สนับมือนี้มันเพิ่มแค่พลังป้องกันและพลังโจมตีเท่านั้นเพราะมันเป็สนับมือที่สร้างด้วยผู้ปลุกพลังการจะเสริมค่าสถานะอื่นจะต้องหาผู้ปลุกพลังที่สามารถจารึกอักขระได้มาช่วยทำการจารึกซึ่งมันก็มีราคาแพงมาก แถมบางทีผลลัพธ์ก็ไม่ได้ดีนักอีกด้วย
ดังนั้นการซื้ออาร์ติแฟกต์อาวุธไปเลยย่อมเป็ทางเลือกที่ฉลาดกว่า
น่าเสียดายที่เขาทุ่มเงินไปซื้อชุดเกราะราชสีห์คำรามไปแล้วจึงต้องใช้สนับมือที่สั่งทำปกติแทนอย่างเสียไม่ได้
“ทำไมมันเร็วอย่างนี้วะ! แถมยังหมัดหนักอีก!” แต่ถึงเขาจะใส่ทั้งอาร์ติแฟกต์เกราะราชสีห์เพลิงคำรามและสนับมือแรงค์ C แล้วเขาก็ยังแทบรับมือกับชายตรงหน้าไม่ไหวทำให้หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงอดที่จะหัวเสียขึ้นมาไม่ได้
“บัดซบ! ถ้าอย่างนั้นต้องใช้วิธีลับเสียแล้ว!!”เขาคำรามออกมาก่อนจะะเิพลังพลักร่างของคริสให้กระเด็นออกไปไกล
เมื่อร่างของฝ่ายตรงข้ามกระเด็นออกไปแล้วหัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงก็ทำการเรียกน้ำยาออกมาสามขวด ได้แก่น้ำยาเพิ่มความเร็วน้ำยาเพิ่มพลังโจมตี น้ำยาเพิ่มพลังป้องกันและก็เรียกน้ำยาฟื้นฟูความเ็ปออกมากินตบท้ายไปด้วย เพราะเขาถูกโจมตีไม่น้อย
ความจริงน้ำยาพวกนี้แม้จะมีผลเพียงสิบนาทีแต่มันก็มีราคาแพงไม่น้อยราคาขวดละหนึ่งล้านเครดิตเลยทีเดียวเนื่องจากพวกมันจะเพิ่มค่าสถานะตามชนิดน้ำยาที่กินไปถึง 50% ทำให้มันเป็ที่นิยมในตลาดอย่างมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะที่นี่เป็เพียงสนามประลองที่ใช้ทุกอย่างที่มีได้โดยไม่ต้องเสียของที่มีอยู่จริงเขาก็ไม่มีวันนำมันออกมาใช้งานแบบนี้หรอก
“เป็ไงล่ะ! ทีนี้แกเข้าใจความแตกต่างระหว่างพวกเรารึยัง?”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงที่ทำการดื่มน้ำยาเพิ่มค่าสถานะเข้าไปก็กลับมาเป็ฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู้ได้ไม่ยาก
คริสที่กลายเป็ฝ่ายเสียเปรียบก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใดเขากลับรู้สึกสนใจที่อีกฝ่ายสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งในฉับพลันได้มากกว่า
ถึงแม้เทคนิคของเขาจะเหนือกว่าคู่ต่อสู้อยู่บ้างแต่ด้วยร่างกายที่ไม่อาจตามความเร็วของอีกฝ่ายได้ทันมันก็เป็อุปสรรคในการต่อสู้อยู่ไม่น้อยทำให้คริสถูกหัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงโจมตีอยู่บ่อยครั้ง
ไหนจะเื่ความห่างชั้นของค่าสถานะอีกเพราะคริสก็เป็เพียงผู้ปลุกพลังแรงค์ D เท่านั้นแต่หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงเป็ถึงผู้ปลุกพลังแรงค์ B เลยทีเดียว
“....”คริสก็ยังคงเงียบเช่นเคย ในตอนนี้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยาแด้วยความที่ไม่มีอาวุธใดเลยนอกจากร่างกายและทักษะผิวเหล็กทำให้จากความได้เปรียบในตอนแรกกลายเป็เื่ยากที่จะสู้ต่อได้
มือของชายหนุ่มเต็มไปด้วยาแฟกช้ำจากการใช้ปัดป้องเพลงหมัดที่สวมสนับมือของอีกฝ่ายไหนจะรอยแผลไฟไหม้จากทักษะของอีกฝ่ายด้วย
โชคดีที่คริสมีการฟื้นฟูตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้าแที่เขาได้รับถูกรักษาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ถ้าเป็คนอื่น ๆก็คงหมดสติไปแล้วกับาแจำนวนมากขนาดนี้
ทั้งถูกชกต่อยกระดูกแตกหัก ไฟไหม้ทั้งตัว แม้จะกลับมาเป็ปกติ แต่ความเ็ปย่อมมีอยู่ในใจ
‘ดูเหมือนว่ายาที่เ้านั่นดื่มลงไปจะส่งผลได้ไม่นานนักถ้าข้าถ่วงเวลาเอาไว้จนกว่าฤทธิ์ยาจะหมดก็คงจะชนะการต่อสู้ครั้งนี้ได้’ คริสทำการประเมินสถานการณ์อย่างถี่ถ้วนซึ่งมันก็เป็ไปตามที่ชายหนุ่มคิดทุกอย่าง
“แกมันตายยากจริง ๆ !แต่ฉันจะจบการต่อสู้นี้เดี๋ยวนี้แหละ!” หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงที่เห็นการฟื้นฟูตัวเองของชายหนุ่มเขาก็ตระหนักได้ว่าถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปยังไงเขาก็ต้องแพ้การต่อสู้ครั้งนี้อย่างแน่นอนจึงตัดสินใจที่จะใช้ท่าไม้ตายลับออกมา
ครึ่งหลัง
“หมัดเพลิงพิโรธ!!” หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงะโชื่อทักษะออกมาเสียงดัง
ทันใดนั้นพลังงานมหาศาลก็ก่อเกิดเป็หัวสิงโตเพลิงขนาดใหญ่ที่ด้านหลังของหัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงหัวสิงโตนั้นเหมือนจริงและทรงพลังเป็อย่างมาก
ร่างของหัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงหายไปจากการมองเห็นของคริสทำให้ชายหนุ่มต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเขาพยายามมองไปรอบบริเวณเพื่อหาตำแหน่งของอีกฝ่าย
“แย่ล่ะซิ” คริสกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่งในตอนที่เขาััได้ถึงกลิ่นอายของอีกฝ่ายมันก็เป็เวลาที่สายไปเสียแล้ว
ร่างของหัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงที่ลอยอยู่้าปล่อยหมัดที่อัดแน่นไปด้วยเพลิงราชสีห์พิโรธลงมาเต็มแรงคริสไม่สามารถหลบการโจมตีนี้ได้ทันเขาจึงเลือกเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาป้องกันเอาไว้แทน
ตู้ม! พรึบ พรึบพรึบ
เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมกับคลื่นเปลวเพลิงที่แผ่ขยายไปทั่วบริเวณในตอนนี้สนามประลองเต็มไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก มันยังไม่ตายอีกเหรอวะ!” หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าทักษะที่เขาใช้ไปมันกินพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ของเขาจนหมดประกอบกับพวกยาบัพค่าสถานะก็หมดเวลาแล้วทำให้ตอนนี้เขาแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงอีกต่อไป
เขากล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงการที่ยังไม่ได้กลับไปยังโลกความเป็จริงมันแสดงให้เห็นว่าคู่ต่อสู้ยังไม่สิ้นสภาพนั่นเองทำให้เขารู้สึกตื่นกลัวขึ้นมาไม่น้อย
“พรวด! การโจมตีของเ้า...รุนแรงมากทีเดียว” เสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นมาก่อนที่หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงจะได้เห็นร่างของคู่ต่อสู้ของเขาที่เดินออกมาจากเปลวไฟ
ร่างของคริสในตอนนี้ไม่ค่อยจะน่าดูสักเท่าไหร่แขนทั้งสองข้างไหม้เกรียมไปถึงหัวไหล่ เส้นผมถูกเผาจนหมดหัว หน้าศรีษะและใบหน้าเป็แผลไฟไหม้อย่างรุนแรงทั่วทั้งตัวไร้ซึ่งชุดคลุมอีกต่อไป
ด้วยทักษะต้านทานไฟ[D]และผิวเหล็ก[A] ทำให้เขาไม่ตายในการโจมตีครั้งนี้ถึงแม้ทักษะของคริสจะมีระดับสูงแต่การโจมตีของหัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงที่ได้เปลวเพลิงมาจากอาร์ติแฟกต์ชุดเกราะระดับC รวมถึงอาวุธที่เป็ระดับ C เช่นกัน รวมถึงค่าสเตตัชของผู้ปลุกพลังแรงค์B ทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงเป็อย่างมาก
“ทำไม... แกถึงยังไม่ตายกัน! าแขนาดนั้นไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง!! แกเป็ปีศาจรึไง!!”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงที่เห็นสภาพของคู่ต่อสู้ของเขาก็ถึงกับรับไม่ได้ขึ้นมาตัวเขาเองขนาดโดนโจมตีปกติยังแทบทนไม่ไหว
ด้วยความเ็ปที่เพิ่มขึ้นมาห้าเท่าาแขนาดนั้นทำไมชายตรงหน้าของเขาถึงยังมีสติอยู่ได้กัน?!
“ข้า... เป็มนุษย์ แต่ความรู้สึกอะไรนั่นมันหายไปนานแล้ว” คริสตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แม้ว่าเขาจะถูกทดลองมามากมายแต่เขาก็ยังเป็มนุษย์อยู่เขาจำได้ว่าเคยถูกผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแปลงกระดูกในร่างให้กายเป็เหล็กผสานแก่นเวทย์มาก่อนรวมถึงเขายังถูกฝังวงจรพลังงานไฟฟ้าเพื่อเอาไว้ใช้งานอาวุธของกองทัพอีกด้วย
วงจรเหล่านี่มีหน้าที่ในการจ่ายพลังงานให้กับอาวุธและชุดเกราะต่างๆรวมถึงมีหน้าที่ในการะเิตัวเองเพื่อสร้างความเสียหายให้มอนสเตอร์ให้ได้มากที่สุดในกรณีที่ไม่อาจหลบหนีได้
แต่ร่างกายของเขาในตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้มีสิ่งเ่าั้อีกแล้วถึงแม้จะไม่มีสิ่งเ่าั้แล้วแต่เขาก็ััได้ว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกอาจเป็เพราะการมาทดแทนของทักษะต่าง ๆ นั่นเองตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะมีเพียงนาโนแมชชีนที่ยังคงเหลืออยู่และมันก็พัฒนาตัวเองให้ทรงประสิทธิภาพกว่าเก่าอีกด้วย
“เช่นนั้นข้าขอเป็ฝ่ายโจมตีบ้างเ้าเตรียมรับมือให้ดีล่ะ”คริสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
แม้จะไม่รู้สึกอันใดแต่เขาก็มีความไม่พอใจเกิดขึ้นเล็กน้อยความไม่พอใจที่ตัวเขาถูกโจมตีจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ถ้าไม่มีนาโนแมชชีนที่พัฒนาไปเป็เซลล์เอกภพร่างกายของเขาคงจะลุกขึ้นยืนเช่นนี้ไม่ได้แน่ๆ