บทที่ 28 ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลูก
ทว่า หัวใจของหญิงสาวกลับทรมานคล้ายถูกทิ่มแทง
นี่คือลูกที่เธอตั้งตารอคอยอย่างยากลำบาก เธอจะไม่ยอมให้โอกาสเขาลืมตาขึ้นมาดูโลกได้อย่างไร!
แต่ว่า เมื่อหย่ากันแล้ว เขาคงไม่อยากรับลูกที่เป็ตราบาปของผู้หญิงแบบเธอไว้ให้กับเขาแน่
ลู่จิ่นเนี่ยนหัวเราะเ็า
แต่มู่จือเหยียนกลับรู้สึกโมโหขึ้น “ลู่จิ่นเนี่ยน เธอรู้ไหมว่าตัวเองพูดอะไรออกมา?”
“ฉัน…”
“เด็กในท้องของเธอเป็ลูกของตระกูลมู่ อย่าคิดแตะต้องแม้แต่เส้นผมของเขา”
เห็นได้ชัดว่ามู่จือเหยียนโกรธมาก เขาคว้าข้อมือผู้หญิงคนนี้เอาไว้ นิ้วของเขาเย็นเฉียบและทรงพลัง
เธอไม่รู้เลยว่าเขาโกรธเื่อะไร
เขา้าหย่า เธอก็ตกลงแล้ว เขาอยากให้ออกจากตระกูลมู่ เธอก็ออกมาแล้ว ตอนนี้กระทั่งเื่ของเด็ก เธอก็อธิบายชัดเจนแล้วว่าให้เขาจัดการได้ตามใจ เขายังจะไม่พอใจอะไรอีก?
“มู่จือเหยียน ถ้าคุณยังนึกถึงความหลังครั้งเก่ากับลู่อวี่ชิว คิดว่าเธอไม่ได้ตั้งใจฆ่าฉันจริง ๆ เลยอยากให้อภัยเธอ ฉันก็ไม่มีความเห็นอะไร”
“ให้อภัย?”
“ใช่” เธอสะบัดข้อมือของเขาออกแล้วแสร้งยิ้ม “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณ”
สีหน้าของมู่จือเหยียนหม่นลงน่ากลัว เขามองเธออย่างเ็าสองสามวินาที ก่อนจะพูดว่า “ได้ งั้นก็ปล่อยเธอไป”
เขา้าปล่อยตัวลู่อวี่ชิวจริง ๆ เธอรู้สึกเฉยชาขึ้นมาทันที
ก็จริง เขาจะไปจัดการผู้หญิงคนอื่นเพื่อเธอได้อย่างไร
…...
วันรุ่งขึ้น คนขับรถของตระกูลมู่มารับเธอกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลมู่
ลู่จิ่นเนี่ยนไม่สามารถปฏิเสธได้
ที่จริงแล้ว เธอยังอ่อนแอมากั้แ่เสียเื แม้แต่ยืนก็แทบไม่ไหว จะเอาอะไรไปต่อต้าน
เสิ่นเสวี่ยฉินมาที่บ้านด้วยตัวเอง เมื่อรู้ว่าเธอท้อง แม้จะไม่ได้พูดอะไรที่เธออยู่ที่ตระกูลมู่ต่อ แต่ก็อดเยาะเย้ยไม่ได้
ร่างกายของเธออ่อนแอมาก แม้แต่จะแสร้งทำก็ยังไม่มีแรง ได้แต่นอนปิดตาพักผ่อนอยู่บนเตียง
“ฮึ ก็แค่ท้อง คิดว่าตัวเองอุ้มทารก์ลงมาเกิดหรือไง ถึงมาวางท่าทางเป็ใหญ่กับฉัน”
เสิ่นเสวี่ยฉินพูดต่อว่าอยู่สองสามประโยค
แต่ตอนนี้ ในท้องของลู่จิ่นเนี่ยนมีเืเนื้อเชื้อไขของตระกูลมู่อยู่จริง ๆ แม้เธอจะไม่ชอบลูกสะใภ้คนนี้มากแค่ไหน แต่ในท้องก็คือหลานคนแรกของเธอ ถึงอย่างไรก็ไม่ทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้
กลับกัน ตอนที่เธอกำลังจะจากไป เธอยังกำชับคนใช้ตระกูลมู่ดูแลลูกในท้องของผู้หญิงคนนี้ให้ดี
“ลู่จิ่นเนี่ยน อย่าคิดว่าตอนนี้มีลูกในท้องแล้ว จะยืนหยัดในตระกูลมู่ได้อย่างมั่นคง ที่พูดไปก็แค่เห็นแก่เด็กในท้องเท่านั้น ผู้หญิงอย่างเธอ ไม่คู่ควรจะเป็แม่ของหลานฉัน” เสิ่นเสวี่ยฉินพูดอย่างหยิ่งผยองแล้วก็จากไป
เห็นแก่เด็กในท้องเท่านั้น...
ลู่จิ่นเนี่ยนลูบท้องของเธอเบา ๆ ตอนนี้ลูกของเธอน่าจะตัวเท่าเมล็ดถั่วลิสง แต่ทุกคนในตระกูลมู่ต่างทะนุถนอมต่อเธอราวกับไข่ในหิน กลัวว่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น
แม้แต่มู่จือเหยียนก็หยุดพูดถึงเื่การหย่าร้าง
แม่ได้ดีเพราะลูก ที่แท้ก็เป็แบบนี้เอง
แต่เธอรู้ดีว่า ตัวเองเป็แค่เครื่องมือผลิตลูกเท่านั้น
ั้แ่ที่เธอท้อง มู่จือเหยียนก็กลับบ้านทุกวัน
เขาพูดกับเธอน้อยมาก สุขภาพของลู่จิ่นเนี่ยนไม่ค่อยดี ส่วนใหญ่จะนอนพักอยู่บนเตียง เขานั่งเฝ้าข้างเตียงและมองเธอกินข้าว
“คุณอย่ามองฉันแบบนี้สิ ฉันกินไม่ลง” เธอกอดชามข้าวเอาไว้ พยายามเลี่ยงสายตาของเขา
ทว่าแววตาของมู่จือเหยียนร้อนแรงมาก จนหญิงสาวหลบไม่ได้
รอจนกระทั่งเธอกินโจ๊กไก่หมดชามอย่างเชื่องช้า เขาก็ยื่นแอปเปิลที่ปอกเปลือกเสร็จแล้วให้เธอทันที
นี่เขา… กำลังดูแลเธออยู่เหรอ?
ลู่จิ่นเนี่ยนใจสั่นระรัว จู่ ๆ เขาก็อ่อนโยนกับเธอแบบนี้ เธอไม่คุ้นเคยเลย
ท้องของเธอปั่นป่วนอีกครั้ง เธอปิดปากวิ่งลงจากเตียง ตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ
โจ๊กหนึ่งชามที่กินเข้าไปอย่างยากลำบาก ถูกอาเจียนออกมาจนหมด
่หลายวันที่ผ่านมา เนื่องจากอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง ร่างกายของเธอยิ่งอ่อนแอลง จนน้ำหนักลดลงไปหลายกิโล
มู่จือเหยียนยืนพิงประตูห้องน้ำ ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอ
“ขอบคุณ”
เธอบ้วนปากแล้วตั้งใจจะกลับไปที่เตียง แต่แล้วเท้าก็ลอยขึ้นกะทันหัน ร่างบางถูกเขาอุ้มขึ้นอย่างง่ายดาย
“มู่จือเหยียน คุณ… คุณปล่อยฉันลงนะ”
เขาอุ้มหญิงสาวกลับมานั่งที่ข้างเตียง ก่อนจะก้มตัวลง จับเท้าของเธอไว้
ลู่จิ่นเนี่ยนใมากจนตัวสั่น
เมื่อครู่เธอเดินลงจากเตียงมาด้วยเท้าเปล่า เหยียบพื้นห้องน้ำที่เปียกชื้นและหนาวเย็น ตอนนี้ฝ่าเท้าเย็นเฉียบไปหมด
แต่มือของเขากลับอบอุ่น เขานวดหลังเท้าของเธออย่างแ่เบา จนกระทั่งมือและเท้าของอบอุ่นขึ้น เขาจึงสวมถุงเท้าให้หล่อน จากนั้นก็พาไปที่เตียงพร้อมกับห่มผ้าให้
ความอ่อนโยน และเอาใจใส่แบบนี้ ทำให้ลู่จิ่นเนี่ยนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า นี่เป็หุ่นยนต์ที่ทำเลียนแบบมนุษย์หรือเปล่า หรือเป็มนุษย์ต่างดาวที่สวมหน้ากากมนุษย์มาดูแลเธอ
ดูเหมือนว่า ในใจของเขา เด็กคนนี้คงสำคัญมากจริง ๆ
ลู่จิ่นเนี่ยนนินทาในใจ ทำไมก่อนหน้านี้เธอไม่เคยรู้เลยว่าเขาอยากมีลูกขนาดนี้...
หลังจากที่โจวหงผิงแม่ของเธอได้ยินว่าลูกสาวตัวเองตั้งท้อง ก็ดีใจมากและรีบมาหาที่คฤหาสน์
ตอนที่เธอมา เธอตั้งใจเลือกเวลาที่มู่จือเหยียนไม่อยู่บ้านโดยเฉพาะ
“โธ่เอ๊ย ฟ้าดินเป็ใจเสียที ฉันก็บอกแล้วว่าพวกเราอุตส่าห์พยายามอย่างหนักเพื่อแต่งงานเข้าตระกูลมู่ จะหย่ากันตอนนี้ได้ยังไงกัน? จิ่นเนี่ยน ครั้งนี้แกต้องทำให้แม่ภูมิใจนะ ถ้าคลอดลูกชายออกมา ชาตินี้พวกเราก็ไม่ต้องลำบากแล้ว!”
โจวหงผิงสำรวจไปรอบคฤหาสน์อันหรูหราอลังการของตระกูลมู่ แววตาเต็มไปด้วยความปีติยินดีไม่อาจซ่อนเอาไว้ได้
“แม่ หยุดพูดได้แล้ว” ลู่จิ่นเนี่ยนขมวดคิ้ว
“ทำไมจะพูดไม่ได้? ยังไม่รู้จักตระกูลมู่อีกเหรอ? เสิ่นเสวี่ยฉินแม่สามีของแก ดูสิ แต่งตัวสวยหรูดูทันสมัย แต่จริง ๆ แล้วความคิดก็ล้าหลัง ยึดติดกับเื่ที่แกไม่มีลูกเอาไปพูดนินทาสารพัด! ครั้งนี้พวกเราต้องทำให้ได้!”
โจวหงผิงพูดอย่างมีความสุข โดยไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าซีดเผือดของลูกสาวแม้แต่น้อย
ตามจริงแล้ว ปกติโจวหงผิงจะไม่มาที่ตระกูลมู่ เพราะฐานะของเธอน่าอายเกินไป มู่จือเหยียนกับคนในตระกูลก็ดูถูกหล่อนมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ เมื่อลูกสาวของเธอตั้งท้อง โจวหงผิงก็รู้สึกว่าในที่สุดตัวเองก็เชิดหน้าชูตาได้แล้ว
“แม่ ที่จริงแล้วฉันไม่อยากอยู่ตระกูลมู่แล้ว”
“แกพูดเื่บ้าอะไรออกมาอีกแล้ว?” พอได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของโจวหงผิงก็เปลี่ยนไปทันที
ลู่จิ่นเนี่ยนก้มหน้าลง “อันที่จริง พวกเขาก็แค่เห็นแก่เด็กในท้องฉัน อีกอย่างมู่จือเหยียนก็มีผู้หญิงที่ชอบแล้ว”
แค่คิดถึงข่าวในหนังสือพิมพ์ที่เขียนเกี่ยวกับข่าวของกู้เยี่ยนหนานกับมู่จือเหยียน เธอก็อดเยาะเย้ยความน่าสงสารของตัวเองไม่ได้
“อะไรนะ เขามีผู้หญิงคนอื่น? แกเป็สะใภ้ตระกูลมู่ที่แต่งงานเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายนะ! จิ่นเนี่ยน ตอนนี้แกบอกว่าจะยอมแพ้ แกอยากเป็เหมือนฉัน คอยเลี้ยงดูแกอยู่คนเดียว เป็ผู้หญิงที่ถูกทิ้งขว้างให้คนอื่นดูถูกไปตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ?”
โจวหงผิงโมโหมาก “ตอนนั้นฉันอุตส่าห์พยายามอย่างหนักเพื่อให้แกได้แต่งเข้าตระกูลมู่ ไม่ใช่เพื่อให้แกมานั่งเสียใจแบบนี้!”
“แม่ แม่หมายความว่าไง? พยายามอย่างหนักอะไร?” ลู่จิ่นเนี่ยนใ