พ่อก็จะพาเ้าไปในอีกที่ที่ที่คนใจมารพวกนั้นทำร้ายเ้าไม่ได้ ถึงมันจะลำบากสักหน่อยแต่มันก็สบายใจนะเ้า”เฉินกวงย่อตัวลงลูบหัวทุยให้สายตาความอบอุ่นส่งไปถึงใจลูกสาวตรงหน้า“หากเ้าห่วงอาสี่เ้าก็รีบแข็งแกร่งเสียอายุเ้าถึงจะน้อยแต่ความคิดเ้าไม่ได้น้อยตาม เช่นนั้นเ้าจะคิดได้พ่อเชื่อ”
เฉินกวงลุกขึ้นจูงมือเล็กเดินไปตามทางที่ทอดออกไปไกลแสนไกลเหมยลี่ที่ได้พ่อให้สติสัญญากับตัวเองอย่างแน่วแน่ไม่ว่าภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้นนางก็จะรักษาสัญญาของนางเอง
‘ข้าให้สัญญากับเ้าอาสี่ขอเวลาอีกเพียงชั่วรอบอุตุปักษ์(เวลาประมาณหนึ่งปี) ข้าจะมารับเ้าไปอยู่กับข้าด้วย หากข้าทำตามสัญญานี้มิได้ข้าก็จักให้คนอีกผู้หนึ่งมาทำแทน’
ท้องฟ้าบัดนี้แดงก่ำราวกับรับรู้ถึงพันธะสัญญาบางอย่างที่นางสร้างไว้แม้จะเป็เด็กอายุสิบขวบแต่พันธะนั้นเกิดจากก้นบึ้งของหัวใจที่บริสุทธิ์นักจึงไม่ยากเกินที่ใครบางคนจะรับรู้ได้
เวลานี้เป็่ลี่ชุน(ฤดูใบไม้ผลิ) ยิ่งย่ำค่ำอากาศยิ่งทวีความหนาวอีกทั้งความแรงของลมที่พัดผ่านหุบเขายิ่งทำให้เด็กน้อยที่เดินมาไกลเริ่มจับไข้ทั้งด้วยความหนาวเหน็บและพิษแผลบัดนี้นางกลับมาอยู่บนหลังเฉินกวงอีกครั้งร่างกายที่ร้อนของนางทำให้เฉินกวงสงสารลูกจับใจเขาเร่งฝีเท้าให้ไปถึงจุดหมายโดยเร็วแม้นเขาจะเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจก็ตาม
ความยาวนานในการเดินเท้ากว่า5ก้านธูปในที่สุดเฉินกวงก็แบกเหมยลี่มาถึงเพิงเล็กหลังหนึ่งที่พอจะบังแดดลมได้เขาค่อยๆวางร่างเล็กลงอย่างทะนุถนอมลมหายใจรวยรินร้อนผ่าวจนคนเป็พ่อต้องรีบออกเดินหาสมุนไพรที่เขาจำได้ว่าเคยมีอยู่เพื่อมาทำยาให้ลูกผู้เป็แก้วตาดวงใจโดยที่เฉินกวงไม่รู้เลยว่าตอนนี้ร่างเล็กได้หายจากความร้อนระอุนั้นแล้วแต่ถูกแทนที่ด้วยไอเย็นแทนร่างนั้นไร้ลมหายใจเสียแล้ว