บทที่ 20 น้องสาวของข้าเป็เสือ
จูจูกินเนื้อที่อาสะใภ้รองป้อนให้ก่อน ดื่มน้ำแกงกระดูก แล้วก็แช่วอโถวลงไปครึ่งชิ้น ท้องน้อย ๆ ของนางก็อิ่มจนป่องออกมา
พอได้ัักับเตียงเตา นางก็รู้สึกง่วงนอนทันที มือน้อย ๆ ขาวอวบปิดปากหาวหวอด ดวงตากลมโตมองมารดาอย่างมึนงง ดูน่าสงสารและน่ารักเป็ที่สุด
หยางลี่ฮวารีบขึ้นไปบนเตียง ช่วยลูกสาวถอดเสื้อกับกางเกงตัวหนาออก แล้วห่อตัวด้วยผ้าห่มผืนเล็ก อุ้มไว้ในอ้อมแขน ตบเบา ๆ ที่หลังเป็จังหวะ
จูจูขดตัวอย่างสบายใจในอ้อมกอดของมารดา ไม่นานก็หลับไป
ไท่จี้จู่เห็นว่าท่านพ่อมองลูกสาวตลอดเวลา รู้สึกกังวลใจจึงถามเสียงเบา "ท่านพ่อ มีอะไรผิดปกติกับจูจูหรือ?"
หยางลี่ฮวารู้สึกใจหายเมื่อได้ยินคำพูดนั้น จึงกอดลูกสาวแน่นยิ่งขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ลูกสาวคือสมบัติล้ำค่าที่นางเคยสูญเสียไปแล้วได้กลับคืนมา นางจะไม่ยอมให้เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ อีกเด็ดขาด!
ท่านผู้เฒ่าได้สติกลับมา เห็นลูกชายและลูกสะใภ้เป็เช่นนี้ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
เพราะทุกอย่างเป็เพียงการคาดเดาเท่านั้น...
คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกำชับว่า "จูจูเป็เด็กที่มีโชควาสนา ต้องเลี้ยงดูนางให้ดี ปกตินางทำสิ่งใด หรือหากมีความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย พวกเ้าจำไว้ว่าอย่าบอกใคร แม้แต่คำเดียวก็ไม่ได้!"
หยางลี่ฮวาฟังแล้วรู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบรับว่า "ท่านพ่อวางใจได้ ข้าจะดูแลจูจูให้ดีที่สุด"
ไท่จี้จู่กลับเกิดความคิดวูบขึ้นมา ยกมือลูบท้ายทอยของตัวเองแล้วมองไปทางบิดาผู้ชรา
ผู้เป็บิดาพยักหน้าให้ลูกชาย แล้วหันหลังเดินออกไป
หยางลี่ฮวาเห็นสีหน้าแปลก ๆ ของสามี จึงตีเขาเบา ๆ แล้วถามเสียงเบา
ไท่จี้จู่อธิบายสั้น ๆ สองสามประโยค แม้จะพูดจาสับสนไม่ค่อยเชื่อมโยงกัน แต่ก็เล่าเื่ที่ประสบอันตรายบนูเา รวมถึงเื่รถม้าที่มาส่งข้าววันนี้ให้นางเข้าใจได้ชัดเจน
หยางลี่ฮวาเป็คนหัวไว อีกทั้งเคยร่ำเรียนมาก่อน นางรวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน่เวลาที่ผ่านมา เข้าใจความตั้งใจของท่านพ่อได้เกือบจะทันที
ลูกสาวของนางไม่ธรรมดา!
เด็กคนนี้อาจจะทำนายอันตรายได้ หรือแม้กระทั่งเป็เด็กนำโชค อยากได้อะไรก็มีสิ่งนั้น!
นางก้มลงมองลูกสาวที่นอนหลับอยู่ด้วยริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อย
ก้อนแป้งตัวน้อยไม่รู้ฝันถึงอะไร จู่ ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา สุดท้ายขยับตัวน้อย ๆ แล้วมือเล็ก ๆ เอื้อมคว้าชายเสื้อของมารดาอย่างคุ้นเคย จากนั้นก็หลับลึกต่อไป
ผูกพันอย่างนี้ ช่างน่ารักเหลือเกิน...
หยางลี่ฮวาผ่อนแขนให้นุ่ม พยายามอย่างเต็มที่ให้ลูกสาวนอนสบายขึ้น
ไท่จี้จู่ก็นั่งมาข้าง ๆ เขายื่นแขนออกไป กอดภรรยาและลูกสาวไว้ในอ้อมกอดอย่างระมัดระวัง สามีภรรยามองตากัน ไม่ได้พูดอะไร แต่เข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง
นี่คือลูกของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็เด็กที่โง่เขลาหรือเป็เด็กที่นำโชคมาให้ก็ตาม ทั้งหมดล้วนเป็สมบัติล้ำค่าที่พวกเขาจะปกป้องและรักทะนุถนอมไปตลอดชีวิต...
จูจูหลับฝันหวาน เมื่อตื่นขึ้นมา ก็พบว่ามารดากำลังนั่งเย็บปักอยู่ข้าง ๆ
ตรงกลางเตียงใหญ่มีโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมวางอยู่ พี่ชายทั้งสี่คนต่างก็นั่งคนละด้าน กำลังยุ่งอยู่กับสิ่งใดบางอย่าง
จูจูกะพริบตาโตสองสามที รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง
ท่านพี่กำลังเล่นด้วยกัน แต่ไม่ชวนข้าหรือ?
ฮือ ท่านพี่ไม่รักน้องสาวแล้ว!
หยางลี่ฮวากำลังเย็บเสื้อนวม เหลือเพียงไม่กี่เข็มสุดท้าย นางตั้งใจว่าจะทำงานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปอุ้มลูกสาว แต่เด็กน้อยกลับร้องไห้น้ำตาไหลพรั่งพรูเสียแล้ว!
นางรีบวางเข็มด้ายลง อุ้มลูกสาวขึ้นมาทันที บรรดาพี่ชายทั้งสี่ต่างรีบเข้ามาล้อม พยายามปลอบโยนกันวุ่นวาย
"จูจูร้องไห้ทำไมหรือ? พี่ชายอุ้มเ้าเล่นขี่ม้าดีไหม?"
“พี่รองจะถักผีเสื้อตัวเล็ก ๆ ให้เต็มตะกร้าเลย ดีหรือไม่?”
จูจูเช็ดน้ำตาแล้วชี้นิ้วมือเล็ก ๆ อวบ ๆ ของนางไปที่โต๊ะ "พวกท่านพี่เล่นกัน ไม่ชวนข้า!"
เด็กชายทั้งสี่ถึงกับชะงัก สีหน้าขบขันปนจนใจ
หยางลี่ฮวาก็รู้สึกจนปัญญา นางลูบผมนุ่มละเอียดของลูกสาวแล้วอธิบายอย่างใจเย็น "พวกพี่ชายกำลังอ่านหนังสือเขียนตัวอักษรอยู่ ไม่ได้เล่นนะลูก"
จูจูไม่เข้าใจ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสงสัย
บนโต๊ะมีถาดไม้ทรงเหลี่ยมสี่ใบ และมีไม้เล็ก ๆ วางอยู่ข้าง ๆ นี่ชัดเจนว่ากำลังเล่นกันอยู่!
หยางลี่ฮวากำลังจะพูด แต่หลิวตงเหนียงเรียกจากด้านนอกเสียก่อน นางจึงกำชับพวกเด็ก ๆ “เล่นกับน้องสาวสักครู่ อย่าทำให้นางร้องไห้”
พูดจบนางก็ออกไป
ไท่หย่งหนิงอุ้มน้องสาวไว้ในอ้อมแขน จับมือน้อย ๆ เอาไม้เขียนวาดสิ่งต่าง ๆ ลงในถาดทราย
จูจูดีใจขึ้นมาทันที วาดภาพอย่างกระตือรือร้น
ไท่หย่งอันเดิมทีก็ไม่ชอบเขียนหนังสือ ไม่นานก็แย่งจากน้องสาวไป ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ยิ่งแอบยื่นมือออกมา หยิบแท่นฝนหมึกที่ปกติไม่ค่อยได้ใช้ออกมาจากใต้โต๊ะ...
เมื่อไม่นานมานี้ครอบครัวมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น มีอาหารเพียงพอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มื้ออาหารจะอุดมสมบูรณ์มากขึ้น
โดยเฉพาะมื้อเย็น ชาวบ้านต่อให้ว่างแค่ไหนก็คงไม่วิ่งมาเยี่ยมเยียนในเวลานี้ ดังนั้นการแอบกินของดี ๆ เพื่อสะสมไขมันให้คนในครอบครัวจึงเหมาะสมที่สุด
หยางลี่ฮวาและหลิวตงเหนียงนำชามใหญ่ใส่โจ๊กข้าวสองชนิดมาวาง แล้วยังเพิ่มจานผักดองอีกสองจาน จากนั้นก็เรียกคนในบ้านมากินข้าวเสียงดัง
ผู้เฒ่าไท่นั่งลงบนที่นั่งหลักเป็คนแรก มองไปรอบ ๆ ไม่เห็นหลานสาวคนโปรด จึงถามว่า
“จูจูยังไม่ตื่นหรือ? หากนอนนานเกินไป คืนนี้เกรงว่าจะหลับยาก”
แต่เสียงพูดยังไม่ทันจบ ประตูห้องฝั่งตะวันตกก็เปิดออก
ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ช่วยกันประสานมือเป็เก้าอี้หามจูจูออกมา ใบหน้าขาวเนียนอมชมพูของเด็กน้อยถูกวาดระบายไว้อย่างยุ่งเหยิง
รอยย่นรูปตัวหวาง (王) บนหน้าผาก จมูกสีดำ และยังมีหนวดบนแก้ม ดูเหมือนเสือน้อยตัวจริงเดินออกมาเลยทีเดียว!
ทุกคนถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ช่างน่าสงสารจูจู เด็กผู้หญิงตัวอ้วนป้อมคนนี้ไม่รู้ว่าถูกพวกพี่ชายแกล้งเล่น ยังพลอยหัวเราะไปด้วย เผยให้เห็นฟันขาวซี่เล็ก ๆ
คราวนี้ ทุกคนยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม!
ไท่หย่งอันและไท่หย่งหนิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก็เกาะกรอบประตูหัวเราะไม่หยุด
หยางลี่ฮวาอุ้มลูกสาวไว้ พลางหันไปมองบรรดาเด็กผู้ชายด้วยสายตาดุ ๆ
"ให้พวกเ้าดูแลน้องสาว นี่คือการดูแลหรือ? หมึกกับพู่กันเป็ของมีค่า หากไม่ใช้ฝึกเขียนอักษรก็ไม่ควรนำมาเล่นเช่นนี้!”
ไท่หย่งลู่กับไท่หย่งเยว่รีบหดคอ ย่อตัวแล้วมุดกลับไปนั่งประจำที่ทันที
ไท่หย่งอันได้แต่เกาศีรษะยิ้มแหย ส่วนไท่หย่งหนิงพิงไม้ค้ำยัน เผยสีหน้าละอายใจอย่างชัดเจน
หยางลี่ฮวาได้แต่เรียกทุกคนให้มากินข้าวก่อน รวมถึงลูกสาวน้อยที่ดูเหมือนลูกเสือด้วย
จูจูนั่งอยู่ตรงข้ามมารดา ถือช้อนเล็ก ๆ ตักโจ๊กกินเองทีละคำ พร้อมกับไข่ต้มที่อาสะใภ้รองต้มไว้เป็พิเศษ กลิ่นหอมอวลชวนให้เจริญอาหารยิ่งนัก
แล้วเมื่อมองดูศีรษะของคนในครอบครัวทีละคน นางก็ยิ่งรู้สึกดีใจมากขึ้น!
ควันสีขาว!
เหนือศีรษะของทุกคน มีกลุ่มพลังงานสีขาวบางเบาลอยอยู่
ในที่สุดก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าคนในครอบครัวจะตายเมื่อไหร่!
ก้อนแป้งตัวน้อยกินพลางโยกตัวดุ๊กดิ๊กด้วยความภาคภูมิใจจนแก้มอ้วนดีใจแทบจะปลิวแล้ว!
แต่คนในครอบครัวกลับหัวเราะจนปวดท้อง เพราะใบหน้าเ้าตัวน้อยยังเหมือนเสือน้อยอยู่เลย
หยางลี่ฮวากินข้าวอย่างรวดเร็วแล้วอุ้มลูกสาวไปล้างหน้า เมื่อน้ำอุ่นในอ่างเปลี่ยนเป็สีดำ เ้าตัวน้อยผิวขาวนุ่มนิ่มก็กลับมาแล้ว
ส่วนพี่น้องไท่หย่งอันทั้งสี่คนที่อิ่มหนำสำราญแล้วก็ไม่ได้วิ่งหนีไปไหน แต่ละคนโดนไม้เรียวคนละสามที
เพราะที่บ้านยากจน พี่น้องทั้งสี่เคยฝึกเขียนหนังสือด้วยถาดทรายกับกิ่งไม้มาตลอด พวกหมึกและพู่กันที่เก็บไว้นั้นล้วนเป็ของมีค่า หากไม่มีเื่สำคัญก็ไม่กล้าใช้
บัดนี้พวกเขากลับเอามาเล่น แน่นอนว่าต้องโดนตี!
จูจูใจนอ้าปากเล็ก ๆ ค้างไว้ แล้วรีบขยับขาเล็ก ๆ วิ่งไปหลบหลังท่านปู่อย่างรวดเร็ว ซ่อนมือเล็กอวบอ้วนทั้งสองข้างไว้อย่างมิดชิด...
เมื่อเด็ก ๆ มาวุ่นวายแบบนี้ คนในบ้านทั้งหมดก็หายง่วงกันไปหมด ต่างคนต่างหางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำแล้วรวมตัวกันพูดคุยเื่สัพเพเหระกันที่ห้องโถง
ท่านผู้เฒ่าไท่ค่อย ๆ ลอกเส้นใยและเศษเนื้อออกจากหนังกระต่ายอย่างระมัดระวัง ตั้งใจว่าเมื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว จะให้ลูกสะใภ้ทำรองเท้าหนังกระต่ายให้หลานสาวอีกคู่หนึ่ง เพื่อให้เป็ชุดที่ครบถ้วน
เมื่อถึงเวลานั้น จูจูใส่แล้วจะต้องทั้งอบอุ่นและดูดีแน่นอน
ไท่หย่งลู่กินโจ๊กไปมาก ท้องเริ่มแน่น ทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นเปิดประตูออกไปทำธุระ พอเปิดประตูบ้านออกไป ประตูรั้วลานบ้านก็ถูกกระแทกดังสนั่นทันที
ไท่หย่งลู่ใจนตัวสั่น เกือบฉี่ราดกางเกงขายาวของตัวเอง!