แสงตะวันยามสายสาดแสงลงมาอาบไล้เมืองชิงเฟิง ทว่าความอบอุ่นนั้นมิอาจแทรกซึมผ่านผ้าคลุมสีดำสนิทที่ปกปิดร่างของมู่เฉินได้
หลังจากเหตุการณ์สั่งสอนสุนัขรับใช้ของมู่หานเมื่อ่เช้า มู่เฉินรู้ดีว่าเวลาของเขาและบิดากำลังหมดลงทุกขณะ พิษสลายิญญาในร่างของมู่เฟิงเริ่มกัดกร่อนแก่นแท้แห่งชีวิตอย่างรุนแรง หากมิอาจหาสมุนไพรระดับสูงมาปรุงยาถอนพิษได้ภายในหนึ่งเดือน บิดาของเขาจะต้องดับสูญอย่างแน่นอน ทว่าทรัพยากรทั้งหมดของสายหลักถูกผู้าุโรองยึดครองไว้สิ้น มู่เฉินจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องดิ้นรนหาทางด้วยตนเอง
เป้าหมายของเขาในวันนี้คือ ‘หอประมูลจันทรา’ สถานที่ที่มั่งคั่งและทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองชิงเฟิง มันมิใช่เพียงลานประมูลสินค้า ทว่ายังเป็ศูนย์กลางการค้าขายทรัพยากรทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็โอสถล้ำค่า อาวุธิญญา หรือแม้แต่เคล็ดวิชาหายาก ล้วนถูกนำมาซื้อขายกัน ณ สถานที่แห่งนี้
มู่เฉินหยุดยืนอยู่หน้าอาคารไม้ห้าชั้นที่โอ่อ่าตระการตา ป้ายชื่อขนาดใหญ่สลักด้วยทองคำแท้แผ่รังสีแห่งความมั่งคั่งออกมาข่มขวัญผู้พบเห็น เขาปรับลมหายใจให้เชื่องช้า ใช้เคล็ดวิชากลืนดารา์สะกดข่มพลังปราณระดับสามของตนเองไว้จนมิดชิด ทว่าจงใจปล่อยกลิ่นอายความเย็นเยียบและหนักอึ้งดุจห้วงอวกาศลึกออกมาบางเบา เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความลึกลับและน่าเกรงขาม
เขาในคราบชายลึกลับชุดดำ ก้าวเท้าผ่านประตูใหญ่เข้าไป ผู้คนพลุกพล่านเดินขวักไขว่ ทั้งผู้ฝึกยุทธ์ พ่อค้า และทหารรับจ้าง ทว่าเมื่อมู่เฉินเดินผ่าน ผู้คนเ่าั้กลับรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นจนต้องแหวกทางให้โดยไม่รู้ตัว
มู่เฉินเดินตรงไปยังโต๊ะประเมินราคาสินค้า ด้านข้าง ชายชราร่างท้วมในชุดหรูหราสีน้ำเงินเข้มผู้ทำหน้าที่ประเมินกำลังนั่งจิบชาด้วยท่าทางเกียจคร้าน ั์ตาที่หรี่เล็กของมันเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์และดูแคลนผู้คน
เมื่อเห็นมู่เฉินในชุดคลุมซอมซ่อเดินเข้ามา ชายชราก็ปรายตามองด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "หอประมูลจันทราไม่รับซื้อเศษขยะหรือสมุนไพรข้างทาง หากเ้าไม่มีของมีค่าระดับหนึ่งขั้นกลางขึ้นไป ก็จงไสหัวออกไปเสีย อย่ามาเกะกะสายตาแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น"
น้ำเสียงของชายชราเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส มันมิได้มองมู่เฉินในฐานะลูกค้า ทว่ามองเป็เพียงขอทานที่หลงเข้ามา
มู่เฉินภายใต้ผ้าคลุมแสยะยิ้มเ็า ั์ตาสีรัตติกาลของเขาทอประกายอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาจดจำชายชราผู้นี้ได้ มันคือ ผู้าุโเฉิน คนทรยศที่เคยรับใช้บิดาของเขา ทว่าเมื่อบิดาตกอัป มันกลับเป็คนแรกๆ ที่หันไปประจบสอพลอผู้าุโรอง
มู่เฉินมิได้กล่าววาจาใดๆ เขาเพียงแค่นเสียงในลำคอ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อและโยนห่อผ้าที่เปื้อนคราบเืลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง 'ตุบ'
ห่อผ้าเปิดออก เผยให้เห็นเขี้ยวขนาดใหญ่คู่หนึ่งที่ยังคงมีปราณสีโลหิตแผ่ซ่านออกมาบางๆ พร้อมกับกรงเล็บแหลมคมอีกหลายชิ้น มันคือชิ้นส่วนของหมาป่าเนตรโลหิตที่มู่เฉินสังหารไปเมื่อคืน
"นี่มัน... ชิ้นส่วนของหมาป่าเนตรโลหิต!" ผู้าุโเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ท่าทีดูแคลนลดลงไปบ้าง ทว่าเมื่อพิจารณาดูใกล้ๆ มันก็แค่นหัวเราะอย่างดูถูก "หึ! ก็แค่สัตว์อสูรระดับหนึ่ง่ปลาย แม้จะพอมีราคาอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ล้ำค่าอันใดนัก ข้าให้เ้าเต็มที่ก็สามสิบเหรียญิญญา... เอาเงินไปแล้วก็รีบไสหัวไปเสีย"
สามสิบเหรียญิญญา! นั่นมันราคาที่ถูกกดจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน! เขี้ยวและกรงเล็บของหมาป่าเนตรโลหิตที่สมบูรณ์เช่นนี้ อย่างน้อยต้องขายได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยเหรียญิญญาในตลาดมืด! ผู้าุโเฉินจงใจกดราคาเพราะเห็นว่ามู่เฉินเป็เพียงคนพเนจรไร้หัวนอนปลายเท้า
"สามสิบเหรียญิญญางั้นรึ?" มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดัดให้แหบพร่าและเย็นเยียบประดุจภูตผี "หอประมูลจันทราอันยิ่งใหญ่ กลับมีความสามารถในการประเมินราคาต่ำต้อยถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
"เ้ากล้าสามหาวกับข้าเรอะ!" ผู้าุโเฉินตบโต๊ะดังปัง ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด พลังปราณระดับสี่แผ่ซ่านออกจากร่างหมายจะข่มขวัญชายลึกลับเบื้องหน้า
ทว่า... สิ่งที่ตอบโต้กลับมา กลับทำให้ผู้าุโเฉินต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด!
ครืนนน!
มู่เฉินมิได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ทว่าเขาจงใจปลดปล่อย ‘กลิ่นอายแห่งดาราทมิฬ’ ออกมาจากจุดตันเถียนเพียงเสี้ยวหนึ่ง แรงกดดันอันหนักอึ้งดุจูเาเหล็กนับพันลูกร่วงหล่นลงมาจาก์ พุ่งเข้าบดขยี้พลังปราณระดับสี่ของผู้าุโเฉินจนแตกซ่านกระจายหายไปในพริบตา!
อากาศรอบตัวมู่เฉินบิดเบี้ยว อุณหภูมิในบริเวณนั้นลดต่ำลงจนถ้วยชาบนโต๊ะเกิดเกล็ดน้ำแข็ง ผู้าุโเฉินรู้สึกราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดลำคอ ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น แววตาที่เคยมองด้วยความเหยียดหยาม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความกลัว
‘ก... กลิ่นอายกดดันเยี่ยงนี้! ช่างลึกล้ำและป่าเถื่อนนัก! น... นี่มิใช่ผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาแน่ หรือว่าจะเป็ยอดฝีมือเฒ่าที่เร้นกายมา!’ ผู้าุโเฉินกรีดร้องในใจ เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มหน้าผาก มันรู้ดีว่าคนระดับมันไม่อาจต้านทานยอดคนเช่นนี้ได้
"ข้าจะถามอีกครั้ง..." เสียงของมู่เฉินดังก้องในโสตประสาทของผู้าุโเฉิน "ของสิ่งนี้... มีมูลค่าเท่าใด?"
"ร... ร้อยห้าสิบ! ไม่สิ สองร้อยเหรียญิญญาขอรับผู้าุโ! ข... ข้าน้อยตาบอดมีตาหามีแววไม่ ขอผู้าุโโปรดอภัย!" ผู้าุโเฉินละล่ำละลักตอบ รีบกวาดชิ้นส่วนหมาป่าลงกล่องและยื่นถุงเงินที่บรรจุเหรียญิญญาจำนวนสองร้อยเหรียญให้มู่เฉินด้วยมือที่สั่นเทา
มู่เฉินรับถุงเงินมาเก็บไว้อย่างเยือกเย็น พลันรั้งกลิ่นอายดาราจางหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น บรรยากาศที่หนักอึ้งสลายตัวไป ผู้าุโเฉินทรุดลงนั่งหอบหายใจอย่างหนักราวกับเพิ่งรอดพ้นจากประตูผี
มู่เฉินมิได้สนใจผู้าุโเฉินอีกต่อไป เขารู้ดีว่าเงินสองร้อยเหรียญนี้ยังห่างไกลจากความ้าของเขา สายตาของเขากวาดมองไปที่ป้ายประกาศสินค้าระดับสูงที่กำลังจะเปิดประมูลในเดือนหน้า
‘โอสถรวมปราณระดับสาม... ราคาเริ่มต้น สองพันเหรียญิญญา’ ‘หญ้าดาราหยาดน้ำค้าง สมุนไพรระดับสาม (มีคุณสมบัติซ่อมแซมเส้นชีพจร)... ราคาเริ่มต้น หนึ่งหมื่นเหรียญิญญา!’
สายตาของมู่เฉินหยุดชะงักอยู่ที่ป้ายสุดท้าย 'หญ้าดาราหยาดน้ำค้าง' มันคือสมุนไพรที่จำเป็ต่อการปรุงยาถอนพิษให้บิดาอย่างยิ่ง ทว่าราคาเริ่มต้นหนึ่งหมื่นเหรียญิญญานั้น เป็ตัวเลขมหาศาลที่เขาในยามนี้ไม่มีทางเอื้อมถึง
"หนึ่งหมื่นเหรียญิญญา..." มู่เฉินกำถุงเงินในมือแน่น ั์ตาทอประกายเด็ดขาด เขาเงยหน้าขึ้นมองออกไปยังทิศเหนือของเมืองชิงเฟิง ทิศทางที่เทือกเขาสลับซับซ้อนทอดตัวยาวลับขอบฟ้า สถานที่ที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้าย ภยันตราย และความตาย...
‘ป่าอสูรหมอกทมิฬ’
สถานที่เดียวที่ผู้ฝึกยุทธ์สามารถแสวงหาความมั่งคั่งได้อย่างไร้ขีดจำกัด หากมีฝีมือและดวงแข็งพอ!
"ข้า้าเงินหมื่นเหรียญิญญาก่อนที่งานประลองตระกูลมู่จะเริ่มขึ้น... ดูเหมือนข้าจะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องไปล่าล้างผลาญในป่าอสูร" มู่เฉินตัดสินใจอย่างแน่วแน่
เขาเดินออกจากหอประมูลจันทรา นำเงินสองร้อยเหรียญไปซื้อเสบียง ยาสมานแผล และมีดสั้นเหล็กดำคุณภาพดีหนึ่งเล่ม ก่อนจะลอบกลับเข้าไปในจวนตระกูลมู่เพื่อแจ้งข่าวให้บิดาทราบว่าเขาจะออกไปเก็บตัวฝึกฝนในป่าด้านหลังูเาชั่วคราว
มู่เฟิงแม้จะมีความเป็ห่วง แต่เมื่อเห็นแววตาที่แน่วแน่ของบุตรชาย เขาก็ยอมปล่อยไป "เฉินเอ๋อร์... จงจำไว้ ความปลอดภัยของเ้าสำคัญที่สุด พ่อจะรอเ้ากลับมา"
มู่เฉินคุกเข่ากราบบิดาเป็ครั้งสุดท้าย รังสีฆ่าฟันและจิติญญาแห่งการต่อสู้ลุกโชนขึ้นในดวงตา
"รอข้าก่อนเถิด... เมื่อข้ากลับมาจากป่าอสูรหมอกทมิฬ ข้าจะทำให้ทุกคนที่เคยดูถูกพวกเรา ต้องชดใช้ด้วยเื!"
สิ้นคำกล่าวนั้น ร่างของชายหนุ่มในชุดทะมัดทะแมงก็พลิกตัวพุ่งออกไปทางหน้าต่าง กลืนหายไปกับเงามืดของรัตติกาล มุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งความตายที่รอคอยการจุติของดาราทมิฬ!