สวี่ตงก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแต่เขาััได้ถึง ‘พลังชั่วร้าย’ อันเข้มข้นจากตัวสุนัขตัวนั้นทำเอาเขากลัวจนตัวสั่น มือที่กำกิ่งไม้เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ!
โหมวซือฉิงเลิกสนใจสวี่ตงและเข้าไปในตัวบ้านชั้นเดียวก่อนตอนเดินผ่านหญิงชรากับสุนัขข้างกาย สุนัขตัวนั้นไม่ขยับตัว ถึงแม้แววตาจะดุร้ายจนน่ากลัว
สวี่ตงดูออกว่าสุนัขตัวนั้นไม่ขยับเพราะหญิงชราไม่ออก ‘คำสั่ง’
หญิงชรายังคงนิ่งเงียบ เธอแก่มากแล้วในสายตาโหมวซือฉิง อายุอานามขนาดนี้เดินเหินคล่องแคล่วก็ถือว่าไม่เลวแล้วสายตาและการเคลื่อนไหวคงช้าลงไปมาก โหมวซือฉิงจึงไม่คิดจะใส่ใจแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าหญิงชรามีความ ‘ไม่รับแขก’โหมวซือฉิงเข้าใจดี ถึงอย่างไรเธอก็เป็ตัวแทนของตำรวจซึ่งจับตัวลูกชายของหญิงชราไปจะมีความไม่เป็มิตรย่อมเป็เื่ปกติ แต่จะไม่รับแขกแค่ไหนหญิงชราก็ทำได้แค่ปล่อยให้ตำรวจเข้าตรวจค้นตามกฏหมาย!
โหมวซือฉิงตอนอยู่โรงเรียนตำรวจเป็นักเรียนระดับหัวกะทิที่เธอได้รับการปฏิบัติอย่างดีนั้นไม่ใช่เพราะเธอเป็สาวสวยเหตุผลหลักคือเธอฉลาดมาก เธอเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนคดีอาชญากรรมเป็พิเศษโดยเฉพาะทักษะการสังเกตของเธอที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
บ้านทั้งสามหลังของหวงฟานี้โหมวซือฉิงและเพื่อนร่วมงานตรวจสอบอย่างละเอียดไปแล้ว โดยเฉพาะบ้านในชนบทแห่งนี้ผนัง เพดาน มีชั้นใต้ดินหรือไม่ มีกำแพงซ้อนหรือไม่ทุกอย่างผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดไปหมดแล้ว ทว่าผลออกมาเป็ลบ ไม่เจออะไรเลย!
ในเวลานี้ ตามหลักแล้วโหมวซือฉิงย่อมคิดว่าเป็การตรวจสอบครั้งสุดท้ายและจะเป็การตรวจสอบที่ละเอียดที่สุดเปิดไฟทุกดวงที่มีภายในบ้านก่อน จากนั้นใช้ค้อนเหล็กขนาดเล็กที่อยู่ด้านหลังประตูเคาะไปตามผนังเบาๆเพื่อฟังเสียง
ไม่ว่าผนังหรือพื้น ขอเพียงข้างในนั้นมีโพรง เสียงเคาะจะบอกได้เองเสียงเคาะบนผนังกลวงนั้นแตกต่างจากเสียงเคาะบนผนังทึบอย่างสิ้นเชิง
เสียงเคาะผนังกลวงจะดังฟังชัดและยาว ในขณะที่เสียงเคาะผนังทึบจะทุ้มลึกและสั้น
ครั้งนี้โหมวซือฉิงแทบจะตรวจสอบทุกตารางนิ้วตรวจสอบเรือนจีนสองชั้นสามห้องแถวก่อน จากนั้นก็ไปตรวจสอบบ้านไม้สองห้องแถวแต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนกับหลายๆ ครั้งที่เธอตรวจสอบมาก่อน ไม่พบอะไรเลย!
คิดถึงผู้กำกับหูที่ยังรอผลการตรวจสอบจากพวกเธอ โหมวซือฉิงก็ยิ่งร้อนใจเวลาผ่านไปอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง แต่ยังไม่พบอะไรเลย แม้แต่ร่องรอยสักนิดก็ไม่พบเธอจึงเดินหน้าหมองออกมา
ด้านนอกประตู หญิงชรากับสุนัขตัวนั้นยังยืนอยู่ที่เดิมแทบไม่ขยับโหมวซือฉิงกวาดตาหาสวี่ตง แต่เขากลับมีเหงื่อเต็มหน้า ยืนเผชิญหน้ากับสุนัขตัวนั้นด้วยสีหน้ากังวลสุดขีดสองมือกำกิ่งไม้ ค้อมเอวลง
ท่าทาง ‘จนตรอก’ ของสวี่ตงทำเอาโหมวซือฉิงหัวร้อนสุดๆเธอพุ่งเข้าไปตะคอกใส่หน้า “ขายหน้าจริงๆ เอาละเรารีบไปในเมืองกัน!”
ในเมื่ออยู่ที่นี่ต่อก็ไม่ได้อะไร โหมวซือฉิงจึงคิดว่ารีบไปรวมตัวกับเพื่อนร่วมทีมในเมืองดีกว่าไปดูว่าที่บ้านสองหลังในเมืองพบอะไรหรือไม่
ทว่าสวี่ตงกลับไม่ขยับตัว เขาหันหน้าไปหาเธอเล็กน้อยแต่ดวงตาสองข้างยังจับจ้องสุนัขตัวนั้น “โหมว…เรียก…เรียกเพื่อนคุณมาดีกว่า!”
ได้ยินสวี่ตงจงใจลดเสียงลง โหมวซือฉิงก็พูดอย่างหัวเสีย “พูดจาลึกลับ ทำตัวขายหน้านัก ไปเร็ว ก็แค่หมาตัวหนึ่งกลัวจนก้าวไม่ออกเลยหรือไง”
สวี่ตงยังคงไม่กล้าคลายใจ พูดเสียงกระซิบ “ไปไม่ได้ ผมรู้ว่าวัตถุโบราณของหวงฟาซ่อนอยู่ที่ไหนแต่สิ่งที่เราต้องจัดการตอนนี้คือสุนัขกับยายแก่คนนั้น!”
“นาย…รู้?” โหมวซือฉิงใจนหลุดถามออกมา แต่ถึงจะใเธอก็ไม่เชื่อคำพูดของสวี่ตง เพราะสวี่ตงมาที่นี่พร้อมเธอแต่เขายังไม่ได้เข้าไปตรวจดูด้วยซ้ำ แล้วจะเจออะไรได้อย่างไรถึงขนาดรู้ที่ซ่อนของเลยเนี่ยนะ
หญิงชราที่ดูเหมือนสายตาฝ้าฟางได้ยินคำพูดของสวี่ตงเข้าพลันดวงตาสั่นไหวก่อนจะตวัดสายตาจ้องสวี่ตงแววตานั้นทั้งเยือกเย็นทั้งคมกริบ!
โหมวซือฉิงนึกดีใจฉับพลันท่าทางของหญิงชราแสดงให้เห็นชัดว่าเธอกำลังซ่อนบางอย่างไว้จริงมิเช่นนั้นคงไม่ใขนาดนี้ และก็ไม่รู้ว่าสวี่ตงแค่จงใจใช้ ‘คำลวง’ หลอกล่อเธอหรือเปล่า
สวี่ตงเห็นโหมวซือฉิงกำลังครุ่นคิดแต่ยังไม่มีท่าทีระแวงหญิงชรากับสุนัขตัวนั้นเลยจึงยิ่งกังวล รีบกระซิบบอก “คุณ…ระวังหมา รีบ…รีบเรียกเพื่อนคุณมารอกำลังเสริมมาถึงเราค่อยไปเอาของ!”
โหมวซือฉิงจ้องสวี่ตง ยังเห็นเขาถือกิ่งไม้ประจันหน้ากับสุนัขแม้ปากจะคุยกับเธอทว่าสายตากลับไม่ละไปจากสุนัขนั่นเลย ไม่กล้าแม้แต่จะผ่อนคลายลงฟังจากน้ำเสียงเขาแล้วกลับไม่เหมือน ‘คำลวง’ หรือเขาจะรู้ว่าของซ่อนไว้ที่ไหนจริงๆ
ถึงจะรู้สึกว่ามันแปลกมากแต่โหมวซือฉิงขบคิดอยู่เพียงครู่เดียวก็หยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาเพื่อนร่วมงานที่กำลังค้นหาอยู่ในเมือง“หัวหน้าทีมเกา ฉันอยู่ที่บ้านในชนบทของหวงฟาเราพบบางอย่างที่นี่ พวกคุณรีบมาที่นี่เดี๋ยวนี้!”
คนที่กำลังค้นหาในเมืองคือเกาอี้เฟยหัวหน้าทีมสืบสวนอาชญากรรมไม่พบอะไรที่บ้านทั้งสองหลังในเมืองเลย พอได้รับโทรศัพท์จากโหมวซือฉิง พวกเขาก็ดีใจยกใหญ่บอกว่าจะรีบไปทันที!
ทั้งสองทีมของเกาอี้เฟยกำลังกลุ้มใจอย่างหนักหากภายในอีกสองชั่วโมงกว่าๆ นี้ยังไม่พบอะไรก็ต้องปล่อยตัวคนแล้วแม้เวลานี้จะเลยเที่ยงคืนไปแล้ว แต่ทันทีที่ได้ยินว่าเจออะไรบางอย่างพวกเขากลับไม่รู้สึกอิดโรย รีบขับรถไปยังแถบชานเมืองทันที
แสงสว่างจากหลอดไฟประหยัดพลังงานที่ประตูค่อนข้างสลัวทว่าแสงจันทร์เหนือหัวกลับสว่างมาก วันนี้เป็วันที่สิบสี่ดวงจันทร์เกือบจะกลมเต็มดวงแต่แสงที่สว่างที่สุดคือแสงจากไฟหน้ารถแคปติวาที่โหมวซือฉิงขับมาที่นี่
ไฟหน้ารถส่องมาทางนี้ทำให้ผนังของตัวบ้านสว่างไสวดวงตาของสุนัขสีน้ำตาลที่ส่องประกายสะท้อนแสงไฟทำให้ดูน่าขนลุกและน่ากลัวกว่าปกติ
หญิงชราจ้องสวี่ตงพลางหัวเราะ ‘หึๆ’ เสียงเย็น ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้เอ่ยเสียงเ็า “เ้าเด็กน้อยเธอคิดว่ายายแก่อย่างฉันสายตาฝ้าฟางหลอกง่ายใช่ไหม ลูกชายฉันถูกรังแกเธออย่าคิดว่าจะหลอกฉันได้ บอกว่าเจอไม่เจออะไรนั่นในบ้านฉันถูกพวกเธอพลิกหาจนทั่วแล้วมันเจออะไรไหมล่ะ”
สวี่ตงกระชับกิ่งไม้ ถึงจะกังวล ทว่าไม่ ‘ถอย’ จากการคุกคามของหญิงชรา เขาตอบเสียงเรียบ “คุณยาย ลูกชายคุณถูกรังแกจริงหรือเปล่าคุณน่าจะรู้ดี อีกอย่าง…หึๆ ผมไม่เคยบอกว่ามีของโจรอยู่ในบ้าน ของมันไม่ได้อยู่ในบ้านอย่าว่าแต่พลิกบ้านหาเลย ต่อให้ขุดลงไปอีกสามฟุตก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
“อ๋า…นายกำลังจะบอกว่า นายบอกว่า…” โหมวซือฉิงตกตะลึงก่อนจะถามสวี่ตงอย่างประหลาดใจ “นายจะบอกว่าของไม่ได้ซ่อนอยู่ในบ้านเหรอ”
พูดถึงตรงนี้โหมวซือฉิงก็มองไปรอบๆ นอกจากจุดที่ไฟหน้ารถส่องถึงจุดอื่นล้วนอยู่ใต้แสงไฟสลัว ถึงดวงจันทร์จะส่องสว่าง แต่เวลานี้กลับมืดไปหมดมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความมืด จะมองอะไรออกได้อย่างไร
ความจริงการค้นหาหลายครั้งก่อนหน้านี้โหมวซือฉิงตรวจสอบพื้นที่ภายในระยะสิบเมตรจากตัวบ้านแล้ว แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ
หญิงชราใจนถามออกมาเสียงดัง “เ้าเด็กน้อยยายแก่อย่างฉันไม่กลัวหรอก หึๆ อย่าพูดเปล่าๆ สิตำรวจอย่างพวกเธอชอบพูดว่าทุกอย่างต้องมีข้อเท็จจริงต้องคุยกันด้วยหลักฐานไม่ใช่หรือไง”
สวี่ตงเห็นสายตาที่หญิงชราจ้องมองเขาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงทว่าไม่เชื่อในคำพูดเขามากกว่า เขาไม่ตอบคำถามของโหมวซือฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยเสียงเรียบ “คุณยายผมไม่พูดเปล่าๆ แล้วก็ไม่ได้ทำให้คุณกลัว ลูกชายของคุณถูกรังแกหรือไม่จะติดคุกหรือไม่ก็ไม่ใช่เื่ของผม ผมแค่พูดความจริง ตำแหน่งที่ซ่อนของทั้งสองจุดนั้นผมรู้แล้ว!”
ตอนแรกหญิงชราไม่เชื่อ คิดว่าสวี่ตงแค่ ‘ขู่’ ให้กลัว ทว่าตอนที่สวี่ตงพูดประโยคนี้ก็ละสายตาออกจากสุนัขตัวนั้นและมองไปยังสองจุดนั้น!
สายตาของสวี่ตงที่มองไปยังสองจุดนั้นทำเอาหญิงชราหน้าเปลี่ยนสีหลุดไอขึ้นมาทันที!
โหมวซือฉิงยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เธอคิดว่าสวี่ตงกำลังใช้กลวิธีทางจิตวิทยากับหญิงชรามากกว่าแต่ไม่ว่าสวี่ตงจะรู้จริงหรือแกล้งรู้ ประโยคที่เขาพูดกับหญิงชราเมื่อครู่ก็ได้ผล!
สีหน้าใของหญิงชราไม่อาจรอดสายตาโหมวซือฉิงไปได้การแสดงออกในชั่วพริบตาของของหญิงชราทำให้โหมวซือฉิงเกือบจะมั่นใจแล้วว่าหวงฟาต้องซ่อน‘ของโจร’ ไว้ที่นี่!
ในความเป็จริงสวี่ตงรู้จริงๆเมื่อครู่เขาเพิ่งมองไปยังจุดที่ซ่อนของโจรไว้ทั้งสองจุดนั่นก็เพื่อแสดงให้หญิงชราเห็นว่าเขารู้ที่ซ่อน หญิงชราจะไม่เข้าใจได้อย่างไร
ทันทีที่ลงจากรถ สวี่ตงก็เห็นว่าที่สองจุดนั้นมีออร่าสมบัติสีสันสดใสหนึ่งในนั้นมีออร่าสมบัติสีน้ำเงินเข้มมากเป็พิเศษ!
ออร่าสมบัติมีหกสี จากประสบการณ์ของสวี่ตงตรงนั้นต้องมีสมบัติล้ำค่าอย่างน้อยหกชิ้น ถึงแม้จะอยู่ภายใต้แสงจันทร์เขาก็ยังเห็นชัดเจน!
จุดแรกอยู่บนต้นไหวขนาดสองคนโอบข้างรถที่จอดสนิทนั้นเองอีกจุดหนึ่งอยู่ในแปลงผักตรงข้ามบ้านที่ห่างออกไปเจ็ดสิบถึงแปดสิบเมตร
หวงฟาคนนี้เ้าเล่ห์นักที่ซ่อนทั้งสองจุดนี้แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะหาเจอ ต้นไหวมีใบเขียวชอุ่ม ลำต้นหนาจุดที่ออร่าสมบัติปรากฏแยกเป็สองสายบนลำต้นสูงแปดถึงเก้าเมตร มองจากด้านล่างไม่เห็นสิ่งผิดปกติแม้แต่น้อยในเมื่อคิดจะซ่อนไว้ข้างบน หวงฟาย่อมเตรียมการไว้แล้วต่อให้มีคนปีนขึ้นไปก็ไม่มีทางพบสิ่งผิดปกติ ต้องขุดลำต้นให้เป็โพรงพอซ่อนวัตถุโบราณก็ปิดผนึกโพรงและทายางไม้ซ้ำ ภายนอกจึงดูปกติ จะหาเจอได้อย่างไร
นอกจากนี้ต้นไหวยังแตกต่างจากต้นไม้มีผลทั่วไปหากเป็ต้นไม้ที่ให้ผลดกก็ต้องกังวลว่าจะมีคนปีนขึ้นไปเก็บแต่ลำต้นของต้นไหวทั้งหนาทั้งชัน ยากต่อการปีน บนต้นไม้ยังมีแมลงอาศัยอยู่ไม่มีคนโง่คนไหนที่จะปีนขึ้นไปโดยไม่มีเหตุผล มันจึงปลอดภัยที่จะซ่อนของไว้
ส่วนอีกจุดหนึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้านมาก ประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบเมตร อีกทั้งยังอยู่ในแปลงผักแปลงผักทั่วไปมักมีการกระทุ้งดินและฝังสิ่งต่างๆ เอาไว้การหาของที่ซ่อนไว้ในแปลงผักอันกว้างใหญ่เช่นนี้แทบเป็ไปไม่ได้เลยเช่นกัน!
แต่หญิงชราจะคาดการณ์ได้อย่างไรเล่าสวี่ตงไม่จำเป็ต้องออกค้นหาก็เจอที่ซ่อนแล้ว เมื่อใดก็ตามที่ออร่าสมบัติปรากฏมันก็ไม่อาจรอดสายตาเขาไปได้แม้การซ่อนสมบัติของลูกชายของเธอจะเป็ความลับขั้นสุดยอดแต่พวกเขาจะจินตนาการได้อย่างไรว่าสมบัติพวกนี้มี ‘ออร่าสมบัติ’