๒
“อือ...”ปาวรินทร์ร้องครางเสียงเบา เมื่อความเจ็บเรียกสติที่ขาดหายไปกลับคืนพร้อมความอึดอัดจากการถูกจองจำจากอุ้งมือแข็งแกร่งกอบกำอยู่รอบลำคอซึ่งพับอ่อน
“รีบๆตัดสินใจนะไลอ้อน สัตว์เลี้ยงของฉันคงทนกับกลิ่นหอมของอาหารรสดีที่ยั่วเสียจนมันน้ำลายสอได้ไม่นาน”
“แก...ไอ้...”ไลอ้อนสบถก่นด่าเสียงเข้มจัด แยกเขี้ยวกัดฟันกรอดๆด้วยต้องคอยระมัดระวังะุจากปืนสีเงินที่คิดว่า...ไม่น่าพลาดต้องเป็ะุเงินเอาไว้ปลิดชีพมนุษย์กึ่งสัตว์เช่นเขา แต่นึกว่าจะกลัวหรือไงยังไงก็สู้แค่ตายเท่านั้นเอง
ร่างใหญ่ขนปุกปุยยืนตั้งมั่นเตรียมพร้อมกระโจนถอยไปด้านหลังเพื่อช่วยเหลือปาวรินทร์ให้รอดพ้นจากอุ้งมือสัตว์ร้ายทุกเมื่อ
“จุ๊!!พูดเพราะๆ หน่อยสิไลอ้อน อย่าเอานิสัย...หมา มาใช้กับฉัน”คำพูดแข็งกร้าวดังพร้อมกับะุที่ลั่นออกจากปลายกระบอกปืนสีเงิน
ปัง...ปัง...!!
แม้กระโจนหนีอย่างรวดเร็วแล้วทว่าเพราะตัวใหญ่อีกทั้งฝนที่โปรยปรายลงมาจนขนเปียกชื้นเพิ่มความหนักให้เลยทำให้เคลื่อนไหวเป็ไปอย่างลำบาก อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามฝีมือก็ใช่ย่อยะุเงินหอบเอาความร้อนผ่านขาหน้าพร้อมเส้นขนหลุดปลิวไปอย่างเฉียดฉิว!
เสียงสนทนาราวกับท้องฟ้าคำรามบวกกับความเจ็บและอึดอัดเหมือนถูกกดทับจนหายใจไม่ออกทำให้ความพยายามลืมตาตื่นของปาวรินทร์สำเร็จแม้ไม่ชัดแต่หญิงสาวก็ได้เห็นเ้าหมาขนปุยพูดได้ กำลังอยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้แล้วหูก็เหมือนได้ยินเสียงเล็กๆ ที่ส่งมาบอกว่า…
“ไม่ต้องกลัวฉันไม่ปล่อยให้เธอเป็อะไรไปแน่ เธอเป็ของฉัน!”
ไม่รู้ทำไมถึงได้อุ่นใจกับสิ่งที่คิดว่าได้ยินแต่สภาพตอนนี้คงหวังพึ่งความช่วยเหลือของ...หมาพูดได้อย่างเดียวก็คงไม่ได้เธอต้องหาทางทำให้ตนเองหลุดรอดจากอุ้งมือสัตว์ร้าย! ด้วยตัวเอง
ม่านฝนโปรยปรายก็มิอาจทำให้การมองเห็นของปาวรินทร์ด้อยลงเลยสักนิดยามสบสายตากับสุนัขพูดได้ เห็นหนังตาอ่อนๆ หลิ่วให้เหมือนเป็การบอกใบ้ให้...
‘สู้และลุยให้เต็มที่ มันจะคอยปกป้องคุ้มภัยไม่ให้เธอเป็อันตราย’
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วแม้ร่างกายไม่ให้แต่หัวใจเต็มเปี่ยมด้วยความกลัวอยากเอาตัวรอดทำให้ปาวรินทร์ทุ่มเรี่ยวแรงลงไปไม่ยั้ง ยามถูกทำร้ายจากอุ้งมือหนาเจ็บ...จนน้ำตาไหล ทรุดลงนอนเกือบลุกไม่รอด แต่ยังไม่คิดยอมแพ้เมื่อมีหนึ่งสุนัขตัวใหญ่ต่อสู้เคียงข้าง แต่ด้วยเรี่ยวแรงน้อยนิดและไม่เคย ทำให้หญิงสาวกลายเป็ภาระของสุนัขตัวใหญ่เสียมากกว่าอีกทั้งเมื่อศัตรูมีมากกว่าก็จำเป็ต้อง...ถอย!!
“ไหวไหมปาวรินทร์”
“อือฉัน...ยังไหว” ปาวรินทร์กัดเขี้ยวตอบกลับ ยกมือปาดใบหน้าพร้อมหายใจหอบแรงเร็วจนอกอิ่มไหวกระเพื่อมก่อนจับเอาชายเสื้อขาดวิ่นมาปกปิดบางส่วนของเรือนกายไม่ให้อุจาดตาและยั่วยุอารมณ์ศัตรูให้เร่งเข้ามาพาไปทำอันตรายพลางสาวเท้าไปหาสุนัขตัวใหญ่ซึ่งยืนจังก้า ส่งเสียงขู่คำรามใส่คู่ต่อสู้พร้อมวิ่งหลบซ้ายเบี่ยงขวาหนีะุที่สาดมาสลับคอยตะปบเอาคืน
“ดีงั้นเกาะหลังฉันไว้นะ” ถ้าขืนยังต่อสู้อยู่อีกเป็เขานี่แหละจะเพลี่ยงพล้ำให้ถูกจับถลกหนังเป็แน่
“เหนื่อยแล้วใช่ไหมไอ้หมาตัวเหม็นรีบเผยร่างแท้จริงออกมาและยกธงขาวยอมแพ้ดีกว่า ก่อนพวกฉันจะรำคาญยิงแกจนหัวกระจุย”
คนพูดจัดการใส่ะุเงินก่อนเล็งปืนใส่สุนัขขนยาวเป็ยวงพร้อมสบถด้วยความฉุนเฉียวขนาดพาสัตว์เลี้ยงที่ดุร้ายและขนพรรคพวกมาเป็โขยง แต่ยังจัดการไลอ้อนให้หมอบราบคาบแก้วไม่ได้มิหนำซ้ำยังถูกไอ้เ้าหมาบ้านี่เล่นงานกลับเสียคนไปแล้วถึงสามคนกับสัตว์เลี้ยงอีกหนึ่งตัว!
ไลอ้อนขบเขี้ยวพร้อมยิ้มมุมปากเห็นเขาเป็...หมาตัวเดียว คิดว่าจะล้มกันได้ง่ายๆ จึงมีบางคนประมาทนำเอาชีวิตมาทิ้งกลางป่าเย็นๆ
“นั่นสิคิดอยู่เหมือนกัน แต่ไอ้ที่ควรยอมแพ้เป็แกมากกว่า หรือว่าไงเห็นดีแต่ทำเป็ปากเก่ง ขนาดยกพวกกันมาเป็โขยง ยังสู้ฉันหมาตัวเดียวไม่ได้เลยอย่างนี้กลับไปเกิดและฝึกฝนฝีมือใหม่ดีกว่ามั้ง”
การยั่วให้ศัตรูโกรธไม่เป็การดีเลยแต่ถ้าโกรธมากๆ ก็ทำให้สติขาดผึง เป็โอกาสให้ปาวรินทร์หนีไปได้ง่ายๆและเป็จริงอย่างที่คาดเอาไว้
“เป็บ้าไปแล้วหรือไงไลอ้อน”ปาวรินทร์เอ่ยถามเสียงเครียดเมื่อศัตรูดูกระเหี้ยนกระหือรืออยากตรงเข้ามาขย้ำฉีกเนื้อเธอออกเป็ชิ้นๆ
“อย่าพูดมากนะปาวรินทร์เป็เพราะเธอนั่นแหละ ทำให้เื่เป็แบบนี้”
“อ้าว...พูดหมาๆอย่างนี้กับฉันได้ยังไง พวกนี้เป็ศัตรูของคุณไม่ใช่หรือไงอย่ามาโยนความผิดให้ฉันนะ” ปาวรินทร์ทำเสียงแว้ดๆ หน้าหงิกงอง้ำ
“ฉันเป็หมาอยู่แล้วยายเซ่อ!แล้วนี่ก็เป็ความผิดของเธอ ถ้าไม่วิ่งหนีอย่างกับคนปัญญาอ่อน ก็ไม่ต้องมาติดแหง็กถูกศัตรูล้อมหน้าล้อมหลัง คอยแต่จ้องจับตัวไปฉีกทึ้งอย่างกับไก่ทอดกรอบหรอกนะ”
“อ้อ...จะให้ฉันยืนเฉยๆรอแกหรือตัวอะไรก็ไม่รู้ มาเชิญไปขึ้นเขียงเป็เมี่ยงทอดหรือไง”ปาวรินทร์โต้กลับอย่างกระฟัดกระเฟียด เพราะอยู่ใกล้เลยเอาเสียปึ้กหนึ่ง
“โอ๊ย!ฉันเจ็บนะยายบ้านี่ เซ่อแล้วยังปัญญาอ่อนอีก ทำร้ายฉันอีกทีพ่อจะกัดให้จมเขี้ยวเลย”
“เอาสิคิดว่าฉันจะอยู่เฉยๆ ให้ถูกกัดง่ายๆ หรือไงฉันพร้อมเอาเืหัวเหม็นนี่ออกด้วยไอ้หมาบ้า!”ปาวรินทร์ยังสบถเสียงเขียวตามติดท้ายไปด้วย
ไลอ้อนทำเสียงง่ำๆฮึ่มๆ ด้วยระอาใจแกมเอ็นดู ภาพลักษณ์ของสาวเ้าที่เจอในคราแรกเป็สาวน้อยไม่ประสาค่อนไปทางเก็บเนื้อเก็บตัวเพราะเขินอายทว่าพอรู้จักตัวตนเข้าจริงๆ แทบต้องสะบัดศีรษะอย่างระอาใจเมื่อหญิงสาวต่างไปราวกับหน้ามือและหลังมือนอกจากความไม่เรียบร้อยที่หลอกตาแล้วยังปากกล้าเถียงคำไม่ตกฟากอีกด้วย
“เอาไว้มีเวลาก่อนฉันจะลองดู ตอนถูกกัดเธอจะทำอย่างว่าหรืออ้อนวอนขอให้ฉันทำอย่างอื่น”
“ไอ้หมาสถุลนี่หน้าสิ่วหน้าขวานยังมาพูดหมาๆ อยู่ได้ จะทำอะไรก็ทำสักทีสิโว้ยเห็นบ้างไหมพวกนั้นมันดาหน้าเข้ามาแล้วนะ”ถ้าต้องสงบเสงี่ยมเรียบร้อยอย่างผ้ามัดไว้มีหวังถูกจับและกินตัวไม่เหลือแม้แต่หัว!
“งั้นก็เกาะหลังฉันแน่นๆละกัน เดี๋ยวจะพาบิน”
ปาวรินทร์หน้าเหวอไม่ทันได้ร้องด้วยซ้ำก็รับรู้ถึงกระแสลมคล้ายคมมีดมาปะทะกับร่างกายซึ่งได้เกาะอยู่กับเ้าสุนัขตัวใหญ่ที่กระโจนลิ่วหลบซ้ายป่ายขวาอย่างว่องไวโดยด้านหลังมีะุสาดมาไม่หยุด พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเ็ปจนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าสายฝนบวกกับกระแสลมทำให้ปากแข็งเหมือนกับเป็เหน็บได้แต่หลับตานิ่งไม่กล้าลืมสองแขนกลมกลึงโอบรัดรอบแผงคอแกร่งอย่างไม่กลัวสุนัขขนปุยจะหายใจไม่ออก พร้อมเฝ้าภาวนาให้หนีรอดอย่างปลอดภัยทั้งคนและหมา!!
เนิ่นนานที่ไลอ้อนวิ่งห้อตัวปลิวพร้อมร่างอรชรเกาะอยู่บนแผ่นหลัง แม้เหนื่อยล้าและ...เจ็บแค่ไหนก็ไม่คิดหยุดจนกว่าจะมั่นใจว่าหนีพ้นแล้วเท่านั้น ทว่าตอนนี้เรี่ยวแรง...เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆจนทำให้ความเร็วในการวิ่งช้าลง แต่กลิ่นสาบและกลิ่นอาฆาตยังคงลอยมาแตะจมูกจึงมิอาจไว้วางใจได้ ด้วยรู้ดีเ้าพวกนั้นต้องตามมาติดๆ โอกาสที่พวกมันเฝ้ารอมานานมีหรือจะปล่อยให้เหยื่อหลุดรอดมือไปได้ง่ายๆ
“ปล่อยให้ฉันลงวิ่งเองก็ได้นะ”เพราะรับรู้ถึงความเร็วที่ลดลง ปาวรินทร์เลยรีบเอ่ยปากบอก
“ไม่เป็ไรฉันยังพาเธอหนีได้”
“กลัวฉันหนีไปแล้วทำให้แก...คุณต้องเดือดร้อนอีกใช่ไหม”
“ในเมื่อรู้อยู่แล้วจะถามทำไม”
“พยายามไม่หนีแล้วกัน”ไม่รับปากด้วยไม่แน่ใจในสวัสดิภาพของตัวเอง ถ้าเ้าหมานี่เกิดบ้าขึ้นมาเป็ไปได้สูงที่มันจะเปลี่ยนจากการช่วยเหลือเธอเป็ขย้ำทึ้งแทน
“อยากหนีก็ได้ตามสบายเพราะฉันจะไม่วิ่งไล่ตามเธอให้เหนื่อยเหมือนกัน”เมื่อความเจ็บเพิ่มมากขึ้นไลอ้อนจำต้องปล่อยร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นลงไปทั้งที่แสนเสียดายความอบอุ่นจากกายสาวซึ่งช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในกายได้มากโข
เมื่อสุนัขตัวใหญ่หยุดเคลื่อนไหวปาวรินทร์ก็รีบเคลื่อนตัวถอยห่างไปยืนอยู่ไกลๆ ด้วยหากเกิดสิ่งใดอีกเธอจะสามารถวิ่งหนีได้ทันและนั่นทำให้เธอได้เห็น...ดวงตากลมโตเบิกกว้างอ้าปากค้างด้วยตื่นตะลึง
“แก...คุณ...”เพราะยังมีสติเลยทำให้เธอรีบยกมือปิดปากตัวเองได้ทันท่วงทีก่อนหวีดร้องด้วยความใจากแรงลากจูง
“อยากเรียกอะไรก็เรียกแล้วช่วยเดินตามมาดีๆ ด้วยละกันฉันไม่มีปัญญาวิ่งไล่ตามไปปกป้องคุ้มครองเธอจากเ้าพวกนั้นอีกแล้วนะ” อาการาเ็จากะุเงินทำให้ความสามารถในการจำแลงกายของไลอ้อนลดลงบวกกับการเสียเืมากเลยทำให้เริ่มอ่อนเพลีย
แม้ขลาดกลัวและใเป็ล้นพ้นแต่อย่างหนึ่งที่รู้ได้ในตอนนี้คือสุนัขแปลงกายยังไม่คิดทำร้ายเธอให้เืตกยางออกอีกทั้งเธอก็ไม่ได้เป็คนใจร้ายใจดำพอปล่อยให้คน...เอ่อหมา ปวดหัวจริงไม่รู้จะใช้สรรพนามแทนสิ่งที่อยู่เบื้องหน้านี่เป็อะไรดีเอาเป็คนละกัน...าเ็อยู่ในสภาพร่อแร่โดยไม่ทำอะไรเลย
“เืคุณออกมากเลยนะให้ฉันทำแผลให้ก่อนไหม”
“เอาไว้ก่อนตอนนี้ควรต้องรีบหนี”
“แต่ว่า...”เืเขาออกจนเหม็นคาวคละคลุ้งเลย หนีไปก็ยังมีคราบทิ้งไว้ให้ถูกตามตัวเจอจนได้
“อย่าทำให้ฉันคิดว่าเธอเป็ตัวถ่วง”จากที่ไม่เอะใจ...ฟันขาวขบกัดจนมีเสียงดังกรอดๆก่อนแยกออกเห็นเขี้ยวแหลมคมราวกับเงินยวงสะท้อนแสงจากดวงจันทราที่โผล่พ้นก้อนเมฆมารางๆ
แม้าเ็แต่ไลอ้อนก็ยังไม่ทิ้งลายการเคลื่อนไหวจึงยังเร็วพอพุ่งและดันกายเพรียวบางถลาไปจนแผ่นหลังแนบกับต้นไม้ใหญ่ “เธอเป็พวกเดียวกับเ้าพวกนั้นใช่ไหม”กัดเขี้ยวถามเสียงเข้มด้วยเกรี้ยวกราด ั์ตาลุกโพลงด้วยความดุร้าย
“โอ๊ย!ไอ้หมาบ้า ฉันเจ็บนะโว้ย!”
“ตอบมาเธอเป็พวกเดียวกับเ้าพวกนั้นใช่ไหม” ถามซ้ำ พร้อมบีบท่อนแขนกลมกลึงอย่างแรง
“โอ๊ย!ไอ้หมาบ้า อย่าสักแต่มีสมองสิโว้ย ถ้าฉันเป็พวกเดียวกับเ้าพวกนั้นคงไม่ถูกยำเละเป็ลูกบอลต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างนี้หรอก” ปาวรินทร์ตอบกลับด้วยอาการกระฟัดกระเฟียด
“ใครจะไปรู้ล่ะเธออาจเป็นางนกต่อ เป็ตัวล่อให้ฉันออกมาติดกับก็ได้นี่นา”
“ฉันจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าไหมเล่าไอ้การเดินทางนี่ต้องมีหมาแปลงร่างอย่างคุณมาคอยคุ้มกันต้องวิ่งหลบห่าะุแบบนี้น่ะ ถึงอยากรวยแต่เสี่ยงกับการเอาชีวิตมาทิ้งกลางป่ากลางดงอย่างนี้ฉันไม่ปัญญาอ่อนยอมรับหรอกย่ะ” ปาวรินทร์โต้กลับด้วยความหงุดหงิด สบถเสียงเข้มขมวดคิ้วนิ่วหน้า ด้วยเมื่อขยับกายให้หลุดรอดจากมือแกร่งแล้วทำให้ตัวเองต้องเจ็บ
“ให้มันจริงเถอะถ้าฉันรู้ว่าเธอเป็พวกเดียวกับไอ้เ้าพวกนั้น ฉันนี่แหละจะเป็ฝ่ายฝังเขี้ยวเลาะเนื้อหนังเธอออกมาทำจิ้มจุ่ม”
“น่ากลัวตายละขนาดตัวเองยังแทบเอาตัวไม่รอด” แบะปากหยามหยัน ยกมือขึ้นวางไปบนาแ
“โอ๊ย!เจ็บนะยายบ้า” ไลอ้อนร้องเสียงหลง มองปาวรินทร์ตาแดงเป็ประกาย
“แฟร์กันแล้วไม่ใช่หรือไงคุณทำฉันเจ็บเหมือนกัน” แต่นะ...ปาวรินทร์กลอกตาไปมา พร้อมแบะปากด้วยความระอาใจเธอไม่ใช่คนใจดำทำคนเจ็บแล้วจะมีความสุขอยู่ได้ “ขอโทษแล้วกัน เจ็บมากไหม”
“ไม่เท่าไหร่ยังไกลหัวใจอีกเยอะ”
ศีรษะทุยส่ายไปมาอย่างระอิดระอาใจเชื่อเขาเลย ขนาดเจ็บจนเริ่มออกอาการอ่อนแรงยังมีหน้ามาเล่นลิ้นอีก “งั้นก็ดีฉันจะได้เชื่อ คุณมีแรงพอพาฉันหนีจากเ้าพวกนั้นได้อย่างปลอดภัย”เพราะคนตรงหน้ายังปากแข็ง เธอเองก็พอรู้มาบ้างผู้ชายเขาไม่ทำตัวอ่อนแอต่อหน้าผู้หญิง
“ว่าแต่ตอนนี้จะไปทางไหนดีล่ะ”
“ไปเรื่อยๆก่อนแล้วกัน” ด้วยวิ่งหนีอย่างไม่สนใจทิศทาง ตอนนี้เลย...ไม่รู้อยู่ที่ไหนเหมือนกันคงต้องมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ เพื่อหาที่หลบภัยที่ปลอดภัยทำการรักษาตัวเองให้ดีขึ้นแล้วค่อยหันกลับไปเล่นงานเ้าพวกนั้นให้แหลกละเอียดที่กล้ามาแหยมกับเขา!
“อือ”ปาวรินทร์ขานรับในลำคอ พร้อมสอดแขนกลมกลึงโอบรัดช่วยประคองร่างใหญ่ที่ดูเหมือนยืนไม่ค่อยมั่นคงอีกทางคือช่วยตัวเอง ด้วยพระพิรุณหยุดโปรยปรายแต่พระพายยังทำงานพาเอาละอองน้ำที่เกาะอยู่ตามกิ่งและใบไม้มาแตะกายอรชรที่เสื้อผ้าเปียกจนขนลุกเกรียวซึ่งก็ไม่ได้ทำให้สองคนย่อท้อในการเดินทางหนีศัตรูผู้หมายเข่นฆ่าให้อาสัญเลยสักนิดเดียว
“เป็ไงบ้างคุณไหวหรือเปล่า หยุดพักก่อนไหม”
ปาวรินทร์เอ่ยถามด้วยหวังดีเมื่อเห็นร่างหนาแกร่งเริ่มมีอาการเดินโซซัดโซเซซึ่งน่าจะมาจากการออกแรงวิ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตาร่างกายทำงานสูบฉีดเืมากและเร็วเกินไปที่ความสุกสกาวของดวงจันทร์ได้เคลื่อนหลุดจากการบดบังของก้อนเมฆส่องแสงสว่างพอให้เห็นว่ามุมไหล่ด้านซ้ายของไลอ้อนมีเืไหลซึมออกมาไม่ขาดสายอีกทั้งเสียงกัดเขี้ยวกรอดๆพร้อมหายใจหอบแรงถี่ขึ้นทำให้เธอมั่นใจ...พ่อหนุ่มลูกครึ่งสุนัขเริ่มไม่ไหวแล้วถ้าไม่หยุดพักเขาต้องล้มครืนลงไปแน่นอน
“ฉันยังไหว”เขายังคิดว่าหนีมายังไกลไม่พอ แม้ร่างกายไม่อำนวย แต่ควรอดทนกัดฟันเดินต่อไปจนกว่าจมูกจะไม่ได้กลิ่นของความอาฆาตที่ลอยตามกระแสลมมาถึงจะเชื่อได้ว่าปลอดภัยไปสัก่เวลาหนึ่ง
“ไหวบ้าอะไรเอียงกระเท่เร่มาหาจนไหล่ฉันจะทรุดอยู่แล้วนะ หยุดพักหน่อยดีกว่า”ปาวรินทร์ทำเสียงและออกอาการกระเง้ากระงอด
“เดินไปอีกนิดดีกว่าไหม”
“งั้นไปคนเดียวแล้วกันฉันไม่ไหวแล้ว”
“อยากโดนเ้าพวกนั้นตามไล่ล่าจนเจอแล้วฉีกเนื้อหนังออกเป็ชิ้นๆ หรือไง”
“ฉันว่าไปกับคุณก็คงมีค่าไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ละมั้ง”
“แต่ฉันว่าต่างนะเพราะฉันจะไม่ฉีกเนื้อเธอออกเป็ชิ้นๆ แล้วแทะจนเหลือแต่กระดูกแต่ฉันจะกระหน่ำซ้ำอัดความพิศวาสปรารถนาจนเธอร้องครวญครางไม่หยุดปากร่ำร้องแต่จะ...เอาอีกๆ”
“บ้าแล้ว...ใครจะบ้าไปมีอะไรกับคนกึ่งหมาอย่างคุณกันเล่า”
“แต่ฉันหล่อนะแถมยังอึดถึกมีความอดทนเป็เยี่ยม สามารถสนองความ้า...ขยันชวนเธอเล่นจ้ำจี้กันได้สามวันสามคืนไม่ต้องหยุดพักเลยด้วยซ้ำ”แขนกำยำกอดกระชับกายอรชร ทาบปากบนลาดไหล่นวลเนียนประพรมจุมพิตไต่ขึ้นไปทีละน้อยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มั์ตาพร่างพราวระยับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่อัดแน่นอยู่จนเต็มล้น
“คุณ...บ้าแล้ว! นี่มันหน้าสิ่วหน้าขวานนะยังจะมาพูดอะไรก็ไม่รู้ น่าเกลียดจังเลยคุณนี่ ถอยไปเลยนะ ฉันไม่ช่วยประคองแล้ว”ปาวรินทร์ทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนความรู้สึกไหววูบราวกับเกลียวสายน้ำอุ่นที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในอกไล่ลงไปถึงช่องท้อง
รู้ดีแก่ใจการเดินทางไปหาบางคน คือการพาตัวเองไปสังเวยความ้า ให้เขาปรนเปรอสิเน่หาเร่าร้อนให้แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร เธอเจอเข้ากับอะไรไม่รู้แม้กลัวจนหัวใจแทบหยุดเต้นด้วยเกือบเอาชีวิตไม่รอดทว่าตอนนี้...แสงสว่างจากดวงจันทร์ทำให้มองเห็นร่างหนาแกร่งและใบหน้าคมเข้มพานให้หัวใจเต้นไหวด้วยความรู้สึกอุ่นวาบระคนซาบซ่านหวั่นไหว
ปาวรินทร์ไม่รู้ว่าดวงหน้าผ่องพักตร์ของเธออ่อนละมุนลงกลีบปากอิ่มสีชมพูสดคลี่ยิ้มหวาน ั์ตาหรือก็...พร่างพราวระยิบระยับอยากบรรจงปอกเปลือกห่อหุ้มจนเหลือเพียงแค่ร่างกายเปลือยเปล่าขาวโพลนอยู่ท่ามกลางแสงของจันทราสีนวลสาดส่องแสงตกกระทบอย่างเชื่องช้าที่สุด...
วาบหวามหวั่นไหวอยากรู้เป็ยิ่งนักขณะปากหนาหยักทาบทับบนผิวเนื้อนวลเนียนนุ่ม ประพรมไล่ไปทั่วร่างนุ่มนิ่มเน้นหนักยังบางส่วนที่อ่อนไหวและไวต่อััจะเป็อย่างไรถ้าหากปากหนาหยักทาบทับไปบนปทุมมาลย์นุ่มหยุ่นอ้าปากงับปลายยอดเล็กๆ สลับใช้ปลายลิ้นอุ่นชื้นลากไล้วนเวียนรอบป้านบัว มือหนาโลมไล้ไปทั่วผิวกายนุ่มๆจวบจนถึงอีกหนึ่งส่วนของร่างกายที่ทำให้เธอร้อนรุ่มด้วยเพลิงไฟพิศวาสเผาจนแทบไหม้เกรียมแต่กลับเปี่ยมล้นด้วยความเสียวซ่านระคนสุขสม
อื้อ...ปาวรินทร์ร้องครางเสียงพร่าหัวใจเต้นไหวราวกับพื้นที่ยืนอยู่โคลงเคลง ในท้องเหมือนมีเพลิงไฟอุ่นระอุไหลวนเวียนอยู่ก่อนแผ่กระจายไปทั่วร่างเรียวลิ้นเล็กยื่นออกมาไล้เลียปากอิ่มและไม่รู้ว่าเผลอมองร่างกำยำตาปรอย
ไลอ้อนหัวเราะหึหึในลำคอปลายนิ้วยาวลากไล้บนท่อนแขนกลมกลึงยิ้มใส่ตากลมใสที่บ่งบอกว่า...เธออยากถูกเขาฟาดเป็อาหารมื้อเช้า กลางวันและยามค่ำดึกดื่น
“เธอคิดช้าไปแล้วละนางฟ้าจ๋า...”เขาอยากเรียกคำนี้กับเธอนับั้แ่แรกเห็นหน้าแล้วละไม่รู้ทำไมยามกลีบปากสีชมพูสดคลี่ยิ้มหวานดวงตากลมโตกระจ่างสดใสราวกับมีดวงดาราเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ภายในผิวแก้มนวลใสดูท่าจะนุ่ม บวกกับกลิ่นกายหอมกรุ่นละมุนอย่างกับอยู่ท่ามกลางบุปผชาตินานาพันธุ์ทำให้เขาอยากฉีกทึ้งเสื้อผ้าเธอออก แล้วกระโจนกระหน่ำฝากรักและเสน่หาไม่ต้องหยุด!
“เธอเห็นตัวตนที่แท้จริงของฉันแล้วจะให้ปล่อยเอาเื่นี้ไปบอกใครอื่นได้ยังไงกันล่ะ...จริงไหม”เอ่ยถามน้ำเสียงครึกครื้น ขบปากอุ่นย้ำบนผิวเนื้อหอมละมุนตวัดปลายนิ้วไล้ไปจนเกือบถึงทรวงอกอิ่มนุ่มที่ไหวกระเพื่อม
“ฉันสัญญาจะไม่เอาเื่ของคุณไปบอกใคร คุณปล่อยฉันไปนะ” ทำเสียงอ่อนเสียงหวานก่อนกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกเมื่อคิดว่ามองผ่านเข้าไปในดวงตาเข้มแล้วได้คำตอบว่า...
ไม่!
แต่ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกเดือดร้อนเลยล่ะมิหนำซ้ำยังอยากถูกผูกรัดติดอยู่กับพ่อหนุ่มครึ่งหมาครึ่งคนนี้ด้วยมันจะบ้าแปลกกันไปใหญ่แล้ว หรือเพราะผ่านเหตุการณ์ชวนถูกฝังลงหลุมเลยทำให้เธอเกิดความรู้สึกอยากถูกใครสักคนสอนบทสวาทบนเตียงอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนและถึงพริกถึงขิงที่ชายหนุ่มตรงหน้าช่วยได้!
“เขาว่าคำพูดผู้หญิงเป็อะไรที่เชื่อถือได้ยากฉันขอไม่เสี่ยงดีกว่า” อืม...เสียเืไปมากอย่างนี้ถ้าได้มาเติมสักหน่อยก็พอมีแรงให้เขา...
ใบหน้าเข้มกระจ่างวาบพร้อมดันกายอรชรถอยไปจนแผ่นหลังชิดกับต้นไม้อีกทั้งการต่อสู้ทำให้เสื้อผ้าหญิงสาวขาดวิ่น เพียงกระตุกบางส่วนออกก็เกือบเหมือนเธอเปลือยเปล่าให้เขาดูกายกลมกลึงน่าััอย่างถนัดถนี่
“หุ่นเธอดีมากเลยรู้ไหมนางฟ้า...”ไม่เพียงแค่กวาดสายตาไล่มอง ไลอ้อนยังใช้นิ้วยาวไล้ลากเรื่อยขึ้นไปอย่างช้าๆััอ่อนโยนทำให้ปาวรินทร์สะดุ้ง ขนบนเรือนกายลุกเกรียว ทำตัวไม่ถูกในบัดดล!
“ใบหน้านี้ก็หวาน...”ทาบมือบนพวงแก้มผ่องพรรณ เลื่อนไล้ปลายนิ้วไปจนถึงกลีบปากอิ่ม “ปากนี่ก็นุ่มดีจังจนฉันอยาก...จูบ!”
“อย่านะ!”เอ่ยห้ามเสียงสั่น
“อย่าช้าใช่ไหมนางฟ้า”ถ้าไม่อยากให้เขาจูบจริงๆ เธอต้องทำเสียงเข้มกว่านี้สิ แต่นี่กลับเว้าวอนให้เขารีบแนบปากประทับไล่ลงไปบนผิวเนื้อนวลนุ่มหอมอย่างเร็ว
“ได้สิ...ฉันจัดให้ตาม้า”ใบหน้าเข้มโน้มลงมาอย่างเชื่องช้า ประทับแนบปากอุ่นบนหน้าผากกว้างไล่เรื่อยลงมาบนแก้มนุ่มหอม
ปาวรินทร์อ้าปากห้ามทว่าเธอกลับไม่ทำ บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงไม่! มิหนำซ้ำยังรอคอยให้มนุษย์กึ่งสุนัขตัวนี้รีบจูบเร็วๆอีกต่างหาก
อ้า...เสียงร้องครางดังผะแ่เมื่อัับางเบาแนบประทับลงบนกลีบปากอิ่มพร้อมความวาบหวามซ่านเสียวด้วยฝ่ามือหนาได้เลื่อนไล้ไปบนผิวกายเนียนนุ่มราวกับผ้าต่วนโอบอุ้มนวดคลึงปทุมถันนุ่มหยุ่นที่ไหวกระเพื่อมด้วยการหายใจรัวเร็ว
ถึงแม้เต้าอวบอิ่มจะมีชั้นในปกปิดอยู่แต่ก็กางกั้นเพลิงไฟร้อนผ่าวที่ลามเลียอยู่ไม่ได้ มีแต่จะยิ่งร้อนมากขึ้นเมื่อปลายนิ้วยาวตวัดไล้หยอกเย้ากับปลายยอดหดเกร็งพานทำให้แข้งขาสั่นจนยืนทรงตัวแทบไม่ได้ในท้องเริ่มเหมือนมีเกลียวคลื่นไหลวนเวียนอยู่
ไลอ้อนขบกัดเน้นย้ำไปบนปากอิ่มอย่างแ่เบาและอ่อนโยนก่อนสอดไซ้เรียวลิ้นเปิดแยกล่วงล้ำเข้าไปภายใน กวาดไล้ไปทั่วโพรงเนื้ออุ่นนุ่มซอกซอนเลาะเล็มหาความหวานอย่างเชื่องช้าทว่าเพราะความหวานละมุนที่ทำให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิ...ท้องฟ้าสีครามสดใส ลมเย็นๆและหอมด้วยกลิ่นดอกไม้นานาพันธุ์พัดผ่านร่างซึ่งนอนแผ่หลาอยู่ท่ามกลางหมู่มวลบุปผชาติหลากสีละลานตาทำให้เขาอดยั้งใจเอาไว้ไม่ได้
สองแขนแกร่งกดกอดรัดร่างนุ่มนิ่มแนบสนิทฝ่ามือหนาโลมไล้ไปทั่วแผ่นหลังบางเรื่อยลงไปถึงบั้นท้ายกลมกลึงพลางขยำนวดเฟ้นก่อนไต่ลงไปตามลำขาเสลา ก่อนจับยกขึ้นพาดบนสะโพกสอบเพรียวจากข้างหนึ่งไปอีกข้างพร้อมกระซิบบอกให้ปาวรินทร์ยกแขนขึ้นโอบรอบบ่ากว้างเพื่อเขาจะได้จูบเธอแนบชิดและถนัดถนี่มากกว่าที่เป็อยู่
ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบยี่สิบห้าปีไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนมากเท่านี้ เลยทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยอมรับและสนองตอบไปอย่างงกๆเงิ่นๆ นิ้วยาวเรียวไต่ไปบนแผ่นหลังกว้างจิกลงไปบนต้นคอแกร่งสลับสอดแทรกไปพัวพันกับเส้นผมหนานุ่ม เปิดปากอ้ากว้างๆกระหวัดตามติดเรียวลิ้นอุ่นชื้นที่หยอกเย้า กวาดเคล้าทั่วโพรงเนื้อนุ่มๆ
“อือ...”แผ่นหลังบางแอ่นเข้าหาฝ่ามือหนาที่โลมไล้นวดคลึงเนิบนาบก่อนเน้นหนักลงไปอย่างกับจะขยี้อกอวบนุ่มหยุ่นให้แหลกละเอียด เจ็บนิดๆตามติดด้วยความเสียวซ่านจากศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตากลมโตหลับพริ้ม ในทรวงโป่งพองราวกับมีผีเสื้อโบยบินไต่ตอมบนดอกไม้แย้มกลีบบานรับแสงดวงตะวัน
ไลอ้อนคำรามลั่นเธอทำให้เขาปรารถนาจนแทบหักห้ามไม่ได้ที่ต้องหงุดหงิดด้วยอาการาเ็เริ่มส่งผลให้ร่างกายประท้วงแต่ให้เขาหยุดจูบเธอในตอนนี้ก็ทำไม่ได้
ปากหนาไต่ไล่ไปบนผิวเนื้อนุ่มซุกไซ้ขบกัดซอกคอพร้อมเขี้ยวแหลมคมที่โผล่ออกมาไลอ้อนต้องรีบจูบลงไปบนเนินเนื้อกลมกลึง กายแกร่งขยับเคลื่อนออกเล็กน้อย พลางดันกายอรชรให้แผ่นหลังบอบบางยิ่งแนบไปกับต้นไม้เขาอยากเกี่ยวเอาสายเสื้อชั้นในให้ร่วงหล่นลงมาเพื่อจะได้ยลและัักับปทุมถันเต่งตึงอย่างชัดเจนถนัดถนี่ ทว่ากลางป่าเปลี่ยวๆไม่รู้ศัตรูจะมาถึงเมื่อไหร่เขาคงได้แต่ก้มหน้ามองบัวตูมอวบอัดละลานตาอย่างแสนเสียดาย พร้อมให้สัญญากับตัวเองจะไม่ปล่อยนางฟ้าน่าปรารถนาหลุดรอดอุ้งมือไป
ไลอ้อนปล่อยร่างนุ่มนิ่มให้ห่างไปอย่างแสนเสียดายพร้อมความพยายามถอดเสื้อตัวเองออกจากกาย เพื่อให้ปาวรินทร์สวมใส่ใบหน้าเข้มเปื้อนยิ้มนุ่มละมุนมองกลีบปากอิ่มบวมเจ่อของคนที่มองเขาตาปรอยอย่างเอ็นดู
“ฉันว่าเราคงต้องเดินกันต่อละนางฟ้าไม่เช่นนั้นฉันคงระงับใจตัวเองเอาไว้ไม่ได้เธอช่างงดงามและน่าปรารถนาเสียเหลือเกิน”
ปาวรินทร์ร้องครางเสียงแ่เบาได้แต่ก้มหน้าแดงปลั่งลงมองพื้นดิน ปล่อยให้ไลอ้อนทำการกลัดกระดุมเสื้อให้พร้อมใบหน้าที่โน้มคลอเคลียจูบแก้มนุ่มและขบกัดใบหูเล็ก
“ฉันหิว...อยากกัดกินเธอเป็อาหารเช้ากลางวัน เย็นย่ำ จากค่ำไปถึงดึกดื่นมากที่สุดเลยรู้ไหมนางฟ้า”
“อือ...แล้วไง”ปาวรินทร์ขานรับด้วยหัวใจระทึก
“ฉันโดนยิง”
“ก็รู้แล้ว”
“ถ้าขอให้ช่วย...ได้หรือเปล่า”หนึ่งทางนอกจากพักผ่อน เพื่อเขาจะใช้ฟื้นฟูร่างกายตัวเองโดยความช่วยเหลือจากแม่นางฟ้าเนื้อนุ่มหอมตรงหน้า...คือการได้ดูดดื่มเืรสหวานอย่างอิ่มหนำ
“อือ...แล้วให้ช่วยยังไงล่ะ”ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่ ถึงเธอไม่อนุญาตแต่ท่าทางไลอ้อนก็คงไม่ยอมสู้ยอมและถามให้รู้ดีกว่า เขา้าให้เธอทำอะไร
“อยากดื่มเืเธอ”นิ้วยาวไล้คลึงลำคอระหงส่วนจุดชีพจรเต้นตุบๆอย่างแ่เบาคล้ายผีเสื้อโบยบินมาแตะดอกไม้กลีบบาง
ปาวรินทร์รู้เพียงแค่ตอนนี้เธอกลัวจนตัวแข็งขาสั่นแม้กระทั่งขยับตัวก็ไม่กล้า ได้แต่ยืนนิ่งๆ กลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง
“ไม่ต้องกลัวหรอก...ฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บอีกทั้งรู้สึกดีด้วย”
ถูกขอดื่มเืสดๆบอกให้เธอไม่กลัว...ไม่เจ็บนี่นะ บ้าแล้วละ
“นิดเดียวเอง...”เฉพาะตอนนี้เท่านั้นนะ เมื่อเจอที่พำนักพักพิงแข็งแกร่งและมั่นคงพอเขาจะดื่มด่ำกับเืรสหวานคาวของเธอให้ชุ่มฉ่ำใจจะสอนให้เธอรู้จักการถ่ายเทเืจากเขาไปสู่เธอและจากเธอมาสู่กายเขาขณะสองร่างสอดประสานหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกัน!
“ฉัน...”ปาวรินทร์ไม่ทันได้พูดอะไร ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดๆบริเวณลำคอยามถูกคมเขี้ยวแหลมและคมแหวกผ่านเนื้อลงไปถึงเส้นเืพร้อมความปั่นป่วนวาบหวามเมื่อเือุ่นระอุถูกดูดออกจากกายอย่างช้าๆ นิ้วเล็กกดลงไปบนท่อนแขนแกร่งหนังตาอ่อนนุ่มหลุบลงอย่างเชื่องช้า
“เืเธอหวานมากเลยนางฟ้า”ไลอ้อนเอื้อนเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม เมื่อดื่มด่ำกับเือุ่นๆ จนอิ่มหนำ “ขอบใจนะ”
“อือ...แค่นี้ใช่ไหม”ขานรับในลำคอด้วยว่ายังรู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณท้องน้อยและเต้าอวบกลมกลึงที่ยังตกอยู่ในอุ้งมือหนา
ไลอ้อนอมยิ้มแก้มตุ่ยตวัดลิ้นไล้ให้น้ำลายอุ่นๆ ช่วยปิดาแ “ทีนี้ก็เหลือเพียงรอยเล็กๆที่ใครเห็นก็นึกว่าถูกสัตว์ร้ายกัดเอาเท่านั้น...ต่อไปเธอก็สามารถทำแบบนี้ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งฉัน”
ปาวรินทร์ตาโตมองคนพูดซึ่งมีสีหน้ายิ้มๆ ประหนึ่งเจอกับเื่ประหลาดชวนสยิวพูดอย่างนี้เหมือนบอกกับเธอว่า...มีครั้งต่อไป! หญิงสาวสะบัดศีรษะทุยแรงๆอ้าปากแต่ไม่ทันได้เอ่ยพูดสิ่งใดด้วยปากหนาเคลื่อนมาทาบทับบนกลีบปากนุ่มอย่างรวดเร็วจนเกินจะรับมือได้ทัน
ฟันขาวขบกัดย้ำไปบนกลีบปากนุ่มตวัดไล้ละเลียดลิ้มหยอกเย้าก่อนสอดแทรกเข้าไปกวาดไล้ซอกซอนหาความหวานกระหวัดเกี่ยวรัดพัวพันกับลิ้นอุ่นชื้นดื่มด่ำกับโพรงเนื้อนุ่มรสหวานจากเนิบนาบเป็หนักหน่วงจนหัวใจสาวหวั่นไหวอยากััเขาบ้างแต่ยังไม่กล้าพอ
“รีบไปหาที่พักหลบซ่อนรักษาตัวดีกว่าขืนอยู่นานกว่านี้ฉันกลัวอดใจไม่ไหว รีบดึงทึ้งเสื้อผ้าเธอออกแล้วกระหน่ำเสพสวาทให้เป็การขอบคุณที่ช่วยให้อิ่ม” กระซิบเสียงทุ้มพร่าใกล้หูนุ่มขบกัดเบาๆ ก่อนสอดแขนโอบรัดรอบกายอรชร บังคับให้หญิงสาวเดินไปกับเขาอย่างเชื่องช้า