ยอดพธูจอมทัพ

    28



    เสียงนกซึ่งจับอยู่บนกิ่งต้นสนนอกเรือนดังเข้ามาภายในห้อง แสงตะวันทะลุหน้าต่างกรุกระดาษมาถึงเตียงฉงอวี้หลิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น รู้สึกร่างกายหนักอึ้งปวดเมื่อยไปทั้งเนื้อตัวคล้ายได้ออกแรงทำสิ่งใดมาค่อนคืนดวงตาคู่งามกะพริบช้าๆ สองสามหนมองเพดานเหนือเตียงเมื่อนางขยับก็รู้สึกถึงแรงกอดรัดที่พาดผ่านลำตัว เรือนร่างเปลือยเปล่าขยับความเย็นของผืนผ้ากระทบกายยามร่างไร้อาภรณ์สัมผัสกับแพรลื่นละเอียดของฟูกปูนอนเสียงลมหายใจของใครอีกคนอยู่ใกล้ทำให้นางผินหน้าหันมองยังข้างกาย

            จางหย่วน...เหตุใดจางหย่วนถึงได้ขึ้นมานอนร่วมเตียงกับนาง!

            ฉงอวี้หลิงกรีดร้องขึ้นเมื่อสบสายตากับเจ้าของร่างเปลือยที่แนบชิดชายหนุ่มจึงรีบเอามือปิดปากนางไว้ ทั้งกอดรัดหญิงสาวซึ่งดิ้นรนจะลงจากเตียง อีกคนซึ่งรู้สึกตัวต่อมาคือสาวใช้ที่ฟุบหน้าลงกับพื้นนอกม่านเป็นเพราะฉงอวี้หลิงชอบความเป็นส่วนตัวสาวใช้อีกคนจึงแยกนอนที่ห้องพักบ่าวด้านหลังเรือนรับรอง

            “คุณหนู...คุณหนูเจ้าคะ”เหมยเหม่ยลุกขึ้นแล้วพาร่างไร้เรี่ยวแรงและเกิดอาการเหน็บชาเพราะนอนผิดท่าเข้ามาหานายสาวตามเสียงกรีดร้องของนาง

            ฉงอวี้หลิงถองศอกใส่คนนอนซ้อนด้านหลังไปหนึ่งครั้งส่งผลให้จางหย่วนหงายหลัง หญิงสาวฉวยผ้าห่มกายลงจากเตียง “เดรัจฉานต่ำช้ายิ่งนัก!”

            “เจ้าทำอะไรคุณหนู”เหมยเหม่ยเข้ามากอดนายสาวของตนซึ่งเนื้อตัวสั่นเทาน้ำตาไหลนองอาบหน้าที่ขาวซีด สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงมิสวมอาภรณ์อยู่ลำพังกับชายย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่

            “เจ้าคนสารเลว!ชั่วช้า! ข้าจะเอาเลือดเจ้า!” ผู้ซึ่งจงรักกับนายยิ่งคว้าปานชาบนโต๊ะขว้างใส่หน้าจางหย่วนแต่เขาหลบได้ทัน

            “ฟังข้าอธิบายก่อนอย่าเพิ่งเสียงดังโวยวายไป” ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงสตรีสองนางเบือนหน้าหนีกับภาพอุจาดตาเมื่อเขาคว้าเสื้อคลุมห่มกายแล้วก็ถลันเข้าหาฉงอวี้หลิงแต่เหมยเหม่ยก็ผลักอกเขาออกห่าง

            “เรื่องมันได้เกิดขึ้นแล้วเราสองคนเป็นผัวเมียกันแล้ว เจ้าจะทำร้ายข้าไม่ได้”

            ไม่!นางไม่มีทางยอมเป็นภรรยาผู้ชายน่ารังเกียจอย่างจางหย่วน นางเป็นภรรยาของแม่ทัพใหญ่ซึ่งเพิ่งชนะศึกกับแคว้นหนานลู่สามีนางต้องไม่ใช่คนไม่เอาไหนดีแต่อาศัยกินอยู่ในบ้านผู้อื่น

            “หุบปากโสโครกของเจ้า!”ฉงอวี้หลิงแผดเสียงออกมา        

            “ข้ารักเจ้านะเสี่ยวฉงเราสองคนร่วมหอกันด้วยความเต็มใจ เมื่อคืนเจ้าก็ไม่ได้ขัดขืนข้านี่ร่องรอยบนเตียงเป็นเครื่องยืนยันได้ดี”

            ปลายนิ้วของจางหย่วนชี้ไปยังกึ่งกลางเตียงซึ่งมีรอยเลือดแผ่เป็นดวงรอยเลือดที่ตอกย้ำให้ฉงอวี้หลิงอยากฆ่าคนต่ำช้าที่พรากพรหมจรรย์ของนางให้ตายดับไปต่อหน้าต่อตา!

            ฉงอวี้หลิงคิดแค้นอาฆาตแต่คนที่กระทำดั่งใจนางกลับเป็นเหมยเหม่ย

            บนโต๊ะเล็กมุมห้องมีกรรไกรซึ่งเหมยเหม่ยวางทิ้งไว้หลังจากซ่อมชายกระโปรงให้นายสาวเมื่อวานนี้หญิงสาวพุ่งเข้าไปหยิบมันแล้ววิ่งเข้าแทงจางหย่วนที่กลางอกอย่างรวดเร็วคนชั่วช้าอย่างจางหย่วนไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!

             เจ้าของร่างที่ก่อนหน้านี้คิดว่าเรื่องราวระหว่างเขากับและคุณหนูฉงผู้อยู่ใต้ร่มเงาของสกุลเผิงจะง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือร้องโอยด้วยความเจ็บจางหย่วนก้าวถอยหลังแล้วล้มลงกลางเตียงเหมยเหม่ยซึ่งโกรธแค้นแทนนายสาวมากจึงยกเก้าอี้ฟาดชายหนุ่มซ้ำจนหมดสติแน่นิ่งไป

            ฉงอวี้หลิงร้องไห้อย่างคนเสียสตินางทรุดกายลงนั่งกับพื้นห้อง สาวใช้คนสนิทรีบเอาเสื้อผ้ามาให้หญิงสาวผลัดเปลี่ยนปากก็พร่ำปลอบโยนกับเรื่องร้ายที่ผู้เป็นนายกำลังเผชิญ

            “ข้าอยากตายเหมยเหม่ย...อยากตายข้าจะมีหน้ากลับไปพบท่านพี่ได้อย่างไร ท่านพี่ต้องไม่ยอมรับข้า”

            “คุณหนูของเหมยเหม่ย”ผู้เป็นบ่าวพลอยเสียน้ำตาร้องไห้ด้วยอีกคน

            “เจ้าคนชั่วมันต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นแน่ข้าทำผิดอะไร พลาดที่ตรงไหน ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นกับข้าด้วยล่ะเหมยเหม่ย”นางร้องไห้โฮ เมื่อคืนเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง ทำไมนางไม่รู้สึกตัวทำไม่ไม่สามารถปัดป้องการกระทำของจางหย่วนได้ หรือว่าจะเป็น...

            “พวกเราถูกจางเชี่ยนลี่กับน้องชายของนางวางยาในชาเสียแล้ว”น้ำเสียงของฉงอวี้หลิงแผ่วระโหย คล้ายชีวิตหมดสิ้นอนาคตลงแล้ว

            เหมยเหม่ยน้ำตานองหน้าพยักหน้ายอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้นเพราะน้ำมือของคนสกุลจาง

            “เหมยเหม่ยผิดเองที่ดูแลคุณหนูไม่ดีผิดเองที่ไม่ทันระวังจางหย่วนทั้งที่ก็เห็นว่ามันแสดงออกนอกหน้าว่าสนใจในตัวคุณหนู”

            ร่างกายนางมีมลทินจากชายอื่นนางได้ชื่อว่าเป็นสะใภ้ที่เผิงฟูเหรินอบรมและเลือกให้บุตรชาย เรื่องถึงขั้นนี้แล้วยังจะมีหน้ากลับไปหาพี่เซิ่งอี้ได้อย่างไร จางหย่วนคิดการใหญ่เขาจะต้องใช้เรื่องนี้มาบีบบังคับนางเพื่ออนาคตของเขาเป็นแน่และเรื่องอัปยศนี้ต้องถูกเจ้าคนชั่วช้านั่นหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงไม่รู้จบสิ้น

            กรรไกรซึ่งเปื้อนเลือดตกอยู่ข้างตัวส่องประกายวาววับฉงอวี้หลิงคว้ามันขึ้นมา

            นางอับอายเกินกว่าจะบากหน้ากลับไปจวนสกุลเผิงนางไม่ขออยู่!