“นี่พีทฉันว่าคุณหยุดเถอะนะคะ คุณดูไม่ไหวแล้วพีท น้องขาพี่รบกวนขอน้ำมะพร้าวเพิ่มให้ด้วยหน่อยนะคะ” อาการของหนุ่มตาน้ำข้าวตรงหน้าดูท่าจะไม่สู้ดีนัก ทั้งใบหน้า ลำคอ รวมไปถึงร่างกายส่วนอื่น ๆ ที่อยู่นอกร่มผ้ากำลังขึ้นสีแดงเถือก แดงเสียอย่างกับว่าเขาเพิ่งจะวิ่งลุยไฟมาก็ไม่ปาน ไหนจะเหงื่อที่ไหลหยดย้อยจนชุ่มเสื้อยืดตัวเก่งอีก ท่าทางของเขาทำให้ไกด์สาวเริ่มเป็กังวลใจ
“โนว! ซูซี่ผมไม่หยุด ผมยังโอเคครับ ผมยังกิน “ค่วย เทียว เป็ด” ได้อีกชามสบาย ๆ เลยครับ” แต่ไม่ว่าเธอจะพูดยังไง เขาก็ยังไม่ยอมที่จะถอดใจไปจากก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดที่สุดแสนจะเผ็ดร้อนไปได้ แถมยังยืนยันที่จะกินเมนูใหม่สุดโปรด ที่ออกเสียงได้น่าหวาดเสียวเสียเหลือเกินต่ออีกชามเสียด้วย
“ถ้าอย่างนั้นชามนี้ชามสุดท้ายนะคะพีท ฉันยังไม่อยากเห็นคุณตายไปตอนนี้ นี่น้ำมะพร้าวค่ะ ดื่มสักหน่อยนะคะจะได้คลายเผ็ดลงบ้าง”
“อ๊า....สดชื่น พระเ้า นี่มันน้ำจาก์ชัด ๆ ขอบคุณครับพระเ้า ขอบคุณจริง ๆ ” เมื่อได้รับเครื่องดื่มคลายความเผ็ดร้อน เขาก็ทำหน้าตาท่าทางราวกับได้ขึ้นไปสรวง์
“เฮ้อ...แล้วก็มาทำปากดี คุณต้องดูแลตัวเองหน่อยนะคะ เพิ่งมาถึงเมืองไทยใหม่ ๆ ทานอะไรต้องระวังด้วย ท้องเสียขึ้นมาฉันจะสมน้ำหน้าซ้ำให้”
“ดูแลตัวเอง...เอ๋? นี่คุณเป็ห่วงผมเหรอครับซูซี่ แหม คุณนี่ก็ถ้ารักผมแล้วก็เป็ห่วงผมเนี่ย พูดออกมาตรง ๆ ได้เลยครับคนสวย ไม่ต้องอ้อมค้อม เพราะยังไง ๆ เราสองคนก็หมั้นกันแล้ว คุณต้องเลิกอายได้แล้วนะครับ “เด็กดี” ” เมื่อปากของเขาเริ่มที่จะทุเลาความเผ็ดร้อนลง ความปากดีก็เริ่มที่จะเข้ามาแทนที่ แต่มันก็ไม่อาจจะอยู่ได้นานเท่าไหร่นัก
“เอ๊าช์! คุณทำอะไรของคุณเนี่ย”
“พูดมากจริง ๆ เลยคุณนี่ กิน ๆ ไปเลยนะ เอาให้หมดเลยนะ อย่าให้ฉันเห็นว่าเหลือนะคะ” ยังไม่ทันที่ปากแดง ๆ ของเขาจะปิดสนิทลง ตะเกียบไม้ที่เต็มไปด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยวคลุกพริกป่นก็ถูกยัดเข้าไปในปากทันที พร้อมกันนั้นมือบางยังเอื้อมมาปิดปากเขาเอาไว้แน่น และนั่นก็ทำให้ร่างสูงแทบจะแดดิ้นเพราะฤทธิ์รสเผ็ดที่แผ่ซ่านทั่วปาก
20 นาที ต่อมา
“นี่ พีท คุณรู้รึเปล่าคะว่าน้ำตาลที่เมืองไทยเนี่ย ไม่ได้แค่ทำมาจากอ้อยอย่างเดียวนะคะ” หลังจากที่พาเขาเดินทอดหุ่ย ให้อาหารย่อยสักเล็กน้อย มัคคุเทศก์สาวเริ่มทำหน้าที่ต่อ
“จริงเหรอ ครั้งนี้ผมไม่ยอมให้คุณหลอกผมอีกหรอกนะครับ” ดวงตาคมเข้มของเขาหรี่มองเธอ
“จริงสิคะ ฉันจะไปหลอกคุณทำไมคะเื่แบบนี้”
“ไม่รู้สิครับ ที่ผ่านมาผมโดนหลอกมาตลอดเลย ทั้งคุณ ทั้งน้องชายคุณ พอเห็นผมเป็ผู้ชายอ่อนต่อโลกหน่อย พวกคุณก็พากันรุมรังแกผม แล้วไหนจะละครไทยที่สอนคำพูดผิด ๆ กับผมอีก นี่ผมเสียหน้ามาก ๆ เลยนะเนี่ย ฮึ่ย! โลกนี้มันช่างโหดร้ายสำหรับคนใสซื่ออย่างผมจริง ๆ เลย”
ภาพหนุ่มสาวต่างเชื้อชาติที่เดินเคียงคู่กันมา พร้อมกับหยอกล้อ หัวเราะ ต่อปากต่อคำ เป็สิ่งที่ทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างพากันยิ้มตาม โดยเฉพาะพ่อหนุ่มต่างชาติร่างั์ผิวขาวเผือก ที่มักจะแกล้งสะดีดสะดิ้งยามถูกขัดใจ
“หนูจ๊ะหนู ป้าฝากขนมบัวให้ผัวหนูหน่อยนะลูก” หลังจากที่ทั้งคู่นั่งพักเหนื่อยที่ร้านขายของชำสักครู่ แม่ค้าร้านขนมบัวที่สังเกตการณ์ทั้งคู่อยู่สักพักได้ยื่นกระทงขนมบัว ให้กับสิตางค์
“เอ่อ…ขอบคุณนะคะป้า แต่ว่าเขาไม่ใช่สามีหนูค่ะ” หญิงสาวตอบกลับพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีจาง ๆ
“ม่าย ช่าย พั๊วะ ครับ พ้ม มาย ช่าย พั๊วะ พมเป็ คุมัน ครับ” เมื่อได้ยินคำว่าผัวซึ่งเป็หนึ่งในไม่กี่คำที่เขารู้จัก ชายหนุ่มจึงรีบยื่นหน้ามาตอบกลับทันที่
“คุมัน อ๋อ...คู่หมั้น แหม...เขาพูดเก่งนะลูก สปี๊ก กู๊ด ๆ ยู สปี๊ก ไทย กู๊ด มาก ๆ ” เมื่อเห็นชายต่างชาติตอบกลับภาษาไทยได้ขนาดนี้ ก็ทำเอาป้า ๆ แถวนั้นถึงกับออกปากชมกันยกใหญ่ ชมอย่างเดียวไม่พอ บรรดาแม่ ๆ ทั้งหลายยังแถมขนมให้เขาอีกหอบใหญ่
"อันนี้ ขนมครก พูดซิ ขะ-หนม - ครก" นอกจากจะให้ขนมไปชิมแล้วแล้ว ป้า ๆ ยังอุตส่าห์ปิดคลาสสอนภาษาไทยให้เขาอีกด้วย
"คา-นม-คร๊ก "
"ขะ - หนม -ครก "
"คา -น๊ม - โคร๊กกก "
"ขะ - หนม - ครก เอ๊อ มันพูดยากจริงเลยเว้ย" แต่ก็ดูเหมือนกับว่าลูกศิษย์ จะไม่ค่อยไปได้ดีสักเท่าไหร่ คุณป้าจึงเริ่มหงุดหงิดออกมา
"คะ-นม -โขก " แต่ไม่ว่าจะยากแค่ไหนเขาก็ไม่ยอมแพ้
"โธ่ นางแย้ม พอเถอะฝรั่งมันก็พูดได้เท่านี้แหละ แกจะไปเอาอะไรมากมายวะ ปล่อยให้ไอ้หนุ่มมันกินไปเถอะ" ป้าร้านข้าง ๆ ที่แอบดูการเรียนการสอนมาพักใหญ่กล่าวขึ้น เมื่อเห็นนักเรียนตัวั์ตาละห้อยอยากกินขนามครกเต็มที
"เออ ๆ ข้ายอมก็ได้วะ อีหนูบอกเขาไปนะว่ากินได้แล้ว ยู สปี๊ก น็อท กู๊ด นะเมื่อกี้ แต่ โน พร้อมแพร่ม" ป้าแย้มหันไปบอกหญิงสาว ก่อนที่จะไปสำทับกับลูกศิษย์อีกครั้งด้วยตัวเอง
"คุณป้าเค้าบอกให้คุณทานได้แล้วค่ะพีท คุณป้าเค้าใจดีนะคะ ขนาดคุณพูดผิด ๆ ถูก ๆ เค้ายังให้คุณทานเลย ถ้าเป็ฉันนะคุณอดแน่ ๆ " เมื่อได้ทีหญิงสาวจึงรีบเย้ยเขาใหญ่
"ค้อบ - คุณ - ม๊าก -มาก ขรับ คูณ ซวย มาก " เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาจึงหันไปขอบคุณป้า ๆ ผู้อารีย์ พร้อมทั้งใช้ลูกอ้อนหลอกล่อ
"ฮ่า ๆ พีทคะ สวย ค่ะ สวย ไม่ใช่ ซวย" เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้นเธอจึงรีบแก้ให้เขาทันที
"โอ้ว Sorry ครับ คูน Beautiful มากกกกกกก" เมื่อได้รับรู้ถึงความผิดพลาดของตัวเองเขารีบแก้ไขทันที
"ปากหวานนะพ่อหนุ่มนี่ ดูสินอกจากจะหล่อแล้วยังปากหวานอีก นี่ถ้ามาเป็พระเอกลิเกนะแม่ยกตรึมแน่นอน นังหนูเอ๊ย ขี้คร้านจะนับพวงมาลัย"
หลังจากที่ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ที่ร้านของชำเกือบชั่วโมง สองหนุ่มสาวก็ได้ลาป้า ๆ พร้อมกับช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์พื้นบ้านกลับไปอีกหอบใหญ่
"นี่ไง พีท น้ำตาลที่ ฉันพูดถึง" เธอกล่าวพร้อมกับหยิบก้อนน้ำตาล ที่ห่อด้วยใบไม้แห้งขึ้นมาให้เขาดู
"โอ้ว จริง เหรอเนี่ย"
"ลองดมดูสิคะ"
"หอมจังเลยครับ หอมหวานมาก ๆ เลย"
"นอกจากจะหอมแล้วเนี่ย ยังหวานอร่อยอีกด้วยนะคะ ฉันพนันเลยว่าถ้าคุณได้ลองแล้วคุณจะต้องติดใจ "
"จริงเหรอครับ แต่ผมก็มีของที่คุณจะต้องติดใจ ถ้าได้ลองเหมือนกันนะครับ"
"อะไรกันคะของที่คุณมี" เธอเอียงคอมองด้วยความสงสัย หัวสมองพลันคิดไปถึงช็อกโกแลตสุดหรู หรือไม่ก็มาการองหอมฉุย แค่คิดเธอก็อดที่จะกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้
"ผมไงครับ The Best Dessert Of The World! ทั้งหวาน ทั้งหอม ทั้งละมุน รับรองเลยครับว่าถ้าคุณได้ทานแล้วจะต้องติดใจ" มือเรียวเล็กของสิ้นเสียงพร่ากระเส่า หญิงสาวก็ออกแรงฟาดไปที่แขนแน่น ๆ ของเขานับครั้งไม่ถ้วนทันที