เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 121 แต่งงานกับแม่ทัพก็ต้องเดินทางไปทั่วทุกที

            เฟิงจิ่วที่กำลังเติมถ่านลงในอ่างทองแดงเมื่อได้ยินคำพูดนี้ตาก็เป็นประกายทันที เขาหัวเราะคิกคักและตอบว่า“เมื่อครู่นี้เพิ่งเจอพี่อิ่งเห็นบอกว่าพี่ติงอยู่ที่ด้านหลังค่ายกำลังจัดเก็บสิ่งของและของใช้ต่างๆที่ส่งมาจากจวน”

            กงจื้อหมิงที่มีแววตาเย็นชามาตลอดก็มีรอยยิ้มแม้ว่าติงเหว่ยมาที่ค่ายทหารแล้ว แต่ทุกๆสามวันห้าวันก็จะมีรถม้าส่งเสบียงอาหารและข้าวของเครื่องใช้มาให้จากจวน

            บางครั้งก็เป็นผักดองหลายสิบไหหรือว่าไข่เค็ม บางครั้งก็เป็นหมูไก่ที่ถูกฆ่าและทำให้สะอาดแล้วและปลาที่ยังมีชีวิต หลายครั้งก็ยังมีหน่อกระเทียมที่ยังสีเขียวเงา รวมถึงต้นหอมผักขมด้วย แม้ว่ามีเพียงสองตะกร้าเล็กๆ แต่กลับทำให้ทั้งค่ายประหลาดใจเป็นอย่างมาก

            ใกล้จะถึงฤดูหนาวเดือนสิบสองตามปีจันทรคติการจะหาข้าวร้อนๆ กินสักคำไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แล้วกลับเห็นผักสีเขียวช่างเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์จริงๆ

            มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่กินอาหารกลางวันกันราวกับว่าที่ก้นของเหล่าผู้บังคับบัญชาทหารมีอวี๋เจียว [1] ติดอยู่ไม่ว่าเฟิงจิ่วจะส่งสัญญาณอย่างไรก็ไม่ยอมลุกออกไป สุดท้ายไม่รู้จะพูดอย่างไรบะหมี่หมูเส้นชามใหญ่ โรยด้วยผักโขมสีเขียวและต้นหอม กินคู่กันกับไข่ไก่ผัดหน่อกระเทียมติงเหว่ยต้องทำอาหารห้าหม้อใหญ่เต็มๆ ถึงจะเพียงพอเลี้ยงคนเหล่านี้

            เพราะว่าเฟิงจิ่วไม่ได้ส่วนแบ่งสักชามทำให้เขาโมโหจนพอเจอคนอื่นก็มีสีหน้าไม่ค่อยดีสุดท้ายก็ยังเป็นติงเหว่ยที่นึกถึงเขา ตอนที่กำลังทำอาหารสำหรับกงจื้อหมิงจึงเตรียมเกี๊ยวเนื้อหมูและหน่อกระเทียมไว้ให้เขาโดยเฉพาะปลอบใจเจ้าหนุ่มน้อยจนเขายิ้มออกมา

            ดังนั้นครั้งนี้พอได้ยินว่าจวนส่งของมาก็มีนัยว่าตอนมื้อเย็นต้องมีอาหารอร่อยๆ กินเป็นแน่ทั้งนายและบ่าวล้วนมีรอยยิ้มแห่งการรอคอย

            เมื่อวานตอนกลางคืนหิมะตกไปครึ่งคืนตอนเช้าตื่นขึ้นมาพวกผู้หญิงก็รีบทำความสะอาดอย่างรวดเร็วส่วนอันเกอเอ๋อร์เจ้าเด็กคนนี้ก็ยิ่งซุกซนมากขึ้นไปอีกทั้งกระโจมและรถม้าต่างก็ไม่สามารถคุมขังเขาไว้ได้ อวิ๋นอิ่งเองก็กำลังยุ่งติงเหว่ยก็เลยใส่เสื้อนวมและกางเกงนวมหนาๆ ให้เขา และใส่ผ้าพันคอหนังสัตว์และหมวกพันห่อเขาจนเหมือนลูกฟักไม่มีผิดจากนั้นพวกนางทั้งสองก็ตรวจนับของใช้ที่ส่งมาจากจวนด้วยกัน

            ติงเหว่ยเรียกหาสตรีจากกลุ่มห่านฟ้าให้มาช่วยกันย้ายของและเมื่อเหล่าสตรีรวมตัวกันก็มักจะมีเรื่องคุยเล่นสนุกสนาน

            หญิงสาวคนหนึ่งชื่ออวิ๋นหยานางได้กลิ่นกระเทียมที่ถูกห่ออย่างแน่นหนาอยู่ในตะกร้า จึงพูดอย่างมีความสุขว่า“แม่นาง ทางจวนส่งหน่อกระเทียมมาให้อีกแล้วอย่างนั้นหรือ?”

            ติงเหว่ยพยักหน้าด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า“ใช่แล้ว ไม่กี่วันก่อนข้าเพิ่งส่งข่าวกลับไปว่าต้องการเพิ่มสักหน่อยเกรงว่าเหล่าพี่สะใภ้ที่อยู่ที่นั่นคงจะเหนื่อยไม่น้อยทุกบ้านที่มีเตาถ่านต่างก็ปลูกกระเทียม วันนี้ก็ส่งมาเพิ่มอีกสองตะกร้า”

            “เยี่ยมไปเลย”อวิ๋นหยาแอบกลืนน้ำลายและตะโกนออกมาว่า“คราวที่แล้วที่ข้าเติมหน่อกระเทียมสับจำนวนหนึ่งลงในน้ำแกงมันฝรั่งมันมีกลิ่นหอมมากจนทหารที่บาดเจ็บเหล่านั้นต่างพากันนึกถึงมาหลายวันแล้ว”

            พี่สะใภ้ที่อยู่ข้างๆได้ยินคำพูดนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะพูดเปิดเผยความจริงของสาวน้อยนางหัวเราะและพูดออกมาว่า “ไม่ใช่พวกทหารบาดเจ็บเหล่านั้นหรอกที่นึกถึงเป็นเจ้านั่นแหละที่อยากกินไม่ต้องพูดถึงคนอื่นแค่ข้าก็ได้ยินเจ้าพูดถึงไม่ต่ำกว่าเจ็ดแปดครั้งแล้ว!”

            “นั่นสิข้าเองก็ได้ยินห้าหกครั้งแล้ว!” คนข้างๆ ต่างก็พากันพูดสำทับออกมาทำให้อวิ๋นหยาหน้าแดงขึ้นมาทันที นางกระทืบเท้าด้วยความเขินอายและโต้กลับว่า“ไม่จริงสักหน่อย พวกพี่สะใภ้ใส่ร้ายข้า! ข้าไม่ใช่คนตะกละนะ!”

            ทุกคนกลับไม่เชื่อและก็หัวเราะกันออกมา

            ติงเหว่ยรีบเข้าไปช่วยสาวน้อยแก้สถานการณ์นางชี้ไปที่ตะกร้าและพูดว่า “ต่อให้ตะกละก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยไม่ต้องพูดถึงพวกเจ้าหรอก ขนาดข้าเองยังอยากจะกินบะหมี่ร้อนๆที่ใส่หน่อกระเทียมสับสักชามเลย รสชาติจะต้องสดใหม่แน่ๆโบราณว่าไว้คนขายแตงไม่ควรละโมบในกลิ่นหอมของแตง [2] ครั้งนี้ทางจวนส่งของมาเยอะพวกเราเองก็กินเนื้อกันบ้าง เย็นนี้จะกินบะหมี่หมูเส้นกับหน่อกระเทียม!”

            “จริงหรือ?” อวิ๋นหยาเป็นคนแรกที่ร้องออกมาด้วยความดีใจ “เยี่ยมไปเลย ขอบคุณแม่นาง!”

            ทุกคนล้วนมีความสุขเช่นกันแต่พี่สะใภ้ที่อายุมากที่สุดและเป็นหัวหน้ากลุ่มห่านฟ้าก็พูดอย่างลังเลว่า “แม่นางถึงแม้ครั้งนี้ทางจวนจะส่งของมาเยอะ แต่ในค่ายก็มีคนไม่น้อยที่รอคอยอยู่หรือว่าพวกเราจะยอมอดกันดีไหม?”

            ความสุขบนใบหน้าของอวิ๋นหยาจางหายไปอย่างรวดเร็วและนางก็เม้มปากด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

            ติงเหว่ยยกมือขึ้นและลูบหัวของนางอย่างขบขันแล้วก็ตัดสินใจพูดว่า “มีคนมากมายในค่ายนี้ที่รอกินอยู่แต่ก็มีทุกคนในค่ายที่รอคอยให้พวกเจ้าดูแลอาการบาดเจ็บและอาหารการกินอยู่พวกเจ้าก็เหมือนกับชายหนุ่มเหล่านั้น และอาจมีค่ากว่าพวกเขาเสียด้วยซ้ำ!เชื่อข้าเถอะ วันนี้กินบะหมี่หมูเส้นกันเป็นรางวัลในการทำงานอย่างหนักมาหลายวันของพวกเจ้า อย่าได้บ่ายเบี่ยงอีกเลย!”

            ของอร่อยๆแน่นอนว่าใครๆ ก็ชอบกิน โดยเฉพาะพวกผู้หญิง พวกนางชอบอาหารสดใหม่ก่อนหน้านี้ที่ปฏิเสธออกไปนั้นเป็นเพียงความใจดีเท่านั้นตอนนี้เมื่อได้ยินติงเหว่ยพูดเช่นนี้ แต่ละคนต่างก็ดีใจเป็นอย่างมาก

            กงจื้อหมิงเหยียบหิมะบางๆบนพื้นและเดินเข้ามา เขาได้ฟังท้ายประโยคพอดีเขาก็ยื่นมือออกไปอุ้มอันเกอเอ๋อร์ที่ล้มลงบนตักของเขาจากนั้นก็เอ่ยปากพูดกำชับเสียงดังว่า “แม่นางติงพูดได้ไม่เลวอีกเดี๋ยวให้ไปหาเจ้าหน้าที่สรรพาวุธให้เอาหมูมาครึ่งตัวและเหล้าชั้นดีอีกสิบไหเพื่อมอบเป็นรางวัลให้แก่เหล่าทหารหญิงในคืนนี้!”

            ทุกคนต่างก็ตกใจเมื่อหันไปเห็นท่านแม่ทัพใหญ่ตัวจริงอวิ๋นหยาและคนอื่นๆ รีบคุกเข่าลงกับพื้นในทันที กงจื้อหมิงเห็นติงเหว่ยขมวดคิ้วดังนั้นเขาก็เลยไปประคองทุกคนขึ้นด้วยตนเองและพูดกำชับว่า“ก็เหมือนกับที่แม่นางติงพูด กองทัพหญิงเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอี้จวิน เหล่าพี่น้องต่างก็รอให้พวกเจ้าช่วยดูแลและแม้กระทั่งช่วยชีวิตพวกเขาว่ากันด้วยเหตุผลแล้วพวกเจ้ามีค่ามากยิ่งกว่าวันหน้าเมื่อเผชิญหน้ากับขุนนางแค่คุกเข่าข้างเดียวก็พอ”

            “ขอบ…ขอบคุณท่านแม่ทัพ!”

            หญิงสาวเหล่านี้แม้ว่าจะเข้ามาในค่ายทหารปกตินางก็ภูมิใจที่จะใช้ชื่อกองทัพหญิงทว่าตั้งแต่เด็กพวกนางก็เติบโตมาในแผ่นดินซีเฮ่าที่ผู้ชายเป็นใหญ่อย่างไรก็มักจะด้อยค่าตนเองลงมาถึงสามส่วน

            วันนี้หลังจากได้ยินท่านแม่ทัพใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งแผ่นดินเอ่ยปากชมเชยออกมาและยอมรับสถานะของพวกนาง ทุกคนต่างก็ตื้นตันใจจนรอบดวงตาแดงก่ำแทบจะอยากหยิบมีดและหอกขึ้นมาฆ่าฟันศัตรูเพื่อทำให้ทั่วทั้งแผ่นซีเฮ่าเห็นถึงจิตใจที่ซื่อสัตย์และกล้าหาญของพวกนาง

            ติงเหว่ยรู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างมากนางโบกมือส่งสัญญาณให้กลุ่มห่านฟ้ารีบไปเอาของกลับมาที่กระโจมจากนั้นนางก็รับอันเกอเอ๋อร์ที่ขยุกขยิกไปมาอย่างซุกซนนางจึงตีไปที่ก้นของเขาหนึ่งที จากนั้นถึงได้มองไปทางกงจื้อหมิง“ตอนนี้ทำไมถึงมีเวลาว่างได้ล่ะ? อันเกอเอ๋อร์ก็เพิ่งจะเหยียบลงไปในหิมะท่านก็ไม่กลัวว่าเสื้อผ้าจะสกปรกอย่างนั้นหรือ?”

            กงจื้อหมิงกลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจรอยบนใบหน้าของเขาก็นุ่มนวลขึ้นเพราะรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นเป็นพิเศษนี้เขายื่นมือออกไปแย่งอันเกอเอ๋อร์ จากนั้นก็คว้าเขามาวางไว้บนคอของเขาเจ้าเด็กอ้วนดีใจจนปรบมือและร้องไม่หยุด

            ติงเหว่ยไม่มีทางเลือกนางทำได้เพียงใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดไปที่รอยหิมะสองรอยบนแผงอกของเขา

            บนคอของกงจื้อหมิงมีลูกชายนั่งอยู่เขาก้มหน้าไปมองหญิงสาวที่เขารักที่หนาวจนมือและใบหน้าแข็งไปหมดในใจก็ยิ่งรู้สึกผิดขึ้นมาหลายส่วน

            “ติดตามข้าทำให้พวกเจ้าสองแม่ลูกลำบากเสียแล้ว”

            วันนี้กงจื้อหมิงสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีน้ำเงินอมเขียวและคงเป็นเรื่องยากที่จะจัดการกับรอยเท้าสกปรกติงเหว่ยก็กำลังขมวดคิ้วด้วยความทุกข์ใจ หลังจากได้ยินเช่นนี้นางก็ตอบอย่างสบายๆว่า “แต่งงานกับไก่ก็ต้องตามไก่ แต่งงานกับสุนัขก็ตามสุนัข [3] แต่งงานกับแม่ทัพก็ต้องเดินทางไปทั่วทุกที่”

            พูดไปได้ครึ่งทางนางถึงนึกขึ้นได้ว่านางไม่เคยแต่งงานเข้าสกุลกงจื้อการที่นางพูดเช่นนี้ก็เหมือนกับรังเกียจการแต่งงานดังนั้นใบหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาทันที นางจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง“ก่อนหน้านี้หลินลิ่วส่งจดหมายเรื่องที่บ้านมา พี่รองของข้าเปิดร้านเครื่องใช้ไม้อีกแล้วส่วนท่านพ่อกับท่านแม่ก็สบายดี…”

            กงจื้อหมิงชอบท่าทางน่ารักเช่นนี้ของนางเป็นที่สุดเขายื่นมือออกไปดึงนางเข้ามาไว้ในอ้อมแขนและก็หัวเราะเสียงดังออกมา

            ติงเหว่ยเองก็ไม่ได้หลบเลยนางเขินอายมากจนเอื้อมมือไปหยิกแขนของเขาเบาๆอันเกอเอ๋อร์ที่กำลังขี่อยู่บนไหล่ของพ่อกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อจะสูดอากาศบริสุทธิ์ของ“คนที่อยู่เหนือผู้อื่น” ทันใดนั้นจู่ๆ ฐานที่นั่งก็สั่นไหวไปมาจนเขาเกือบจะตกลงมาเขาจึงยื่นมือเล็กๆ ออกมาคว้ามวยผมของพ่อเอาไว้แน่นทำให้กงจื้อหมิงเจ็บจนสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าไป

            ครั้งนี้เป็นตาของติงเหว่ยพอใจบ้างนางไม่เพียงแต่ไม่ช่วย ทั้งยังปรบมือให้กำลังใจลูกชาย “สู้เขาลูกชายใช้พลังให้เต็มที่เพื่อ ‘ล้างแค้น’ ให้แม่ของเจ้า!”

            กงจื้อหมิงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเขาอยากจะฝืนดึงลูกชายลงมา แต่ก็กลัวว่าจะทำให้เขาเจ็บตัว

            ดังนั้นเหล่าสตรีในกลุ่มห่านฟ้าต่างก็มองอย่างตกตะลึงโดยสิ้นเชิงชายหนุ่มที่ยิ้มแย้มคนนี้เป็นท่านแม่ทัพใหญ่ผู้ไร้พ่ายจริงๆ หรือได้ยินว่าที่เถียเหล่ยแค่ได้ยินชื่อก็ทำให้ทุกคนตกใจจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจตอนนี้กลับถูกเด็กคนหนึ่ง “เอาชนะ” ได้อย่างง่ายดาย!

            อวิ๋นหยาตกใจจนตะกร้าตกไปบนพื้นนางกำลังจะอ้าปากพูดก็ถูกเหล่าพี่สะใภ้ปิดปากเอาไว้และคนที่เหลือก็พากันหยิบของที่ตกอยู่เดินจากไปอย่างรวดเร็วรอจนกระทั่งเดินออกมาไกลพอสมควรแล้วพวกนางถึงได้ถอนหายใจเบาๆพวกนางต่างมองหน้ากันไปและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

            อวิ๋นหยาสับสนไปหมดไม่ง่ายเลยกว่าที่นางจะช่วยปากของตนเองได้ นางถามออกมาว่า “พวกเจ้าหัวเราะอะไรกัน?”

            หลังจากที่สตรีเหล่านั้นหัวเราะจนพอใจแล้วนางก็ลูบใบหน้าของอวิ๋นหยาด้วยความเอ็นดู จากนั้นก็ถอนหายใจและพูดว่า “เด็กโง่เจ้าจำไว้ว่าวันหน้าต้องฟังที่แม่นางติงพูดมีนางอยู่ด้วยพวกเรากองทัพหญิงยังไงก็ไม่มีทางต้องมากังวลเกี่ยวกับการมีชีวิตที่ดีเข้าใจไหม?”

            “เข้าใจสิข้าว่าง่ายจะตายไป แม่นางติงบอกว่าวันหน้าจะหาคนดีๆ ให้ข้าแต่งงานด้วย…”

            อวิ๋นหยาพูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็ปิดหน้าและพูดด้วยความเขินอายว่า“ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พวกเรารีบไปเอาเนื้อมากันเถอะ!”

            ผู้หญิงเหล่านั้นก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเดินจากไปก็อดไม่ได้ที่จะหันไปทางสองผู้ใหญ่หนึ่งเด็กในใจพลันรู้สึกมั่นคงเป็นอย่างมาก

            แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพและความเมตตาเป็นพิเศษในค่ายทหารและได้รับการยอมรับเป็นการส่วนตัวจากท่านแม่ทัพในฐานะสมาชิกของกองทัพอี้จวินแต่พวกนางก็รู้ดีว่าหากไม่มีแม่นางติก็คงไม่มีพวกนางแม้ว่าท่านแม่ทัพจะตระหนักถึงความดีของพวกนาง แต่เขาก็ปฏิบัติต่อพวกนางในทางที่ดียิ่งขึ้นอีกเพราะเห็นแก่แม่นางติง

            เมื่อคิดได้เช่นนี้พวกนางก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกแทบอดใจไม่ไหวที่จะแบ่งปันข่าวดีกับพี่น้องที่เหลือคนอื่นๆ

            อีกด้านหนึ่งในที่สุดติงเหว่ยก็ได้แสดงความเมตตาครั้งใหญ่ในการช่วยท่านแม่ทัพผู้สง่างามให้รอดพ้นจากเงื้อมมือปีศาจของลูกชายนางหลังจากที่หันไปเห็นรถม้าที่ว่างเปล่าก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้นางคงตกเป็นเป้าสายตาของกลุ่มห่านฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วนางตกใจเมื่อรู้ว่าพวกนางสองแม่ลูกทำลายภาพลักษณ์อันสูงส่งของท่านแม่ทัพไปเสียแล้วดังนั้นนางจึงพูดอย่างกระอักกระอ่วนว่า “ครั้งหน้าหากว่าท่านคิดถึงอันเกอเอ๋อร์ข้าให้อวิ๋นอิ่งอุ้มเขาไปที่กระโจมใหญ่น่าจะดีกว่าท่านไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ด้วยตนเอง”

            คิดไม่ถึงว่ากงจื้อหมิงกลับจัดทรงผมอย่างสบายๆจากนั้นเอ่ยปากพูดว่า “ข้าคิดถึงเจ้ามากกว่า”

            สิ่งที่ทำให้มึนเมาที่สุดในโลกไม่ใช่คำหวานๆแต่เป็นชายหนุ่มที่พูดคำรักด้วยใบหน้าที่เย็นชาเสมอหัวใจของติงเหว่ยนั้นหวานเสียจนแทบจะระเบิดออกมาแต่นางกลับจ้องด้วยความโกรธและพูดว่า“ถ้าท่านพูดเรื่องไร้สาระอีกครั้งข้าจะปล่อยให้อันเกอเอ๋อร์จัดการท่านอีก”

            แต่น่าเสียดายที่อันเกอเอ๋อร์กลับไม่สนับสนุนแม่ของเขาในครั้งนี้เขาอ้าปากและจามออกมาเสียงดัง ทำให้ติงเหว่ยตกใจจนรีบเอาเขามาอุ้มไว้ในอ้อมแขนนางรีบพูดว่า “ข้าจะพาอันเกอเอ๋อร์กลับเข้าไปในกระโจมและให้ดื่มน้ำขิงสักถ้วยท่านรีบกลับไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวตอนเย็นข้าจะห่อเกี๊ยวน้ำให้ท่านกินเป็นของว่างพอถึงตอนนั้นอย่าลืมให้เฟิงจิ่วมารับไป ชายหนุ่มจอมตะกละเหล่านั้นจะได้ไม่เห็นไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านก็จะอดกินไปหลายอันอีก!”

            หลังจากพูดจบนางก็หันหลังเดินจากไปแต่ตอนที่นางกำลังจะก้าวขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงหันกลับไปพูดว่า“ท่านจำสิ่งที่พูดกับทหารหญิงกลุ่มห่านฟ้าเอาไว้ให้ดีในอนาคตหลังจากสงครามสิ้นสุดลงแล้วท่านเองก็ต้องหาทางหนีทีไล่เอาไว้ให้พวกนางด้วยพวกนางล้วนแต่เป็นหญิงสาวที่น่าสงสาร”

            ดวงตาของกงจื้อหมิงฉายแววซับซ้อนขึ้นมาแต่เขาก็พยักหน้าอย่างเคร่งขรึมจากนั้นติงเหว่ยก็ยิ้ม นางอุ้มลูกชายและรีบวิ่งกลับไปที่กระโจมท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บได้ยินเสียงบ่นอย่างแผ่วเบาของนาง “เจ้าเด็กดื้อใครใช้ให้เจ้าชอบวิ่งออกไปข้างนอก อีกเดี๋ยวข้าจะให้ท่านอาจารย์ปู่ของเจ้าทำยาขมๆให้เจ้ากิน! ฮึ่ม หากกล้าไม่ยอมกินข้าก็จะตีก้นของเจ้า…”

            -----------------------------------------

            [1]อวี๋เจียว 鱼胶 หมายถึง กาวปลาทำจากกระเพาะปลา

            [2]คนขายแตงไม่ควรละโมบในกลิ่นหอมของแตง 卖瓜的不能被瓜香馋死 หมายถึงพ่อค้าแม่ค้าควรวางตัวเป็นกลางและซื่อสัตย์ไม่ควรพูดเกินจริงเพื่อประโยชน์ของตนเองซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

            [3]แต่งงานกับไก่ก็ต้องตามไก่ แต่งงานกับสุนัขก็ตามสุนัข 嫁鸡随鸡嫁狗随狗 หมายถึง หลังจากที่ผู้หญิงแต่งงานแล้วไม่ว่าสามีของนางจะดีหรือไม่ดีนางก็ต้องพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสามีของนาง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245