เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 คนซื่อทำมาค้าขายไม่ขึ้น (2)

            ตอนนั้นพ่อแม่สวี่แค่ดุสวี่หัวลี่ไปพอเป็นพิธีแล้วก็ปล่อยผ่านไป แต่มาวันนี้ พอรู้ว่าลูกสาวแอบกินซาลาเปาไส้เนื้ออร่อยๆ คนเดียว ไม่ยอมแบ่งให้พี่ชาย แถมยังไปเข้าข้างหลินทิงเสวี่ยรุมด่าเขาอีก... เรื่องจะจริงหรือไม่จริงไม่สำคัญ แต่พอเห็นท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน พ่อแม่สวี่ก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที

            โดยเฉพาะแม่สวี่ เพราะการคลอดลูกชายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์คนนี้มาได้ ทำให้เธอมีหน้ามีตาและยืนหยัดในตระกูลสวี่ได้อย่างภาคภูมิ สองตายายนั่นก็เพราะเห็นแก่หลานชายคนโปรดคนนี้ ถึงยอมพูดดีด้วยเวลาเจอหน้า ขอแค่สามีหรือบ้านเดิมสามีทำให้เธอไม่พอใจ เธอก็แค่ขู่ว่าจะพา ‘หลงหลง’ กลับบ้านแม่และจะไม่กลับมาอีก แค่นี้พวกเขาก็กลัวจนหัวหดแล้ว

            แม้เด็กสองคนนี้จะเป็นฝาแฝด คลอดห่างกันไม่ถึงสามนาที แต่สวี่หัวหลงคือ ‘ของล้ำค่า’ ส่วนสวี่หัวลี่ก็เป็นได้แค่ ‘เศษหญ้าข้างทาง’ สถานะของเธอในบ้านจึงไม่ต่างอะไรจากคนรับใช้ของพี่ชายฝาแฝด

            แม่สวี่คว้าด้ามไม้กวาดเก่าๆ หลังประตูเตรียมจะฟาดสั่งสอนลูกสาว เมื่อก่อนเธอก็ทำแบบนี้เป็นประจำ และสวี่หัวลี่ก็ได้แต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรม อดทนจนกว่าแม่จะหายโกรธ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม พอเห็นแม่เอื้อมมือไปหยิบไม้กวาด สวี่หัวลี่ก็เตรียมใส่เกียร์หมาทันที

            ไม้กวาดในมือแม่สวี่ฟาดลงมาวืดเป้าหมาย เพราะสวี่หัวลี่วิ่งแน่บหนีไปไกลแล้ว

            “นังตัวล้างผลาญ! ยังกล้าหนีอีกนะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้าฉันจับแกได้ฉันจะตีให้ตายคามือเลย!” แม่สวี่ตะโกนไล่หลังอย่างเดือดดาล

            แต่สวี่หัวลี่ไม่สนใจ วิ่งหนีสุดชีวิตโดยไม่หันกลับมามอง ไม่นานก็สลัดผู้เป็นแม่หลุดไปได้อย่างเด็ดขาด

            ความมืดเริ่มโรยตัวลงมาอย่างช้าๆ ไม่นานแม่สวี่ก็มองไม่เห็นแม้แต่เงาของลูกสาว

            สวี่หัวลี่หลบอยู่ข้างนอกจนกระทั่งเที่ยงคืนถึงได้ย่องกลับเข้าบ้าน ตอนที่เธอกลับมาถึง พ่อแม่และสวี่หัวหลงต่างหลับสนิทกันหมดแล้ว

            เช้าวันรุ่งขึ้น สวี่หัวลี่ตื่นแต่เช้าตรู่มาทำกับข้าวให้ทุกคนในบ้านกิน ผ่านไปหนึ่งคืนอารมณ์โกรธของแม่สวี่ก็เริ่มคลายลง ประกอบกับเห็นลูกสาวตื่นมาทำหน้าที่งานบ้านงานเรือนอย่างรู้งาน เธอก็เลยไม่ติดใจเอาความต่อ

            และแล้วสวี่หัวลี่ก็รอดพ้นจากการถูกตีไปได้หวุดหวิดอีกครั้ง

            พริบตาเดียวก็ถึงวันอาทิตย์

            ในช่วงต้นยุค 90 ยังไม่มีระบบหยุดเสาร์-อาทิตย์เหมือนปัจจุบัน แต่ละสัปดาห์เด็กๆ ต้องเรียนกันหกวันครึ่ง คือวันจันทร์ถึงศุกร์เรียนเต็มวัน ส่วนวันเสาร์เรียนแค่ครึ่งเช้า ช่วงบ่ายวันเสาร์และวันอาทิตย์จึงจะเป็นเวลาพักผ่อน

            ทิงเสวี่ยรีบปั่นการบ้านให้เสร็จตั้งแต่บ่ายวันเสาร์ จากนั้นก็จัดการซักเสื้อผ้าของตัวเอง ของพ่อ และของอาสามด้วย

            ผู้ใหญ่ทั้งสองคนไม่อยากให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องมาลำบากซักเสื้อผ้าให้ แต่ทิงเสวี่ยก็มักจะรอจังหวะที่พวกเขาถอดเสื้อผ้าใส่ตะกร้าแล้วรีบฉกไปซักทันที บางครั้งถึงขั้นเร่งยิกๆ ให้พวกเขารีบเปลี่ยนชุดด้วยซ้ำ... งานบ้านเหล่านี้ เมื่อก่อนเป็นหน้าที่ของคุณย่าหลินมาโดยตลอด

            ทิงเสวี่ยรับปากฉินหยวนเฟิงไว้ว่าจะไปเล่นที่บ้านเขาในวันอาทิตย์ และแน่นอนว่าเธอเป็นคนรักษาคำพูด

            เช้าวันอาทิตย์ หลังกินข้าวเช้าและเก็บกวาดบ้านคร่าวๆ เสร็จ ทิงเสวี่ยก็ออกจากบ้าน พอรู้ว่าลูกสาวจะไปเล่นกับเพื่อน หลินกั๋วผิงก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือจู้จี้อะไร ปล่อยให้เธอไปเปิดหูเปิดตาตามประสาเด็ก

            ทางด้านฉินหยวนเฟิง พอรู้ว่าทิงเสวี่ยจะมาเล่นด้วยวันนี้ เขาก็มารออยู่แถวๆ หน้าบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยความตื่นเต้น

            ทันใดนั้นเขาก็เห็นร่างเล็กๆ ในชุดสีส้มที่คุ้นตาปรากฏขึ้นแต่ไกล

            “หลินทิงเสวี่ย! ทางนี้ๆ ทางนี้...” ฉินหยวนเฟิงโบกไม้โบกมือเรียกเพื่อนสุดแรง

            ทิงเสวี่ยได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองก็มองตามไป เห็นแขนที่กำลังโบกไหวนั้นจึงรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปหา

             บ้านคุณยายของฉินหยวนเฟิงตั้งอยู่กลางเขาฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ บริเวณนี้มีบ้านเรือนกระจัดกระจายอยู่ไม่กี่สิบหลังคาเรือน รายล้อมไปด้วยทุ่งนาและสวนผลไม้ที่ปลูกลดหลั่นกันไปตามไหล่เขาและตีนเขา

            “ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว นึกไม่ถึงว่าเธอจะไม่หลอกฉัน” พอเห็นทิงเสวี่ยมายืนอยู่ตรงหน้าจริงๆ ความดีใจของฉินหยวนเฟิงก็ล้นปรี่จนแทบหาคำพูดมาบรรยายไม่ได้

            นี่คือเพื่อนเล่นคนแรกของเขาที่หมู่บ้านต้าเหอ เขาจึงให้ความสำคัญและทะนุถนอมมิตรภาพนี้เป็นพิเศษ

            ทิงเสวี่ยส่งยิ้มบางๆ ให้ “ในเมื่อฉันรับปากนายแล้วว่าจะมา ก็ต้องมาสิ”

            ฉินหยวนเฟิงพาทิงเสวี่ยเดินเข้าไปในบ้านคุณยาย

            คุณตาของฉินหยวนเฟิงกำลังนั่งฟังวิทยุอยู่อย่างเพลิดเพลิน เสียงจากเครื่องวิทยุกำลังถ่ายทอดนิทานเรื่องเล่าชุด 'สามวีรบุรุษห้าผู้ทรงธรรม' ของนักเล่านิทานชื่อดัง ‘ซานเถียนฟาง’ ส่วนคุณยายกำลังสาละวนกับการดูแลต้นไม้ดอกไม้ในสวน

            ภายในลานบ้านปลูกดอกกุหลาบจีน โบตั๋น และยี่โถเอาไว้หลายต้น หญิงชรากำลังบรรจงรดน้ำให้พวกมันทีละต้นอย่างใส่ใจ

            “อ้าว นี่หนูทิงเสวี่ยนี่นา เสื้อผ้าหนูสวยจังเลยนะลูก! ซื้อมาจากในเมืองใช่ไหมล่ะ?” ยายหวังรู้มาว่าทิงเสวี่ยเป็นเพื่อนเล่นคนใหม่ของหลานชาย จึงให้การต้อนรับเด็กหญิงอย่างอบอุ่น

            ทิงเสวี่ยยิ้มทักทายสองผู้เฒ่าอย่างนอบน้อม แล้วขยับเข้าไปใกล้ๆ ตาหวัง “คุณตาคะ คุณตาก็ชอบฟังนิทานของปู่ซานเถียนฟางเหมือนกันเหรอคะ?”

            ตาหวังหัวเราะชอบใจ “ใช่แล้วล่ะ ตาชอบฟังนิทานของซานเถียนฟางมากเลย”

            “หนูกับพ่อก็ชอบฟังนิทานของปู่ซานเหมือนกันค่ะ นอกจากนี้พวกเรายังชอบฟังนิทานของย่าหลิวหลานฟางด้วยนะคะ ตอนนี้ทุกคืนตอนหนึ่งทุ่มจะมีเรื่อง 'ขุนศึกตระกูลหยาง' ที่ย่าหลิวหลานฟางเล่า สนุกมากเลยค่ะ”

            “โอ้... ไม่นึกเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างหนูจะชอบฟังนิทานเรื่องเล่าโบราณพวกนี้ด้วย อืม ไม่เลวๆ ใช้ได้เลย”

            เพราะความชอบในเรื่องนิทานที่ตรงกัน ทำให้ทิงเสวี่ยกับตาหวังสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ยายหวังเองก็เอ็นดูเด็กหญิงไม่น้อย รีบไปหยิบคุกกี้วอลนัทกับบิสกิตนมแคลเซียมมาให้กิน

            “นิทานพวกนั้นมันสนุกขนาดนั้นเลยเหรอ?” ฉินหยวนเฟิงถามอย่างสงสัย แม้จะได้ยินเสียงวิทยุเปิดกรอกหูอยู่ทุกวัน แต่เขาไม่เคยสนใจฟังเลยสักนิด ไม่คิดว่าทิงเสวี่ยจะตั้งอกตั้งใจฟังขนาดนี้

            ทิงเสวี่ยกลืนบิสกิตลงคอก่อนตอบ “สนุกมากๆ เลยนะ ไม่เชื่อนายลองตั้งใจฟังดูสิ ไม่ใช่แค่เนื้อหาดีนะ แต่คนเล่าเขามีเทคนิคการเล่าที่สนุกมาก ถ้านายลองเปิดใจฟัง ฉันรับรองเลยว่านายจะต้องติดใจแน่ๆ”

            ฉินหยวนเฟิงฟังแล้วก็ยังทำหน้าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่

            พอนิทานจบรายการ ฉินหยวนเฟิงก็พาทิงเสวี่ยเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวของเขา

            ห้องของฉินหยวนเฟิงเล็กมาก และข้าวของข้างในก็ระเกะระกะไปหมด นอกจากเตียงเดี่ยวเล็กๆ กับโต๊ะหนังสือเก่าๆ ตัวหนึ่งแล้ว ยังมีของจิปาถะกองพะเนินอยู่เต็มไปหมด ดูเหมือนที่นี่จะเป็นทั้งห้องนอนและห้องเก็บของประจำบ้านไปในตัว

            ฉินหยวนเฟิงเปิดลิ้นชัก หยิบกระปุกออมสินรูปหมูตัวเล็กๆ ออกมาอวด “หลินทิงเสวี่ย ดูสิ ในนี้คือสมบัติทั้งหมดของฉันเลยนะ”

            ทิงเสวี่ยแปลกใจนิดหน่อยที่ฉินหยวนเฟิงยอมให้เธอดูของมีค่าของเขา เธอมองเจ้าหมูออมสินตัวนั้นแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้ถือวิสาสะเปิดดู “ในเมื่อมันเป็นสมบัติของนาย นายก็ควรเก็บซ่อนไว้ให้ดีๆ สิ โบราณว่าทรัพย์สินไม่ควรเปิดเผยนะ ถ้าคนอื่นรู้ว่านายมีเงินเก็บ เดี๋ยวจะเดือดร้อนเอาได้”

            “ฉันก็แค่เปิดเผยกับเธอคนเดียวนี่นา... เธอไม่อยากเปิดดูจริงๆ เหรอ?”

            “อืม ฉันไม่เปิดดูหรอก แต่... ฉันก็แอบสงสัยเหมือนกันนะว่านายเก็บเงินพวกนี้ไว้ทำอะไร?”

            ฉินหยวนเฟิงเอียงคอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “จะเอาไปทำอะไรได้อีกล่ะ? ก็เอาไว้ซื้อพวกปากกา สมุด แล้วก็ไปซื้อขนมกินที่สหกรณ์โรงเรียนไง”

            ทิงเสวี่ยส่ายหน้าเบาๆ เชิงแนะนำ “ถ้านายมีเงินเก็บเยอะพอสมควร นอกจากจะเอาไปซื้อของกินของใช้อย่างที่นายว่าแล้ว นายยังเอาไปต่อยอดทำอย่างอื่นได้อีกนะ อย่างเช่น พอถึงหน้าร้อน นายก็เอาเงินทุนไปรับไอศกรีมแท่งมาขายต่อ แบบนี้เงินในมือนายก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยนะ รู้ไหม?”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730