“พลังเพิ่มเงินเป็สองเท่า?.. มันทำอะไรยังไงครับ..” พลกล่าวถามอย่างสงสัยหลังจากที่ได้ยินว่าตนได้รับพลังอะไรมาจากกาชาปอง ทั้งมันทำยังไง หรือทั้งมีเงื่อนไขยังไง เขาไม่รู้อะไรเลย จึงกล่าวถามกับท่านเทพธิดาเอลิสไป
“พลังนี้จะว่าดี หรือว่าจะไม่ดีกันดีล่ะ.. เอาง่ายๆ คือเ้าสามารถทำให้เงินที่เ้ามีการเป็สองเท่าได้นะ เพียงแค่เ้าเอ่ยว่า ‘เงินที่มีทั้งหมดจงกลายเป็สองเท่า’ เท่านี้ก็ได้แล้ว แต่ว่ามันก็มีเงื่อนไขการใช้งานพลังมันอยู่เหมือนกัน..” เทพธิดาเอลิสกล่าว
“เงื่อนไข?.. เงื่อนไขอะไรอย่างนั้นเหรอครับ” พลกล่าวถามด้วยความสงสัยเช่นเดิม
“เงื่อนไขที่ว่านั้น คือเ้าสามารถเพิ่มเงินเป็สองเท่าได้ เฉพาะเงินของเ้าเองเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มให้กับคนอื่นได้ อีกอย่างเ้าจะสามารถใช้พลังนี้ได้วันละ 1 ครั้งเท่านั้น พลังนี้จะถูกรีเช็ตการใช้งานทุกๆเที่ยงคืนของทุกวัน ดังนั้นจะใช้พลังอะไรอย่างไรเ้าก็ต้องคิดให้ดีๆล่ะ.. เท่านี้ก็น่าจะหมดหน้าที่ของข้าแล้ว” เทพธิดาเอลิสกล่าว
“ผมเข้าใจแล้วครับ.. ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับท่านเทพธิดาผู้งดงาม..” พลคิดเงื่อนไขตามที่ท่านเทพธิดาได้กล่าวเอาไว้เล็กน้อย ก่อนจะขอบคุณท่านที่เป็ธุระให้กับเขา..
“อย่าลืมขอบคุณพระผู้เป็เ้าล่ะ ที่เ้าได้พบกับข้า และได้พลังวิเศษอย่างนี้ก็เป็เพราะพระองค์ท่านนะ เข้าใจหรือไม่.. ข้าหวังว่าเ้าจะใช้พลังนี้บนหลักแห่งความถูกต้องล่ะ จงจำเอาไว้ว่าข้ามองเ้าอยู่ ไม่ว่าเ้าจะอยู่ที่แห่งใดก็ตาม..” เทพธิดากล่าว
“เข้าใจแล้วครับ เออ.. แต่ที่บอกว่าเฝ้ามองเนี่ย ผมขอยกเว้นตอนที่ผมกำลังอาบน้ำจะได้ไหมครับ โอ๊ย!” พลกล่าวกับเทพธิดาเอลิส ซึ่งนั่นมันก็ส่งผลให้เขาโดนท่านเทพเขกกบาลเข้าไปหนึ่งที
“ใครอยากจะดูเ้าตอนที่เ้าโป๊กันเล่า เ้าเห็นว่าข้าเป็เทพโรคจิตวิตถารหรือยังไงกันห๊!.. ข้าไม่ได้มีเวลาว่างดูเ้าตลอดเวลาหรอกนะเ้ามนุษย์.. เอาล่ะ ข้าไปละ แล้วก็อย่าแอบนินทาข้าในใจล่ะ ไม่งั้นเ้าโดนดีแน่..” เทพธิดาเอลิสกล่าว ก่อนทำท่าทางจะบินกลับขึ้นไปบน์
“ครับๆ เข้าใจแล้วครับท่านเทพธิดา.. ขอบคุณสำหรับทุกอย่างอีกครั้งนะครับ” พลกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม ซึ่งเมื่อเทพธิดาเห็นอย่างนั้นเธอก็ยิ้มให้กับเขา ปากของเธอพูดอะไรบางอย่างที่พลไม่อาจจะได้ยินได้อยู่ไกลๆ แม้ว่าเขาจะพยายามอ่านที่ปากของท่านเทพแล้วก็ตาม..
‘โชคชะตาของเ้ากำลังจะเริ่มด้วยตัวของเ้าเองอีกครั้ง.. โชคดีเ้ามนุษย์ผู้ที่อยู่เหนือโชคชะตา’
สิ้นสุดคำของท่านเทพธิดา ตัวของเธอก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดเื่นี้มาก่อน พลมองไปยังตำแหน่งที่ท่านเทพธิดาจากไปอยู่นาน และเขาจะจดจำเอาไว้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างนี้เกิดขึ้นกับตัวของเขา เวลาผ่านไปนานสองนาน บรรยากาศรอบข้างจากที่ทุกอย่างมันหยุดนิ่งเอาไว้ กลับกลายมาเป็เคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง
พลไม่ลืมสิ่งที่ท่านเทพธิดากล่าวกับเขาก่อนจะจากไป เขาก้มหัวลงภาวนาถึงพระเ้า และกล่าวขอบคุณพระองค์ด้วยใจจริง แน่นอนว่ารวมถึงท่านเทพธิดาเอลิสด้วยเช่นกัน แต่ทันทีที่เขานึกถึงท่านเทพธิดานั้นเอง เขาก็พลางนึกถึงตอนที่ท่านนั้นบ้ายอเื่ที่เขาเอ่ยชมตัวท่าน
‘ถึงแม้ว่าท่านจะค่อนข้างบ้ายอ... โอ๊ย!..’ พลกล่าวภาวนาในใจ และกำลังพูดถึงท่านอยู่นั้นเอง จู่ๆลูกบอลที่ลอยมาจากไหนก็ไม่รู้ ลอยเข้ามากระแทกหัวของเขาอย่างจัง ราวกับว่าเป็บทลงโทษของท่านเทพธิดาอย่างไรอย่างนั้น
“ขอโทษครับลุง.. พอดีเพื่อนผมมันเพิ่งหัดเล่นฟุตบอล มันเลยเตะบอลมั่วจนมาโดนลุงอย่างนี้.. ขอโทษด้วยนะครับ” พลที่โดนลูกฟุตบอลอัดเข้ามาที่หัวก็ลืมตาขึ้นมามองเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะพบกับเด็กน้อยวัยประมาณ 10 ขวบวิ่งเข้ามาขอโทษเขาเป็การใหญ่ แต่ที่มันน่าโมโหก็คือเ้าเด็กน้อยคนนี้ เรียกเขาว่าลุง ทั้งที่เขายังอายุเพียงแค่ 22 ปีเท่านั้น
“ไม่เป็ไรจ้าน้องชาย.. พี่ชายคนนี้ไม่ได้เจ็บเลยสักนิด ยังไงก็สอนเพื่อนดีๆล่ะ” พลกล่าวพร้อมกับเน้นเสียงว่า ‘พี่ชาย’ มันเหมือนเป็การบ่งบอกทางอ้อมๆว่าให้เรียกเขาว่าพี่ชาย ไม่ใช่ลุง อย่างที่น้องคนนี้กำลังกล่าว แต่ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่พละกำลังจะสื่อ
“ขอบคุณครับลุง.. ลุงเป็คนดีจัง ถ้างั้นผมไปก่อนนะครับ..” เด็กชายคนนั้นกล่าวก่อนจะวิ่งตัวออกไปจากจุดนี้ พลที่ได้ยินอย่างนั้นก็คิ้วกระตุกอย่างไม่พอใจ แต่จะให้พูดด่าเด็กๆที่ไม่รู้อะไรเลยมันก็ไม่ได้ เขาก็ได้แต่ช่างมัน และเลิกที่จะสนใจ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเอง จู่ๆเด็กคนเดิมก็หันมาพูดกับเขาอีกหนึ่งประโยค
“อีกอย่างนะครับลุง.. ผมก็เคยบอกไปแล้วนี่ครับว่าอย่าคิดนินทาผมในใจนะ ไม่งั้นลุงจะโดนดีแน่ๆเลย” เมื่อเด็กกล่าวจบ เด็กคนนั้นก็หันกลับไปด้วยรอยยิ้มที่คุ้นเคย จะบอกว่าเขารู้จักกับเด็กคนนี้มาก่อนก็ไม่ใช่ และรอยยิ้มนั้นมันเหมือนกับของท่านเทพธิดาเอลิส มันก็ทำให้เขานั้นรู้ได้ในทันทีว่าเด็กคนนั้นก็คือท่านเทพธิดา
“ท่านเทพธิดานี่ก็จริงๆเลย..เฮ้อออ ก็สมแล้วที่เป็เทพบ้ายอ.. อ้าวเฮ้ย! ใจเย็นๆก่อนสิครับท่านเทพ!..” พลยิ้มออกมา และกล่าวถึงเทพธิดาเอลิสอีกครั้ง และในขณะที่กำลังจะกล่าวจู่ๆเด็กคนนั้นก็มีท่าทางที่เปลี่ยนไป จากมือที่ถือลูกฟุตบอลอยู่ก็หลุดลอยไปในอากาศเพราะหกล้ม แต่ทว่ามันเป็การหักล้มที่สวยงามจนเกินไปราวกับมีคนจัดวางท่าทางนั้น
การลื่นหกล้มอย่างปกติมันควรที่จะลื่นหลังกระแทกกับพื้นตามแรงโน้มถ่วง แต่ทว่าเด็กคนนี้กลับม้วนตัวราวกับนักฟุตบอลกำลังจะเตะลูกบอลในท่าตีลังกากลับหลัง และพลก็ไม่ได้คิดผิดแต่อย่างนั้น เพราะลูกบอลที่ลอยลงมาตกที่เท้าตอนที่เด็กนั้นกำลังตีลังกาอย่างสวยงาม และจุดหมายของเ้าลูกบอลนั้นดูยังไงๆก็เป็ตัวของเขาชัดๆ...
“ใจเย็นๆก่อนนะครับท่านเทพธิดา.. ผมกำลังจะบอกว่าถึงท่านจะบ้ายอ แต่ท่านก็เป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดที่ผมเคยพบเห็นมาเลยตลอดทั้งชีวิตนะครับบบบบบ..” พลรีบกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นกันตัวเองจากลูกบอลที่ลอยเข้ามา ดวงตาที่หลับปี๋ราวกับไม่อยากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น..
ฟิ้ววววววว.... จากในตอนแรกที่ลูกบอลนั้นลอยเข้ามาหาพลตรงๆ จู่ๆมันก็เหมือนกับว่ามีลมอะไรบางอย่างที่พัดผ่านไปต่อหน้าเขา ซึ่งมันส่งผลให้ลูกบอลที่ลอยมานั้นเบนวิถีทางของมันไปอีกทาง..
“ฮุฮุฮุ.. เกือบไปแล้วนะครับคุณลุง.. ถ้าโดนเข้าไปนี่เลี้ยงไม่โตแน่ๆเลย ลุงนี่โชคดีจริงๆเลยนะครับ” เด็กคนนั้นวิ่งเข้ามาเก็บลูกบอลก่อนจะหัวเราะออกมา ซึ่งมันไม่จำเป็ต้องสืบเลยว่าเด็กคนนี้เป็อะไร เพราะเขากำลังโดนท่านเทพธิดาเอลิสควบคุมร่างกายอยู่แน่นอน..
“ขอโทษครับบบ.. ผมจะไม่นินทาท่านอีกแล้วครับ..” พลยกมือขึ้นมาไหว้เด็กคนนั้นด้วยความกลัวตาย
“ดี! จำไว้!.. ถ้าคิดจะนินทาข้าอีกล่ะก็.. ครั้งหน้าอาจจะเป็ะุปืนแทนลูกฟุตบอลอย่างนี้ก็ได้..” เด็กน้อยกล่าว ซึ่งพลก็ได้แต่พยักหน้างืดๆพร้อมกับกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ จากนั้นดูเหมือนว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็ปกติอย่างที่มันควรจะเป็อีกครั้ง..
“เป็อะไรหรือเปล่าครับลุง.. พอดีเพื่อนผมมันเพิ่งหัดเล่นฟุตบอล มันเลยเตะบอลมั่วจนมาโดนลุงอย่างนี้.. ขอโทษด้วยนะครับลุง” เด็กน้อยคนนั้นกล่าวเหมือนเป็สคริปต์เดิมๆที่ท่านเทพธิดาเข้าควบคุมร่าง แต่ครั้งนี้เขาก็ได้แต่ต้องปล่อยๆไปเท่านั้น อย่าได้คิดหรือหาเื่ให้เจ็บตัวอีกเลย
“จ้า.. ลุงก็ลุง.. ไปเถอะเด็กน้อย ไปสอนให้เพื่อนคนนั้นเล่นฟุตบอลเก่งๆนะ..” พลกล่าวอย่างยอมแพ้ ก่อนที่เขาจะลูบหัวเด็กน้อยคนนั้น และหันหลังเดินจากไปทันที..
“เข้าใจแล้วครับ ลุงเป็คนดีจริงๆเลย.. เอ๊ะ! เหมือนกับว่าเราเคยพูดประโยคนี้เลยแฮะ.. ช่างมันเถอะ ไปเล่นบอลต่อดีกว่า..” เด็กน้อยกล่าวกับตัวเองอย่างสงสัย ก่อนจะเลิกสนใจ และก้าวเท้าวิ่งจากไป..
“เฮ้อออ.. ตอนแรกก็คิดว่าเป็แค่จินตนาการของตัวเอง แต่เมื่อพบกับการกระทำของเด็กนั้นมีแต่ต้องเชื่อเท่านั้นแหละ.. หวังว่าตรงนี้จะพ้นรัศมีของเด็กคน..นั้น..แล้ว..นะ อ่ะจะบะเฮ้ย!..”
พลกล่าวกับตัวเอง ก่อนที่เขาจะหันไปด้านหลังเพื่อที่จะดูว่าเด็กคนนั้นไม่ได้อยู่แถวนี้ใช่หรือไม่ แต่ในขณะที่เขากำลังชะล่าใจนั้นเอง เมื่อหันกลับมาทางเดิมอีกครั้ง เขาก็พบกับผู้คนจำนวนมากที่ถือลูกฟุตบอลในมืออยู่ ใบหน้าของพวกเขาที่พลนั้นเห็นคือประมาณว่า ‘ลองวัดความแรงดูได้นะ’ อย่างไรอย่างนั้นเลย
“บ้าเอ้ย!.. วันนี้เป็ฟุตบอลแห่งชาติหรือยังไงกัน..” พลกล่าวก่อนจะรีบเดินออกจากสวนสาธารณะแห่งนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเขา และทรัพย์สิน ท่าทางของเขา คำพูดของเขามันทำให้คนอื่นๆนั้นสงสัยเอามากๆว่าเขากำลังเป็อะไร
“นี่มันไม่รู้เหรอว่าวันนี้ ‘กิตติกร เสนาบดี’ นักบอลทีมชาติเขาจะมาแจกลายเซ็นน่ะ..” ผู้คนก็ได้แต่สงสัยว่าเ้าเด็กหนุ่มคนนี้เป็อะไร แต่พวกเขาก็เลิกสนใจ ก่อนจะตั้งตารอไอดอลด้านกีฬา และยังเป็ความภาคภูมิใจของชาวไทยทุกคนเดินทางมาถึง..
พลที่ไม่ได้รู้อะไรเลยก็คิดว่ามันเป็การข่มขู่ของท่านเทพธิดาเอลิส เขาก็ทำการก้าวเท้าเดินออกไปจากสวนสาธารณะนี้อย่างรวดเร็ว และไม่นานเขาก็มาหยุดอยู่ตรงฟุตบาทหน้าทางเข้าสวนสาธารณะ..
“เฮ้ออออ.. เื่อื่นช่างมันก่อนเถอะ!.. ตอนนี้มาโฟกัสเื่ของพลังวิเศษดีกว่า..” พลยิ้มออกมา และเขา้าที่จะลองพลังที่เขามีแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นเขาจะต้องเช็กเงิน และทรัพย์สินที่เขามีก่อน เมื่อเขาคิดได้เช่นนั้นเขาก็รีบก้าวเท้ากลับห้องเช่าของตัวเองในทันที..
ชีวิตของพลนั้น เขาเป็เด็กกำพร้าั้แ่แรกเกิด เขายังไม่เคยเห็นหน้าของพ่อแม่ตัวเองเลยสักครั้ง เท่าที่จำความได้เขาอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของรัฐบาล อาศัย และกินอยู่ที่นั่นจนถึงวัย 18 ปีที่เขาจะต้องออกมาเผชิญโลกกว้างตามลำพัง เพราะนโยบายของรัฐที่จะรับเลี้ยงเด็กกำพร้าถึงอายุ 18 ปีเท่านั้น
ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าที่มีลักษณะเป็เหมือนกับตึกแถวที่ติดๆกัน แต่มันกลับมีเพียงแค่ชั้นเดียวเท่านั้น หรือจะนิยามให้มันเป็ห้องแถวก็ย่อมได้ ซึ่งห้องแถวแห่งนี้มีราคาที่ถูกที่สุดในย่านชุมชนนี้ เพียงค่าเช่าเดือนละ 2,500 บาทเท่านั้นเอง..
“ก่อนอื่นเราควรดูก่อนว่าเงินเรามีเท่าไร แล้วอะไรที่สามารถแปลงเป็เงินสดได้..อื้มม”พลกล่าวพร้อมกับเลื่อนประตูห้องแถวเพื่อที่จะได้ทำตามที่เขาคิด แน่นอนว่าเมื่อเข้ามาได้แล้วเขาก็ไม่รอช้ารวบรวมทรัพย์สินทั้งเงินสด สมุดบัญชี โทรศัพท์ถือมือเครื่องเก่าๆ คอมพิวเตอร์มือสองที่ซื้มาไว้สำหรับใช้เรียน และทองคำหนักสองบาทที่เขาแอบสะสมเงินั้แ่เรียนปี 1
“เงินสดจำนวน 10,123 บาทจากทั้งติดตัว ทั้งกระปุกออมสิน และทั้งสมุดบัญชี.. โทรศัพท์แอนดอยที่ซื้เมื่อปีก่อนน่าจะได้สัก 1,000 บาท คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมือสองน่าจะขายได้สัก 8,000 บาท สร้อยทองคำหนัก 2 บาทถ้าขายตอนนี้น่าจะได้เกือบๆ 55,000 บาท..”