ตอนที่ 48: การต้อนรับของเจ้าถิ่น
"ผมจ้องมองความงามอันเป็นธรรมชาติทว่าแฝงเร้นด้วยแรงตัณหาของรินในชุดราตรีเปิดหลังสีมรกตที่ลื่นไหลแนบสนิทไปกับสัดส่วนโค้งเว้า... รู้ได้ทันทีว่าในค่ำคืนนี้เธอจะกลายเป็นอาหารอันโอชะสุดพิเศษที่มหาเศรษฐีต่างชาติจ้องจะลิ้มลองเป็นที่สุด"
แสงไฟสีนวลตาภายในห้องเพนต์เฮาส์สวีทสุดหรูบนเกาะเซนโตซาทอดประกายอ่อนละมุนสะท้อนกับกระจกใสบานยักษ์ที่เผยให้เห็นวิวอ่าวทะเลมืดมิดด้านนอก ผมยืนนิ่งมองภาพสะท้อนของภรรยารักในกระจกเงาบานใหญ่ด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรง รินในวัยสามสิบสองปีค่ำคืนนี้ดูงดงามสะกดสายตาราวกับนางพญาที่เพิ่งจุติลงมาจากฟากฟ้า เธอสวมชุดราตรีเดรสยาวตัดเย็บด้วยผ้าไหมซาตินเนื้อดีสีเขียวมรกต เนื้อผ้าเปล่งประกายมันวาว ลื่นไหลทิ้งตัวแนบสนิทไปตามสัดส่วนโค้งเว้าทรงนาฬิกาทรายอันสมบูรณ์แบบของเธอ
ด้านหน้าของชุดคว้านลึกเป็นทรงคอวี เผยร่องอกอวบอัดขาวผ่องที่เบียดชิดเข้าหากันจนดูตึงแน่นน่าบดจูบ ช่วงเอวคอดกิ่วเด่นชัดรับกับสะโพกกลมกลึงผึ่งผายผุดผาดงดงาม แต่จุดเด่นที่สุดคือส่วนหลังของชุดเดรสที่เว้าเปิดโล่งลึกยาวลงไปจนถึงขอบบั้นท้ายนูน เผยแผ่นหลังเนียนละเอียดไร้ที่ติ ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดเปล่งประกายฉ่ำน้ำสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ช่างเป็นผิวพรรณที่ดูสุขภาพดี เซ็กซี่ และน่าลูบไล้ไปทุกอณูสัมผัส
"พี่ธันว์คะ... ช่วยรินรูดซิปข้างหลังหน่อยได้ไหมคะ? รินเอื้อมมือไม่ถึงเลยค่ะ" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานละมุนที่แฝงแววตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เธอหันแผ่นหลังเปลือยเปล่าเข้าหาผม ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองสบตาผมผ่านเงาสะท้อนในกระจก
ผมก้าวเดินเข้าไปหาร่างบางอย่างเชื่องช้า สองมือประคองแตะลงบนสะโพกมนภายใต้ผ้าไหมซาตินสีมรกตลื่นมือ สัมผัสความอุ่นร้อนของเรือนร่างภรรยาผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำให้ความต้องการในกายผมขยับไหวทันที ผมเลื่อนมือขวาขึ้นมาจับหัวซิปเหล็กสีทองตรงช่วงล่าง แล้วค่อย ๆ รูดมันขึ้นไปตามแนวสันหลังอย่างประณีต ปลายนิ้วหนาแกล้งไล้สัมผัสผิวเนื้อเนียนอุ่นของแผ่นหลังนวลละเอียด รินสะดุ้งกายเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอสะดุดไปชั่วขณะเมื่อความเย็นจากนิ้วของผมสัมผัสผิวเนื้อสาวของเธอ
"อื้อ... พี่ธันว์ แกล้งรินอีกแล้วนะคะ" รินเอี้ยวใบหน้าสวยเก๋กลับมากระซิบประท้วงเบา ๆ ใบหน้าสวยเก๋แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีอย่างพิถีพิถัน ริมฝีปากอวบอิ่มทาด้วยลิปสติกสีแดงก่ำขับเน้นใบหน้าหวานซึ้งให้ดูเฉี่ยวและเย้ายวนชวนหลงใหลเกินห้ามใจ เรือนผมสีดำขลับถูกรวบขึ้นไปจัดแต่งทรงสูงอย่างประณีต เผยช่วงลำคอเรียวระหงและลาดไหล่เนียนสะอาดตา
ผมไม่ตอบ แต่สวมกอดรวบเอวคอดกิ่วของเธอจากทางด้านหลัง ดึงร่างบางเข้ามาแนบชิดกับแผ่นอกแกร่งที่สวมชุดสูททักซิโด้สั่งตัดสีดำสนิทเนี้ยบกริบ สูดดมกลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบฝรั่งเศสปนกลิ่นกายสาวอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอเข้าปอดลึก ๆ
"พี่ไม่ได้แกล้งครับ... แต่คืนนี้รินสวยสะกดใจพี่เหลือเกิน สวยจนพี่อยากจะฟัดรินให้จมเตียงตรงนี้เลย ไม่อยากพาออกไปให้ใครมองแล้ว" ผมกระซิบพร่าชิดใบหูนิ่มพลางขบเม้มติ่งหูเธอเบา ๆ
"บ้าจริงพี่ธันว์... พูดอะไรแบบนั้นคะ คืนนี้เป็นค่ำคืนสำคัญนะ ดีลธุรกิจมูลค่ามหาศาลเลยนะคะ แล้วเราก็นัดคู่รักมหาเศรษฐีเจ้าถิ่นเอาไว้ด้วย" ใบหน้ารินแดงซ่านด้วยความเอียงอายและวาบหวามจากการปลุกเร้า แต่แววตากลับสั่นระริกด้วยความประหม่ากังวล "พี่ธันว์... รินตื่นเต้นจังเลยค่ะ ภาษาอังกฤษของรินก็แค่พอคุยทั่วไป รินกลัวว่าจะทำตัวไม่ถูก แล้วเมียของเศรษฐีฝรั่งเศสเป็นคนญี่ปุ่นด้วยใช่ไหมคะ? รินกลัวสู้ความน่ารัก จริตจะก้าน และความเซ็กซี่ของพวกเธอไม่ได้เลยค่ะ..."
ผมจับไหล่บางของเธอให้หมุนกลับเผชิญหน้า สบดวงตาคู่กลมสุกใสที่ทอดมองมาอย่างเว้าวอนอย่างลึกซึ้งและจริงจัง "รินครับ ฟังพี่นะ... เมียรักของพี่มีความงดงามที่เป็นธรรมชาติ มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาใครเปรียบไม่ได้ ผิวสีน้ำผึ้งนวลละเอียด หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มชูชันสะพรั่ง และสายตาเปี่ยมเสน่ห์แสนหวานของรินในคืนนี้ มันจะทำให้ผู้ชายทุกคนที่จ้องมองต้องสยบลงตรงแทบเท้า และพี่สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างรินตลอดเวลา ไม่ว่ารินจะกังวลเรื่องอะไร พี่จะเป็นคนดูแลและสื่อสารให้เอง ทุกอย่างในคืนนี้เรามาร่วมค้นหาความตื่นเต้นใหม่ๆ และก้าวเข้าสู่ประตูบานใหม่ไปพร้อม ๆ กันนะ"
คำพูดของผมทำให้ดวงตาของรินทอประกายอุ่นใจและซาบซึ้ง เธอเขย่งปลายเท้าขึ้นกดประทับริมฝีปากอวบอิ่มเข้ากับเรียวปากของผมเบา ๆ ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงปรารถนาลึกซึ้ง ความนุ่มหยุ่นหวานละมุนฉาบไล้อารมณ์จนเราทั้งคู่เคลิบเคลิ้ม ก่อนที่รินจะค่อย ๆ ผละออกยิ้มหวานจนลักยิ้มผุดขึ้นที่ข้างแก้ม
"ขอบคุณค่ะพี่ธันว์... รินพร้อมแล้วค่ะ เราไปกันเถอะ"
พวกเราก้าวเดินออกจากห้องเพนต์เฮาส์สวีทสุดหรู ลงลิฟต์ตรงสู่ล็อบบี้อันโอ่โถงของรีสอร์ตหรู ที่นั่นมีรถลีมูซีนคันยาวสีดำสนิทของคลับระดับสากล 'The Globe Elite' จอดรออยู่ พนักงานขับรถในชุดเครื่องแบบภูมิฐานสวมถุงมือขาวเปิดประตูต้อนรับพวกเราด้วยมารยาทนอบน้อมสูงสุด ภายในรถลีมูซีนกว้างขวางปูพื้นพรมหนานุ่ม มีเคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่มที่มีแชมเปญแช่เย็นเจี๊ยบเตรียมไว้พร้อมสรรพ
รถแล่นไปตามถนนเส้นหลักมุ่งหน้าข้ามสะพานเข้าสู่ใจกลางเมืองสิงคโปร์ แสงไฟระยิบระยับของเกาะสีเขียวล้ำสมัยเริ่มปรากฏแก่สายตา ตึกสูงระฟ้าประดับประดาด้วยไฟนีออนสลัวและแสงสีวิบวับตัดกับท้องฟ้าสีเข้มยามราตรี รินนั่งชิดข้างกายผม มือเรียวบางที่สวมถุงมือลูกไม้สั้นสีเขียวมรกตเข้าชุดกันจับมือผมบีบไว้แน่นตลอดการเดินทาง ความร้อนและเหงื่อซึมจาง ๆ ที่ฝ่ามือสะท้อนให้เห็นว่าหัวใจของเธอกำลังสั่นระทึกปนเปไปด้วยความตื่นเต้นและกระสันอยากมากเพียงใด
ในที่สุด รถลีมูซีนก็พาเราเลี้ยวเข้าสู่แลนด์มาร์กตึกระฟ้าดีไซน์ล้ำยุคใจกลางย่านธุรกิจการเงินและสถาปัตยกรรมระดับโลก รถจอดสนิทหน้าโถงทางเข้าวีไอพี พนักงานต้อนรับนำพวกเราก้าวเข้าสู่ลิฟต์แก้วความเร็วสูงที่พาทะยานตรงสู่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องอาหารลอยฟ้าสุดหรูแบบส่วนตัวระดับเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
เมื่อลิฟต์เปิดออก ความหรูหราอลังการเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเราต้องตกตะลึง ห้องอาหารดีไซน์ตกแต่งด้วยโทนสีทอง ดำ และหินอ่อนหรูหรา ผนังกระจกใสบานกว้างแบบพาโนรามาโอบล้อม 360 องศา เผยให้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดของอ่าวมารีน่า แสงไฟระยิบระยับล้านดวงจาก มารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) อาคารระฟ้าตระการตารูปเรือใบยักษ์ลอยล่อง และประกายแสงไฟที่สะท้อนลงบนระลอกคลื่นยามราตรีดั่งประกายเพชรโปรยปราย กลิ่นอายความมั่งคั่งและวิถีชีวิตอันหรูหราของชนชั้นสูงอบอวลไปทั่วทุกอณูพื้นที่
พนักงานนำทางพวกเราเดินลึกเข้าไปยังห้องรับประทานอาหารส่วนตัวสุดหรูระดับวีไอพี ที่กั้นไว้เป็นสัดส่วนพิเศษ หน้าประตูไม้แกะสลักมีสัญลักษณ์นกฟีนิกซ์สีทองเปล่งประกายเด่นตระหง่าน ทันทีที่ประตูเปิดออก ผมก็นึกชื่นชมการจัดแจงของคลับ โต๊ะกลมหินอ่อนประดับเชิงเทียนคริสตัลระยับตั้งตระหง่านอยู่ริมผนังกระจกใสบานยักษ์มองเห็นทิวทัศน์ระฟ้าอันงดงามของสิงคโปร์แบบส่วนตัวที่สุด
และบนโซฟาหนานุ่มริมหน้าต่างบานใหญ่นั้น ปรากฏร่างของชายและหญิงคู่หนึ่งที่หันมามองสบตากับพวกเราทันที
ชายหนุ่มมีหน้าตาหล่อเหลาหมดจดตามแบบฉบับชาวตะวันตก รูปร่างสูงใหญ่ดูสง่างามสมส่วน เขาคือ "ฌอง-ปิแอร์" มหาเศรษฐีน้ำหอมชาวฝรั่งเศสวัยประมาณสามสิบปลายๆ ใบหน้ามีความสุขุมและแฝงรอยยิ้มทรงเสน่ห์น่าค้นหา เขาสวมสูททักซิโด้หรูหราสีน้ำเงินเข้มขอบปกต่วนซาตินสั่งตัดเทเลอร์เมดเนี้ยบเข้ารูปไร้ที่ติ ข้างกายของเขาคือหญิงสาวชาวญี่ปุ่นหุ่นสะโอดสะอง หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาแก้ว ผิวขาวจัดอมชมพูตัดกับเส้นผมสั้นบ๊อบสไลด์เรียบร้อย เธอคือ "ยูกิ" ภรรยาสาวชาวญี่ปุ่นในชุดเดรสยาวเกาะอกสีเนื้อทับด้วยผ้าซีทรูระยิบระยับด้วยการประดับคริสตัลรัดรูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้า ขับเน้นทรวงอกอวบอิ่มกลมโตสองเต้าอวบอิ่มสล้างชวนมอง เอวคอดกิ่วเล็กและสะโพกเพรียวบางแต่กลมกลึงได้สัดส่วนงดงาม
"ยินดีต้อนรับครับ คุณธันว์ คุณริน" ฌอง-ปิแอร์ลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยความกระตือรือร้นและมารยาทชั้นสูง น้ำเสียงทุ้มต่ำสำเนียงฝรั่งเศสดูอบอุ่นและมีอำนาจสะกดอารมณ์ เขาก้าวเข้ามาจับมือผมทักทายอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเลื่อนไปจับมือของรินอย่างนอบน้อม โน้มใบหน้าลงประทับริมฝีปากบนหลังมือบางของรินเบา ๆ ตามวัฒนธรรมยุโรปชั้นสูง
ดวงตาคมคายคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภรรยาผม พลางไล้สายตาสำรวจส่วนโค้งส่วนเว้าของสะโพกมนและแผ่นหลังเนียนละเอียดที่เปิดเปลือยลึกด้วยแววตาพึงพอใจอย่างเปิดเผย "คุณรินในค่ำคืนนี้งดงามประหนึ่งอัญมณีเลอค่าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยครับ สีเขียวมรกตของชุดขับเน้นผิวพรรณของคุณให้มีเสน่ห์ลึกลับเหลือเกิน"
"ข...ขอบคุณค่ะ คุณฌอง-ปิแอร์" ใบหน้าของรินซับสีระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกชมตรง ๆ น้ำเสียงสั่นน้อย ๆ แต่เธอก็รักษากิริยามารยาทและเก็บอาการประหม่าสงบนิ่งไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
"สวัสดีค่ะ พี่ธันว์ คุณริน ยินดีที่ได้พบนะคะ ยูกิดีใจมากเลยค่ะที่คืนนี้ได้ต้อนรับคู่รักจากประเทศไทย" ยูกิก้าวเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มหวานใสชดช้อย ภาษาไทยของเธอค่อนข้างชัดเจนแม้จะมีสำเนียงญี่ปุ่นหวานหูน่าฟังสะกดใจ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองมายังหน้าอกของรินสลับกับใบหน้าของผมอย่างมีความหมายที่แฝงความกระหายสวาทที่ซ่อนเร้นไว้
เราสี่คนนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมหนานุ่มรอบโต๊ะหินอ่อน ดินเนอร์มื้อค่ำระดับมิชลินสตาร์เริ่มต้นเสิร์ฟพร้อมด้วยแชมเปญ Dom Pérignon สีทองประกายพรายฟองละมุนไหลผ่านคออย่างลื่นไหล บรรยากาศการสนทนาเต็มไปด้วยความราบรื่นและคำพูดสุภาพเรียบร้อย แต่แฝงไปด้วยความหมายสองแง่สองง่ามในทางกามารมณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของสังคมสวิงเกอร์ระดับไฮเอนด์
ฌอง-ปิแอร์คุยเรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ข้ามชาติและการเจรจาสัญญาของผมอย่างสง่างามสลับกับการเปรียบเปรยถึง ‘ศิลปะของการแบ่งปัน’ และ ‘การเปิดใจรับรู้สิ่งใหม่’ "สำหรับผมแล้ว ความรักไม่ใช่การตีกรอบกักขังคู่รักเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว... แต่มันคือการที่เรากล้าที่จะพาคู่ชีวิตก้าวผ่านกำแพงเก่า ๆ ชื่นชมความงดงามของผู้อื่นร่วมกัน และนำเอากระแสพลังงานเร่าร้อนใหม่ ๆ กลับมาหล่อเลี้ยงชีวิตคู่ให้ยังคงมีไฟเสน่หาตื่นตัวอยู่เสมอ ยูกิกับผมแบ่งปันความสุขกันแบบนี้มาห้าปีแล้วครับ และมันทำให้ชีวิตคู่ของเราแข็งแกร่งและอบอุ่นใจกว่าคู่รักปกติทั่วไปอย่างเทียบไม่ได้"
ยูกิพยักหน้ารับคำของสามีพลางสบสายตามองรินด้วยรอยยิ้มแสนหวานทว่าหยาดเยิ้มด้วยความกระสัน "ใช่ค่ะ... การได้ชื่นชมสามีของตัวเองมีความสุขร่วมกับผู้หญิงคนอื่นที่มีเสน่ห์ และการที่เราได้ลิ้มลองสัมผัสเนื้อตัวของชายหนุ่มร่างแกร่งคนใหม่ มันช่างปลุกเร้าอารมณ์กระเส่าและเสียวหัวใจอย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้เลยค่ะ คุณรินกับพี่ธันว์เห็นด้วยไหมคะ?"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาทว่าเปล่งออกมาด้วยกิริยาที่สุภาพหรูหราสะกดอารมณ์ ทำให้รินถึงกับตัวเกร็ง แก้มเนียนของเธอแดงระเรื่ออมชมพูเข้มขึ้นเรื่อย ๆ รินหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาจิบเพื่อแก้ความประหม่าอาย สะโพกผุดผาดของเธอที่อยู่ใต้ชายกระโปรงราตรีเริ่มขยับสั่นสะท้านเบา ๆ ปลุกเร้าเปลวราคะในตัวผมให้ลุกโชนจนยากจะหักห้าม
และในที่สุด... พายุเสน่หาและคลื่นราคะใต้โต๊ะดินเนอร์หินอ่อนตัวยาวก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ระหว่างที่พนักงานต้อนรับนำเนื้อวัววากิวย่างราดซอสทรัฟเฟิลสุดหรูมาเสิร์ฟและเดินผละออกไป ฌอง-ปิแอร์ขยับท่านั่งเล็กน้อยเพื่อดึงระยะตัวให้เข้ามาชิดกับรินมากขึ้น มือหนาของมหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสที่เคยวางอยู่บนโต๊ะ ค่อย ๆ สอดลึกลงไปใต้ผ้าปูโต๊ะผ้าลินินเนื้อหนาแผ่วเบาอย่างจงใจ
ผมเห็นรินสะดุ้งตัวเบา ๆ นัยน์ตาเบิกกว้างสั่นไหวเล็กน้อย แก้วไวน์แดงในมือสั่นระริกจนน้ำไวน์สีทับทิมไหวโยก รินรีบยกแก้วไวน์ขึ้นจิบคำโตเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้นสะท้านซ่านเสียวยามฝ่ามือร้อนหนาของฌอง-ปิแอร์แตะสัมผัสลงบนหน้าขาเนียนนุ่มเหนือเข่าของเธอ
ปลายนิ้วยาวของฌอง-ปิแอร์เริ่มลูบไล้ คลึง นวดเฟ้นเนื้อแน่นนุ่มบนต้นขาของรินอย่างจงใจและเชี่ยวชาญ สัมผัสอุ่นร้อนไล้ลื่นผ่านผ้าซาตินเนื้อดีสีมรกตขึ้นสูงสู่ขาอ่อนด้านในของรินทีละน้อย นิ้วของเขาค่อย ๆ บีบคลึงเนื้อสาวนุ่มแน่น นวดเค้นเบา ๆ จนรินต้องเม้มเรียวปากอวบอิ่มเข้าหากันแน่น ดวงตาฉ่ำปรือหวานเชื่อมเบนมาสบตาผมอย่างขอความช่วยเหลือ แต่ลึกๆ กลับฉายแววกระสันเสียวในรสราคะแปลกใหม่ที่ชวนตื่นระทึกนี้อย่างปิดไม่มิด สะโพกกลมกลึงเผลอบิดเร่าเกร็งสั่นแผ่วเบาอยู่บนเบาะเก้าอี้เพื่อรองรับนิ้วอุ่นร้อนของชายต่างชาติที่ลากไล้ขึ้นสูงจนแทบจะแตะต้องปากทางของร่องรักอุ่นชื้นที่เวลานี้เริ่มหลั่งน้ำหวานใสชุ่มชื้นออกมาจนเปียกชุ่มกางเกงซับในตัวน้อย
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ดวงตาเรียวเล็กน่ารักของยูกิก็จ้องประสานสายตากับผมอย่างเย้ายวนท้าทาย รอยยิ้มใสซื่อแต่ซ่อนจริตยั่วยวนปรากฏบนกลีบปากสีชมพูอ่อน ยูกิแสร้งทำช้อนส้อมเงินชั้นดีตกหล่นลงสู่พื้นพรมใต้โต๊ะเสียงดังแผ่วเบา
"อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะคะ พอดีทำช้อนหล่นน่ะค่ะ เดี๋ยวยูกิเก็บเองนะคะ" ยูกิพูดพลางเอียงตัวก้มลงไปใต้โต๊ะ ทว่าเป้าหมายของเธอไม่ใช่การเก็บช้อนแต่เป็นการลอบปลดรองเท้าส้นสูงสีเงินคู่หรูออกอย่างเงียบเชียบ
เมื่อยูกิยืดตัวกลับมานั่งตรงอีกครั้ง เรียวขาเพรียวบางขาวผ่องของเธอก็สอดลึกเข้ามาใต้โต๊ะอาหาร ตรงดิ่งเข้ามาหาช่วงล่างของผมอย่างจงใจโดยไม่มีทีท่ารีรอ ฝ่าเท้านุ่มนิ่มเนียนละเอียดไร้สิ่งบดบังของยูกิยกขึ้นแตะสัมผัสลงบนหน้าขาของผม ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อน ลากไล้ และกดนวดถูไถอย่างหยอกเย้าเข้าระหว่างเป้ากางเกงสแลกซ์สูทเนื้อดีของผมอย่างแม่นยำ
"อึ่ก...!" ผมสูดหายใจลึก ตัวเกร็งแน่นเมื่อเรียวนิ้วเท้าและฝ่าเท้านุ่มร้อนระอุของยูกิเริ่มกดขยับ ถูไถนวดเฟ้นความเป็นชายของผมผ่านเนื้อผ้าหนา ฝ่าเท้าเนียนนุ่มร้อนระอุหยอกล้อลูบไล้ขึ้นลงบดเบียดกับจุดกึ่งกลางกายของผมอย่างเร่าร้อนและกล้าหาญ ปลายเท้าของยูกิพยายามเบียดปลายนิ้วเท้าคลึงเน้นหนักๆ ตรงเป้ากางเกง ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของผมให้ตื่นตัวอย่างรุนแรงจนแก่นกายเริ่มแข็งตัวโป่งพองสู้กับความกระชับรัดตึงของเป้ากางเกง
ยูกิจ้องมองสบประสานสายตากับผม ดวงตาของเธอหยาดเยิ้มหวานล้ำดั่งน้ำผึ้งฉ่ำเยิ้ม ปลายลิ้นสีชมพูเล็ก ๆ เลียริมฝีปากตัวเองแผ่วเบา ขณะที่เรียวเท้าใต้โต๊ะของเธอยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง กดขยับนวดคลึง บีบรูดกระชับสัมผัสท่อนเนื้อร้อนของผมที่ขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะเต็มพิกัด มันแข็งขึงปูดโปนสู้กับแรงบดคลึงของอุ้งเท้านุ่มของเธอ แก่นกายที่ตึงแน่นจนผมรู้สึกปวดหนึบสะท้านแทบปริแตก แรงขับทางเพศพวยพุ่งแล่นริ้วขึ้นสู่สมองจนร่างผมสั่นสะท้าน
ภายใต้บรรยากาศภายนอกโต๊ะดินเนอร์ที่หรูหราอลังการ ทั้งสี่คนยังคงส่งยิ้มพูดคุยเรื่องไวน์และอาหารราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าเบื้องล่างภายใต้แผ่นโต๊ะนั้นกลับเต็มไปด้วยสงครามสวาทอันร้อนระอุจนแทบระเบิด ฌอง-ปิแอร์ยังคงลากสัมผัสลูบไล้โคนขาอ่อนด้านในของรินลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ปลายนิ้วของเขาบดคลึงอย่างเน้นน้ำหนักอยู่ใกล้กับรอยแยกกลีบเนื้อนุ่มของร่องรักผ่านกางเกงซับในตัวจิ๋ว รินครางซี้ดในลำคอเบา ๆ ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมองวิวระฟ้านอกกระจกเพื่อซ่อนดวงตาหวานเชื่อมที่คลอหน่วยไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียวซ่านรัญจวนใจ สะโพกงอนงามเผลอบิดเกร็งสะท้านไหวอย่างไม่อาจหักห้ามอารมณ์รักไว้ได้อีกต่อไป
ผมมองดูภาพภรรยาแสนสวยโดนชายต่างชาติลูบไล้เนื้อตัวใต้โต๊ะ ขณะที่ตัวผมเองก็โดนเรียวเท้าของภรรยาสาวญี่ปุ่นบดคลึงเป้ากางเกงจนท่อนเนื้อร้อนดันสู้เนื้อผ้าจนปวดหนึบไปหมด เคมีตัณหาข้ามชาติและกติกาสวาทของวงการสวิงเกอร์ระดับสากลนี้ช่างรุนแรงและหวานหอมเกินกว่าที่จินตนาการไว้เหลือเกิน
เมื่อสังเกตเห็นอารมณ์พิศวาสของพวกเราทั้งสองคู่พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ฌอง-ปิแอร์ก็ค่อย ๆ ถอนมือออกช้า ๆ เช่นเดียวกับยูกิที่สวมรองเท้ากลับอย่างแนบเนียน ฌอง-ปิแอร์ยกแก้วแชมเปญขึ้นมาถือไว้ พลางยิ้มส่งสัญญาณอย่างรู้กัน
"ผมคิดว่า... บรรยากาศดินเนอร์ตรงนี้อาจจะแคบไปหน่อยสำหรับค่ำคืนการต้อนรับอันแสนอบอุ่นของเรา" ฌอง-ปิแอร์เอ่ยพร้อมยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย แววตาคมสะท้อนประกายตัณหากล้า "ที่ฝั่งตะวันตกด้านข้างของห้องอาหารนี้ คลับได้เตรียมห้องสวีทวิลล่าส่วนตัวสุดหรูพร้อมสระว่ายน้ำในร่มไว้ให้พวกเราสี่คนโดยเฉพาะแล้วครับ... ย้ายไปดื่มด่ำค่ำคืนนี้และเริ่มศึกแรกของพวกเรากันดีกว่าไหมครับ?"
รินหันมาสบประสานสายตากับผม ดวงตาหวานปรือเยิ้มแววฉ่ำของเธอเต็มไปด้วยแรงกระสันอยากที่ถูกจุดประกายจนไม่อาจดับมอด เธอพยักหน้าให้ผมเบาๆ เป็นสัญญาณของการยินยอมพร้อมใจที่จะก้าวต่อไปด้วยกัน
ในตอนนั้นเอง ยูกิโน้มตัวข้ามโซฟาเข้ามาหาผมจนเต้าอกอวบอิ่มล้นทะลักเบียดชิดแขนสูทของผม กลิ่นกายสาวที่หอมละมุนคล้ายซากุระอ่อนๆ ปนแป้งหอมอุ่นกรุ่นโชยมาแตะจมูก เธอขยับริมฝีปากอุ่นชื้นกระซิบชิดใบหูของผมแผ่วเบาด้วยภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่นหวานใสปนเซ็กซี่กระเส่า:
"คืนนี้ยูกิจะทำให้พี่ธันว์มีความสุขที่สุดเลยค่ะ..."