“ใครอะเดี๋ยวนี้มีคุยกับสาวหรอ” เธอเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแซวๆลองใจถามดูว่าเขาจะพูดความจริงมั้ย และใช่คนเดียวกับคนที่เขาบอกว่าไปธุระบ่อยๆ ไหม
“อืมก็ต้องมีเป็ธรรมดาสิ คนมันโสด” เขาเอ่ยกลับไปด้วยน้ำเสียงชิวๆ ไม่ได้ปิดบังอะไรผิดกับเธอเมื่อได้ยินคำตอบก็ช็อคไปเลย ทั้งๆ ที่ถามเขาเอง แต่ไม่ได้คิดที่จะตั้งรับกับคำตอบของเขาที่ออกมาแบบนี้
“หรอ เงียบนะแกไม่เห็นบอกกันเลย จะคุยได้กี่เดือนเนี่ยคนนี้”เธอถามกลับไปพยายามจะไม่ใส่อารมณ์ออกไป ทำให้น้ำเสียงนิ่งที่สุด
“ก็อยากให้แน่ใจก่อนคุยมา 2 เดือนกว่าละ แต่คนนี้ฉันจริงจังนะ เธอดูเป็คนน่ารักนิสัยดีว่ะ”
“หรอเป็แฟนกันแล้วหรอ” ถามเองเจ็บเองก็คือเธอนี่แหละ ต้องเข้มแข็งขนาดไหนที่ไม่ร้องไห้ต่อหน้าเขา ได้แต่เก็บความเสียใจเอาไว้ ข้างใน
“ยัง คุยๆ ไปก่อนกำลังจีบอยู่ แต่คิดว่าอีกไม่นาน” เขาชัดเจนขนาดนี้ เธอไม่กล้าถามอะไรเขาอีกกลัวคำตอบมันจะยิ่งบาดลึกใจเธอไปกว่านี้
“อืมๆ”เธอตอบรับแบบขอไปที ไม่มีคำอะไรจะพูดกับเขาอีก กลัวจะร้องไห้ออกมา แล้วเธอก็นั่งเงียบตลอดทางจนถึงคอนโด เอ่ยขอบคุณเขาแล้วเดินขึ้นคอนโดทันที
ให้หลังเขาเธอเดินเข้ามาในห้องแล้วฟุบลงนั่งร้องไห้ทันที นี่เธอเสียเขาไปแล้วจริงๆ หรอ เธอยังไม่ทันเริ่มก็แพ้แล้วหรอเธอผิดตรงที่ช้าไป หรือเขาไม่คิดจะสนใจเธอั้แ่แรกกันแน่ เธอจะทำยังไงเดินหน้าต่อตอนนี้ยังทันรึป่าว คิดไม่ออกจริงๆ เธอตื้อไปหมด
ส่งพระพายเสร็จแล้วเขาก็ขับรถออกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปหานิกกี้เพราะวันนี้เขานัดเธอทานข้าว แล้วจะไปต่อที่ร้านนั่งชิวอีกสักพักเขารู้ว่าพระพายชอบเธอ ที่เขาพูดกับเธอไปแบบนั้น เพราะไม่อยากให้เธอมาเจ็บทีหลังเธออาจจะแค่ชอบเขา ไม่ถึงขั้นรัก ให้เธอทำใจซะตอนนี้ดีกว่าต้องไปเจ็บในวันที่เขารักคนอื่นไปแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบเธอเขารู้สึกดีกับเธอก็จริง แต่ไม่ถึงขั้นรักเขาคิดว่าที่เขารู้สึกดีกับเธออาจจะมาจากความใกล้ชิดด้วยถ้าเขาคบกับเธอด้วยแค่รู้สึกดีเฉยๆ กลัวว่าวันนึงจะไปกันไม่รอดเพราะเขาเป็คนที่เบื่อง่ายอยู่แล้วพอถึงตอนนั้นแม้แต่ความเป็เพื่อนของเราก็อาจจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ได้เขาไม่อยากต้องเสียเพื่อนดีๆ อย่างเธอไป
พระพายตื่นเช้ามาด้วยตาบวมเป่งสภาพไม่ต้องถามก็รู้ว่าเมื่อคืนเธอร้องไห้หนักขนาดไหนโอ้ยจะตอบคำถามพวกนู้นยังไงเนี่ย แล้วต่อหน้าคี เธอจะทำตัวตามปกติได้รึป่าวยังจะเดินหน้าต่อเื่เขาอีกมั้ย เฮ้อ เครียดดดดด
วันนี้เธอมาเช้าสุดอีกตามเคยแต่ไม่อยากนั่งคนเดียวเลยโทรไปปลุกยัยเอมมี่ั้แ่เช้าว่าให้มันรีบมาแต่มันไม่ยอมมาดีๆ เธอเลยบอกว่ามีเื่จะเล่า คิดว่าเดี๋ยวมันก็มาเพราะมันชอบเสือก แล้วก็จริงอย่างที่เธอคิดเพราะเห็นนางเดินนวยนาดมาแต่ไกล
“เล่ามาค่ะชะนีให้สมกับความที่กูต้องตื่นเช้ามาเนี่ย แล้วดูสภาพมึงซิ เล่ามา”เนื่องจากตอนนี้เวลา 7.30 น. ซึ่งต้องเข้าเรียนจริงๆ เวลา 9โมง เลยดูเช้าไปหน่อยอย่างที่มันว่าจริงๆ
“เออ เล่าอะเล่าแน่ไปเพื่อนกูซื้อโกโก้ก่อน ค่อยไปนั่งเล่าที่นู่น” ลีลาจริงๆ เลยมึงเนี่ยถ้าไม่เด็ดพอแกโดนฝ่ามืออรหันต์ฉันแน่ “เออๆ ขี้เสือกแล้วยังเื่เยอะอีกแกเนี่ย”
เมื่อพวกเธอมาถึงร้านก็สั่งเครื่องดื่มแล้วไปนั่งที่โต๊ะทันที “อะ ทีนี้เล่าได้รึยัง”
“คือคีมันกำลังจีบคนอื่นอยู่ มันบอกว่าคนนี้มันจริงจังว่ะ” เธอพูดไปด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ“จริงหรอ แล้วตอนนี้แกโอเครึป่าว แต่ดูจากสภาพแล้ว ฉันว่าหนัก”
“ตอนนี้โอเคขึ้นมานิดนึงแต่ฉันทำตัวไม่ถูกว่ะเมื่อต้องเจอหน้ามัน และไม่รู้จะเดินหน้าต่อยังไง มันตันว่ะ”
“นั่นไง ฉันว่าแล้วแกมัวรอให้พร้อม แล้วเป็ไง โดนคาบไปแดกจริงๆ ด้วย แล้วเขาเป็แฟนกันยัง”เอมมี่ถามขึ้นต่อด้วยความสงสัย
“มันบอกว่ายังแต่ใกล้ละ”
“งั้นแกพอจะยังมีเวลาแกต้องรีบเดินหน้าให้เต็มที่ รีบสารภาพกับมันไปเลย ผลเป็ไงก็ช่าง มึงรีบทำ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูดสารภาพกับมันอีก”เธอเชียร์เพื่อนอย่างเต็มที่กลัวมันจะมานั่งเสียใจทีหลังเมื่อตอนที่ต้องแพ้ั้แ่ยังไม่ได้เริ่มลงมือ
“ฉันก็คิดว่าอย่างงั้นอีกใจนึงก็กลัวว่าแม้แต่ความเป็เพื่อนก็จะไม่เหมือนเดิมหากคำตอบเขาไม่ตรงกับใจเธอ”
“ถ้าแกกลัวแกก็จะเสียเขาไปตลอด แต่ถ้าแกบอกมันไปแกก็ยังมีหวัง แม้จะน้อย ก็น่าเสี่ยงนะ”
“มันก็จริงของแกเฮ้อออ”
เธอคิดเื่นี้อย่างสีหน้าเคร่งเครียดแต่แล้วจู่ๆ ก็มีเงาของใครคนนึงยืนค้ำอยู่ที่หัวโต๊ะเมื่อเธอเงยหน้าดูก็เจอเข้ากับดวงตาสีดำขลับ แต่มีแววตา ขี้เล่นส่งมาให้เธอ
“หวัดดีเจอกันอีกแล้วนะ แต่สีหน้าดูไม่สบอารมณ์เลยนะ เป็ไรแฟนทิ้งมาหรอ”เขาเอ่ยทักขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มๆ อย่างล้อเลียนเธอ
“ยังไม่ใช่แฟน อันนี้นับป่าว”เธอเอ่ยตอบเหนือด้วยสีหน้าเซ็งๆ แล้วเขาก็ขยับเก้าอี้ออกนั่งลงข้างๆ เธอส่วนยัยเอมมี่ก็เหยียบเท้าฉันส่งซิกเพื่อ้าคำตอบจากฉันประมาณว่ากับเหนือคืออะไรยังไง แต่ยังไม่ตอบมันหรอก ให้มันสงสัยเล่นๆ ไปก่อน ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเลย