///
"อาจารย์คะ"
"อ้าว เขมจิรา มีอะไรรึเปล่าครับ"
"เอ่อ คือเขมฟังที่อาจารย์อธิบายไม่ค่อยเข้าใจค่ะ อาจารย์พอจะมีเวลาอธิบายให้ฟังเป็การส่วนตัวไหมคะ หรือว่ารีบกลับ"เขมจิรานักศึกษาสาวถามภูตะวันเสียงหวานหลังจากเดินออกจากห้องเรียนตอนห้าโมงกว่าๆ
"เอ่อ...คือ"ภูตะวันพูดตะกุกตะกักเพราะเขาอยากจะกลับไปดูคนตัวเล็กที่บ้านเต็มทน
"ไม่สะดวกหรอคะ"
"ไม่ใช่ๆ ไม่เข้าใจตรงไหนหรอครับ"
"ไปนั่งก่อนไหมคะอาจารย์"
"อ่อๆ ได้ๆ"พูดจบภูตะวันก็เดินไปนั่งตรงม้าหินอ่อนติวหนังสือให้เขมจินาจนหกโมงกว่าๆ
"ขอบคุณนะคะอาจารย์ ที่อธิบายให้ฟัง"เขมจิรากล่าวขอบคุณอาจารย์หนุ่มที่เธอหลงรักด้วยความอิ่มเอมใจ
"ครับผม เป็หน้าที่ผมอยู่แล้ว ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามผมได้ตลอดนะครับ"
"ค่ะ งั้นเขมขอตัวกลับก่อนนะคะ"ว่าแล้วเขมจิราก็ลุกจากโต๊ะ
"กลับยังไงล่ะครับ"ภูตะวันไม่ลืมทีจะถามไถ่นักศึกษาด้วยความเป็ห่วง
"พอดีขับรถมาค่ะ"
"งั้นขับกลับดีๆนะครับ"
"ค่า สวัสดีค่ะอาจารย์"
เมื่อเขมจิราเดินไปลับตาแล้ว อาจารย์หนุ่มก็รีบก้าวฉับๆไปที่จอดรถของเขาทันที
"แล้วทำไมฉันจะต้องรีบกลับไปขนาดนี้วะ ฮ่ะๆ"ภูตะวันแอบขำกับอาการตัวเองเบาๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ และที่สำคัญกำลังอยากกลับไปเจอหน้าคนตัวเล็กของเขาอยู่ เขาต้องบ้าแน่ๆ คิดแล้วอาจารย์หนุ่มก็รีบสตาร์ทรถขับออกไปจากมหาวิทยาลัยด้วยความเร็ว ในใจคิดถึงแต่คนตัวเล็ก จนขับถึงบ้าน ภูตะวันจึงรีบลงจากรถถือกระเป๋าเอกสารพะลุงพะลังเหมือนทุกๆวัน แต่วันนี้คนตัวเล็กที่เขาบอกว่าชังนักชังหนาไม่ได้ออกมาช่วยเขาถือกระเป๋าเหมือนอย่างเคย มีแต่ตรีที่เดินออกมาถือช่วย
"ตรี เอ่อ...คุณหนึ่งของเธอล่ะ ทำไมไม่ลงมาช่วยฉันถือของ หรือยังไม่หายไข้" ภูตะวันถามคนใช้เสียงหลบ
"เปล่าค่ะ คุณหนึ่งบอกว่าหายดีั้แ่เที่ยงแล้ว จากนั้นก็ลงมาช่วยแม่กับตรีทำนั่นนี่ ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟังค่ะ"
"ยัยดื้อเอ้ย แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน"
"อยู่ในครัวค่ะ ทำอาหารรอคุณภูอยู่"คนใช้ตอบไปพลางสังเกตสีหน้าเ้านายไปอย่างนึกขำในใจเมื่อเห็นว่เ้านายของเธอมีท่าทีเป็ห่วงภรรยาสาวจนออกหน้าออกตาแต่ยังทำเก๊ก
"ยิ้มอะไรของเธอ"ภูตะวันเอ็ดคนใช้สาวที่เอาแต่ยิ้ม
"ดีใจค่ะ เห็นคุณภูดูห่วงคุณหนึ่ง ถึงจะแปลกๆแต่ก็ดีใจ ฮ่าๆๆ"คนใช้สาวตอบตรงๆใส่เ้านายจนทำให้เ้านายของเธอทำหน้าไม่ถูก
"ห่วงอะไรของเธอ เธอนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ เอากระเป๋าฉันไปเก็บเลยไป จับผิดฉันอยู่ได้ เดี๋ยวก็หักเงินเดือนทบครึ่งซะหรอก" เ้านายสุดเก๊กพูดขู่ตรีเสียงเข้มจนเธอต้องรีบหุบปากแล้วเอาของของเขาขึ้นไปเก็บให้อย่างเร็ว
พอคนใช้เดินออกไป ภูตะวันก็เดินไปพิงผนังดู'เมีย'ทางพฤตินัยของเขาที่กำลังขมักเขม้นทำอาหารอยู่จนไม่ได้สังเกตว่ามีคนมายืนมอง
//อะแฮ่ม//
"ว้าย! คุณภู"ดารกาอุทานออกมาอย่างใจนถ้วยที่ถือในมือหล่นแตก
"นี่ อย่าเพิ่งขยับนะ เดี๋ยวกะเตะเศษกระเบื้องเอาหรอก ซุ่มซ่ามจริง"ภูตะวันพูดขณะที่เดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ยังทำหน้าใยืนอยู่กับที่
"ฉันกระแอมแค่นี้ก็ทำเป็ใ คิดอะไรของเธออยู่ หรือคิดถึงไอ้หมอนั่น"ไม่วายที่เขาจะยังพูดกระแนะกระแหนเธอ แต่ก็ยังอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกแล้วพาเดินออกไปจากครัว
"ตรี ไปเก็บเศษถ้วยให้เรียบร้อยด้วย"ร้องสั่งคนใช้ขณะที่อุ้มคนตัวเล็กขึ้นไปบนห้อง
"คุณภู หนึ่งยังไม่ได้โดนบาดสักหน่อยค่ะ ไม่ต้องอุ้มก็ได้"ดารกาเงยหน้าขึ้นพูดกับคนที่อุ้มเธออยู่
"หุบปากไปเลย ซุ่มซ่ามขนาดนี้ ขืนปล่อยให้เดินออกมาเองมีหวังได้อีกหลายแผลแน่"
"แต่นี่มันพ้นห้องครัวแล้วนะคะ แล้วจะพาหนึ่งขึ้นห้องทำไมคะ หนึ่งยังทำกับข้าวไม่เสร็จเลย"
"ไม่ต้องทำแล้ว ฉันบอกให้อยู่เฉยๆ แต่เธอก็ยังดื้อจะทำ กล้าดียังไงมาขัดคำสั่งฉัน" ภูตะวันว่าให้คนตัวเล็กเสียงดุแล้วเปิดประตูห้องเข้าไปโยนเธอลงยังเตียงนุ่ม
//ตุ่บ//
โอ้ย!!
"เจ็บหรอ" คนที่โยนเธอลงบนเตียงใเมื่อเขาเผลอโยนเธอลงอย่างแรงเหมือนที่เคยทำจนอีกคนร้องอุทานออกมา
" เจ็บตรงไหนไหม ฉันขอโทษ" ภูตะวันนั่งลงไปจับสำรวจตามกายเธอ เเต่คนที่นั่งบนเตียงอยู่แล้วชะงักค้างั้แ่ได้ยินคำว่าขอโทษออกมาจากปากเขา
"คุณภู...ขอโทษหนึ่งหรอคะ" หญิงสาวถามออกไปแบบกล้าๆกลัวๆ กลัวว่าเขาจะโวยวายใส่เธออีก
"อะไรนะ ฉันนี่หรอขอโทษเธอ ฉันพูดตอนไหน" ภูตะวันเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็ตีเนียนทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
"หนึ่งคงหูฝาดไปค่ะ"ดารกาแสยะยิ้มเบาๆให้คนตัวโต
"เออ"คนขี้เก๊กก็ยังเก๊กต่อไป
"แล้วหนึ่งจะลงไปทำกับข้าวต่อได้หรือยังคะ"
"ก็บอกว่าไม่ให้ลงไปไง รอลงไปทานพร้อมฉันเลย ตอนนี้ฉันอยากอาบน้ำ ไปอาบน้ำกับฉันก่อน"ภูตะวันเอ่ยสั่งคนตัวเล็กพลางค่อยๆถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นจนคนที่นั่งดูอยู่หน้าแดงเพราะเขินอาย
แล้วจะนั่งอายอยู่อีกนานไหม ถอดเสื้อผ้าสิ หรือจะให้ฉันถอดให้"จอมเผด็จการออกคำสั่งเสียงเหี้ยมจนคนตัวเล็กต้องรีบถอดเสื้อผ้าตามเขาแล้วเดินตามเข้าห้องน้ำไป