กู้ชิงเฉิงขมวดคิ้วแน่น“โม่อวี้เฉินงั้นหรือ?”
กู่ซินพยักหน้า“เ้าค่ะนายหญิง เื่นี้…จะทำอย่างไรดีเ้าคะ?”
ดวงตากลมโตของเ้าก้อนซาลาเปากู้จิ่งเซวียนกะพริบปริบๆ“ท่านแม่ อย่ากลัวไปเลยขอรับ เซวียนเอ๋อร์จะปกป้องท่านเอง!”
ทันใดนั้นเองกู้ชิงเฉิงก็เก็บขวดเล็กๆ ขวดหนึ่งเข้าในกำไลหยกธรรมดาๆ ที่ข้อมือ
ขวดใบนั้นหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
“เซวียนเอ๋อร์ เ้าอย่าเพิ่งพูดอะไร นั่งอยู่ในรถและเป็เด็กดีเข้าใจหรือไม่” กู้ชิงเฉิงยกมือขึ้นเช็ดคราบฝุ่นบนแก้มเล็กๆของบุตรชาย สีหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“ขอรับ ท่านแม่!” กู้จิ่งเซวียนพยักหน้าอย่างหนักแน่นท่าทางว่านอนสอนง่ายนัก
กู้ชิงเฉิงไม่ได้ลงจากรถม้ากระทั่งม่านรถก็ไม่ได้เปิดเสียด้วยซ้ำ นางเพียงแต่หันไปพูดกับกู่ซินว่า“ไปสอบถามองค์รัชทายาทว่ามีเื่อันใด?”
อันที่จริงแล้วนางหวาดกลัวโม่อวี้เฉิน หากเป็ไปได้ นางไม่อยากพบเจอชายผู้นี้ตลอดชีวิต
แม้ร่างเดิมจะหลงรักเขาแต่กู้ชิงเฉิงผู้นี้ไม่เคยชื่นชอบเขาเลยแม้แต่น้อยแม้โม่อวี้เฉินจะเป็บุรุษรูปงามที่หาได้ยาก แต่นางกลับรักการมีชีวิตอยู่มากกว่า
ครู่หนึ่งกู่ซินก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “นายหญิงองค์รัชทายาทตรัสว่า…พระองค์ทรงสงสัยว่าท่านเป็คนทำลายใบหน้าของคุณหนูกู้เ้าค่ะ”
กู้ชิงเฉิงยังคงสงบนิ่งเช่นเดิมนางยิ้มออกมาบางๆ “กลับไปบอกองค์รัชทายาทว่าหากไม่มีหลักฐาน อันหยวนถังของข้าย่อมไม่ยอมจบเื่นี้ง่ายๆ”
“ข้าก็อยากจะเห็นนักว่า เ้าจะไม่ยอมจบเื่ได้อย่างไร” ตอนนี้องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินเดินมาถึงข้างรถม้าของกู้ชิงเฉิงแล้ว
ทว่าเขาไม่อาจเข้าใกล้ได้จึงทำได้เพียงเอ่ยถามจากระยะไกล
องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินสวมชุดสีม่วงปลายแขนเสื้อและชายเสื้อประดับด้วยดิ้นทองเป็ประกายเรืองรองเสียงของเขามีพลังและก้องกังวานยิ่งนัก
กู้ชิงเฉิงกัดฟัน“องค์รัชทายาทมีเหตุผลอันใด ถึงได้สงสัยอันหยวนถังเพคะ?”
“แล้วลูกชายตัวน้อยของเ้าเล่า!” อันที่จริงโม่อวี้เฉินก็ไม่อยากยุ่งกับเื่นี้เท่าไรนักคุณหนูใหญ่สกุลกู้ กู้ตงหลิงเย่อหยิ่งและไม่รู้จักประมาณตนถึงเพียงนั้นนางก็สมควรได้รับบทเรียนบ้าง
แต่ประโยคหนึ่งของหมอหญิงกู้ชิงเฉิงในวันนั้นกลับทำให้เขาอยากเข้ามายุ่งเื่นี้
ในความคิดของเขากู้ตงหลิงทำเื่น่าอับอายเช่นนั้นเพราะนางไร้สมอง
ทว่าสตรีในรถม้านี้กลับเย่อหยิ่งทระนง ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา วางตัวถ่อมตนและมิได้แสดงท่าทีใดๆ
“เหตุใดองค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์จึงรังแกชาวบ้านได้ตามอำเภอใจเช่นนี้เล่าเพคะ?”แววตาของกู้ชิงเฉิงเริ่มฉายแววแข็งกร้าว
สมแล้วที่เป็พระเอกของเื่ช่างฉลาดล้ำเหนือผู้ใดจริงๆ
สิ่งนี้ทำให้กู้ชิงเฉิงต้องระมัดระวังมากขึ้นหลายส่วน
“ข้าไม่มีเวลามานั่งรังแกเ้าหรอก ให้เด็กคนนั้นออกมาซะข้ามีเื่จะสอบถามให้กระจ่าง ข้ารู้ดีว่าควรทำเช่นไรและไม่คิดจะทำให้พวกเ้าสองแม่ลูกต้องลำบากใจ” โม่อวี้เฉินเอ่ยเสียงต่ำจากนั้นเขาก็รวบรวมลมปราณและกำลัง เพียงยกมือขึ้นพลังลมปราณสายหนึ่งก็พัดเปิดม่านรถม้าออก
เด็กน้อยกู้จิ่งเซวียนกำลังทำหน้าทะเล้นมาทางด้านนอกรถ
ใบหน้าซุกซนและไร้เดียงสาน่ารักนั้นพลันปรากฏอยู่ในสายตาของโม่อวี้เฉินพอดี
ภาพนั้นทำให้เขาตกตะลึงไปครู่หนึ่งมุมหนึ่งในใจของเขาคล้ายถูกอะไรบางอย่างสะกิดเข้าอย่างจัง
เฟิงเจ๋อที่ยืนอยู่ข้างๆก็ขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน
เขาไม่เคยเห็นเด็กที่กล้าหาญถึงเพียงนี้มาก่อนองค์รัชทายาทผู้นี้ขึ้นชื่อเื่ความเืเย็นและไร้ความรู้สึกใบหน้านั้นแม้จะงดงามไร้ที่ติ แต่เส้นสายบนใบหน้ากลับดูเ็าเกินไป
เด็กน้อยไม่แยแสเลยแม้แต่น้อยแม้แต่มารดาของเขา กู้ชิงเฉิงเองก็ไม่ใส่ใจ
ข้อมือของกู้ชิงเฉิงขยับเล็กน้อยม่านรถม้าที่ถูกเปิดออกก็เลื่อนลงมาเองราวกับปราศจากลมพัด
ไร้ซึ่งลมพัดแต่กลับเคลื่อนไหวได้!
ครั้งนี้โม่อวี้เฉินเห็นชัดเจนยิ่งนัก
แท้จริงแล้วเป็ฝีมือของนาง!
แม้แต่เฟิงเจ๋อเองก็ยังประหลาดใจ
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อเขาได้แต่จ้องมองรถม้าของกู้ชิงเฉิงด้วยสายตาอันว่างเปล่าเช่นนั้นความแข็งแกร่งภายในเช่นนี้ต้องลึกซึ้งเพียงใดกัน...
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอันหยวนถังที่กู้ตงหลิงถูกก้อนหินปาโดนปากโม่อวี้เฉินก็ยังคงไม่อาจเชื่อได้เขาอดไม่ได้ที่จะต้องลองหยั่งเชิงฝีมือของกู้ชิงเฉิงดูสักครั้ง
หลังจากนั้นเขาจึงส่งสายตาให้เฟิงเจ๋ออีกฝ่ายก็ลงมือโจมตีกู่ซินซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็สารถีในทันที
การที่โม่อวี้เฉินมาขวางรถม้าของกู้ชิงเฉิงนั้นไม่ใช่เพียงแค่สงสัยนางเท่านั้นแต่เขามั่นใจแล้วว่านางต้องเกี่ยวข้องกับเื่นี้อย่างแน่นอน และตอนนี้เขามาเพื่อค้นหาหลักฐาน
เมื่อเห็นกู่ซินและเฟิงเจ๋อต่อสู้กันดวงตาของกู้ชิงเฉิงก็มืดครึ้มลง นางกำลังจะผลักประตูรถม้าออกไปทว่าองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินกลับตรงเข้ามาทรุดนั่งข้างๆ นางแล้ว
ในตอนนี้เขากำลังมองนางด้วยรอยยิ้มเ็า
กู่จื่อที่อยู่ด้านข้างรีบอุ้มเ้าก้อนซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนขึ้นมาก่อนจะสะบัดมือซัดอาวุธลับออกไป
ทว่าองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินกลับไม่เหลือบมองแลมองกู่จื่อเลยแม้แต่น้อยเขาสะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียวก็รับอาวุธลับทั้งหมดไว้ได้และสลายปราณภายในที่กู่จื่อใช้ในการปาอาวุธลับออกไปทั้งหมดก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออีกครั้ง เสียง ‘เคร้ง’ก็ดังขึ้นก่อนที่อาวุธลับทั้งหมดตกลงที่ปลายเท้าของเขา
ดวงตาที่เ็านั้นยังคงจับจ้องไปที่กู้ชิงเฉิง
เขารู้แล้วว่าเหตุใดนางถึงกล่าวว่าเขายุ่งไม่เข้าเื่
ด้วยฝีมือของสตรีผู้นี้ย่อมไม่จำเป็ต้องให้เขาเข้าขัดขวางคุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงเลย
การสะบัดก้อนหินและปิดม่านรถม้าในครั้งนั้นช่างน่าทึ่งยิ่งนัก แม้แต่พลังภายในของเขาที่ล้ำลึกก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างเฉียบขาดและงดงามถึงเพียงนี้
"อะไรกันเพคะ? องค์รัชทายาทจะคิดรังแกพวกเราสองแม่ลูกอย่างเปิดเผยแล้วหรือ?"กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่าฝีมือยุทธ์ของชายผู้นี้ลึกซึ้งเพียงใด
นางรู้สึกว่าผู้แต่งช่างไม่ยุติธรรมนักที่มอบความเก่งกาจให้กับพระเอกมากเกินไป
ในร่างกายของนางมีชิปที่พัฒนาศักยภาพสมองสามารถควบคุมวัตถุด้วยพลังจิตได้ แต่ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับวรยุทธ์ที่ชายผู้นี้มี
นางพยายามอย่างหนักแล้วแต่ดูท่า... นางคงต้องแข็งแกร่งขึ้นอีก
มิฉะนั้นย่อมเป็ไปได้ยากที่นางจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตนเองได้
กู่จื่อเองก็รู้สึกตกตะลึงอย่างมากนางกอดกู้จิ่งเซวียนแน่น ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วแค่นเสียง‘ฮึ’ ออกมา "ชายฉกรรจ์สองคนรังแกสตรีที่อ่อนแอและเด็กเช่นพวกเราจะเรียกว่าวีรบุรุษได้อย่างไร!"
เ้านายบ่าวเหล่านี้ท่องไปทั่วยุทธภพไม่มีผู้ใดกล้าท้าทาย ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานได้
ในวันนี้กลับมาเจอของแข็งเข้าให้เสียแล้วอีกทั้งยังเป็ถึงองค์รัชทายาทในปัจจุบันอีกด้วย เื่นี้ช่างยุ่งยากนัก
เมื่อมองดูนายบ่าวคู่นี้รอยยิ้มบนใบหน้าของโม่อวี้เฉินก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นอย่างกะทันหันแม้จะอยู่ห่างออกไปเขาก็สามารถคว้าขวดยาที่อยู่ในแขนเสื้อของกู้จิ่งเซวียนออกมาได้
ขวดนั้นถูกกำไว้ในมือของเขาก่อนจะดึงจุกออก เสียงดัง ‘ป๊อก’
สีหน้าของเขาขรึมลงกว่าเดิมเขารู้ดีว่าเด็กผู้นี้ไม่ธรรมดา
ชาวเมืองอี๋สุ่ยต่างกล่าวว่าเด็กอายุห้าขวบผู้นี้สามารถตรวจโรคจับชีพจร และสั่งจ่ายยาได้
นี่คืออัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งนักการวางยาพิษเล็กๆ น้อยๆ ย่อมไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา
แม้องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินจะไม่ได้รู้จักคุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงงอย่างลึกซึ้งมากนักแต่ในวันนั้นนางกลับเสียสติไปมาก
ไม่เหมือนกับกู้ตงหลิงที่เขาเคยรู้จักเลยแม้แต่น้อย
อีกทั้งใบหน้าอันงดงามที่ปกติก็ถูกทำลายลงเมื่อเข้ามาในเมืองอี๋สุ่ยย่อมต้องมีสิ่งผิดปกติอย่างแน่นอน และผู้ต้องสงสัยที่ใหญ่ที่สุดคือสองแม่ลูกคู่นี้
ขวดยานี้มีลวดลายสวยงามประณีตบนขวดมีตราสัญลักษณ์ของโรงช่างจั่นเยว่
สิ่งของของโรงช่างจั่นเยว่นั้นไม่ใช่สิ่งที่สามัญชนทั่วไปจะสามารถใช้ได้แม้แต่เชื้อพระวงศ์ หากได้ผลงานหนึ่งชิ้นจากโรงช่างจั่นเยว่ก็ยังต้องหยิบออกมาอวดกันอย่างภาคภูมิ
ทว่าขวดยาเล็กๆที่อยู่ในมือของเด็กผู้นี้กลับเป็ของโรงช่างจั่นเยว่สิ่งนี้ทำให้โม่อวี้เฉินอดไม่ได้ที่จะมองไปทางกู้ชิงเฉิงอีกครั้ง
"ท่านแม่ เขารังแกเด็ก!" เ้าก้อนซาลาเปากู้จิ่งเซวียนไม่ยอมหยุดจากนั้นเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลรินออกจากดวงตากลมโตไม่หยุด
กู้จิ่งเซวียนยังพูดด้วยความเสียใจว่า"ขวดนี้เป็ของขวัญวันเกิดที่ท่านแม่มอบให้ข้าข้าเก็บไว้กับตัวทุกวัน ตอนนี้ถูกคนเลวแย่งไปแล้ว!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นความคลางแคลงใจของโม่อวี้เฉินก็ลดลงไปบ้าง
หากเป็ของขวัญวันเกิดก็ยังฟังดูมีเหตุผล
เขาเปิดขวดเล็กๆนั้นออกด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะนำมาดมที่จมูก สีหน้าของเขาพลันมืดครึ้มลงทันที