ตอนที่1 อาณาจักรนอร์แลนด์การ์ด
คศ 19xx ‘ปัง!’ เสียงปืนดังขึ้นในพระราชวัง องค์จักรพรรดิรุ่นที่38 นามว่าเฮริดอส แห่งอาณาจักรนอร์แลนด์การ์ดตายปริศนา และเข้าสู่รัชสมัยขององค์จักรพรรดิรุ่นที่39 นามว่าเฮริมัน ข้อสงสัยการตายเกี่ยวกับจักรพรรดิ์พระองค์ก่อนนั้น เป็นที่กังขาในหมู่ประชาชนอาณาจักรเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้ ประกอบกับการโฆษณาชวนเชื่อทางทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ และระบบการศึกษานั้นได้ทำให้ประชาชนในอาณาจักรส่วนใหญ่มองว่าจักรพรรดิเฮริมันคือนักบุญแห่งพระเจ้า และคนที่อยู่เบื้องหลังการปลงพระชนม์จักรพรรดิพระองค์ก่อนคือ นายกเทศมนตรี และ คนเลี้ยงแมวน้ำนั่นเอง รัชสมัยขององค์จักรพรรดิเฮริมันดำเนินไปอย่างสงบ ถามว่าทำไมถึงสงบน่ะหรอ ก็เพราะคนที่ออกมาต่อต้านถูกอุ้มจนหายเรียบยังไงล่ะ หลังสิ้นรัชสมัยองค์จักรพรรดิรุ่นที่38 ทางราชวงศ์ได้อำนาจเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก พวกเขามีทั้งอำนาจและอยู่เหนือกฎหมายทั้งปวง นอกจากนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากที่คลั่งไคล้พวกเขาอีก เรื่องราวก็ดำเนินผ่านมาได้60ปี ก็ได้มีนายกเทศมนตรีคนหนึ่งเข้ามาทำงานฝ่ายบริหาร...เอ่อลืมบอกไป อาณาจักรนอร์แลนด์การ์ด ปกครองด้วยระบอบศักดินา องค์จักรพรรดิเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใด และมีนายกเทศมนตรีซึ่งทำงานฝ่ายบริหาร นายกตุลาการทำงานฝ่ายศาล และนายกกลาโหมทำงานฝ่ายควบคุมกองทัพ โดยทั้งหมดล้วนสังกัดภายใต้การปกครองขององค์จักรพรรดิทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ถูกเรียกว่าอำนาจอธิปไตยนั่นเองซึ่งเป็น 3 เสาหลักทางอำนาจของอาณาจักร แม้นายกเทศมนตรีอาจจะมีประชาชนเลือกเข้ามาบ้างในบางครั้ง แต่ถ้าหากไม่เป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิก็ต้องถูกฝ่ายกลาโหมถอดถอนอยู่ดี ซึ่งการถอดถอดนั้นสามารถทำได้โดยใช้กองทัพเข้ายึดอำนาจ ฉะนั้นการเลือกของฝ่ายประชาชนจึงไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไรนัก ในสมัยปัจจุบันอาณาจักรทั่วโลกในดินแดนแห่งภูติเซเลสเทียร์นั้นนิยมปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนมีอำนาจสูงสุดในการเลือกนายกเทศมนตรีเข้ามาบริหาร เพราะฉะนั้นอาณาจักรนอร์แลนด์การ์ดจึงต้องทำตามระบบนี้แบบฝืนๆ…แต่ว่าแค่เล่นละครหลอกตาอาณาจักรอื่นเท่านั้นแหละนะ เพราะอำนาจทุกอย่างก็เป็นขององค์จักรพรรดิอยู่ดี เรื่องราวก็ดำเนินไปทำนองนี้ เลือกตั้ง →นายกฯจริง →โดนXXXXX →นายกฯพระราชทาน →เลือกตั้ง → นายกฯจริง →โดนXXXXX → นายกฯพระราชทาน ……… (สมการอนุกรมไดเวอร์เจนต์แห่งความอุบาต) แต่ถึงอย่างนั้นก็มีประชาชนหลายคนยอมรับได้ เพราะเขาเชื่อมั่นในนายกฯพระราชทานที่องค์จักรพรรดิผู้เปรียบเสมือนนักบุญประทานมาให้ จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งมีนายกฯจริง ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีที่ประชาชนเลือกมานามว่า โทนี่ แม็คนั่ม เข้ามาบริหารอาณาจักรซึ่งนโยบายหลายอย่างของเขายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอาณาจักรมากเกินไป จนสั่นคลอนความศักดิ์สิทธิ์เสมือนนักบุญขององค์จักรพรรดิ์เฮริมัน ฉะนั้นองค์จักรพรรดิจึงสั่งให้นายกฝ่ายกลาโหมทำการถอดถอนตามปกติโดยการXXXXนั่นเอง นอกจากนี้ยังปั้นข่าวต่างๆเพื่อใส่ร้ายโทนี่ แม็คนั่ม รวมทั้งใช้อำนาจนายกฝ่ายศาล ยัดคดีๆรัวๆ เพื่อทำให้โทนี่ แม็คนั่ม กลายเป็นปีศาจร้ายจนต้องถูกขับไล่ออกจากอาณาจักรไปในที่สุด “เวสต้าฉันจะออกไปเดินเล่นข้างนอกนะ นายจะไปด้วยกันไหม?” เสียงเด็กสาวอันไพเราะอายุประมาณวัยรุ่นกล่าวแบบนั้น “อืมไม่เป็นไร เธอไปเลย..ฉันขออ่านหนังสือเล่มนี้ก่อน” เด็กหนุ่มที่อายุไล่เลี่ยกับเธอกล่าวปฎิเสธแล้วเปิดหน้าหนังสือต่อ …หลังผ่านเหตุการณ์โทนี่ แม็คนั่ม ก็ได้มีการประท้วงเกิดขึ้นบ่อยๆ จากฝ่ายสนับสนุนองค์จักรพรรดิ์ และฝ่ายสนับสนุนโทนี่ แม็คนั่ม นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการหลายท่านอย่าง เจียมมี่ เดอะฟาร์เทอร์ และ ปาวินเนี่ยน เดอะมาเทอร์ ออกมาแฉเรื่องราวการสร้างภาพ และการไม่ชอบมาพากลขององค์จักรพรรดิ์เฮริมัน จนสุดท้ายนักวิชาการทั้งสองท่านก็ต้องลี้ภัยออกจากอาณาจักรนอร์แลนด์การ์ดไปยังอาณาจักรอื่นในที่สุด หลังการทำ XXX ของฝ่ายกลาโหมครั้งสุดท้ายเมื่อปี คศ.20xx ประชาชนของอาณาจักรก็ได้นายกเทศมนตรีพระราชทานนามว่า สีตู่ผิง เดอะเบสด็อกซ์ จากองค์จักรพรรดิเฮริมัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เหล่าปวงประชา องค์จักรพรรดิ์เฮริมันสิ้นพระชนม์อย่างสงบ ท่ามกลางความโศกเศร้าของเหล่าฝ่ายสนับสนุน แม้ว่าในตอนนั้นอาณาจักรจะเริ่มชิบหายจากการบริหารของนายกพระราชทาน สีตู่ผิง เดอะเบสด็อกซ์ แล้วก็ตามแต่ก็มีประชาชนจำนวนมากยังพึงพอใจกับเขาที่ได้ชื่อว่าคนดีศรีแผ่นดิน การันตีโดยสุนัขของเฮริมัน นามว่ายูเรเนี่ยม-238 ซึ่งเคยเลียหน้าเขา หลังองค์จักรพรรดิรุ่นที่39 เฮริมัน ลอนเดอร์รี่ เอมเพอร์เรอร์ สิ้นพระชมม์ องค์จักรพรรดิ์รุ่นที่40 นามว่า โอริเนีย ลอนเดอร์รี่ เอมเพอร์เรอร์ ก็ขึ้นครองราชย์แทน ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เริ่มดิ่งลงเหวไปเรื่อยๆ “สีตู่ผิง..สมัยเสด็จพ่อของเราเวลาจะใช้พระราชอำนาจ พระองค์จะทรงใช้ผ่านองค์มนตรีทำให้พวกเรดบัฟฟอลโล่วมันไปด่าแต่ที่องค์มนตรี โดยไม่ด่าถึงเสด็จพ่อเราแม้แต่น้อย แต่ว่าตอนนี้เปลี่ยนรัชสมัยใหม่แล้ว และการใช้งานผ่านองค์มนตรีมันทำให้การแทรกแซง3เสาหลักนั้นทำได้ลำบาก ฉะนั้นจงไปแก้กฎหมายสูงสุดให้เราสามารถแซงแซงอำนาจ3เสาหลักของอาณาจักรได้ง่ายขึ้นซะ” “รับทราบ!พะยะค่ะฝ่าบาท” “แล้วก็เนื่องจากรัชสมัยของเสด็จพ่อเรามีนายทหารบางส่วนที่ไม่จงรักภักดี และบังอาจไปร่วมกับแกนนำเรดบัฟฟอลโล่ เป็นเหตุให้เสด็จพ่อเราทรงกริ้วเลยต้องสั่งให้องค์มนตรีไปจ้างมือปืนนักกระทืบเมียหมายเลข1 เพื่อลอบสังหารนายทหารคนนั้น เรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกกังวล” “แต่ว่านายทหารคนนั้นก็ตายมาตั้งนานแล้ว แถมมือปืนคนนั้นก็ถูกแม่ยายของเขาสั่งเก็บแล้ว พระองค์จะทรงกังวลพระหฤทัยในสิ่งอื่นใดอีกหรือพระเจ้าข้า?” “นายทหารที่ตายเป็นนายทหารระดับสูง แน่นอนว่าเขาย่อมมีลูกน้องใต้บังคับบัญชา ซึ่งการกระทำของเสด็จพ่อเราอาจทำให้มีทหารบางส่วนไม่พอใจตระกูลลอนเดอร์รี่หรือเผ่ามังกรฟ้าของเราได้ ฉะนั้นเจ้าจงทำตามที่เราบอกซะ” “ไม่ว่าพระองค์จะประสงค์สิ่งใด กระหม่อมจะสนองพระดำรัสนั้นแน่นอนพะยะค่ะ เชิญพระองค์ตรัสความปราถนามาได้เลย” “เรื่องนี้อาจจะใหญ่สักหน่อย และอาจทำให้พวกอาณาจักรอื่นกังขาได้ แต่ว่าเราต้องการให้เจ้าโอนกำลังทหาร40% มาไว้ในสังกัดเราอย่างเป็นทางการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหนอนในหมู่ทหารขึ้น” “หากนั่นเป็นความประสงค์ขององค์เหนือหัว..กระหม่อมยินดีรับด้วยเกล้าพระเจ้าข้า” “ดีมาก สีตู่ผิง สมแล้วที่เป็นนายกเทศมนตรีฝ่ายบริหารที่เสด็จพ่อเราไว้วางใจ เจ้าเป็นอดีตนายทหารที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดิ์ดีต่อราชวงศ์ลอนเดอร์รี่ของเรามาก ฉะนั้นเพื่อตอบแทนคุณงามความดีในครั้งนี้ แม้เจ้าจะเกษียณทหารมาหลายปีแล้ว แต่เราอนุญาติให้เจ้าเป็นนายกเทศมนตรีของอาณาจักรนี้ตราบนานตามที่เจ้าต้องการเลย” “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นต่อข้าพระองค์ยิ่งนัก” สีตู่ผิง น้อมรับพระราชดำรัสด้วยความตื้นตันใจ ถวายอภิวาท ณ ฝ่าพระบาทขององค์เหนือหัวแล้วเขาจึงก้าวเดินออกไปจากพระราชวังเซนต์ลูเซีย หลังจากนั้นตัวเขาได้สั่งให้สภาบริหารทำการแก้กฎหมายต่างๆของอาณาจักรขึ้นครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการโอนสำนักงานทรัพย์สิเนี่ยน ,กองทัพ รวมทั้งเพิ่มงบประมาณต่างๆรายปีให้กับทางเผ่ามังกรฟ้าเป็นอย่างมาก เมื่อองค์เหนือหัวได้สมปรารถนาที่ต้องการแล้ว จึงฝากอาณาจักรนี้ให้กับสีตู่ผิง ส่วนตัวพระองค์ท่านก็ได้เสด็จไปพักร้อนตากอากาศที่อาณาจักรแห่งไส้กรอก อย่างสุขกายสบายใจ พร้อมกับเหล่าพระมเหสีของพระองค์ หลังแก้กฎหมายเรื่องกองทัพ เป็นเหตุให้นักลงทุนจากอาณาจักรอื่นเริ่มทยอยเทขายหุ้นในตลาดของอาณาจักรนี้ และการบริหารงานอันห่วยแตกล้มเหลวที่เริ่มบ่มฝีมาตั้งแต่รัชสมัยก่อน ก็ทำให้อาณาจักรนอร์แลนด์การ์ดเริ่มเร่งเข้าสู่ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิม และความซวยไม่ได้เกิดขึ้นแต่ประชาชนในอาณาจักรเท่านั้น เนื่องจากสมัยนี้เป็นยุค GGGGG ที่สื่อกว้างไกล ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงสื่อได้มากกว่ารีโมททีวี9ช่องอย่างมหาศาล จึงทำให้การโฆษณาในรายการนักบุญทุนชาวบ้าน ตามทีวีทุกๆ R ทุ่มของเผ่ามังกรฟ้า และเพลงล้างสมองของราชาวัวกระทิงหลังการ์ตูนช่อง4จบลงเริ่มใช้กับเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยได้ผล Note: R = {x | (x-2)^2 = 0} ประกอบกับการบริหารงานอันห่วยแตกของนายกเทศมนตรีพระราชทานมาอย่างต่อเนื่องจึงทำให้เริ่มเกิดปรากฎการตาสว่างขึ้นแก่ผู้คนในอาณาจักร เอ่อลืมบอกไป ที่จริงก่อนหน้านี้เนื่องจากโดนอาณาจักรอื่นกดดันเรื่องนายกเทศมนตรีพระราชทานไม่ค่อยไหว จึงทำให้ทางอาณาจักรนอร์แลนด์การ์ดจำเป็นต้องจัดฉากละครการเลือกตั้งขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสุดท้าย สีตู่ผิง เดอะเบสด็อก ก็เป็นผู้ชนะในละครนี้แล้วเข้ามาเป็นนายกเทศมนตรีฝ่ายบริหารเหมือนเดิม ด้วยหัตถ์แห่งพระเจ้าที่เรียกว่า สว. & พรรคการอาณาจักรฝ่ายกังฉินนั่นเอง Note: สว.= สวัสดีวันเกิด แล้วก็ในเหตุการณ์นี้ได้มีเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์สำคัญคือมีพรรคนิวฟิวเจอร์ริ่งเกิดขึ้น นอกจากนี้นักวิชาการอย่าง เจียมมี่ เดอะฟาร์เทอร์ กับ ปวินเนี่ยน เดอะมาร์เทอร์ ก็กลับมามีบทบาทอีกครั้ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นเสี้ยนหนามแทงจิตใจขององค์จักรพรรดิเป็นอย่างมาก รัฐบาลสีตู่ผิง ที่ได้ผ่านการอัลติเมทบริสเอ็กเซลเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มบริหารอาณาจักรไปต่อ และเนื่องจากพบปัญหาหลายอย่างจากฝ่ายแค้นที่คอยกวนใจ ประกอบกับปัญหานักวิชาการปากหมา2คน ได้ทำให้องค์จักรพรรดิเริ่มทรงกริ้วจากการถูกแฉในหลายๆเรื่องเหมือนที่เสด็จพ่อของพระองค์เคยโดน (แน่นอนว่าสื่อในยุค GGGGG ที่หลุดมาจากอาณาจักรไส้กรอกก็มีผล) จึงทำให้เขาตัดสินใจโง่ๆ อย่างยุบพรรคนิวฟิวเจอร์ริ่งเกิดขึ้น เป็นเหตุให้คนอาณาจักรรุ่นใหม่ออกมาประท้วงขับไล่ แต่ก็ไม่สำเร็จ และในช่วงหลังพอมีสงครามการค้าระหว่างอาณาจักรอเมริกาโน่ กับ จีนีเชียเข้ามา ประกอบกับมีโรคโคโรบ้าอัลติเมทติ้งแอลจีบ้าไวรัสดีเจนเนอร์เรชั่น (COALVID) ขอเรียกสั้นๆว่าโคโรบ้าละกัน เพราะสงครามการค้าโง่ๆ กับ ไวรัสบ้าๆนี่แหละ มันทำให้ดินแดนแห่งภูติเซเลสเทียร์แห่งนี้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ไปทั่วคล้ายโดมิโน่ ซึ่งทำให้รัฐบาลหลายอาณาจักรนั้นต้องรับมืออย่างหนัก ซึ่งแน่นอนว่าอาณาจักรที่ร่ำรวยและมั่งคั่งบวกกับมีผู้นำที่เก่ง วิสัยทัศน์ดีเป็นทุนเดิมย่อมไม่มีปัญหา แต่ที่มีปัญหาคืออาณาจักรนอร์แลนการ์ดที่มีนายกเทศมนตรีสีตู่ผิง ซึ่งเคยถูกหมายูเรเนี่ยม-238 เลียหน้านี่สิ เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่เน่าเฟะสะสมมาหลายปี + สงครามการค้า + โคโรบ้าไวรัส เป็นเหตุให้อาณาจักรนอร์แลนด์การ์ดเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ขึ้นชนิดที่กู่ไม่กลับ สิ่งนี้ทำให้ประชาชนจำนวนมากในอาณาจักรเกิดความคับแค้นใจและลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลสีตู่ผิง ซึ่งในครั้งนี้ก็ลามไปถึงองค์จักรพรรดิซึ่งคอยหนุนเขาด้วย ปรากฎการณ์ตาสว่างครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้นนับจากนี้ เพราะปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะปัญหาเรื่องคนไม่เท่ากัน เพราะปัญหาระบบการศึกษา และสุดท้ายคือเพราะปัญหาความยากจน เศรษฐกิจ และปากท้อง สิ่งนี้ได้ทำให้ขบวนการณ์3กีบได้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง จนมีข้อเสนอเรื่องปฎิรูปเผ่ามังกรฟ้าเกิดขึ้น และจากนั้น… “…” เด็กหนุ่มปิดหนังสือลง เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานแล้วพึมพัมออกมา “นี่คือเหตุการณ์เมื่อ25ปีก่อนสินะ” *** คศ.2045 เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในห้อง ‘ติ๊ดๆๆ..ติ๊ดดๆๆ..’