ตอนที่ 17
เปิ่นหวางมาฝึกเย็บผ้า (2/2)
“เปิ่นหวางมาฝึกเย็บผ้า”
หรือว่า...เขาเคืองนางเรื่องจดหมายนั่น !
“หวางเย่ทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว”ไป๋อวี้พยายามใช้มารยาคนงามเผื่อว่าโอวหยางเฟยหลงจะไม่ถือสาเรื่องจดหมายที่นางล่วงเกินไป
“คุณหนูไป๋ก็คงล้อเปิ่นหวางเล่นเช่นกัน”โอวหยางเฟยหลงเริ่มอารมณ์ดีเมื่อเห็นสตรีร้ายกาจตรงหน้าพยายามใช้มารยากับตน คงกลัวอาญาจากเขาเพราะจดหมายที่ตอบกลับมา
ตุบ !
ไป๋อวี้คุกเข่าลง “หวางเย่ทรงให้อภัยอวี้เอ๋อร์ด้วยเพคะ!”
โอวหยางเฟยหลงยกยิ้มอย่างลืมตัวเมื่อเห็นความร้ายกาจของไป๋อวี้คล้ายจะหายไปเมื่อเจอหน้าเขา ตัวโง่งมก็ยังเป็นตัวโง่งม “ลุกขึ้นเถอะเปิ่นหวางไม่มีเวลาให้ตัวโง่งมเช่นเจ้ามากมายนัก”
แล้วผู้ใดร้องขอเวลาจากท่านกัน ! ไป๋อวี้ยังคงนั่งนิ่งในใจเริ่มสาปแช่งเขา
“มะ หม่อมฉันเป็นตะคริวเพคะ หวางเย่ช่วยพยุงอวี้เอ๋อร์ได้หรือไม่เพคะ” ”
นางกำลังปด เพิ่งจะคุกเข่าลงไปเป็นตะคริวตอนนี้ผู้ใดเชื่อก็บ้าแล้วแต่นางก็อยากจะเอาคืนเขาบ้างจึงใช้แผนเด็กน้อยเช่นนี้มีข่าวลือบอกว่าเขาไม่ชมชอบการเข้าใกล้สตรีเมื่อรู้จุดอ่อนเช่นนี้นางจึงจะขอเอาคืนบ้าง
“หากลุกไม่ไหวเจ้าก็นั่งอยู่เช่นนั้นเถอะเปิ่นหวางขอตัว” พูดจบก็หมุนตัวกลับไปโดยไม่แยแสโฉมงามที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเลยสักนิด
“...”
อดีตนักแสดงสาวระดับโลกแทบไม่มีผู้ใดกล้าขัดใจแต่บัดนี้นางกำลังถูกเมินอย่างสมบูรณ์แบบ ร่างเล็กแอบคว้าหินก้อนเล็กปาตามแผ่นหลังกว้างแต่ไร้น้ำใจนั่นแต่น่าเสียดายที่หวางเย่ผู้ยิ่งใหญ่ก็หันมารับหินก้อนนั้นได้ทันพอดี
“เจ้าช่างไม่เกรงกลัวอาญา”
“หม่อมฉันช่วยชีวิตพระองค์ไว้นะเพคะ!”
“เช่นนั้นหมายความว่าจะปองร้ายเปิ่นหวางได้หรือ?”
“แต่หม่อมฉันช่วยชีวิตพระองค์ไว้นะเพคะ!”
“เจ้าจึงกล้าต่อปากต่อคำกับเปิ่นหวางเช่นนั้นหรือ?”
“ก็หม่อมฉันเป็นผู้ช่วยชีวิตพระองค์นะเพคะ!”
โอวหยางเฟยหลงสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวสตรีดื้อดึงไป๋อวี้เชิดใบหน้ามองร่างสูงใหญ่ที่ยังคงใส่หน้ากากไว้แม้จะไม่ได้อยู่ในชุดเกราะเวลานี้ไม่กลัวเกรงเลยว่าจะถูกคนตัวโตรังแก เพราะเหตุการณ์เช่นนี้คล้ายว่านางเคยเจอมาแล้ว
“อ่ะ! อ่ะ ๆ ๆ ๆ ” ไป๋อวี้ยกแขนหนีมือหนาที่หวังจะฉุดนางขึ้นจากพื้นเช่นครั้งก่อน ดวงตาคมจ้องมองสตรีโง่งมตรงหน้าส่งเสียงประหลาดแล้วหลบไปจากน้ำมือเขาคล้ายรู้ล่วงหน้าว่าเขาจะทำสิ่งใด
ไป๋อวี้ฉีกยิ้มกับชัยชนะเล็กน้อยของตนครั้งนี้นางหลบได้และไม่ยอมให้เขากระชากนางขึ้นให้แขนช้ำอีกแล้ว
“ทรงถนอมสตรีหน่อยได้หรือไม่เพคะ”ถามแล้วก็ยื่นแขนเรียวขาวให้คนตรงหน้าเป็นนัยว่าให้เขาประคองนางลุกขึ้นแบบเบาแรง
“เปิ่นหวางไม่ถนอมสตรีโง่งมเช่นเจ้า”ร่างสูงดึงตัวนางขึ้นอย่างไม่ถนอมอย่างที่บอกโดยเขาไม่รู้ตัวเลยว่าตนนั้นลดแรงลงไปมากครั้งนี้ไป๋อวี้จึงไม่ได้รับรอยช้ำใด ๆ ที่แขนเล็กนั่น แต่ด้วยแรงบุรุษชาติทหารก็ทำให้ร่างบางปลิวเข้าปะทะกับอกแกร่งของผู้สูงศักดิ์อีกครั้งคราวนี้ไป๋อวี้คล้ายจะเป็นตะคริวของจริงเมื่อลุกขึ้นยืนได้ก็ซวนเซจะล้มจนโอวหยางเฟยหลงต้องกอดรัดเอวคอดของนางไว้อย่างลืมตัว
เมื่อทั้งสองยืนอย่างมั่นคงความใกล้ชิดนี้ก็ทำให้เกิดความเงียบต่างจากเมื่อครู่นางร้ายสาวนึกสนุกอยากแกล้งแม่ทัพปากร้ายผู้นี้จึงพิงซบกับอกหนาของบุรุษตรงหน้านางแสร้งเบียดเรือนร่างเย้ายวนเข้าหาแล้วเงยหน้าถามเสียงอ่อนหวาน
“แล้วถ้าหากว่าหม่อมฉันหายโง่งมจะทรงทะนุถนอมหม่อมฉันหรือไม่เพคะ”
ไป๋อวี้เอียงคอรอคำตอบ
“สตรีไร้ยางอาย”
ไป๋อวี้ถลึงตาใส่โอวหยางเฟยหลง เท้าเล็กกระทืบลงบนเท้าของอีกคนสุดแรงที่มี...หยุดปากร้ายสักวินาทีได้หรือไม่ข้ากำลังเกี้ยวท่านอยู่นะ !
“หม่อมฉันเพียงอยากให้หวางเย่มีอารมณ์ขันเพคะ”นางควรล้มเลิกแผนแกล้งแม่ทัพใหญ่ผู้บ้าพลังแล้วรีบกลับเรือนไปออดอ้อนพี่ชายเสียดีกว่า!
“หึ!”
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านางเสแสร้งแม้จะเผลอใจเต้นไปกับคำถามนั่นแต่เขาก็ทราบดีว่านี่เป็นเพียงมารยาของหญิงงามทั่วไปที่เขาเห็นในวังของตนมามากมายนักมากเสียจนเขาไม่อยากกลับวังรุ่ยหวาง สำหรับเขาที่นั่นมีไว้เพียงแค่สำหรับสะสมสาวงามที่พี่ชายส่งมากลั่นแกล้งและเพื่อความสบายใจของพระมารดา
“เปิ่นหวางมาที่นี่เพื่อคุยกับไป๋เหอเรื่องโรคระบาดได้เจอตัวเจ้าก็ดีแล้ว” หวางเย่ผู้ไม่รู้สึกถึงแรงกระทืบเท้าของคนตัวเล็กตอบคำถามที่ค้างคาเอาไว้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เช่นนั้นเชิญหวางเย่เสด็จทางนี้ดีกว่าเพคะ”
แม้จะเสแสร้งและร้ายกาจอยู่บ้างแต่สตรีผู้นี้ก็มีความนึกอ่านที่น่าสนใจเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของเขานางก็เข้าใจดีว่าเขากำลังต้องการเอ่ยเรื่องสำคัญกับนางร่างสูงจึงเดินตามร่างบอบบางในชุดสีขาวไปที่ศาลาเล็กในสวนข้างทางเดินที่เงียบสงบ
“เชิญหวางเย่ตรัสต่อเลยเพคะ”
ร่างบางรินน้ำชาที่มักจะตั้งเตรียมไว้เสมอให้โอวหยางเฟยหลงตามมารยาททิ้งความคิดกลั่นแกล้งต่าง ๆ ไว้ที่ทางเดินนั่น
“เปิ่นหวางเป็นผู้สั่งห้ามไม่ให้ไป๋เหอบอกเรื่องทั้งหมดแก่เจ้าเพราะรายละเอียดเรื่องนี้เปิ่นหวางจะแจ้งแก่เจ้าเอง”
“หม่อมฉันเข้าใจเพคะ”
ท่าทีดื้อรั้นและเสแสร้งหายไปทันทีเมื่อเริ่มพูดคุยเรื่องสำคัญทำให้โอวหยางเฟยหลงนึกชื่นชมนางอยู่บ้าง
“เปิ่นหวางได้รับพระราชโองการให้กลับเมืองหลวงแต่แท้จริงแล้วมีพระราชโองการลับให้ตามจับคนของต้าฉู่ที่สายรายงานมาว่าจะลอบเข้ามาปล่อยโรคระบาดแก่ชาวบ้าน”
เจ้าของนัยน์ตาสีเงินเอ่ยถึงเรื่องราวอย่างใจเย็นคล้ายคุยเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศไป๋อวี้ก็รับฟังด้วยความสงบ
“คืนที่ทำภารกิจเปิ่นหวางถูกหลอกล่อให้ออกจากกลุ่มและได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเจอกับเจ้า”
“แล้วศพนั่น..”
“เป็นคนของต้าฉู่ลอบเข้ามาตามที่สายรายงานแต่ถูกเปิ่นหวางกำจัดและศพลอยไปกับน้ำ ยาพิษที่ติดตัวศพก็ละลายไปกับน้ำเช่นกัน”
“ต้าหยางของเรากับต้าฉู่ต่างไม่มีเรื่องต้องบาดหมางหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปอาจจะเป็นเหตุให้เกิดสงครามได้ทรงไม่ให้หม่อมฉันเอ่ยถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคระบาดเพราะเรื่องนี้ใช่ไหมเพคะ”
“เป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด”
ความจริงแล้วเรื่องราวระหว่างแคว้นทั้งสองมีเบื้องหลังอยู่มากนักแต่ด้วยทุกเรื่องล้วนเป็นความลับที่ฮ่องเต้ไม่ต้องการให้ผู้ใดล่วงรู้มากนัก เขาจึงต้องกลับมาจัดการรอยร้าวระหว่างแคว้นด้วยตนเองการที่ไป๋อวี้อ่านสถานการณ์ออกทั้งที่ได้รับข้อมูลเพียงน้อยนิดเช่นนี้ทำให้เขาชื่นชมนางเพิ่มอีกหลายส่วน
“เช่นนั้นก็หมายความว่าหวางเย่ทรงเดาได้อยู่แล้วว่าต้นตอของโรคมาจากสิ่งใดเหตุใดไม่รีบระงับไว้ก่อนที่จะระบาดไปที่หมู่บ้านที่สองล่ะเพคะ”
“ในตอนนั้นเปิ่นหวางต้องกระทำทุกอย่างเป็นความลับทั้งยังต้องช่วยชาวบ้านก่อนสิ่งใดเดิมทีเปิ่นหวางให้พี่ชายของเจ้าจัดการเรื่องที่มาของโรคระบาดแต่ไม่นึกว่าจะเจอคนของต้าฉู่ที่ย้อนกลับมาจัดการคนของตนและไล่ล่าจนไปเจอเจ้าที่นั่นด้วย”
“หม่อมฉันเพียงอยากช่วย..” ร่างบางก้มหน้ารู้สึกผิดที่เข้าไปขัดขวางการจับคนร้ายของพี่ชาย ในหัวปรากฏภาพศพลอยน้ำไปจนถึงเหตุการฆ่าฟันในวันนั้น...เลือดสดๆ เลือกของจริงทั้งหมด...
“เปิ่นหวางก็ยังไม่ได้ว่าอันใด”โอวหยางเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเช่นเคยแต่กลับทุ้มนุ่มขึ้นสองส่วน สีหน้ารู้สึกผิดของสตรีที่ยังคงก้มหน้าทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้นางกลับไปเป็นลูกแมวเสียแล้ว เห็นเช่นนี้แล้วก็คล้ายว่าโอวหยางเฟยหลงนั้นหลงลืมเรื่องร้ายกาจของไป๋อวี้ที่เขาเฝ้ามองตั้งแต่ต้นจนจบ
นางร้ายกาจเสแสร้ง มากด้วยมารยา แต่กลับมีบางอย่างที่สตรีผู้อื่นไม่มี จากนี้ไปเขาจะลองจับตาดูนางมารน้อยผู้นี้เสียหน่อย
มือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มลื่น ความอบอุ่นส่งผ่านฝ่ามือใหญ่มายังเส้นผมบนศีรษะและแล่นเข้าสู่หัวใจดวงน้อยความกลัวครั้งที่อยู่ท่ามกลางการต่อสู้ข้างแม่น้ำที่นางเก็บกดเอาไว้จนมาถึงตอนนี้หดหายไปหมดสิ้นเพราะฝ่าอุ่นมือที่ชอบกอบกำแขนนางจนช้ำเป็นประจำ
ใบหน้างดงามเงยขึ้นเข้าสู่สายตาเจ้าของมืออบอุ่นดวงตาสีรัตติกาลสบเข้ากับนัยน์ตาสีเงินสวย โอวหยางเฟยหลงพูดมาประโยคหนึ่ง
“เพียงเจ้าไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว”
อา...นี่เขากำลังเกี้ยวนางกลับใช่หรือไม่?
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------