บุปผาราชัน

    เล่มพิเศษ : บนเส้นขนานของความรัก - 1 -


    บนเส้นขนานของความรัก #1
    ‘ยามเมื่อแสงแรกของวันลอดผ่านหน้าต่างใบหน้าของเจ้าคือสิ่งแรกที่ข้าอยากจะพบเห็น’
    หลังเสร็จสิ้นพิธีอภิเษกสมรส งานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ของจีโอเนราฟาที่ไม่มีมานานนับทศวรรษ ยังไม่ทันที่กลิ่นอายแห่งความยินดีปรีดาจะได้จางหายไป สองเดือนให้หลังทางพระราชวังก็มีประกาศข่าวดีให้กับประชาชนได้รับทราบอีกครั้ง เมื่อได้รับการยืนยันแน่นอนจากแพทย์หลวงว่าองค์ราชินีทรงพระครรภ์แรกแล้ว ทั่วราชสำนักดูจะปลาบปลื้มกับการรอคอยนี้เป็นอย่างยิ่ง มองไปทางไหนก็พบแต่ความชื่นบาน มีบทสนทนามากมายของผู้คนทุกตำแหน่งงาน มีกระทั่งลงพนันขันต่อว่าจะเป็นเจ้าหญิงหรือเจ้าชายกันแน่
    ขณะที่ผู้คนต่างเฝ้ารอคอยเจ้าหญิงหรือเจ้าชายน้อยที่กำลังจะประสูติ เช้าวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิอันแสนสดใส หนึ่งชีวิตน้อยๆ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เด็กชายผู้มีผมสีดำเหมือนบิดา นัยน์ตาสีฟ้าสดใสและผิวขาวจัดเหมือนมารดาผู้งดงาม ปู่ของเด็กชายผู้เดินทางไกลมาจากต่างเมืองเพื่อเฝ้ารอคอยหลานคนแรกนี้ และตั้งชื่อให้กับเขาว่า มิวนิค
    มิตรสหายมากมายต่างล้วนมาแสดงยินดีกับสองสามีภรรยา ที่ในวันนี้ได้กลายเป็นครอบครัวอย่างสมบูรณ์ รวมถึงของขวัญพระราชทานด้วยชายหนุ่มหัวหน้าครอบครัวนั้นเป็นถึงคนสนิทขององค์ราชา
    “หลานของข้าทำไมถึงได้น่ารักน่าชังขนาดนี้นะ เห็นแล้วข้าอยากจะเกิดช้ากว่านี้สักยี่สิบปีจริงเชียว”
    แม้จะผ่านไปหลายวันแล้ว แต่ท่านหญิงแห่งเฟรนด์สเกลยังคงเห่อหลานคนใหม่ไม่หยุด จีโอเรียมาที่บ้านหลังนี้ทุกวันเพื่อช่วยเหลือสิ่งต่างๆ เท่าที่จะช่วยเพื่อนรักของนางได้ แม้จะมีแม่บ้านและพี่เลี้ยงที่จ้างมาคอยช่วยดูแลก็ตาม จานิสต้ายังคงมีอาการอ่อนเพลียจากการคลอดบุตร แมนิคเองก็ต้องเริ่มกลับไปทำงานบ้างแล้วหลังจากที่หยุดมานานสิบวัน
    “โธ่ อย่าเลยจีโอ้ ไม่อย่างนั้นข้าจะหาเพื่อนรักอย่างเจ้าได้จากไหนกันล่ะ”
    จากนั้นเสียงพูดคุยหัวเราะก็ดังขึ้นต่อจนเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น สองสาวในห้องหันไปมองก่อนที่จีโอเรียจะเป็นคนลุกขึ้นจากข้างเตียง เพราะจานิสต้าเพิ่งให้นมเจ้าตัวเล็กเสร็จนั่นเอง
    ท่านหญิงแห่งเฟรนด์สเกลเดินไปเปิดประตู ก่อนจะพบแมนิคและเพื่อนร่วมงานของเขาที่คงจะมาเยี่ยม
    “จิลเพิ่งให้นมมิวนิคเสร็จค่ะ”
    “งั้นหรือขอรับ” แมนิคตอบกลับ ก่อนจะหันไปหาชายที่ยืนอยู่ด้านหลัง “เดี๋ยวรอสักครู่ก่อนนะชามี”
    “ถ้าอย่างนั้นข้าจะรอยู่ข้างนอกเป็นเพื่อนท่านชามีนะคะ เชิญพ่อแม่ลูกตามสบายค่ะ”
    แมนิคยิ้มรับก่อนจะเดินผ่านจีโอเรียไปเพื่อจูบทักทายภรรยากับลูกในห้อง เมื่อประตูปิดลงเพื่อให้แม่ลูกอ่อนแต่งตัวให้เรียบร้อยเสียก่อน ภายนอกก็เหลือเพียงแขกของบ้านสองคนที่ยังยืนเงียบทั้งคู่
    ชามี...ชายหนุ่มผู้อยู่ในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินของทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ยืนถือตะกร้าสานใส่ของฝาก ผมสีดำของเขายาวจนมัดรวบเป็นจุกไว้ได้เหมือนผู้หญิงซึ่งเป็นทรงผมที่ทหารมักไม่ทำกัน ถึงไม่ใช่ชายหนุ่มที่จัดได้ว่าหน้าตาดีมากมายอะไร แต่ด้วยชุดเครื่องแบบที่ใส่ก็ทำให้ดูภูมิฐานน่าเชื่อถือมากขึ้น และบุคลิกท่าทางเป็นมิตร นัยน์ตาสีดำติดดูจะกะล่อนหน่อยๆ นั้นก็ทำให้เขาดูเป็นชายหนุ่มขี้เล่นเจ้าเสน่ห์อยู่ไม่น้อย
    ภาพลักษณ์ของคนคนนี้เป็นเช่นนี้เสมอ จีโอเรียมีโอกาสได้พูดคุยกับเขาบ้างสมัยเป็นพระสนมในวัง เคยได้ยินผ่านหูมาด้วยซ้ำว่าบางครั้งพวกนางกำนัลก็แข่งขันกันอย่างหนักพยายามจับนายทหารกองนี้ให้ได้ และดูเหมือนจะมีเขาคนนี้คนเดียวที่เข้าวงร่วมเล่นด้วยกับพวกนาง...
    ชามีโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการทำความเคารพต่อท่านหญิง ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที
    “ไม่ได้พบกันนานเลย ท่านสบายดีเหรอ”
    ไม่มีเสียงใดๆ เป็นคำตอบกลับมา จนท้ายจีโอเรียก็เป็นคนเลือกที่จะไม่อดทนกับความเงียบเชียบแสนแปลกนี้
    “ข้าไปทำอะไรให้ท่านไม่พอใจงั้นหรือ”
    ชายหนุ่มถอนใจ ก่อนจะหันเพียงใบหน้าบึ้งตึงกลับมา
    “ความอดทนข้ามีไม่เยอะนัก ถ้าไม่อยากเดือดร้อน โปรดอย่าคุยกับข้าอีก”
    หัวคิ้วของท่านหญิงขมวดเข้าทันทีที่ได้ยิน ตอนพบเจอกันในวังเขาก็ไม่ได้ดูเป็นคนพิลึก แต่จีโอเรียก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่านางไปทำอะไรให้เขาเกลียด ถึงได้แสดงอาการไม่พอใจกับนางถึงเพียงนี้ คำถามนั้นวนอยู่ในหัวหญิงสาวไม่นานประตูห้องนอนก็เปิดออกอีกครั้ง
    “โอ้โห หลานชายของข้าน่ารักน่าชังจริงๆ”
    ทันทีที่แมนิคอุ้มเด็กชายตัวน้อยออกมา ชามีก็ถลาเข้าไปหาด้วยท่าทีตื่นเต้น จีโอเรียมองอาการนั้นอย่างหมั่นไส้ทีเดียว ทุกคนกลับเข้าไปในห้อง หลังมอบของขวัญจำพวกของบำรุงร่างกายให้กับจานิสต้าแล้ว ชามีก็หันกลับมาหาแมนิคที่อุ้มมิวนิคเอาไว้อีกครั้ง อมยิ้มกว้างขณะเอามือจับมือเล็กๆ ที่แกว่งไปมาเล็กน้อย
    “โตขึ้นเจ้าต้องหล่อกว่าท่านพ่อของเจ้าแน่ๆ ข้ารับรองได้”
    สองบุรุษหัวเราะ จานิสต้าอมยิ้ม ยกเว้นจีโอเรียที่ยังหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่หาย
    “อยากลองอุ้มหน่อยมั้ย” แมนิคเอ่ยถามขึ้น
    “เอ๋ เอ่อ... อย่าดีกว่าขอรับ ข้าอุ้มเด็กไม่เป็น เกิดทำหล่นขึ้นมาข้าจะไม่มีปัญญาทำใช้ให้พวกท่านนะ”
    “ถ้าอย่างนั้นก็รีบแต่งงานมีลูกของตัวเองซะสิ พวกเขาจะได้ทันเป็นเพื่อนกันไง เจ้าว่าไม่ดีหรือ”
    “โธ่ คู่ชีวิตไม่ได้หากันง่ายๆ นะท่านหัวหน้า อีกอย่าง ใครจะมาสนใจคนอย่างข้ากัน”
    “ท่านก็พูดเกินไปนะคะท่านชามี ข้าได้ยินมาออกจะบ่อยว่าเดี๋ยวนี้ทุกวันหยุดของท่านที่ท่านกลับบ้าน ร้านอาหารของบ้านท่านจะเต็มไปด้วยลูกค้าสาวๆ”
    “พวกนางก็เป็นลูกค้าที่มาทานอาหารกันไงล่ะ”
    “หรือบางทีอาจจะมองหาที่ทางการเป็นสะใภ้ใหญ่ในอนาคตของร้านนะคะ”
    “ฮะฮะฮะ ให้จริงเถอะ เอาล่ะวันนี้ข้าคงไม่รบกวนพวกท่านแล้ว ขอให้สุขภาพดีขึ้นในเร็ววันนะขอรับ แล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วย” พูดกับจานิสต้าจบ ชามีก็หันกลับมาหาหัวหน้าของตัวเอง “ข้ากลับก่อนล่ะ ไปก่อนนะเจ้าหลายชาย”
    “ขอบใจที่มาเยี่ยมนะ ชามี”
    ชามีเพียงยิ้มรับ ก่อนจะเดินผ่านท่านหญิงผู้ราวกับไร้ตัวตนไปชั่วขณะเลยทีเดียว
    “ข้าก็จะกลับแล้วเหมือนกันค่ะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะจิล”
    เมื่อสองสามีภรรยาพร้อมลูกน้อยส่งแขกที่หน้าบ้านเสร็จสรรพ ทั้งชามีทั้ง จีโอเรียซึ่งมีนายหทารสองคนมารอรับอยู่ก็เดินกลับบ้านของตัวเอง และเผอิญว่า... ทางผ่านในระยะแรกนั้นเป็นทางเดียวกัน
    เสียงพูดคุยราวกับสนิทสนมกัน ทั้งๆ ที่น่าจะเพิ่งรู้จักกันของชามีกับทหารคุ้มกันของจีโอเรียทำให้หญิงสาวยิ่งย่นคิ้วอย่างหงุดหงิด ดูเหมือนเขาจะเป็นมิตรกับคนอื่นได้ทุกคนยกเว้นนางเพียงคนเดียว นางเคยไปทำอะไรให้เขากัน เท่าที่ผ่านมาก็แทบนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าได้คุยกันสักกี่ประโยค เอ๊ะ...หรือว่า
    “นี่... เจ้าโกรธข้าเรื่องของคาอูลใช่มั้ย พวกเจ้าเป็นเพื่อนสนิทกันนี่นา”
    จีโอเรียหยุดเดิน ทำให้นายทหารผู้ติดตามต้องหยุดนิ่ง ชามีจึงต้องหยุดตามไปโดยปริยาย
    “บอกแล้วไงว่าเราไม่ควรคุยกัน”
    “ก็แล้วทำไมล่ะ มันคาใจแล้วทำให้ข้าหงุดหงิดนะ ข้าไปก่อกรรมอะไรไว้กับเจ้ากันแน่ ถึงได้จงใจเมินเฉยข้าอยู่คนเดียวแบบนี้”
    นายทหารทั้งสองได้แต่ปิดปากเงียบ ชามีได้เพียงถอนใจและยังคงเงียบ แต่จีโอเรียจะไม่ทนกับความเงียบอีกแล้ว
    “พวกเจ้าสองคนจับตัวเขาไว้แล้วพาไปหาพ่อข้าเดี๋ยวนี้เลย!”
    ผู้ติดตามทั้งสองสะดุ้งกับคำสั่ง มองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนที่หนึ่งในนั้นจะถามออกมา
    “เอ่อ...จะจับท่านชามีทำไมขอรับ ท่านหญิง”
    “พวกเจ้าไม่เห็นเหรอว่าเขาเกลียดข้าออกปานนี้ วันดีคืนนี้เขาอาจจะลอบสังหารข้าขึ้นมาก็ได้ จับเขาไปสอบสวนให้แน่ชัดเพื่อไม่ให้เป็นภัยในอนาคตไงล่ะ”
    เสียงหัวเราะของชามีดังขึ้นอย่างขำขันราวกับอดกลั้นไม่ไหว ชายหนุ่มหันไปมองจีโอเรียและทหารทั้งสอง ก่อนจะยกแขนสองข้างออกมาเสนอตัวเองขึ้น
    “เอาสิ จับข้าเลย...”
    “รออะไรอยู่ล่ะ จับเขาไปสิ!”
    “ข...ขอรับ” แต่ทันทีที่ทหารทั้งสองรับปากจบ ร่างของชามีก็หายวับไปอย่างว่องไวจนแทบไม่มีใครมองทัน เพียงชั่วอึดใจหลังจากนั้นทหารทั้งสองก็โดนเล่นงานจนล้มลงไปกองกับพื้น
    จีโอเรียได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาจนตั้งรับไม่ทัน
    “ท่านหญิง อยากมีเรื่องกับข้านักรึไง ข้าบอกท่านไปแล้วนะว่าความอดทนข้ามีไม่มากนักหรอก”
    “ข้าไม่ได้อยากมีเรื่องกับเจ้านะ แค่ไม่เข้าใจว่าเจ้าโกรธเกลียดอะไรข้านักหนา ที่ข้าอยากรู้ก็เพราะว่าข้ากำลังศึกษาเพื่อที่จะเป็นครูที่ดีเมื่อเปิดโรงเรียนสตรี หากมีอะไรที่ข้าไปทำให้คนอื่นไม่พอใจข้าก็จะได้รู้ตัวแล้วปรับปรุงแก้ไขตัวเองต่างหาก”
    “ท่านจะเป็นครูที่ดีได้แน่นอน ท่านเป็นของท่านแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องปรับปรุงอะไรหรอก”
    “แล้วถ้าข้าเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว เจ้าจะเกลียดข้าทำไมกัน”
    “ข้าเคยพูดสักคำรึยังว่าเกลียดท่าน”
    “ถ้าไม่เกลียดแล้วที่ทำมาทั้งหมดนี่เรียกว่าอะไรล่ะ”
    ชามีไม่ตอบ ชายหนุ่มหันไปช่วยพยุงนายหทารทั้งสองที่กำลังพยายามลุกขึ้นมา แล้วกล่าวขอโทษขอโพยที่ลงไม้ลงมือกันไป จนท้ายก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ผงกหัวเล็กน้อยราวกับเป็นการทำความเคารพบอกลา
    “มันก็แค่ระบบป้องกันตัวเอง”
    “ป้องกัน... ป้องกันอะไร” จีโอเรียยังคงถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ
    “แล้วก็อย่าลงโทษพวกเขานะ ฝีมือพวกเขาไม่ได้แย่ แค่บังเอิญว่าข้าเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของฝ่าบาทเท่านั้น...” กล่าวจบชามีก็เดินจากไป
    จีโอเรียได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นไปด้วยความไม่เข้าใจที่อัดแน่นอยู่ในหัว

    ยี่สิบวันหลังจากที่เด็กชายมิวนิคถือกำเนิด และแล้วในที่สุดอาณาจักรก็ได้เฉลิมฉลองต้อนรับเจ้าหญิงน้อยซึ่งมีพระนามว่าเจ้าหญิงแดฟีลล่า ทั่วพระราชวังเต็มไปด้วยความสดชื่น องค์แดริสไม่ออกไปทำพระราชกรณียกิจนอกวังเลยสามเดือนหลังจากนั้น จนกระทั่ง...
    “ข้าไปไม่นานหรอก แล้วจะรีบกลับนะ”
    “ทำงานให้เสร็จด้วยดีแล้วค่อยรีบกลับเพคะ ไม่งั้นก็คงไม่มีประโยชน์ที่พระองค์จะไปเอง”
    ราชาและราชินีแห่งอาณาจักรกล่าวอำลากันในห้องบรรทม แดริสก้มลงจูบหน้าผากเจ้าหญิงน้อยหนึ่งครั้งก่อนจะส่งตัวลูกสาวคืนให้กับภรรยา
    “ข้ายังไม่ไว้ใจทหารใหม่ในกองมหาดเล็กเท่าไหร่ จะให้เบลอยู่กับเจ้าที่นี่นะฟีออน ระหว่างนี้หากมีอะไรเร่งด่วนฉุกเฉินก็ปรึกษากับท่านอำมาตย์หลวงแล้วตัดสินใจได้เลย จริงสิ...จะว่าไปอีกไม่นานเขาก็คงจะเกษียณแล้ว แย่จัง ข้าล่ะอยากให้เขาอยู่อีกสักร้อยปีเชียว”
    ฟีออนหัวเราะ ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาชื่อของท่านอำมาตย์หลวงจะเป็นชื่อที่พระราชาบ่นเบื่อรำคาญตลอดเวลาก็ตาม แต่จนท้ายเขาก็เป็นคนสำคัญที่จำเป็นต่อพระองค์ที่สุดเช่นกัน
    “ท่านอำมาตย์หลวงทำงานมาหลายปีแล้วปล่อยเขาไปพักบ้างเถอะ ไว้ท่านกลับมาแล้วเราค่อยมามองหาคนแทนที่เขากัน เราจะต้องหาคนดีๆ ที่เหมาะสมได้อย่างแน่นอนเพคะ”
    แดริสก้มลงจูบริมฝีปากภรรยาด้วยรอยยิ้มกว้าง หอมแก้มลูกสาวอีกครั้งแล้วทิ้งท้ายก่อนออกจากห้องไป
    “ไว้กลับมาแล้วมาทำเจ้าชายน้อยกันอีกคนนะ”
    องค์ราชินีได้แต่ค้อนใส่องค์ราชาอย่างระอา ที่เอะอะๆ ก็วกเข้าเรื่องอย่างว่าตลอดเหลือเกิน

    นอกจากจีโอเนสซึ่งเป็นเมืองหลวงแล้ว อาณาจักรจีโอเนราฟายังประกอบไปด้วยสี่หัวเมืองใหญ่ในทิศเหนือใต้ออกตก อันเป็นปราการที่สำคัญของอาณาจักร และเพราะอาณาจักรศัตรูคู่อาฆาตตั้งแต่อดีตกาลมีอาณาเขตชายแดนประจันหน้ากันที่ดินแดนทางใต้ หัวเมืองแห่งนี้จึงต้องมีการป้องกันที่หนาแน่นกว่าในหัวเมืองทิศอื่นๆ ผู้คนเพิ่มมากขึ้น บ้านเมืองก็ค่อยๆ เจริญเติบโต และกลายเป็นเมืองที่มีความเจริญสูงสุดรองลงมาจากเมืองหลวงเลยทีเดียว
    คณะเสด็จขององค์แดริสมาที่นี่เพื่อทดสอบวางรากฐานของทหารกองปราบปรามประจำเมือง ซึ่งจะคอยทำงานร่วมกับกองพิพากษ์คดีความของแต่ละเมือง แยกทหารกองปราบปรามให้ขาดจากระบบเวรยามตรวจตราของกองทัพ เพื่อระบบการทำงานและประสานงานที่ดีขึ้น ทุกอย่างได้เริ่มทดลองทำที่เมืองหลวงบ้างแล้วและได้ผลที่น่าพอใจอย่างยิ่ง
    นอกเหนือไปจากนี้แล้ว ท่านหญิงจีโอเรีย เฟรนด์สเกล ยังเป็นตัวแทนขององค์ราชินี ติดตามคณะเสด็จมาเพื่อเผยแพร่โครงการจัดตั้งโรงเรียนสตรีอีกด้วย
    เจ็ดวันผ่านไป การดำเนินงานขององค์ราชาดำเนินไปได้ด้วยดี เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจและแบ่งงานให้กับฝ่ายต่างๆ ได้รับผิดชอบแล้วก็ถึงเวลาที่จะเสด็จกลับเสียที ทว่า...
    “ไม่มีใครเห็นนางสักคนเลยหรือท่านอา เรียกทหารยามมาสอบถามดีแน่แล้วรึยัง”
    หลังทอดพระเนตรจดหมายสั่งความที่แม่ทัพหลวงยืนยันว่าเป็นลายมือของจีโอเรียจริงๆ แล้ว องค์แดริสก็รับสั่งขึ้น
    “พวกเขาเห็นนางออกไปเดินเล่นพ่ะย่ะค่ะ มีทหารเวรยามตามไปด้วยสองคน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครพบเห็นพวกเขาทั้งสามอีกเลย วันนี้พระองค์เสด็จกลับเมืองหลวงไปก่อนเถิด กระหม่อมจะรีบหาตัวนางให้พบแล้วจะรีบตามกลับไป”
    “ในจดหมายนางเขียนว่าขออยู่ทำสิ่งที่อยากทำให้ลุล่วงก่อน ท่านพอรู้มั้ยว่านางอยากทำอะไร”
    “กระหม่อมก็ไม่แน่ใจนัก แต่น่าจะเกี่ยวกับโครงการจัดตั้งโรงเรียนสตรีพ่ะย่ะค่ะ เห็นว่าผู้คนที่นี่ยังต่อต้านเรื่องนี้กันมากผิดจากในเมืองหลวง นางอาจจะพยายามทำอะไรสักอย่างให้ผู้คนเปลี่ยนใจ ในเบื้องต้นนี้กระหม่อมให้คนออกตระเวนหาตามสถานที่ที่นางเคยไปปราศรัยแล้ว”
    “นางต้องรู้ว่าเราจะเป็นห่วงมาก คงไม่ไปไกลนักหรอก จีโอเรียจะต้องปลอดภัยดี ท่านอาอย่าได้กังวลไปเลย แต่ข้าคงจะต้องกลับแล้ว ข้าจะให้คนไว้คอยช่วยท่านอีกแรงก็แล้วกัน ชามี...”
    ผู้ถูกเอ่ยชื่อลอบเหลือบตามองบนถอนใจ นึกไม่ผิดว่าผลลัพธ์จะต้องลงมาที่ตนเองแน่ๆ คาอูลไม่อยู่อีกแล้ว ท่านเบลก็ไม่ได้มา และฝ่าบาทก็คงไม่ยอมให้ท่านหัวหน้าห่างตัว ทหารใหม่ในกองก็คงยังไม่ไว้วางพระทัยนัก จะเหลือใครอีกกันนอกจากเขา แม้จะพยายามหลบหลีกไม่เกี่ยวข้องกับนางเท่าไร แต่ดูเหมือนเขาจะหนีท่านหญิงผู้นั้นไม่พ้นจริงๆ
    “ช่วยท่านแม่ทัพหลวงตามหาน้องสาวข้าด้วย ฝากเจ้าแล้วนะ ชามี”

    --------------------------------------------สวัสดีค่าาา ขออภัยที่หายหน้าไปเป็นอาทิตย์เลย หลังลงบทส่งท้ายของเรื่องนี้จบ ไรท์ต้องระหกระเหเร่ร่อนทำธุระต่างๆ นานานอกบ้านอยู่เป็นอาทิตย์เลยค่ะ เพิ่งได้กลับมาถึงบ้านเมื่อวานนี้เอง หลังจากสลบเหมือดจนฟื้นแล้วก็เลยมาทักทายกันสักหน่อย หายไป 1 อาทิตย์แต่รู้สึกนานเหมือนเป็นเดือน ยุ่งมากและเหนื่อยมากจริงๆ T^T ตกใจมากที่เห็นว่าเพิ่งผ่านไปแค่ 1 อาทิตย์จริงๆ ค่ะ T^Tสำหรับตอนพิเศษ (ขนาดยาว) ที่จะทยอยลงไว้นี้ คือหนึ่งในส่วนของเล่มพิเศษที่ไรท์ปั่นให้จบไม่ทันลงเรื่องตอนจบค่ะ มิหนำซ้ำตอนนี้มีงานใหญ่ที่ด่วนมากกกกงานหนึ่งเข้ามาพอดี เป็นโอกาสที่ดีของชีวิตการเขียนมากๆ ที่จะได้ลองทำสิ่งใหม่จนต้องตัดใจพักปั่นเล่มพิเศษเพื่อเคลียร์งานนี้ให้ลงตัวก่อนเลยค่ะ ต้องกราบขออภัยทุกท่านที่ติดตามและรอมา ณ ที่นี้จริงๆ งานใหม่ที่รับมานั้นก็เป็นงานเขียนเหมือนกันค่ะ แต่เพราะโปรเจคทุกอย่างยังคงเป็นความลับเปิดเผยไม่ได้ เอาไว้ถ้าทาง Official เขาพร้อมเมื่อไร ไรท์จะมากระหน่ำโปรยใบปลิวโฆษณาอย่างอลังการงานสร้างเลยจ้า 555 เพื่อการไถ่โทษ เค้าจะนำส่วนหนึ่งของเล่มพิเศษทยอยลงไว้ให้อ่านนะคะเล่มพิเศษที่ไรท์ชอบพูดถึงนั้นจะประกอบไปด้วย 4 เรื่องราวในนั้นค่ะแดริส - ฟีออนแมนิค - จานิสต้าชามี - จีโอเรีย (เป็นเนื้อหาของตอนนี้ที่ไรท์นำมาลงจ้า)คาอูล - ?????? (ปิดท้ายด้วยประเด็นที่หลายคนอาจจะสงสัย ใครคือแม่ของเจ้าเด็กคาลัน เป็นเรื่องปิดเล่ม และน่าจะยาวที่สุดในบรรดา 4 เรื่องด้านบนด้วยค่ะ ที่ยังเขียนไม่เสร็จก็ตรงนี้นี่แหละ T^T)แต่ก็คงอีกพักใหญ่เป็นเดือนทีเดียวกว่าจะได้กลับมาจัดการตรงนี้ต่อ ยังไงก็ตาม...ไว้จะทยอยลงส่วนหนึ่งของเล่มพิเศษ ช่วงที่ 3 เนื้อหาของจีโอเรีย-ชามี ให้ได้อ่านกันก็แล้วกันนะคะ ส่วนหนึ่งไรท์ชอบตัวละครจีโอเรียมากค่ะ นับตั้งแต่เปิดตัวมาเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการที่สุดแล้วก็ว่าได้ แถมเอาจริงๆ เป็นคนที่ตบแดริสให้ตั้งสติขึ้นมาได้ในช่วงท้ายๆ ก่อนจบเรื่องด้วยค่ะในบทส่งท้าย ที่ชามีปรากฏตัวออกมาบอกว่าจะไปขอสาวแต่งงานนั่นแหละ จะเล่าย้อนไปก่อนหน้านี้หลายปีว่าเกิดอะไรขึ้นกัน สองคนนี้ไปไงมาไง ถึงมาลงเอยกันแบบนี้ได้ ก็จะออกแนวฮาๆ + ติดเรทนิดหน่อยนะคะ 555 เอาน่ะ ตัวละครก็โตๆ กันแล้ว ถึงเวลาทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องธรรมชาติเน้อออเนื้อเรื่องส่วนนี้น่าจะยาวประมาณ 7 ตอนค่ะ แล้วจะทยอยเอามาลงน้า แล้วพบกันค่า ^^


    คล้ายกับเรื่องบุปผาราชัน ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577