ต้อนรักเจ้าอสูรทะเลทราย_End

    บทที่ 1 ซุ่มซ่ามเป็นเหตุ.... 50%

            ผกากาญจน์ยืนอยู่ที่หน้าห้องพักดับเบิ้ลวีไอพี ซึ่งชั้นนี้เป็๲ชั้นที่มีห้องพักเพียงแค่สองห้องเท่านั้น ซึ่งเป็๲ส่วนตัวเอามากๆ และลูกค้าที่มาเช่าพัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็๲ระดับผู้นำประเทศทั้งนั้น และห้องที่เธอมายืนอยู่ที่หน้าห้องนี้ คนที่เช่าพักอยู่คือ ชีคอัสซาเดล ซายิด บาลี ซาเรส ซึ่งเขามาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อมาเที่ยวพักผ่อนเป็๲การส่วนตัว


            “ติ๊งต๊อง ติ๊งต๊อง ติ๊งต๊อง”


            ผกากาญจน์ยื่นมือเรียวเล็กไปกดออดที่ติดไว้ที่ประตูหน้าห้องพัก ยืนรอคนมาเปิดประตูห้องอยู่สักพัก ด้วยหัวใจเต้นแรงรัวเร็วราวกับกลองตีรัวๆ และในเวลาไม่ถึงสิบนาที องครักษ์ประจำตัวของท่านชีคอัสซาเดล ซายิด บาลี ซาเรส ก็เปิดประตูห้องพักออกมา


            “สวัสดีค่ะ ฉันผกากาญจน์ มาพบท่านชีคอัสซาเคล ซายิด บาลี ซาเรส ตามที่ท่านสั่งไว้ค่ะ”


            ผกากาญจน์บอกกล่าวแก่องครักษ์ ผู้ที่ทำการเปิดประตูรับเธอ ให้รับรู้รับทราบว่าเธอขึ้นมาทำอะไรที่นี่


            “รอสักครู่นะครับ”


            องครักษ์พยักหน้ารับทราบ ผายมือให้ผกากาญจน์เดินเข้าไปในห้องรับแขก ก่อนจะบอกกล่าวให้รออยู่ที่นี่ก่อน แล้วเขาก็ค่อยเดินห่างออกไปจากห้อง เพื่อไปอีกห้องห้องหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็๲ห้องทำงานของท่านชีค เพื่อไปรายงานการมาของ ผกากาญจน์ ให้ได้รับรู้รับทราบ


            ผกากาญจน์เดินไปนั่งรอชีคซาเรส อยู่ที่โซฟารับแขก โดยเ๽้าหล่อนก้มหน้าก้มตาเอาแต่มองมือเรียวเล็ก ที่ได้กอบกุมประสานกันอยู่บนตัก ซึ่งจิตใจก็เฝ้าพะว้าพะวังจดจ่ออยู่กับการมาของชีคซาเรส อยู่อย่างนั้น อย่างหวั่นๆ ในหัวใจ จนแทบสติสะตังไม่เป็๲ตัวของตัวเองอยู่แล้ว


            “สวัสดีคุณผกากาญจน์ คงพร้อมที่จะมารับผิดแล้วสินะ ถึงได้มาถึงที่นี่น่ะ”


            ชีคซาเรสก้าวเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกอย่างใจเย็น พร้อมกับเปล่งเสียงพูดทักทายออกมา อย่างไม่เป็๲เดือดเป็๲ร้อนใดๆ สักนิด ผกากาญจน์รู้สึกหวาดกลัวเพิ่มมากขึ้นจากเดิม มองหน้าคนตัวโตอย่างกล้าๆ กลัวๆ


            “สวัสดีค่ะท่านชีค จริงๆ ฉันก็ตอบไม่ได้หรอกค่ะ ว่าพร้อมหรือไม่พร้อม แต่ฉันก็อยากจะรับรู้รับทราบก่อนว่า ท่านประสงค์ที่จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง? เพื่อว่าหากฉันทำได้เลยก็จะทำโดยไม่เกี่ยงงอน แต่หากว่าคำสั่งที่ให้ทำนั้นมันเหลือบ่ากว่าแรง ฉันคงจะต้องคิดไตร่ตรองให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนค่ะ”


            ผกากาญจน์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้าเข้ามาอยู่ภายในตัว เมื่อได้ยินเสียงคนตัวโตผู้ทรงอำนาจ ส่งเสียงบอกกล่าวอย่างมีพลังอำนาจออกมาอย่างนั้น


            “หึหึ!!!!... ฉลาดในการตอบมากคนสวย แต่ก็เอาเถอะ ฉันจะให้เธอรับผิดชอบในความผิดของเธอ โดยการที่เธอจะต้องมาเป็๲ผู้หญิงของฉัน หรืออาจจะเรียกอีกอย่างก็คือ นางในฮาเร็มของฉันนั่นแหละ ซึ่งหากเธอตกลงตามนั้น เธอจะไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องเดือดร้อนเ๱ื่๵๹เงินๆ ทองๆ เลย เธอจะอยู่อย่างสบาย และสามารถส่งเสียครอบครัวของเธอได้ เธอจะยอมรับคำข้อเสนอที่เธอจะต้องรับผิดชอบนี้หรือเปล่า?”


            ชีคราเซสเดินมานั่งลงที่โซฟาตรงกันข้ามกับคนตัวเล็ก จ้องมองใบหน้าสวยหวานอย่างไม่วางตา ก่อนจะกล่าวถึงข้อเสนอ ที่คนตัวเล็กจะต้องรับผิดชอบนั้นออกมา อย่างใจเย็น


            “ยะ อย่างนี้มันก็เหมือนกับเป็๲การขายตัวชัดๆ เลยนี่คะ” ผกากาญจน์กล่าวขึ้น อย่างเผลอลืมกลัวไปชั่วขณะหนึ่ง


            “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ ที่ฉันให้ทำนี่ไม่ได้เป็๲การขายตัว เพราะเธอจะต้องมีฉันเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น และเป็๲อย่างนี้เรื่อยไปจนกว่าฉันจะเบื่อ และปล่อยเธอเป็๲อิสระ และถึงตอนนั้นเธอจะไปมีใครอื่นก็ได้แล้วแต่เธอ”


            ชีคซาเรสกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น เหมือนว่าเขากำลังไม่สบอารมณ์ขึ้นมานิดๆ


            “แล้วถ้าฉันไม่ประสงค์ทำตามคำที่ท่านพูดมานี่ละคะ!!??” ผกากาญจน์ลองหยั่งเชิงดู ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอ หากว่าเธอไม่ทำตามที่เขาพูดมา


            “หึ! เธอก็จะต้องโดนไล่ออกจากงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ และเผลอๆ อาจโดนความผิดลบหลู่เบื้องสูงไปด้วยอีกระทงหนึ่ง”


            ชีคซาเรสหรี่ตามองไปยังคนตัวเล็ก อย่างรู้สึกเหมือนกำลังโดนท้าทาย ซึ่งสีหน้าของผกากาญจน์ในตอนนี้ มีแต่ความพะว้าพะวังกังวล หวาดกลัว แสดงออกมาให้เห็นผ่านทางสีหน้าแววตา อย่างเด่นชัด


            “เอ่อ!!.... ฉันขอเวลาคิดสักนิดนะคะ แล้วจะให้คำตอบอีกที ได้ไหมคะ?”


            ผกากาญจน์ไม่กล้าที่จะต่อว่าต่อขาน คนที่พูดวางอำนาจตรงหน้านี้ เพราะเขามีอำนาจอยู่ในมือเหลือล้น คนอย่างเธอไม่มีอำนาจใดๆ ในมือเลย จะไปสู้รบตบมือกับเขาได้ยังไงกัน ทำได้เพียงแค่ต่อเวลาไปชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง เพื่อจะได้คิดไตร่ตรองทางออกว่าจะทำยังไงดี


            “เอาอย่างนั้นก็ได้ ฉันจะให้เธอกลับไปคิด และวันพรุ่งนี้จะต้องมาให้คำตอบกับฉันที่นี่ เวลานี้ตามเดิม”


            ชีคซาเรสสั่งขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลังอำนาจ และเฉียบขาด ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากโซฟา เดินออกไปจากห้องรับแขกทันที อย่างไม่รอช้า โดยปล่อยให้ผกากาญจน์ นั่งคิดไม่ตกอยู่ในนั้นสักพัก แล้วค่อยลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง โดยมีองครักษ์คนเดิมนั่นแหละ เป็๲ผู้นำทางเดินออกไป


    ๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖