ผมว่า่นี้ผมควรไปทำบุญบ้างซะแล้วมั้งเพราะรู้สึกเหมือนจะมีใครซักคนตามหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยเหมือนตอนเรียน ม.ปลาย เพราะบางทีก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครคอยแอบดูอยู่ตลอดบางทีก็ดูเหมือนว่าข้าวของในห้องเปลี่ยนที่วางบ้าง ล่าสุดเหมือนว่าบ็อกเซอร์ตัวที่ใส่บ่อยๆจะหายไป
“พวกมึงสองคนมีใครแอบเข้าไปทำอะไรในห้องกูรึเปล่า?”
ผมลองถามไอ้อาร์ทกับไอ้โอมขณะที่เรากำลังนั่งกินข้าวใน่ก่อนเปิดร้าน
“…ใครเขาอยากเข้าห้องมึง? มืดยังกะบ้านผีสิง”
“ถ้าพวกกูแอบเข้าไปแล้วถ้ามึงรู้มึงก็กระทืบกูตายอ่ะดิกูไม่กล้าหรอก อีกอย่างพวกกูไม่มีกุญแจเหอะ”
“มึงถามทำไม? มีอะไรรึเปล่า?”
“บ็อกเซอร์กูหายแล้วก็รู้สึกเหมือนมีใครคอยแอบดูอยู่ตลอดเลย”
“อีกแล้วเหรอมึง? มึงนี่โคตรซวยเลย”
“เออจริง! จะว่าไปกูก็ออกจะหล่อไม่เห็นเคยเจอแบบมึงเลย”
“ก็ใครเสนอมึงก็เอาหมด ไม่เหมือนไอ้อ๋องมันนี่”
“ไอ้โอมมึงว่ากูเหรอ?”
“เออ! มึงจะทำไม?”
“…ม…ไม่ทำไม”
ไอ้ที่พวกมึงถามกูไอ้ตอนแรกก็คิดว่าจะหาวิธีช่วยเหลือที่แท้แค่อยากเสือกเฉยๆอ่ะดิ
“พวกมึงไม่ช่วยกูแล้วยังจะทำให้กูรำคาญมากกว่าเดิมอีกนะ”
“ค…คร้าบบบ!”
หลังจากไม่ได้อะไรจากไอ้สองพี่น้องนี่ซักเท่าไรผมก็ต้องมายืนขาแข็งชงเหล้าที่เคาน์เตอร์อย่างเคย พรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุดแต่ก็ยังมีคนมานั่งดื่มเหล้ากันเยอะว่างกันจริงๆเลยนะ
“น้องอ๋องคะ ขอเบียร์สองขวดสิ”
มีผู้หญิงคนนึงสวยมาก ใส่ซีทรูสีดำสุดเซ็กซี่หน้าโคตรสวยแต่ดูโคตรน่ากลัวเลยแบบว่า…น่ากลัวว่าจะถูกจับกิน…
“นี่ครับ”
ผมวางเบียร์สองขวดไว้ตรงหน้าเธอพี่คนสวยส่งสายตายั่วยวนสุดๆมาให้ ผมไม่หลงกลหรอกครับ เพราะผมชอบแบบใสๆน่ารักๆอ่ะครับ
“ขวดนี้พี่เลี้ยง”
เธอดันขวดเบียร์ที่เปิดแล้วมาตรงหน้าผมหนึ่งขวด
“ผมดื่มไม่เป็ครับ”
“เหรอคะ? อิอิ…น่ารักจัง”
แค่พี่แกยิ้ม ผมก็หลอนแล้วครับคนอะไรยิ้มได้น่ากลัวขนาดนั้น
“…”
“พี่ขอเบอร์หรือไลน์ได้มั้ย แล้วพี่…ชื่อแตงโมนะ”
ปากแดงๆดูยั่วยวนกับใครหลายๆคนแต่มันใช้ไม่ได้กับผมหรอกนะครับบอกเลย อย่างผมชอบแบบธรรมชาติๆอ่ะครับ
“…”
“งั้น…ถ้าไม่ให้เบอร์หรือไลน์น้องอ๋องต้องดื่มเบียร์ที่พี่ให้”
ผมลังเลไม่อยากแจกเบอร์แจกไลน์แต่เบียร์ก็เสือกกินไม่เป็เอาไงดีวะ?
“ว่าไงคะ? ให้เบอร์พี่มาก็จบแล้ว นะคะพี่อยากคุยกับน้องอ๋องค่ะ”
เห็นหน้าพี่คนสวยยื่นเข้ามาใกล้แล้วผมก็หลอนหนักเลยคว้าขวดเบียร์มาถือไว้แล้วกลืนน้ำลายลงคอ นับหนึ่งถึงห้าเอาก็เอาวะดีกว่ามีผู้คนสวยแต่โคตรอันตรายตามมาหลอกมาหลอน
‘อึกๆ’
ผมกระดกเบียร์ลงคอรสชาติไม่เห็นอร่อยเลยแต่ทำไมถึงชอบกินกันจัง เห็นกินกันเข้าไปได้ทุกวี่ทุกวัน
“ว้า! พี่คิดว่าจะยอมให้เบอร์พี่ซะอีก น้องอ๋องสมคำล่ำลือว่ายากจริงๆเลย”
จริงๆแล้วผมใจง่ายต่างหากพลาดท่าเสียทีให้ไอ้ตุ๊กแกไปสองรอบแล้ว…จะว่าไปชักมึนๆซะแล้วเบียร์ขวดเดียวก็ไม่ไหวแล้ว อ่อนจังวะกู เฮ้อออ!
ผมหลบเข้ามาหลังร้านเพราะเดี๋ยวอีกไม่นานร้านก็จะปิด ปล่อยให้ไอ้สองตัวนั่นมันดูกันเองแล้วกันแค่เบียร์ขวดเดียวทำเอาผมเดินเซได้ คิดดูก็แล้วกันว่าผมอ่อนขนาดไหน
“เป็อะไรวะมึง?”
เสียงใครมากระซิบข้างหู…พอเงยหน้าไปมอง…อืม…ก็ผมซื้อหวยก็คงรวยกันไปแล้วแหละ
“กูถามว่าเป็อะไร? เห็นเดินเซๆ”
“เปล่า”
ไอ้ตุ๊กแกมันโผล่มาจากไหนวะ? ตามกลิ่นกูมาเหรอะ? เป็แมวที่จมูกดีจริงๆ
“เฮ้ยมึง! เดินดีๆดิ เดี๋ยวก็ล้มหน้าแหกกูช่วยพยุงมั้ย?”
“ม…ไม่ต้อง”
ผมรีบสะบัดแขนเมื่อไอ้ตุ๊กแกทำท่าจะเข้ามาพยุง อย่าเข้ามาใกล้กู กูไม่อยากพลาดเป็ครั้งที่สาม
“เดี๋ยวกูช่วย มึงจะล้มแล้วนั้นถ้าล้มไปหน้าแหกไม่หล่อกูไม่รู้ด้วยนา”
“…”
นอกจากจะมึนๆแล้วตอนนี้ผมเริ่มจะปวดหัวแล้วด้วย
“เร็ว…กูพาไปส่งห้องมึง”
มึงจะไม่ทำอะไรกูแน่นะ?กูห่วงสวัสดิภาพตัวเองตอนนี้มากเพราะไม่มีแรงขัดขืนเลย
“…”
“ตัวมึงนักจังวะ”
ไอ้ตุ๊กแกมันพยุงผมเดินขึ้นบันไดมาอย่างทุลักทุเลแต่ก็มายืนหน้าห้องได้อย่างไร้รอยขีดข่วน
“เปิดประตูดิ กุญแจมึงอยู่ไหน?”
ผมล้วงหยิบลูกกุญแจในกระเป๋ากางเกงแต่จะว่าไปคุ้นๆว่าไอ้ตุ๊กแกมันก็มีลูกกุญแจของผมอยู่ หรือว่ามันทิ้งไปแล้วช่างมันเหอะตอนนี้ผมปวดหัวเอามากๆเลย
“ม…มึง…กลับไปได้แล้ว”
“เออ! มึงเข้าไปข้างในก่อนเดี๋ยวล้มหัวฟาดตาย”
“…”
มันพยุงผมเข้ามาในห้อง ค่อยๆปล่อยผมลงนอนที่โซฟามันค่อยๆแกะกระดุมเสื้อผม!!!
“ม…มึงจะทำอะไร?”
สถานการณ์ล่อแหลมกระดุมเสื้อผมหลุดออกหมดแล้ว มันพยายามปลดเข็มขัดผมอีก โอย! ใครก็ได้ช่วยผมที
“ก็เห็นมึงนอนไม่สบาย กูไม่ทำอะไรมึงหรอกน่า”
มันหยุดเมื่อปลดเข็มขัดผมออกเห็นมันเดินหายไปในห้องน้ำ ผมพยายามจะพยุงตัวเองขึ้นเพื่อไม่ให้ตกเป็เหยื่อของมันรอบที่สาม
“มึงนอนก่อน กูเช็ดตัวให้”
ม่าย!! อย่าทำกู!!! กูขอร้อง!!
“เฮ้ย! ม…ไม่ต้อง”
“เหอะน่า มึงยังเคยเช็ดให้กูเลย”
นั่นมึงไม่สบายนี่กูแค่เมาไม่เช็ดก็คงไม่ตายหรอก มันวางกะละมังกับผ้าขนหนูแล้วหันมาถลกหนังผมแทนผมขยับตัวไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์เบียร์หรืออะไรกันแน่ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวผมเหลือแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น ว่าแต่…บ็อกเซอร์ตัวเก่งของผมหายไปไหนวะ
“อืม…”
มันค่อยๆใช้ผ้าขนหนูซับที่น้าผมเบาๆ ดูทำไมมันดูอ่อนโยนจัง? หวังว่ามันคงจะไม่ขืนใจผมหรอกนะเพราะหากมันคิดจะทำตอนนี้ผมคงขัดขืนมันไม่ได้แน่นอน
“มึงอย่าครางดิวะ กูยิ่งคิดไม่ค่อยดีอยู่”
“ค…คิดอะไร ม…มึงคิดอะไร?”
“ป…เปล่า”
มันค่อยๆเช็ดตามซอกคอ ไล่ลงมาที่หน้าอกลักษณะการเช็ดตัวของมันแปลกๆ ดูมันเช็ดวนๆนานผิดปกติ ถึงผมจะไม่ค่อยมีแรงขัดขืนแต่ผมก็ยังพอมีสติรับรู้อยู่นะครับ
‘อึก’
เสียงอะไรเหมือนผมจะได้ยินเสียงมันกลืนน้ำลาย หรือว่าผมหูฝาดไป?
“อา…”
มันใช้ผ้าขนหนูเช็ดวนที่หน้าท้องผมอยู่หลายรอบความรู้สึกเย็นสบายทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย
“สัด!กูบอกว่าอย่าคราง ”
ดูมันเริ่มโมโห อะไรของมัน ไม่อยากเช็ดให้ก็ไม่ต้องสิกลับบ้านมึงไปเลย!
“พ…พอแล้ว”
“เออ กูก็ไม่อยากเช็ดแล้ว”
มันคว้าผ้าขนหนูกับกะละมังแล้วเดินหายไปในห้องน้ำอีกรอบ อารมณ์แปรปรวนจริงวุ้ย ประจำเดือนมารึไง?
“กูกลับแล้วนะ”
“อืม…ขอบใจ”
เมื่อผมได้ยินเสียงมันปิดประตูก็ค่อยโล่งอกมั่นใจได้ว่าคืนนี้จะไม่เสร็จมันแน่ก็เลยเผลอหลับไป
ตื่นมาอีกทีก็ต้องรีบอาบน้ำเพื่อรีบไปเรียนให้ทันยังดีที่ไม่มีอาการเมาค้าง
“ไอ้แว่น!เอางานจารย์สมรมาลอกมั่งดิวะ”
ไอ้ไข่นุ้ยที่วันๆไม่เคยจะอยากมาคุยกับผมเข้ามาขอลอกการบ้านเมื่อคืนกูยังเห็นมึงไปแรดที่ร้านเหล้าอยู่เลย มีปัญญาแรดแต่ไม่มีปัญญาทำการบ้าน
ผมส่งงานไปให้มันลอกให้มันไปจะได้จบๆรำคาญมัน
“กูขอลอกมั่งดิ กูก็ยังไม่ได้ทำ”
ไอ้บดินทร์ตัวอ้อนก็มาขอลอกอีกคน ตกลงแก๊งค์พวกมึงนี่ไม่มีใครทำมาเลยรึไง?
“พวกมึงก็อย่าไปวุ่นวายกับไอ้อ๋อ…ไอ้แว่นมันนักสิมาลอกของอีจ๊ะจ๋านี่”
“ไม่เอาอ่ะ ของมันทำไม่ค่อยถูกของไอ้แว่นแน่นอนกว่า”
“ปากดีไอ้บดินทร์ เดี๋ยวกูตบคอหักไอ้โต๋มึงก็ลอกให้มันเร็วๆกูจะเอาไปส่งแล้ว”
สรุปว่าทั้งกลุ่มมีจ๊ะจ๋ามันทำมาคนเดียวถึงจะไม่ค่อยถูกแต่ก็ยังดีกว่าไอ้พวกขี้ลอกที่ไม่ยอมทำมา
“ไอ้แว่นมึงจะฝากกูส่งมั้ย?”
ยังคงเป็จ๊ะจ๋าที่ถามผมแบบนี้ตลอดนี่ถ้าจ๊ะจ๋ามันใสๆน่ารักๆแบบสเปคผม ผมก็อาจจะจีบมันนะ แต่แบบนี้ไม่เอาหรอก เพราะผมไม่อยากคอยแบกมันกลับหอเวลามันเมาน่ะสิ
“ม…ไม่ต้องเดี๋ยวผมเอาไปส่งเอง”
“เดี๋ยวกูเอาไปส่งให้ก็ได้”
‘ห๊ะ!’
ผมและเพื่อนๆแก๊งค์มันหันควับไปมองไอ้ตุ๊กแกที่อาสาจะเอางานผมไปส่งให้ร้อยวันพันปีไม่เห็นมันจะสนใจผม วันนี้มันเป็อะไรของมัน?
“ไอ้โต๋มึงป่วยอีกแล้วเหรอ?”
“หรือมึงเมาค้าง? แต่เมื่อคืนมึงก็กินไม่มากนี่หว่า”
“ว่าแต่ว่าเมื่อคืนมึงบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำแล้วหายไปเลยกลับมาอีกทีร้านก็เกือบปิด หายไปไหนมาวะ?”
“เออกูว่าจะถามอยู่พอดีกูก็นึกว่ามึงหนีกลับไปก่อน”
“ป…เปล่ากูขี้นานไง”
“น่าสงสัย เดี๋ยวนี้มึงชักจะทำตัวแปลกๆบางทีก็หายตัวไป กูชักเริ่มสงสัยซะแล้ว”
“หรือว่า…?”
“อ…อะไร?”
“หรือว่ามึงแอบไปตามจีบคนที่มึงแอบชอบวะ?”
“เออ นั่นสิเดี๋ยวนี้มึงชอบทำตัวลับๆล่ออยู่ด้วย”
“ห๊ะ!…เอ่อ…”
“ว่าไงไอ้โต๋?”
“เออดิ กูไปแอบดูเขา”
ใครคือผู้โชคร้ายคนนั้น ผมล่ะอยากรู้จริงๆน่าสงสารเขานะครับ ถ้าเป็ผมผมจะไปทำบุญแก้ซวย 9 วัดเลย
“จริงดิ? แน่นอนว่ะ คนนี้มึงจริงจัง?”
“อ…เออ”
“กูไม่เคยเห็นมึงวิ่งตามใครขนาดนี้เลย”
“ทำไม? กูจริงจังไม่ได้รึไง?”
“เปล่า…กูดีใจไงที่ลูกชายกูจะมีแฟนเป็ตัวเป็ตนซักที”
“ใครเป็ลูกชายมึงอีจ๊ะจ๋าพูดให้ดี”
“เออๆ ช่างมัน เอางานมากูจะไปส่งแล้ว”
ไอ้ไข่นุ้ยมันก็เอางานมาคืนผมหลังจากลอกเสร็จผมเลยรีบเดินออกมาี้เีจะฟังเื่ไร้สาระของพวกมันแต่ไอ้ตุ๊กแกมันจะจริงจังกับใครเขาได้จริงๆเหรอ? ผมเห็นมันลอยไปลอยมาเป็ถุงพลาสติกไม่ย่อยสลายจนจะสองปีอยู่แล้วไม่เห็นมันจะคบใครจริงจังซักที แต่ก็เื่ของมันดิผมไม่สนใจหรอก
“มึง!”
“…”
“ไอ้แว่น!”
มีคนเดินตามผมมาแล้วมันก็เรียกผม มันเป็เสียงไอ้ตุ๊กแกแต่ผมไม่สนใจหรอกแกล้งทำเป็ไม่ได้ยิน
“ไอ้อ๋อง+”
‘ควับ’
ผมรีบหันไปมองนี่มึงจะมาเรียกเสียงดังแบบนี้ไม่ได้!ผมมองซ้ายมองขวาไม่ใครอยู่แถวนี้เลยค่อยโล่งอก
“มีอะไร? แล้วอย่ามาเรียกกูแบบนี้ในมหาลัยอีก!”
ผมส่งสายตาอำมหิตไปให้มัน 1 EA เพราะกลัวว่าใครจะมาได้ยิน ไม่งั้นชีวิตผมคงขาดความสงบสุขไปอีกนาน
“กูเรียกแล้วมึงไม่ได้ยินนี่”
“แล้วมึงมีอะไร?”
“ก…งานอ่ะกูไปส่งให้มั้ย?”
มึงจะมาไม้ไหนอี๊ก?? จะหาเื่หลอกฟันกูอีกรึไง?บอกไว้เลยคราวนี้กูไม่ยอมมึงง่ายๆแน่ ภูมิต้านทานกูสูงขึ้นแล้ว ไม่เสร็จมึงอีกแน่นอนบอกเลย!!
“ไม่ต้อง! กูไปส่งเอง”
“…แล้วมึงอยากกินหรืออยากได้อะไรมั้ย?”
“ห๊ะ??”
“คือแบบ…ถ้ามึงอยากกินหรืออยากได้อะไรกูจะไปซื้อให้ไง”
“…”
ไอ้ตุ๊กแกมันต้องโดนผีเข้าแน่ๆครับมันถึงมาทำดีกับผม หรือว่ามันจะมาหลอกฟันผมจริงๆ ผมไม่หลงกลมันหรอกนะ
“ว่าไง?”
สีหน้าท่าทางมันดูหวังดีสุดๆยิ้มจนเห็นฟันขาวๆมันขยับเข้ามาให้จนหน้ามันห่างกับผมไม่ถึงห้าเซนแล้วผมรีบถอยหลังกลัวผีมันจะเปลี่ยนใจเข้ามาสิงร่างผมแทน
“ม…ไม่ต้องกูไม่เอา!”
‘ปัก’
หลังผมชนกับผนังตึกเรียนโดยที่ไอ้ตุ๊กแกมันยืนค้ำอยู่ด้านนอก มองดีๆก็เหมือนนักเลงกำลังข่มขู่เด็กแว่นอย่างผมเพื่อรีดไถเงินจริงๆ
“ทำไมอ่ะ? กูอุตส่าห์จะไปซื้อให้มึงเลยน้าไม่อยากได้อะไรเหรอ?”
“ม…ไม่ หลบไป”
ทำไมแก้มมันขาวจังวะ? ไม่มีสิวหรือจุดอะไรเลย แล้วตอนที่ปากมันขยับเวลาพูดแล้วมันก็ยิ้มที่มุมปาก มันทำให้ผมนึกไปถึงตอนที่เราจูบกันก็ไอ้ปากแดงๆแบบธรรมชาตินี่มันดูยั่วยวนจน…น่าจูบอีก… เฮ้ย!! ไม่ใช่!! ผมสบัดหัวอย่างแรงนี่มันใช่เวลาจะมาคิดมั้ยวะ?? แล้วมึงก็อย่ายื่นหน้าเข้ามาให้ขนาดนั้น หัวใจผมเต้นแรงจนเหมือนจะหัวใจวายตายแล้ว
“อ๋องมึงเป็อะไร?ยังไม่หายปวดหัวเหรอ กินยามั้ย?เดี๋ยวกูไปเอาให้”
“ไม่ต้อง! กูไม่ได้เป็อะไร แล้วมึงก็หลบไปด้วย”
“เอ้า!! อะไรของมึงอ่ะ”
ไม่รู้! กูก็ไม่รู้ว่ากูเป็อะไร?? หรือเมื่อคืนกูนอนน้อยไปหน่อย?
ไอ้ตุ๊กแกมันขยับเปิดทางให้ผมก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกมาเลย หัวใจยังเต้นแรงไม่หาย
“เป็อะไรของมึง? ดูทำหน้าเข้า เป็อะไรไหนบอกหมอซิ?”
หมอที่ไหนจะปัญญาอ่อนเหมือนมึงไอ้อาร์ท?
“ยังไง? ทำอะไร? กูไม่ได้เป็อะไร!”
“เอ้า! ก็มึงอ่ะทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวใครเขา แต่ปกติหน้ามึงก็โหดอยู่แล้วแต่วันนี้ดูโหดกว่าเก่า”
“เปล่า…”
“มีอะไรปรึกษาหมอได้นะจะให้ไปตีกับใครก็บอกหมอพร้อมเสมอ”
หมอพ่องสิ!ชวนไปตีกับคนอื่น
“มึงอ่ะนะ? คราวนั้นเห็นวิ่งหางจุกตูด”
“คราวนั้น ก…ก็พวกนั้นมันมีหลายคนไงกูหลบมาตั้งหลักเฉยๆ”
“สัด! ปล่อยกูตีกับพวกมันเป็ชั่วโมงกว่าจะมาช่วย”
“แต่พอกูไปก็เห็นไอ้พวกนั้นมันนอนตายกันเกลื่อนส่วนมึงก็แค่หัวแตกเองนี่หว่า แล้วคราวนี้มึงเป็อะไร?”
“ไม่รู้…กูก็ยังไม่รู้เลยว่ากูเป็อะไร”
“อะไรของมึง? เป็เหี้ยอะไรก็ยังไม่รู้มันมีเหรอวะไอ้โรคนี้อ่ะ?”
“มึงว่ากูเป็เหี้ย? เดี๋ยวกูจะถีบมึงให้ลงไปนอนกับมันในน้ำเลย”
“เปล่าคร้าบบบ! ขอประทานอภัยท่านอ๋องคร้าบบบ!”
ยังมาทำหน้าทะเล้นกวนตีนคุยกับไอ้อาร์ททีไรเหมือนความดันจะขึ้น ว่าแต่ผมเป็อะไรวะ? ทำไมต้องใจเต้นแรงเวลาไอ้ตุ๊กแกเข้ามาใกล้ ทำไมเห็นปากแดงๆของมันแล้วอยากจูบ?หรือว่าผมจะเป็โรคหัวใจ? ผมอายุแค่ยี่สิบเองนะยังไม่อยากตายเร็วนะครับคุณหมอ