เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงหลังจากที่เวล นิค เดฟ และเจมส์ เริ่มออกเดินทาง ทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปอยู่นั้นเรียกได้ว่าไร้ซึ่งจุดหมาย พวกเขาทำเพียงแค่เดินตามลำธารไปเรื่อย ๆ เผื่อว่าจะโชคดีพบกับคนหรืออะไรสักอย่างที่น่าสนใจ เพราะตลอดทางมานั้นพวกเขาไม่พบกับอะไรเลย มีเพียงแค่ต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ที่มีสีเขียวสวยสดใส ดอกไม้ ผลไม้ และพืชนานาพันธุ์ประปรายตลอดทาง นับตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มออกเดินทางมา
หลังจากการเดินเท้ามาได้ครึ่งชั่วโมงสิ่งที่เวลสังเกตเห็นนั่นก็คือ ทหารทั้งสามนายของเวลที่เสกออกมานั้น มีการพูดคุยกันเป็นระยะ ดูปกติเหมือนคนปกติทั่วไปแบบไม่มีผิดเพี้ยน แต่เวลก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมาก แต่สิ่งที่เวลต้องการจะดูจริง ๆ ก็คือเรื่องความสามารถของทหารที่เวลเสกมาว่าจะเป็นไปตามความต้องการของเขารึเปล่า จะทำหน้าที่ทหารมืออาชีพตามที่เวลต้องการได้หรือไม่ และอีกหนึ่งสิ่งที่เวลสังเกตเห็นอีกอย่างนึงก็คือ การถืออาวุธปืนของพวกเขาในขณะกำลังเดินราวกับว่าพวกเขาเคยใช้ของพวกนี้บ่อยจนชำนาญการแล้ว ไม่ว่าจะการวางมือในการถือปืน และการวางนิ้วออกนอกไกปืนเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งลักษณะการกระทำ ท่าทางการขยับสรีระต่าง ๆ ของร่างกาย
ณ ตอนนี้ในป่ามีแต่ความเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำไหลจากลำธารและเสียงนกร้องเพียงเท่านั้น ถึงแม้สถานที่ที่เวลจะเดินอยู่นั้นจะสวยงามเป็นอย่างมาก แต่จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เวลได้พบเจอไป นั่นจึงทำให้เขาไม่สามารถประมาทหรือคลายความระมัดระวังลงไปได้ เพราะว่าเขาไม่อยากให้ความสวยงามที่อยู่ตรงหน้านั้น มาบดบังความอันตรายที่อยู่ภายในป่าแห่งนี้ เพราะสุดท้ายแล้วป่าก็ยังคงเป็นป่าอยู่ดี อย่างคำที่กล่าวว่า ‘ ธรรมชาติคือความงดงาม และความน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ’
“ คุณเวล ทุกคนเดี๋ยวก่อน นั่นอะไรน่ะ ผมเห็นควันไฟรึเปล่า ” นิคถามพรางชี้นิ้วไปตามจุดที่เกิดควันไฟลอยขึ้นมา
“ ใช่ นั่นมันควันไฟ ตรงนั้นอาจจะมีอะไรก็ได้ พวกเรารีบไปดูกันเถอะ ”
เมื่อพวกเขาเดินมากันได้ไม่นาน นิคก็สังเกตเห็นกลุ่มควันไฟจำนวณหนึ่งจากระยะที่ไม่ไกลจากสายตาพวกเขามาก นั่นทำให้พวกเขารีบเร่งฝีเท้าเดินไปดูด้วยความสงสัย
เวลาผ่านไปไม่นานพวกเขาก็พบกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ ณ ตอนนี้เรียกได้ว่ามีแต่รอยเลือดและร่องรอยของการต่อสู้เต็มไปหมด ถึงแม้ว่าตอนนี้เวลจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านแห่งนี้ แต่ที่แน่ ๆ มีสิ่งหนึ่งที่เวลมั่นใจนั่นก็คือ ที่นี่มีคนอยู่อย่างแน่นอน และกำลังเกิดเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นภายในหมู่บ้านแห่งนี้
ไม่รอช้าพวกเขาก็เดินเข้ามาภายในหมู่บ้านและทำการสำรวจอย่างระมัดระวัง ทั้งสี่ค่อย ๆ เดินเข้าไป ไม่พลางที่จะเอาปืนประทับบ่าเอาไว้เพื่อความปลอดภัยและพร้อมลั่นไกตลอดเวลา ตลอดทางที่พวกเขาเดินผ่านมานั้น มีเพียงแต่ซากศพของมนุษย์จำนวนหนึ่งที่ถูกของมีคมทิ่มแทงใส่ บางศพศีรษะก็ถูกทุบอย่างรุนแรงจนกะโหลกแหลกแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ตามพื้นก็มีรอยเลือดที่ถูกลากไปตามทาง และบ้านบางหลังก็ถูกจุดไฟเผาไหม้ และนี่คงจะเป็นสาเหตุของควันไฟที่พวกเวลเห็นกันก่อนหน้านี้
“ อย่าทำอะไรพวกเราเลย พวกเราขอร้อง!! ”
เสียงของชายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนอ้อนวอนกับบางสิ่งมีชีวิตบางอย่างด้วยความอาลัยอาวรณ์ พร้อมกับก้มหน้าลงแทบกราบพื้นดิน
“ @#≠+*!##@!!? ”
เสียงดังกล่าวตอบกลับมาด้วยภาษาที่ฟังไม่รู้ความ และเมื่อชายคนนั้นเงยหน้ามองขึ้นมาก็พบกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กสีเขียว หน้าตาน่าเกลียด ขนาดความสูงของร่างกายประมาณเด็กประถม กำลังแสดงสีหน้าเชิงยิ้มเยาะเย้ยอย่างสนุกสนาน ก่อนที่มันจะทำการเอาค้อนที่ทำจากหินฟาดเข้าไปที่บริเวณใบหน้าของชายคนนั้นอย่างแรง จนทำให้เขาล้มสลบไปนอนกับพื้นพร้อมเลือดที่ไหลออกมา ทำให้กลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงบริเวณเดียวกับชายที่ถูกฟาดหัวซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มชาวบ้านของหมู่บ้านแห่งนี้ ต่างร้องตกใจด้วยความหวาดกลัว
หลังจากที่ชายคนดังกล่าวถูกค้อนหินฟาดเข้าไปที่ใบหน้าอย่างจัง สิ่งมีชีวิตตัวนั้นก็ตะโดนเสียงแหลมแหบน่าเกลียดออกมาพร้อมกับชูค้อนหินขึ้น และพวกของมันที่มีหน้าตาคล้ายคล้ายคลึงกันที่ยืนล้อมกลุ่มชาวบ้านอยู่บริเวณโดยรอบประมาณ 10-20 ตัว ต่างก็โห่ร้องและชูอาวุธขึ้นมาเช่นกัน เพื่อแสดงถึงชัยชนะหรืออะไรบางอย่าง ก่อนที่พวกมันจะทำท่าทีบางอย่างที่เปลี่ยนไป บางตัวเริ่มง้างแขนเล็ก ๆ ของมันเพื่อยกอาวุธขึ้นมา พร้อมที่จะฟาดฟันสังหารกลุ่มชาวบ้านที่นั่งอยู่ตรงนั้น กลุ่มชาวบ้านที่นั่งอยู่เป็นวงกลมต่างพยายามค่อย ๆ กระเถิบถอยรวมกันเข้าไปด้วยความกลัว บางคนที่อยู่ในวงก็นั่งสวดภาวนาอ้อนวอน บางคนก็ร้องไห้ออกมาเพราะรู้ตัวดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตน
สิ่งมีชีวิตตัวเล็กสีเขียวที่อยู่ใกล้กลุ่มชาวบ้านที่สุดได้ทำการง้างอาวุธพร้อมที่จะฟาดเข้าไปที่กลุ่มคนที่อยู่ภายในนั้น ชาวบ้านที่อยู่ด้านหน้าใกล้มันที่สุด เมื่อรู้ว่าไร้หนทาง เขาก็หลับตาพร้อมยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาบังใบหน้าเอาไว้ด้วยความกลัวและสวดภาวนาในใจขอให้ปาฎิหาริย์มีจริง แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ปัง!!!
เสียงดังสนั่นจากบางสิ่งบางอย่าง เมื่อสิ้นเสียงดังกล่าว ร่างของสิ่งมีชีวิตตัวนั้นก็ล้มลงไปนอนกองกับพื้น พร้อมรูกระสุนที่อยู่ตรงบริเวณขมับ เมื่อชาวบ้านเห็นดังนั้นต่างก็ตะโดนด้วยความตกใจ สิ่งมีชีวิตสีเขียวตัวอื่นที่อยู่บริเวณโดยรอบเมื่อเห็นพวกของมันตัวหนึ่งล้มลง พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากบริเวณศีรษะ ทำให้พวกมันต่างพยายามมองหาต้นตอของเสียงโดยไม่สนใจชาวบ้านตรงหน้า ก่อนที่จะเกิดเสียงดังกล่าวตามมาอีกหลายรอบ
ปัง! ปังปัง!! ปังงๆ ปัง ปังๆๆ! ปังๆ!!
สิ่งมีชีวิตตัวสีเขียวต่างก็ล้มลงไปทีละตัวทีละตัวโดยที่พวกมันไม่ทันได้ทำอะไร จนกระทั่งพวกมันตายจนหมด สภาพศพแต่ละตัวนั้นดูไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ บางตัวก็มีรูกระสุนตามหัว บ้างก็ตามลำตัว ไม่ก็ลำคอ แตกต่างกันออกไป เมื่อชาวบ้านเห็นดังนั้นทุกคนก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะมีชายในชุดลายพรางสีเขียวจำนวนสี่คนปรากฏตัวขึ้น และค่อย ๆ เดินเข้ามาหากลุ่มชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านเห็นดังนั้นชาวบ้านทุกคนต่างก็พยายามขอร้องอ้อนวอนขอชีวิต
“ อย่าทำอะไรพวกเราเลย พวกเราขอร้อง ฮือ..ฮึ..อ… ” หญิงชราคนหนึ่งขอร้องอ้อนวอนพร้อมทั้งน้ำตา และแสดงสีหน้าที่ไม่ค่อยไว้วางใจพวกเวล
“ ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อน พวกเรามาช่วยพวกคุณ ”
“ จริงหรอ พวกคุณมาช่วยพวกเราจริง ๆ ใช่ไหม ” ชายแก่ที่อยู่ด้านข้างหญิงชรากล่าว
ชาวบ้านทุกคนต่างจ้องมองไปที่พวกเวลด้วยสายตาที่ดูระแวง ก่อนจะมีเสียงซุบซิบพูดว่าพวกเวลนั้นเหมือนโจร และเมื่อเวลได้ยินดังนั้นเขาก็พูดขัดขึ้น
“ คือว่าพวกผมไม่ใช่โจรนะครับ วางใจได้ พวกผมแค่มาช่วยเท่านั้น ”
“ แล้วพวกคุณเป็นใครล่ะ? พวกนักผจญภัยหรอ? ”
“ ไม่ใช่ครับ.. แต่ก็คงประมาณ ๆ นั้น ”
“ ไม่ว่าพวกคุณจะเป็นใคร มันไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญจริง ๆ คือพวกคุณช่วยหมู่บ้านของเราเอาไว้ พวกเราขอบคุณพวกท่านจริง ๆ ว่าแต่.. พวกท่านมีนามว่าอะไรรึ? ”
“ ครับ.. สวัสดีครับ ผมชื่อ ทเวลฟ์ เรียกผมสั้น ๆ ว่าเวลก็ได้ ส่วนอีก 3 คนนี้ชื่อ นิค เดฟ และก็เจมส์ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่หรอครับ ”
“ พวกก็อบลินน่ะสิ อยู่ ๆ มันก็บุกมาที่นี่โดยที่เราไม่ทันตั้งตัวเนี่ยสิ แถมอีกอย่างพวกที่อยู่ปกป้องหมู่บ้านเราต้องออกไปทำภารกิจสำคัญ เลยเหลือทหารเฝ้ายามอยู่ไม่มาก ก็เลยพังเละเทะอย่างที่เห็น แต่พวกเราขอบคุณพวกท่านจากใจจริง ที่ช่วยพวกเราเอาไว้ โอ๊ะ! ฉันลืมแนะนำตัวไปซะสนิทเลย ฉันชื่อคลาร์ก เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ ต้องขออภัยที่เสียมารยาทกับท่าน ”
“ ไม่เป็นไรเลยครับ ว่าแต่ทุกคนที่อยู่ตรงนี้อยู่กันครบ ไม่มีใครหายไปใช่ไหมครับ? {ก็อบลิน? แบบไอพวกที่อยู่ในนิยายแฟนตาซีอะไรพวกนี้เนี่ยนะ} ” เวลกล่าวพลางคิดในใจไปพร้อมกัน
“ จริง ๆ แล้วก็ไม่ครบหรอกบางคนอาจตายไปแล้ว บางคนก็น่าจะถูกจับไป โดยเฉพาะพวกผู้หญิงในหมู่บ้านนี้ ” คลาร์กหัวหน้าหมู่บ้านกล่าวพร้อมแสดงสีหน้าตาที่แลดูเศร้าหมอง
“ ถูกจับตัว!? ว่าแต่พวกเขาถูกจับไปที่ไหนพอทราบไหมครับ เดี๋ยวพวกผมไปช่วย ”
“ อย่าเลยท่านเวล ยังไงซะพวกที่ถูกจับตัวไปส่วนใหญ่แล้วก็ไม่เคยมีใครรอด ท่านอย่าเสียเวลาเลย แค่พวกท่านมาช่วยแค่นี้ก็เป็นบุญคุณมากเกินพอแล้ว ”
“ ไม่ได้ครับ ยังไงผมก็จะไปช่วย มันเป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้ว บอกมาเถอะครับว่าพวกตัวเขียวนั่นจับตัวชาวบ้านที่เหลือไปไว้ไหนครับ ”
“ ถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันขอขอบใจจริง ๆ ไม่สิขอบคุณจริง ๆ คือว่า.. รังของพวกมันน่าจะอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนี้มาก อยู่บริเวณหลังเขาลูกนู้นน่ะ ถึงตำแหน่งรังพวกมันจะไม่ชัดเจน แต่พวกมันอยู่หลังเขาลูกนั้นแน่นอน เพราะเคยมีการพบเห็นพวกมันมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น และคนของเราก็กำจัดมันไป แต่ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะไปเป็นการแหย่รังแตนเข้า พวกมันจึงยกขโยงมาบุกที่นี่โดยไม่ทันที่พวกเราได้ตั้งตัว ”
ชายแก่ชี้นิ้วไปทางด้านภูเขาขณะกำลังพูด พวกเวลได้หันตามไปยังทิศทางดังกล่าว
“ ไม่เป็นไรนะครับ แล้วมีทางไหนที่เร็วที่สุดไหมครับ? ”
“ การเดินทางไปนั้น มี 2 ทางให้พวกท่านเลือก ทางแรกคือไปตามถนนหลักแล้วก็เดินทะลุป่าไปนิดเดียวก็จะถึงรังของมัน แต่มันจะอ้อมไกลนิดหน่อย ทางที่สองพวกท่านเดินลัดป่าตรงเข้าไป ซึ่งจะประหยัดเวลากว่าแต่จะเหนื่อยหน่อย เพราะทางที่เป็นป่าล้วน อาจมีรากไม้หรือทางที่ขรุขระตลอดทาง แต่ทางที่สองนั้นเร็วที่สุด ”
“ ได้เลยครับ เดี๋ยวพวกผมไปตามกลับมาให้เดี๋ยวนี้ ”
“ ฉันขอบคุณพวกท่านมากจริง ๆ ” ชายแก่คุกเข่าพร้อมโค้งคำนับขอบคุณ
“ เหวออ! ลุกขึ้นเถอะคุณคลาร์ก ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ เรื่องแค่นี้เองเดี๋ยวพวกผมจัดการให้ ”
เมื่อกล่าวเสร็จเวลก็หันกลับไปหา นิค เดฟ และเจมส์
“ ทุกคนเตรียมพร้อมนะ ”
“ ครับ! ” ทั้งสามตอบรับ
เมื่อทั้งสี่คนกำลังจะออกเดินทางไปยังภูเขาลูกดังกล่าว ก็มีเสียงให้กำลังใจจากทางด้านหลัง เมื่อเวลหันหลังไปก็เห็นเด็กและผู้ใหญ่หลายคนยืนโบกมือให้ พร้อมกับหัวหน้าหมู่บ้านที่ค่อย ๆ โค้งคำนับแสดงความขอบคุณ
.
.
.
.
เวลาผ่านไปราวเกือบหนึ่งชั่วโมงนับตั้งแต่ที่ทั้งสี่เดินทางออกจากหมู่บ้าน โดยเวลเลือกที่จะลัดไปทางป่า เพื่อความรวดเร็วแม้จะเหนื่อยหน่อย ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ ทางที่เร็วที่สุดคือทางตรง ’
“ หัวหน้าครับเราพบรอยเลือดและร่องรอยเท้าเล็ก ๆ ที่คล้ายกับพวกตัวเขียวครับ ” .//././//./
“ รับทราบ เดินตามรอยไปเลย ” /././..////./.
ทั้งสี่คนเดินตามรอยเลือดมาเรื่อย ๆ จนพบกับปากถ้ำแห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ไม่น้อย และคาดว่าน่าจะเป็นรังของพวกมัน
“ ผมเห็น 2 ตัวอยู่หน้าปากถ้ำ อาวุธที่พวกมันถือเป็นแท่งไม้ยาวมีปลายหินแหลมคล้ายหอก เดี๋ยวผมเล็งตัวซ้าย คุณเล็งตัวขวานะนิค ” .//././..///./ เวลกล่าวก่อนจะหันไป เพื่อพยักหน้าให้สัญญาณกับนิค
ปัง ปังง!!
กระสุนสองนัดถูกยิงออกจากปืนคนละกระบอก พุ่งตรงเข้าศีรษะของก็อบลินทั้งสองอย่างแม่นยำจนมันแน่นิ่งไป
“ ด้านหน้าเคลียร์ ไปกันต่อ ” .././//.//./.
เมื่อเดินมายังด้านหน้าถ้ำ พวกเขาก็ไม่ประมาทที่จะเช็คศพพวกที่เฝ้าหน้าถ้ำที่พึ่งโดนสังหารไปเมื่อครู่ ว่าตายสนิทหรือยัง ก่อนที่พวกเขาจะแบ่งกันเป็น 2 แถว แถวละ 2 คน ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของกำแพงถ้ำ และค่อย ๆ เดินเข้าไปกัน พวกเขาเดินเข้าไปโดยที่ด้านในนั้นมืดมากจนแทบมองไม่เห็น ทำให้พวกเขาต้องดึงกล้องมองกลางคืนที่ติดอยู่กับหมวกลงมาเพื่อใช้งาน
ในขณะที่ค่อย ๆ เดินกันอยู่ พวกเขาไม่ลดความระมัดระวังแม้แต่น้อย โดยในมือยังคงถือปืนของตนประทับบ่าเล็งไปยังด้านหน้า แต่แล้วพวกเขาก็พบกับทางโค้งที่บังคับไปได้แค่ทางซ้าย ทำให้พวกเขาจึงตัดสินใจเดินไปตามทางดังกล่าว เมื่อเดินเลี้ยวเข้าไปก็พบกับห้องโถงที่มีแสงสว่างที่น่าจะมาจากหินเรืองแสงที่ติดอยู่ตามกำแพงทำให้พวกเขาต้องนำกล้องมองกลางคืนออก เพราะภายในห้องนั้นสว่างพอที่จะมองเห็น ก่อนที่พวกเขาจะสังเกตเห็นกลุ่มของเหล่าก็อบลินจำนวน 20-30 ตัวภายในนั้นที่แต่ละตัวต่างกำลังใช้ชีวิตและทำกิจกรรมที่ไม่น่าพึงประสงค์อยู่ บางตัวก็นอน บางตัวก็นั่งกินเนื้ออะไรบางอย่าง โดยคาดว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ หรือบางตัวก็กำลังข่มขืนผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาจากหมู่บ้าน ซึ่งเป็นภาพที่ดูไม่น่าอภิรมย์ รวมทั้งยังเห็นกลุ่มมนุษย์เพศหญิงจำนวนประมาณ 20 กว่าคน ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกจับมาจากหมู่บ้าน
“ พระเจ้านี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย อยู่กันเต็มเลยหัวหน้า ” /.//././/./.
“ ทุกคนเตรียมพร้อม อย่าให้โดนชาวบ้าน ยิงได้ ” //././/./..//
เมื่อสิ้นเสียงคำสั่ง เหล่าก็อบลินทั้งหมดต่างก็หันมาหาพวกเวล ก่อนที่เสียงของปืนทุกกระบอกจะดังตามมา
ปังงๆ ปัง ปัง ปังงง!! ปัง ปังงๆๆ ปัง! ปังๆ ปังง! ปัง!!
เมื่อสิ้นเสียงปืน เหล่าก็อบลินทั้งหมดก็ล้มลงไปนอนจมกองเลือด พร้อมรูกระสุนที่ฝังร่างตามจุดต่าง ๆ เมื่อพวกเวลเดินเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อเช็กสภาพโดยรอบ ก็แสดงให้เห็นถึงกลุ่มผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาต่างอยู่ในอาการหวาดผวา บ้างก็เอามือปิดหู บ้างก็นั่งสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมา
“ คุณไม่เป็… ”
“ กรี๊ดดด!! อย่ามายุ่งกับฉันนะ! ”
ยังไม่ทันที่เวลได้เอ่ยอะไร หญิงคนหนึ่งก็ตะคอกออกมาด้วยความหวาดกลัว คงอาจเป็นเพราะตกใจกับเสียงปืนและเรื่องที่ฝังใจจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
“ ใจเย็น ๆ ก่อนครับ พวกผมมาช่วยพวกคุณ ไม่ต้องกลัวนะ ”
“ ฮืออ.. พวกคุณเป็นใคร ” หญิงคนนั้นกล่าวพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุด
“ คุณคลาร์กส่งพวกผมมาให้มาช่วยพวกคุณกลับหมู่บ้าน พวกคุณปลอดภัยแล้วนะ ” เวลกล่าวพร้อมยื่นมือออกมา
หญิงคนดังกล่าวเงยหน้าขึ้นมามองเวลด้วยใบหน้าที่สับสนและสายตาที่แสดงถึงความกังวลและโล่งใจในเวลาเดียวกัน ก่อนที่หญิงคนนั้นจะจับมือเวลและค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอย่างช้า ๆ
เมื่อพวกเวลไปเช็กสภาพอาการของคนอื่น ๆ บางคนยังอยู่ในสถานะที่พูดคุยได้ปกติแม้จะมีอาการหวาดผวาเล็กน้อย แต่กลับกันบางคนอยู่ที่ในสภาพที่เปลือยเปล่าจากการที่โดนข่มขืนเมื่อครู่ ต่างได้แต่นอนนิ่ง หายใจแผ่ว มือสั่น ตาค้าง พูดงึมงำคนเดียว ราวกับว่าสติหลุดไปแล้วหรืออาจคงเพราะอยู่ในสภาวะช็อกจากเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างหนักเมื่อครู่ ทำให้เวลนั้นไม่มีทางเลือกก่อนที่เวลจากเสกผ้ามาคลุมตัวให้ชั่วคราว ส่วนคนที่บาดเจ็บที่ขาทำให้ไม่สามารถเดินได้ เวลก็ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่พวกเวลจะค่อย ๆ ทยอยพาทุกคนออกไปจากถ้ำแห่งนั้น โดยพวกเวลนั้นจะแบกคนที่ไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง ส่วนคนที่ยังเดินไหวก็ให้เดินตามพวกเวลไปติด ๆ
หลังจากที่เวลพาทุกคนออกมา เวลนั้นเลือกที่จะไม่กลับไปทางเดิมซึ่งเป็นทางลัดที่มีแต่ป่า แต่เวลเลือกที่จะเดินทะลุป่าออกไปไม่กี่ร้อยเมตรทางที่จะพบกับถนนหลักแทน เพราะเพื่อให้สะดวกต่อการเดินทาง เนื่องจากมีคนที่ไม่สามารถเดินด้วยตัวเองอยู่ด้วยทำให้ยากต่อการเดินทาง
เมื่อเดินเท้ากันมาได้สักระยะ ก่อนจะพบกับถนนที่คาดว่าเป็นถนนหลักที่หัวหน้าหมู่บ้านคลาร์กกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อประเมินสภาพถนนและเมื่อเวลเห็นเช่นนั้นเขาก็ได้เสกรถบรรทุกทางการทหารสีเขียวเข้มเพื่อลำเลียงคน และรถฮัมวีสีเขียวเข้มที่มีการติดตั้งปืนกลหนักขนาด .50 cal หรือปืน M2 Browing ไว้ด้านบนตัวรถเพื่อเป็นรถขับนำร่องและคุ้มกัน นั่นจึงทำให้กลุ่มผู้หญิงที่เห็นต่างก็ตกใจกับสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า เนื่องจากเวลสามารถเสกสิ่งของขนาดใหญ่ออกมาได้โดยไม่ได้ทำอะไรเลย รวมทั้งสิ่งที่เวลเสกมานั้นดูเป็นของแปลกตาที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน ก่อนที่เวลจะค่อย ๆ ทยอยพาทุกคนขึ้นไปท้ายรถบรรทุก โดยมี เดฟ และเจมส์ ขึ้นตามไปด้วยเพื่อดูแล โดยหนึ่งคนเป็นคนขับ และอีกคนดูแลความปลอดภัยด้านหลัง ส่วนเวลนั้นจะไปเป็นพลปืนกลคุมอยู่บนรถฮัมวีและให้นิคเป็นคนขับ รวมทั้งเวลได้ขออาสาสมัครผู้หญิงในกลุ่มหนึ่งคนให้มานั่งข้างนิคเพื่อบอกทางกลับไปยังหมู่บ้าน ก่อนที่รถจะสตาร์ทและเคลื่อนตัวออก โดยที่กลุ่มผู้หญิงมีอาการตกใจเล็กน้อย และทึ่งในสิ่งที่ตนนั้นกำลังนั่งโดยสารอยู่ เพราะมันไม่ใช้ม้าแต่มีความรวดเร็วและสะดวกสบายกว่าอย่างมาก
.
.
.
.
ตัดภาพกลับไปที่หมู่บ้าน
ชาวบ้านที่กำลังทำการเก็บกวาดซากศพรวมทั้งคนที่คอยเฝ้าระวังหน้าทางเข้าหมู่บ้านต่างหันมองไปทางด้านนอกเพราะเนื่องจากได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างกำลังดังใกล้เข้ามา แต่ไม่นานสิ่งที่ปรากฏก็แสดงให้เห็นถึงรถฮัมวีและรถบรรทุกที่กำลังเดินทางมายังหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านเกิดความแตกตื่นและรีบจัดกำลังป้องกันเท่าที่มี เพื่อป้องกันตัวจากสิ่งที่กำลังเข้ามา แต่เมื่อพวกเขาสังเกตดี ๆ ก็พบกับเวลที่อยู่บนรถฮัมวีที่เป็นพลคุมปืน .50 cal กำลังโบกมือให้ชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านเห็นดังนั้นจึงรีบช่วยกันเปิดทางให้พวกเวลขับเข้าไปยังภายในหมู่บ้าน
บรื้นน.. เอี๊ยดด…
เมื่อมาถึงลานกว้างของหมู่บ้าน ก็มีชาวบ้านออกมาเดินมุงดู เมื่อพวกเวลได้ทำการจอดรถ พวกเขาก็ไม่รอช้าที่จะรีบขนคนที่บาดเจ็บลงมาเพื่อทำการรักษา และนำกลุ่มผู้หญิงที่เหลือเดินลงมาจากรถ เมื่อพวกเธอเห็นครอบครัวหรือผู้อันเป็นที่รักของตน พวกเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปโผกอดครอบครัวหรือคนรักของตนด้วยความดีใจ แต่กับบางคนที่ไม่เห็นครอบครัวหรือคนรักของตนอยู่ตรงหน้านั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสูญหายหรือเสียชีวิตลงไปแล้วจากการถูกสิ่งมีชีวิตดังกล่าวบุกเข้าโจมตี ทำให้บางคนได้แต่นั่งร้องไห้ด้วยจิตใจที่แตกสลาย
จากเสียงผู้คนบนลานกว้าง นั่นจึงทำให้หัวหน้าหมู่บ้านอย่างคลาร์กรีบเดินเข้ามาเพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น และเมื่อเขาเห็นว่าคนที่ถูกจับตัวไปนั้นปลอดภัยดี ทำให้เขาแทบก้มลงไปกราบเท้าเวลด้วยความขอบคุณ
“ คุณคลาร์กไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ”
“ ฉันจำเป็น พวกท่านเป็นผู้มีพระคุณของหมู่บ้านแห่งนี้รวมถึงชีวิตของพวกเราทุกคน ถ้าไม่มีคุณพวกเราคงไม่ได้มายืนคุยกันอยู่ตรงนี้แน่ ฉันขอบคุณจริง ๆ ขอบคุณกี่ครั้งก็คงไม่พอ ”
เมื่อสิ้นคำพูดของชายแก่ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างพร้อมใจกันนั่งคุกเข่าก้มคำนับขอบคุณพวกเวลอย่างพร้อมเพรียง นั่นจึงทำให้พวกเวลประหม่าเป็นอย่างมาก ก่อนที่ไม่นานจะมีใบดาบคู่หนึ่งมาจ่อมาที่บริเวณคอของเวลรวมทั้งพรรคพวกของเขา…
.
.
.
.
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป……
「-`♡´- Thank You For Reading -`♡´-」