ยังไม่ทันได้ลงมือกินอาหาร เสียงรถม้ากับเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นบริเวณหน้าบ้าน โจวซิ่นเฉิงคงพาคนงานมาแล้วกระมัง
"ท่านพี่จะออกไปรับสหายของท่าน กับข้าไหมเ้าคะ หรือจะกินอาหารอยู่ในห้องนี้"
"พี่รอที่นี่ดีกว่า ออกไปก็เกะกะการทำงานของเขาเปล่าๆ"
กุ้ยเหมยจึงปล่อยให้จ้าวหนานกงกินอาหารอยู่ในห้องกินข้าว ส่วนตัวเองก็ออกมาต้อนรับโจวซิ่นเฉิงที่หน้าบ้าน
พอออกมาโจวซิ่นเฉิงก็ก้าวลงจากรถม้าพอดี ด้านหลังรถม้าของเขา ก็มีรถม้าตามมาด้วยสองคัน เห็นคนงานตามมาด้วย 6 คน ที่รู้เพราะดูจากการแต่งตัว ชุดคลุมสวมสีซีดจางดูคล้ายกันทุกคน แต่กลับมาสะดุดอยู่ที่สตรีคนหนึ่ง ที่นางจำได้ในความทรงจำ ฮูหยินหานหรงเหลียน มารดาของจ้าวหนานกง ทำไมถึงได้อยู่ในสภาพนี้กัน จากสตรีที่ดูน่าเกรงขาม แต่งตัวงดงามผุดผาด เหตุใดตอนนี้จึง ผิวพรรณดำคล้ำ หน้าตาซีดเซียวได้ถึงเพียงนี้ โจวซิ่นเฉิงเข้าไปประคองร่างของมารดาจ้าวหนานกง แต่กุ้ยเหมยไม่รู้ว่าจะทักทายนางยังไง จึงได้คารวะนางเหมือนเดิมที่เคยทำ
"คารวะฮูหยินเ้าคะ"
"เรียกท่านแม่เถิด ตอนนี้ไม่มีฮูหยินอะไรนั่นแล้ว แม่ได้ยินเื่ที่เ้าดูแลหนานกงแทนแม่กับเฉิงเอ๋อร์แล้ว แม่อยากขอบใจเ้ามาก ที่ดูแลลูกชายของแม่อย่างดี ลำบากเ้าแล้ว เด็กดี"
หานหรงเหลียนยื่นมือออกไปประคองร่างกุ้ยเหมย จับมือนางเขย่าเบาๆ ตาแดงก่ำ คล้ายกับว่าผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา
"เ้าค่ะท่านแม่ เราเข้าบ้านกันก่อนเถอะ ท่านพี่คงดีใจที่ท่านแม่มาอยู่ด้วย"
"รบกวนเ้าแล้ว"
"ท่านแม่อย่าพูดแบบนี้เลย นี่ก็เป็บ้านของท่านเช่นกัน ในเมื่อท่านแม่ให้ข้าเรียกว่าท่านแม่ นับจากนี้ข้าจะไม่คิดว่าข้าเป็เพียงลูกสะใภ้ แต่ข้าจะเป็ลูกสาว คอยดูแลท่านนะเ้าคะ"
หานหรงเหลียนน้ำตาร่วง ่เวลาที่ผ่านมานางคิดมากมาตลอดว่าลูกชายจะอยู่อย่างไร นางเองก็ไม่ได้รู้จักสนิทสนมกับกุ้ยเหมยนัก เพราะตอนนั้นลูกชายไม่ได้สนใจการคงอยู่ของนาง แต่พอจ้าวหนานกงล้มป่วยลง นางที่ต้องดูแลและหาหมอมารักษาจนไม่ได้สนใจทั้งสองคนแม่ลูกเลยว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรในจวน
จนกระทั่งถูกจ้าวเต๋อ สามีที่นางทอดทิ้งครอบครัวมาอยู่ที่นี่ ยอมทิ้งพ่อแม่และพี่ชายมาแต่งงานกับเขา กลับถูกเขาที่เป็บิดาแท้ๆไล่ลูกชายเพียงคนเดียวของนางออกมา ในสภาพไม่รู้ว่าจะเป็หรือตาย นางจึงต้องให้ลูกสะใภ้คนนี้พาลูกชายมาอยู่ที่หมู่บ้านถงซานนี้ ที่นางซื้อเอาไว้นานแล้ว ไม่นึกว่าบั้นปลายชีวิต นางเองก็จะได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
พอเข้ามาในห้องกินข้าว ทั้งสองคนแม่ลูกต่างจ้องมองกันด้วยความตกตะลึงของจ้าวหนานกงและความคิดถึงของผู้เป็มารดา ตลอดเวลานางเป็ห่วงลูกชายคนนี้เสมอ ไม่ว่าจะถูกทำร้ายอย่างไร นางก็ทนได้ขอเพียงให้ลูกชายมีชีวิตอยู่ก็พอ หานหรงเหลียนน้ำตาไหลพราก มองลูกชายสุดที่รักที่มีสีหน้าสดใสขึ้น ผิวพรรณก็ขาวเนียนเหมือนเดิม มีร่างกายที่ไม่ทรุดโทรมอย่างที่นางเก็บมาฝันร้ายทุกวัน นางฝันว่าลูกชายถูกทอดทิ้ง จนสภาพร่างกายย่ำแย่ ไม่ได้กินได้ดื่มหลายวัน พอเห็นอย่างนี้แล้ว นางคิดมากไปเองจริงๆ
"กงเอ๋อร์.... ลูกชายของแม่ แม่ขอโทษนะลูกที่ไม่ได้ดูแลลูกเลย"
จ้าวหนานกงจับมือที่หยาบกร้านของมารดา ที่ลูบหน้าลูบตาเขาอยู่อย่างเ็ป ตอนนี้เขาเกลียดบิดาของเขา จนไม่อยากเรียกเขาว่าพ่ออีกต่อไปแล้ว ทำกับเขา เขาทนได้ แต่ทำกับคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน อย่างท่านแม่เขารับไม่ได้จริงๆ หากท่านแม่ไม่มีสมบัติมากมายติดตัวมา ลำพังชาวนาธรรมดา จะกลายมาเป็คนที่ร่ำรวยเงินทองขนาดนี้ได้อย่างไร หากไม่มีท่านแม่ช่วยผลักดันทุกอย่าง คนที่อ่านหนังสือไม่ออกจะสามารถเขียนสัญญาค้าขายใหญ่ๆได้อย่างไร หากท่านแม่ไม่ช่วยตรวจสอบ และร่างสัญญาให้ไม่ถูกเอาเปรียบ เขาจะเป็คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแบบนี้หรือ คอยดู หากเขาหายดีเมื่อไหร่ ตระกูลจ้าวจะต้องชดใช้
"ข้าสบายดี ท่านแม่อย่าร้องไห้อีกเลย ท่านแม่ก็เห็น ตอนนี้ข้ากำลังรักษาตัวเองอยู่ อีกไม่นานข้าจะกลับมาเดินได้แน่นอน ข้าดีใจที่ท่านแม่มาอยู่ที่นี่ด้วย หลันเอ๋อร์ ก็คงดีใจที่ได้เจอท่านย่าเสียที เหมยเอ๋อร์เองจะได้มีคนคุยด้วย วันๆนางเอาแต่ดูแลข้ากับหลันเอ๋อร์ จนไม่ได้รู้จักใครแล้วตอนนี้"
จ้าวหนานกงไม่ลืมที่จะชมภรรยาต่อหน้ามารดา พอหานหรงเหลียนได้ยินก็ยิ้มให้ลูกสะใภ้ ตอนที่เห็นครั้งแรกในจวน ครั้งแรกที่พบกันนางยังรู้สึกไม่ชอบใจนักที่นางวางตัวไม่สมกับเป็สตรี กระทั่งกล้าวางยาผู้ชาย ไม่นึกเลยว่านางจะดูแลจ้าวหนานกงดีขนาดนี้ การกระทำของนางที่แสดงออกอย่างจริงใจ จนทำให้นางััได้ ว่าทั้งสองคนคงรักใคร่กันดี ไม่อย่างนั้นลูกชายถึงกับเอ่ยชมไม่หยุดแบบนี้
"กุ้ยเหมยเ้าทำอะไรกินหรือ น่ากินจังเลย ท่านป้าเรากินข้าวกันก่อนเถิด เรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะ แต่เวลานี้มันเลยเวลากินแล้ว เดี๋ยวจะไม่ดีกับร่างกาย จริงไหมหนานกง"
"จริงก็ได้ ท่านแม่นั่งลงกินข้าวก่อน อาหารจานนี้ เหมยเอ๋อร์นางเรียกว่าข้าวมันไก่ นางลงมือทำอาหารอร่อยให้ลูกกินทุกวัน อร่อยมากนะขอรับ"
จ้าวหนานกงทำเป็ไม่รู้ทันไปกับสหายจะกละเห็นแก่กิน หากใครไม่รู้จักเขานึกว่าที่บ้านคงไม่มีอะไรให้กินหรือเปล่าถึงได้ปล่อยให้หิวโซแบบนี้
กุ้ยเหมยขอตัวไปเอาอาหารออกมา อีกทั้งหลีกเลี่ยงอาการอวยของจ้าวหนานกงด้วย เขาชมจนนางอายทุกคนหมดแล้ว
นางตักข้าวมันไก่มาให้ทั้งสองคนพร้อมกับน้ำซุปร้อนๆ พอทั้งคู่ลงมือกินก็ไม่พูดไม่จา ไม่นานอาหานในจานก็หมดลง นางจึงเอามาเติมให้อีกคนละจาน
จ้าวหนานกงก็เจริญอาหารตามไปด้วย เมื่อเห็นมารดากินข้าวมากถึงสองจาน ก็ยิ้มกว้างด้วยความพอใจ มารดาของเขาดูแก่มากขึ้น ทั้งๆที่ผ่านมาไม่นาน มารดาที่เขาจำได้ถึงแม้ว่าจะอายุมากขึ้น แต่มารดาก็ไม่เคยปล่อยตัวเองให้ต้องทรุดโทรมขนาดนี้ หากคนอื่นมาเห็นข้างนอก ก็ไม่แน่ว่าจะจำได้ว่าเป็คนคนเดียวกัน
หลังอาหารกุ้ยเหมยเอาน้ำส้มคั้น ที่มีในช่องว่าง พร้อมกับสับปะรด มาหั่นเป็ชิ้นขนาดกลางมาให้กินแก้เลี่ยน แล้วก็ไปล้างจาน ปล่อยให้พวกเขาคุยกันไปก่อน เพราะทั้งสองคนไม่ได้เจอกันมานาน คงมีเื่อยากจะคุยกันไม่น้อย
"ท่านแม่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมท่านพ่อถึงได้เขียนหนังสือหย่าให้ท่าน"
"เขาอ้างว่าแม่ผิดข้อเจ็ดประการ ไม่สามารถมีบุตรให้สามีได้ แล้วก็มีหลายอย่างที่เขาสรรหา มาเพื่อที่้าจะปลดแม่ พวกเขาคิดว่า ลูกตายไปแล้ว ั้แ่ออกจากจวนครั้งนั้น แต่แม่กลัวว่าเ้า ที่อยู่ข้างนอกจะลำบาก จึงได้ขอร้องให้เขารับแม่ทำงานในจวน"
"แล้วเงินสินเดิมของท่านแม่เล่า"
เขาจำได้ว่า หลังจากที่เขาล้มป่วย เงินที่เขามีถูกยึดคืนหมด เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้ แต่มารดายังมีสินเดิมอยู่ไม่น้อยเลย แล้วมันหายไปไหนหมด ทำไมท่านแม่ถึงได้ไม่เหลืออะไรเลยแบบนี้"
"ฮูหยินเฒ่าให้บ่าวมายึดหมด ั้แ่เ้าหมดสติครั้งแรก แม่พยายามทวงคืน แต่อำนาจในมือเปลี่ยนไปหมดั้แ่พวกนางรู้ว่าเ้าจะไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาได้อีก ที่แม่มีติดตัวแม่ก็เอาไปหาหมอซื้อยา มารักษาเ้า เป็เพราะแม่เองที่อ่อนแอเกินไปเ้าถึงได้มาลำบากแบบนี้"
สีหน้าของหานหรงเหลียนเ็ป เมื่อนึกถึงความทรมานที่อยู่ที่นั่น ตอนที่ลูกชายที่เป็เหมือนเสาหลัก คนในจวนให้ความเกรงใจ แปรเปลี่ยนเป็ทุกคนพากัน กลั่นแกล้ง และบีบบังคับให้นางทนอยู่ไม่ได้ หากไม่คิดถึงลูกชายเพียงคนเดียวที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นางคงจะไม่ทนมาได้นานขนาดนี้
"ทำไมท่านไม่กลับไปหาท่านลุง หากท่านลุงรู้ ท่านลุงต้องมาช่วยท่านแน่"
"แม่ไม่อยากให้ท่านลุงของเ้ารู้ เพราะตอนนั้นท่านลุงของเ้าก็ไม่ยินดีที่แม่จะแต่งงานกับพ่อของเ้า แต่เพราะแม่ดึงดัน ดื้อรั้นจะแต่งงานให้ได้ ท่านลุงของเ้าจึงยอมคุยกับท่านตาท่านยาย จนแม่ได้แต่งาน แม่ไม่อยากให้ท่านลุงของเ้าต้องโกรธ และรู้สึกผิดหากเขารู้ว่า เราสองคนแม่ลูกต้องลำบาก แม่ถึงไม่ได้ไปขอความช่วยเหลือ เ้าเองก็ห้ามให้เฉิงเอ๋อร์ ส่งข่าวไปหาลุงเ้าเด็ดขาด ท่านลุงมีงานที่ต้องรับผิดชอบมากมายแล้ว เราอย่าไปรบกวนท่านลุงเลยนะ แม่ขอร้อง"
จ้าวหนานกงไม่เห็นด้วยกับมารดา เขารู้ดีว่าหากท่านลุงทราบต้องหาวิธีจัดการคนพวกนั้นได้แน่ ทำร้ายเขาไม่พอ แล้วยังมาทำร้ายมารดาของเขาอีก แล้วจะปล่อยให้คนพวกนั้นใช้ชีวิตสุขสบายได้อย่างไรกัน ตอนนั้นเขาเองถูกส่งมาที่นี่ ร่างกายก็เคลื่อนไหวไม่ได้แล้ว จึงไม่สามารถส่งข่าวขอความช่วยเหลือท่านลุงได้
แต่ว่าคราวนี้เขามีโจวซิ่นเฉิงอยู่ที่นี่ คงต้องพึ่งพาให้สหายเขียนจดหมายไปหาท่านลุงแล้ว ตอนนี้พวกเขาสองคนไม่มีอำนาจต่อรองอะไร หากคนพวกนั้นรู้ว่าเขายังไม่ตาย แล้วมีโอกาสหาย พวกเขาอาจจะทำอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นท่านลุงเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะคอยปกป้องครอบครัวของเขาตอนที่เขากำลังอ่อนแอแบบนี้
"ท่านแม่ ให้ข้าใช้แซ่เดียวกับท่านแม่เถอะขอรับ ข้าไม่อยากมีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลจ้าวอีกต่อไป เราสองคนแม่ลูก ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อเขาขับเราออกจากตระกูล ข้าก็ไม่สมควรใช้แซ่ของเขาอีกต่อไป"
หานหรงเหลียนมองบุตรชายที่ทำหน้าโกรธแค้น นางก็เข้าใจ จึงไม่เอ่ยขอให้เขาทบทวนความคิดที่จะเปลี่ยนแซ่ เพราะคนที่เป็พ่อ คงไม่มีใครทอดทิ้งลูกตัวเอง ปล่อยให้ตายอย่างโดดเดี่ยวเหมือนที่เขาทำอีกแล้ว
"ดี ถ้าอย่างนั้นเ้าคือ หานหนานกง ไม่ใช่จ้าวหนานกงอีกต่อไป ไม่ว่าเ้าจะทำอะไร แม่พร้อมสนับสนุนเ้าทุกอย่าง"
"เื่ทำเื่เปลี่ยนแซ่ ข้าจะจัดการให้เอง วางใจเถอะ "
โจวซิ่นเฉิงที่นั่งฟังเงียบๆ ก็รู้สึกโกรธแทนเหมือนกัน คนพวกนั้น ใจดำทั้งตระกูลเลยจริง ๆ กลับไปเขาจะเล่าให้บิดามารดาฟัง จะได้ไม่ต้องคบค้ากับคนแบบนี้อีก ที่จริงตระกูลของพวกเขามาสนิทสนมกันได้เพราะ ท่านป้าเหลียนที่คอยแนะนำหลายอย่างให้กับแม่ของเขา จนทั้งสองคนสนิทกับมาก จนถึงรุ่นลูก
หากมารดารู้ว่าสหายถูกกลั่นแกล้งแบบนี้ นางคงจะโมโหเหมือนกันกับเขาตอนนี้ เื่ที่ท่านป้าถูกปลดแล้วให้ทำงานในจวน คงไม่ใช่มีน้ำใจคิดจะช่วยเหลือเป็แน่ เขาคิดว่าตระกูลจ้าวคงอยากจะปิดข่าวมากกว่า เพราะกลัวว่าคนรู้จักของท่านป้าที่ชอบพอกันจะโจมตีพวกเขาจนเสียชื่อ จึงได้แอบซ่อนท่านป้าเอาไว้ในจวน แล้วบอกทุกคนว่านางป่วย หากเขาไม่แอบเข้าไป คงไม่ได้เจอท่านป้าเหมือนกัน
กุ้ยเหมยนั่งฟังเงียบๆ ไม่ออกความคิดเห็น เพราะนางเองก็ไม่เคยรู้จักคนพวกนั้น ไม่ว่าเขาจะใช้แซ่อะไร เขาก็ยังคงเป็สามีของกุ้ยเหมยเหมือนเดิม ลูกสาวตัวน้อยคงต้องเปลี่ยนเป็หานหลิงหลัน ด้วยเหมือนกันซินะ