ดิวไม่ใส่ใจท่าทีของข้าวหอมก่อนหน้านี้ เพราะด้วยวัยที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน เป็นธรรมดาที่จะพูดอะไรไม่คิด ดิวเคยเป็นมาก่อน และแน่นอนว่าทุกคนเคยเป็น ส่วนเป็นแล้วจะโตหรือเป็นแค่เด็กก็อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้ไม่มีใครสามารถช่วยได้ นอกจากตัวเราเอง
เห็นดิวยิ้มอ่อน ข้าวหอมก็ใจหาย เธอเข้าไปจับแขนดิวอย่างคนรู้จักที่สนิท
“พี่ชาย ขอโทษนะ เมื่อครู่นี้คือ...ไอ้แหลมไง มันอยากดีดกีตาร์ต่อ ไอ้เต๋อก็อยากตีกลอง ไอ้ชัยก็อยากเล่นเบส ส่วนฉัน...ร้อง ร้องจนเสียงแหบหมดแล้ว ไม่ได้อยากต่อเวลาเลยสักนิด” เธอกระพริบตาปริบๆ อย่างหน้าตาย
“อ้าว เห้ย!” พวกเต๋อถึงกับพูดไม่ออก ทำไมถึงโยนขี้มาให้กันแบบนี้ล่ะ แล้วพวกเขาจะมองหน้าดิวยังไง ยายข้าวหอม!
“ไม่เป็นไรครับ เรื่องก่อนหน้านี้ผมไม่ถือสาหรอก ว่าแต่เป็นนักร้องวงโรงเรียนเหรอ?” ดิวไม่เก็บมาใส่ใจ เพราะดูจากท่าทางของพวกเต๋อแล้ว น่าจะรู้จักเขาในโลกออนไลน์ไม่น้อย
ตอนนี้ภาพลักษณ์ถือว่าสำคัญ โลกออนไลน์ต่างมีเรื่องเสียหายแชร์กันให้แซด และดิวก็ไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้น เดี๋ยวจะหาว่าเขาทำตัวหยิ่ง
“ใช่ค่ะ เราแต่งเพลงเอง ทำเมโลดี้เอง ว่าจะไปแข่งด้วยนะคะ!” ข้าวหอมมีความฝัน นั่นคือการเป็นนักร้อง โดยก่อนหน้านี้เธอเรียนชั้นมัธยมต้นอยู่อีกที่ แต่พอแม่เปลี่ยนผัวฝรั่งมีเงินเยอะจึงได้เปลี่ยนที่เรียน ไปเป็นเอกชน ทำให้รู้จักกับสามหน่อทางด้านดนตรี
ชมรมดนตรีไม่ได้รับความนิยมนัก ไม่เหมือนกับสมัยก่อนแล้วที่ใช้เพลงจีบสาว แกะโน๊ตของนักร้องที่ชอบ ไปร้องให้สาวๆ ฟัง ตอนนี้แค่มีบิ๊กไบค์ขับไปโรงเรียน ไม่ว่าจะหน้าตาเห่ยหรืออ้วนตัน สิวเต็มหน้า แต่จะมีสาวๆ มายืนออ อยากซ้อนท้ายไปกับพี่ไม่ขาด
รวมถึงสื่ออินเตอร์เน็ตที่เข้ามาเกี่ยว ยังมีอะไรอีกมากให้ต้องทำ ชมรมดนตรีจึงไม่ได้รับความนิยม โลกมันเปลี่ยนอย่างที่บอก ไม่มีใครว่างขนาดมาขุกตัวอยู่กับดนตรีทั้งวันหรอก
“ว่าแต่พี่จะออกซิงเกิ้ลเหรอครับ” เต๋อถาม เขาเพิ่งดูคลิปของดิวไปเมื่อเช้าวันนี้ก็จริง แต่กลับชอบมาก และยิ่งมาเห็นดิวโชว์ฝีไม้ลายมืออันสุดยอดให้เป็นที่ประจักษ์ เต๋อก็ยิ่งเทิดทูนความสามารถ จนฝากตัวเป็นแฟนคลับของดิวในที่สุด
ได้ยินคำถามของเต๋อ ดิวก็พยักหน้า “ใช่ พี่จะออกซิงเกิ้ลห้าเพลง แน่นอนว่ามันคือเพลงที่พี่แต่งเอง”
มีเพลงตั้งมากมายที่ในโลกนี้ไม่มี มันคือเพลงจากชาติที่แล้วในอนาคตคู่ขนานนั่นเอง แต่ว่าดิวไม่ได้นำมาใช้ เขาแค่เล่นในบางเพลงเพื่อหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงเท่านั้น ไม่คิดขโมยผลงานของคนอื่นหากินในเชิงพาณิชย์เด็ดขาด
“หูยยย! เจ๋งสุดยอดเลยพี่ ว่าแต่พี่มีนางเอกเอ็มวีแล้วพระเอกยัง! ผมเป็นให้เอามั้ย ไม่คิดค่าตัวนะ” ชัยเสนอตัว เขาเป็นเด็กที่สูงราว 170 เซ็นติเมตรได้ ซึ่งถือว่าค่อนข้างตัวเล็ก ต่างจากแหลมที่สูงถึง 185 เซ็นติเมตร เป็นเด็กที่สูงที่สุดในกลุ่ม สามารถไปเป็นนายแบบได้สบาย
“นั่นสิพี่ พี่คะรู้มั้ยว่าฉันเป็นนางเอกให้ได้นะ ไม่เอาค่าตัวสักบาท แต่จะขอเป็น...ไลน์พี่แล้วกัน” ข้าวหอมส่งสายตาหวานหยาดมาให้
ดิวไม่เคยรับรู้ถึงสายตาแบบนี้มาก่อน นี่สินะที่เขาเรียกว่าเสน่ห์ของเด็กสาว ม.ปลาย มันช่างต่างกับผู้หญิงที่มีอายุจริงๆ เป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหลไปอีกแบบ
“ก็ว่าจะนะ แต่มันต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากเลยละ บางทีอาจทำแค่เอ็มวีเดียวเท่านั้น ส่วนเพลงอื่นๆ จะทำเป็นภาพนิ่ง” ดิวไม่ได้เป็นลูกคนรวย ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังมาถลุงเล่น เขาต้องคิดก่อนว่าลงทุนไปแล้วจะคุ้มค่าหรือเปล่ากับสิ่งที่ทำ ถ้าไม่อย่างนั้นถือว่าขาดทุน
“พูดถึงเรื่องเอ็มวี ที่นี่ก็รับทำนะ ราคาเป็นกันเอง สนใจหรือเปล่าล่ะ” อีฟเข้ามามีส่วนร่วม เธอเป็นผู้หญิงง่ายๆ ปล่อยเนื้อปล่อยตัว แต่ไม่ชอบเลยเวลาที่ใครมาเข้าใกล้คนที่หมายตาไว้ อย่างเช่นตอนนี้ยายข้าวหอมที่จับมือดิวอยู่ รู้สึกรำคาญลูกกระตาชะมัด
“สนใจมั้ยล่ะดิว ผมรับทำนะ ราคาเป็นกันเองง่ายๆ สามารถตกลงเรื่องโลเคชั่นได้ว่าจะเอาแบบไหน อยากให้งานออกมาเป็นยังไง บอกผมมาได้เลย รับรองว่าจะทำให้ออกมาไม่แพ้ค่ายใหญ่!” เห็นแบบนี้ก็เถอะแต่เต้ยมีประสบการณ์มากนะ เขาเคยทำงานกับค่ายใหญ่มาก่อน จึงมีประสบการณ์ค่อนข้างเยอะ
“งั้นไว้เพลงเสร็จก่อนแล้วกัน ผมจะบอกอีกที”
“ได้สิ ผมจะรอนะ”
เห็นว่าดิวจะกลับแล้วแต่ข้าวหอมไม่ยินยอม ไลน์ก็ยังไม่ได้จะให้ปล่อยมือไปได้ยังไง
“พี่...ฉันขอเฟสหน่อยสิ”
ดิวปลายตามองข้าวหอมเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงสัมผัสมือนุ่มนิ่มของเด็กสาว ชีวิตที่ผ่านมาเคยจับแต่มือของฝ้าย เวลานี้อาจเห็นว่าภายนอกเขาดูเรียบเฉย แต่ใครจะรู้ว่าภายในตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“ได้สิครับ พวกนายจะเอาด้วยมั้ยล่ะ”
เมื่อเป็นอย่างนั้น พวกเต๋อจึงเป็นเพื่อนกับดิวในเฟส โบกมือลาเด็กพวกนั้นแล้วขึ้นรถเก๋งของอีฟ ไม่รู้ว่าเพราะข้าวหอมหรือเปล่า ตลอดทางกลับร้านบุษบาอีฟไม่พูดไม่จาเลยสักคำเดียว คล้ายกับว่าแฟนสาวที่กำลังงอนชายหนุ่ม
“ขอบใจนะ...พี่อีฟ” ดิวไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงกับท่าทางของเธอดี แต่แน่นอนว่าอีฟไม่ใช่คนงี่เงา เธอแค่แสดงออกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วหอมแก้มดิวไปทีหนึ่ง
“นี่ถือเป็นค่าโดยสาร!”
เธอพูดอย่างหน้าตาเฉย ปล่อยให้เขาลงตรงหน้าร้านบุษบาในขณะที่จับแก้มตัวเองอย่างงุนงง
“ยายตัวร้าย!” ดิวเผยรอยยิ้มเล็กๆ ไม่เก็บมาคิดให้มากความ เขาขับรถกลับห้องก่อนจะเตรียมตัวมาเล่นดนตรีในคืนนี้
หลังจากที่เพลงเสร็จสมบูรณ์เป็นที่น่าพอใจ ดิวจึงตกลงเซ็นสัญญาทำเอ็มวีกับเต้ย โลเคชั่นที่ถ่ายทำคือร้านเหล้าที่เต้ยรู้จัก มันให้บรยากาศที่ดูแพง ไม่ใช่ร้านเปิดโล่งแบบร้านปลาเผาพวกนั้น
เจ้าของร้านเป็นเพื่อนกับเต้ย เลยคุยกันง่ายหน่อย ราคาจึงไม่แพงอย่างที่คิด พวกเขาตกลงกันว่าจะถ่ายตอนเช้าของวัน ถ่ายวันเดียวให้เสร็จก่อนช่วงเย็น
ดิวมีตัวเลือกในใจเเล้วสำหรับนางเอก ตอนแรกเขาคิดจะเลือกน้ำขิง ผู้หญิงคนนี้น่ารัก เหมาะที่จะเป็นสาวอารมณ์เหงาในร้านเหล้า แต่ดิวยังไม่ลืมว่าเธอเป็นเพื่อนกับเลม่อน เด็กของเสี่ยซึ่งมีอิทธิพล อาจนำปัญหามาให้ดิวได้ เพราะงั้นตัวเลือกอย่างน้ำขิงจึงตัดไป อีกอย่างหนึ่งค่าตัวที่เธอขอมาคือนอนด้วยหนึ่งคืนนี่สิ แน่นอนว่าเขาตอบปฏิเสธ แต่หากเป็นคนอื่นอาจจะตกลงก็ได้ไม่รู้เหมือนกัน
ตัวเลือกของดิวจึงมีแค่ยายเด็กสาวที่เพิ่งเจอกัน ข้าวหอม...
ในตอนเที่ยงของวัน ข้าวหอมกำลังไปซื้อขนมปังมากิน เธอไม่ชอบกินข้าวนัก โดยปกติจะกินแต่ขนมปังกับนม เพราะงั้นจึงมีรูปร่างที่ผอมบาง แต่ยังดูดีไม่ได้เป็นกุ้งเสียบไม้
ในระหว่างกินขนมปังแมสเซ็นเจอร์ก็เด้งขึ้นมา ข้าวหอมหยิบโทรศัพท์ออกมาดูอย่างไม่ใส่ใจเช่นทุกที แต่ทันทีที่เห็นว่าใครทักมา เธอก็กรี๊ดแตก!! กระโดดกระเต้นอยู่ตรงนั้น จนเพื่อนนักเรียนคนอื่นหันมามอง
“ขอโทษค่ะ” ข้าวหอมไม่สนใจขนมปังอีก เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำแล้วอ่านสิ่งที่ดิวส่งมาหา
“ว้าว! นึกแล้วว่าพี่ชายของฉัน จะต้องการฉัน ก็แน่ล่ะฉันเป็นน้องสาวของพี่นี่นา!” ข้าวหอมหัวเราะร่วนในห้องน้ำ ทำเอาเด็กผู้หญิงที่กำลังอึห้องข้างๆ ตกใจนึกว่าผีเข้า จนทำกระโปรงเปื้อนคราบอี๋ๆ
วันเวลาถูกนัดไว้ เป็นวันเสาร์ที่ 14 ของเดือน ข้าวหอมได้คุยรายละเอียดกับดิวแล้ว และรู้ว่าพระเอกของเอ็มวีก็คือ...ดิวนั่นเอง
“ก็แหงละ ถ้าพี่ไม่เป็นพระเอก ฉันจะเล่นทำไมล่ะฮึ” ข้าวหอมไม่แปลกใจเลยสักนิด ราวกับว่าเธอคิดไว้อยู่แล้ว วันนั้นเธอออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้า แต่เมื่อคืนกลับนอนไม่ค่อยหลับ ตาของเธอเลยค่อนข้างจะคล้ำเหมือนกับหมีแพนด้า
“ตายแล้ว ตายแล้ว แบบนี้แย่แน่ๆ!” ถึงปากจะบ่นไปแบบนั้น แต่ข้าวหอมก็ยังบึ่งรถมาถึงกองถ่าย
พวกเต๋อเองก็มาร่วมด้วย ในเอ็มวีร้านเหล้า แน่นอนว่ามันต้องใช้คนเยอะ เด็กๆ พวกนี้เสนอตัวเอง ไม่ขอเงินสักบาท ขอแค่ได้ร่วมเฟรมไม่กี่ฉากก็พอใจแล้ว ดิวตอบตกลง แต่เขาไม่ได้มีชุดสำหรับทุกคนด้วยสิ จึงให้เด็กพวกนั้นเตรียมชุดมาเอง ส่วนข้าวหอมชุดของเธอได้ถูกเตรียมไว้แล้ว
ร้านที่ถ่ายทำเอ็มวีชื่อว่าร้านลูซิเฟอร์ เป็นร้านดังแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ เมื่อจอดรถดับเครื่อง ข้าวหอมก็วิ่งหน้าตั้งเข้าไปข้างใน มีคนมากหน้าหลายตา ซึ่งเธอไม่รู้จักเลยสักคน จะรู้จักเพียงอีฟที่ไม่ชอบขี้หน้า
“เอ่อ...” เธอไม่รู้จะพูดอะไร โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ไม่ชอบด้วยแล้ว มันยากมากเลย
“เธอได้นอนหรือเปล่าเนี่ย ขอบตาคล้ำมาเชียว...” อีฟถาม ไม่ได้จงใจหาเรื่องอีกฝ่าย แต่ที่เห็นมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
“นอนสิคะ หลังจากที่เลิกเรียนฉันก็นอนตั้งแต่หัววัน แต่ที่มันเป็นแบบนี้ เพราะฉันไม่ได้แต่งหน้าต่างหาก!” ใช่ข้าวหอมนอนจริงๆ แต่นอนหลับๆตื่นๆ นี่สิ เพราะงั้นจึงดูเซื่องซึมแบบนี้
ก็นะ เธอตื่นเต้นนี่นา ไม่เคยถ่ายเอ็มวีมาก่อน แถมคนที่เป็นพระเอกยังเป็นพี่ชายที่ชื่นชมด้วย
“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” อีฟไม่อยากให้งานวันนี้เสีย เธอไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับงานนี้ แค่อยากทำเพราะว่างเท่านั้น อีกอย่างแค่จะเอาใจดิว
“แล้วชายของฉันอยู่ไหนล่ะคะ ฉันไม่เห็นเลย” ข้าวหอมมองไปรอบๆ แต่ไม่ยักจะเห็นดิว เจอแต่ทีมงานที่กำลังตั้งฉาก ให้แสงไฟมันสาดส่อง โฟกัสไปบางมุม
และในขณะที่เธอกำลังมองหาอยู่นั่นเอง ดิวก็เดินออกมา...