บทที่ 36 ออกเดินทาง
หลังจากที่ฉินหยวนพูดคุยกับอนุหยางอีกสองสามประโยคแล้ว นางก็เตรียมตัวเพื่อไปงานเลี้ยง
แม้จะยังไม่ถึงเวลานัดหมาย แต่เพราะอีกฝ่ายคือองค์ชายหนิง ฉินหยวนจึงไม่กล้าที่จะประมาทหรือเฉื่อยชาแม้แต่น้อย
แต่ก่อนที่จะออกจากประตู หงอวี้ก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน
“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ” หงอวี้วิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน พร้อมกับใบหน้าที่ตื่นตระหนก
“เกิดอะไรขึ้นหรือ? มีอันใดรีบกล่าวมาเถิด” ในยามนี้เวลาเหลือน้อยเต็มที ฉินหยวนจึงได้แต่บอกให้หงอวี้รีบกล่าวออกมา เพราะหากไม่ได้สำคัญอะไรก็อย่ารบกวนนาง นางยังมีเรื่องต้องทำอีก
“ก่อนหน้านี้คุณหนูสั่งให้ข้าส่งคนไปดูลาดเลาอยู่เรือนฝั่งตรงข้าม บัดนี้สาวใช้ผู้นั้นเพิ่งส่งข่าวมาว่าอนุหลี่โกรธมากที่ท่านไปแย่งรถม้าของนาง นางทะเลาะกับคุณหนูฉินอิงอย่างรุนแรง ความสัมพันธ์ของทั้งสองย่ำแย่มาก ไม่เพียงเท่านั้นนะเจ้าคะ อนุหลี่ยังส่งคนไปหารถม้าใหม่อีกด้วย ดูท่าวันนี้นางคงต้องออกไปข้างนอกให้จงได้!” หงอวี้รู้ดีว่าคุณหนูของตนยังมีธุระต้องไปจัดการ นางจึงไม่กล้าพูดมาก รีบเล่าเรื่องทั้งหมดออกมาในคราวเดียวจนหอบหายใจ
หลังจากได้ฟังคำพูดของหงอวี้แล้ว ฉินหยวนก็อดคิดไม่ได้ นางเริ่มใคร่ครวญว่าต่อไปควรทำอย่างไรดี เหตุผลที่นางตั้งใจแย่งรถม้า ส่วนหนึ่งก็เพื่อจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นโกรธ ทว่าอีกส่วนหนึ่งก็เพื่อจะขัดขวางไม่ให้นางไปนำเงินมาคืนได้
ถึงแม้เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเอาเงินก้อนนั้นไปทำอะไร ฉินหยวนก็คิดว่าเงินสองแสนตำลึงคงจะไม่ได้คืนแล้ว แต่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพียงการคาดเดาของพวกนางเท่านั้น ฉินหยวนเองก็ไม่แน่ใจนัก! ทว่านางก็ไม่อาจเสี่ยงได้ เพราะแผนการนี้ได้เตรียมการมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
“หงอวี้ บ่ายนี้ข้าจะไปกับชิงเหอเพียงสองคน ส่วนเจ้ากับแม่นมหลินก็อยู่ที่จวน แม่นมหลินให้คอยสืบดูความเคลื่อนไหวในจวน ส่วนเจ้าก็คอยจับตาดูทางฝั่งนั้นไว้ หากพวกนางพารถม้ามาเมื่อไหร่ ก็ให้เจ้าหาจังหวะที่ไม่มีผู้ใดเห็น แอบเอาเมล็ดปาโต้ว*[1] ป้อนม้า หรือไม่ก็เอาง่ามแยงล้อรถม้าก็ได้ ส่วนจะจัดการอย่างไรให้เจ้าคิดเองตามสถานการณ์ เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?” เรื่องเร่งด่วนรอช้าไม่ได้ ฉินหยวนจึงรีบอธิบายความคิดของตนเองออกมาทันที
ฉินหยวนไม่เคยอยู่เฉยรอเป็นคนตั้งรับ แม้จะเป็นเพียงสถานการณ์เล็กน้อย
นางต้องหาทางรับมือที่เหมาะสมไว้เสมอ
“คุณหนู ข้าเข้าใจแล้ว” หงอวี้พยักหน้า แต่ดูเหมือนนางจะยังมีข้อสงสัย จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถามออกมาว่า “คุณหนู แต่การกระทำเช่นนี้ของพวกเรา จะสามารถขัดขวางได้จริงหรือเจ้าคะ?” หงอวี้รู้สึกว่าแผนการนี้ถึงแม้จะสามารถขัดขวางไม่ให้อนุหลี่ออกจากจวนไปได้ แต่ก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น หากไม่มีรถม้าแล้ว ก็ยังสามารถหาใหม่ได้อีก
เหตุผลง่าย ๆ เช่นนี้ นางเชื่อว่าคุณหนูคงเข้าใจดีอยู่แล้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังกังวลสิ่งใดอยู่ หงอวี้นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่อย่างใด เพียงแค่ทำอะไรเล็กน้อยเพื่อถ่วงเวลาก็เพียงพอแล้ว ขอเพียงข้ากลับมาได้เร็วกว่านางสักหน่อย เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ว่านางจะอธิบายอย่างไร หรือต่อให้อธิบายมากแค่ไหน หรือแม้กระทั่งนำเงินสองแสนตำลึงนั้นกลับมาด้วยตนเอง อย่างไรเสีย เมื่อนั้นทุกอย่างก็สายเกินไปแล้วไม่ใช่หรือ?” ปัญหาที่หงอวี้ยังคิดได้ ฉินหยวนที่เฉลียวฉลาดเช่นนี้จะคิดไม่ถึงได้อย่างไรเล่า
ฉินหยวนเพียงแค่ใช้กลอุบายเล็กน้อยเท่านั้น นางไม่ได้ต้องการจะก่อเรื่องอะไร เพียงแค่ต้องการถ่วงเวลาให้เพียงพอเท่านั้นเอง
หลังจากได้ฟังคำอธิบายของคุณหนู หงอวี้ก็เข้าใจได้อย่างถ่องแท้ นางพยักหน้าเร็วรัว ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความชื่นชม “คุณหนู ท่านช่างฉลาดยิ่งนัก! หงอวี้ผู้นี้ช่างโง่เขลาเสียจริง!”
พูดไปพูดมาคุณหนูก็ยังฉลาดกว่า หงอวี้คิดไม่ถึงในจุดนี้ได้อย่างไรกัน
“เอาละ จำคำที่ข้าบอกเจ้าไว้ให้ดี จริงสิ ตอนที่ข้าไม่อยู่ เจ้ากับแม่นมหลินต้องช่วยกันปกป้องน้องซูเอ๋อร์ให้ดี จวนตระกูลฉินแห่งนี้ก็เหมือนถ้ำเสือ ข้าเกรงว่าพวกนั้นจะทำร้ายซูเอ๋อร์” ทันใดนั้นนางก็นึกขึ้นได้ว่า หลังจากที่นางออกไปแล้ว ซูเอ๋อร์ก็จะไร้ที่พึ่ง มีเพียงเขาผู้เดียวที่อยู่ในจวน
ช่างน่าขัน! จวนตระกูลฉินแห่งนี้ควรจะเป็นบ้านของพี่น้องทั้งสองแท้ ๆ ทว่าเมื่อถึงคราวที่ฉินหยวนต้องออกจากจวน นางกลับเป็นกังวลว่าน้องชายของตนจะได้รับอันตรายภายในจวนเสียเอง เพราะก่อนหน้านี้ นางเพิ่งถูกใครบางคนผลักตกน้ำที่สวนภายในจวน
ส่วนคนผู้นั้น... สักวันหนึ่ง นางจะต้องทำให้ได้ลิ้มรสความรู้สึกที่จมดิ่งลงไปในน้ำ จนหายใจไม่ออกแบบเดียวกับนางให้จงได้!
“เจ้าค่ะ คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วง อีกครู่ข้าจะไปรับคุณชายมาเอง” หงอวี้ พูดอย่างจริงจัง
“คุณหนู” ขณะที่ฉินหยวนกำลังสั่งเรื่องต่าง ๆ กับหงอวี้อยู่นั้น ชิงเหอก็ค่อย ๆ เดินเข้ามา
“มีอันใดหรือ? รถม้าเตรียมพร้อมแล้วหรือ?” ฉินหยวนหันหน้ากลับไปมองนาง ก่อนจะเอ่ยถาม คิดว่าตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาเช้าแล้ว นางจำเป็นต้องรีบไปให้ถึงที่นั่นโดยเร็ว องค์ชายหนิงผู้นี้มีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่าย
หากไปถึงที่นั่นสายแล้วทำให้เขาโกรธเคือง แผนการทั้งหมดของนางก็จะพังทลายเสียหมด
ฉินหยวนรู้ดีว่าตัวเองมีดีอะไร ถ้าไม่นับองค์ชายหนิงแล้ว ต่อให้นางฉลาดปราดเปรื่อง พูดจาอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ เพราะที่ท่านพ่อให้ความเคารพนางนั้น ก็ล้วนแต่เป็นเพราะองค์ชายหนิงทั้งสิ้น
นางรู้ดีว่า หากไม่มีองค์ชายหนิงคอยหนุนหลังแล้ว ทุกอย่างก็จะจบสิ้น
“ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูรถม้าเตรียมพร้อมแล้ว กำลังรออยู่ด้านนอกประตูเพื่อรับใช้คุณหนูเจ้าค่ะ” ชิงเหอพยักหน้า ตอบกลับด้วยเสียงนุ่มนวล
“ในเมื่อรถม้ามาถึงแล้ว พวกเราก็รีบออกเดินทางกันเถิด… ชิงเหอเรื่องที่ข้าได้สั่งเจ้าไปเมื่อครู่ เจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?” ต่อให้แค่ออกไปข้างนอกเท่านั้น ทั้งยังไม่ใช่ทางไกลด้วย ฉินหยวนก็ยังเตรียมพร้อมไว้อย่างรอบคอบ
ฉินหยวนคิดว่าที่ผ่านมานางตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น ก็เพราะนางไม่รู้อะไรเลย ไม่ได้เตรียมตัวอะไรไว้เลย ถึงได้ปล่อยให้พวกนั้นได้ใจ ทว่าบัดนี้นางไม่ใช่ฉินหยวนคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้นางจะมีรูปลักษณ์เพียงสิบกว่าปี แต่ภายในใจกลับไม่ใช่เช่นนั้น
“ผู้ที่คุณหนูต้องการ ชิงเหอได้เตรียมไว้พร้อมแล้วเจ้าค่ะ” ชิงเหอพยักหน้า ตอบกลับอย่างจริงจัง
“ได้ สั่งให้พวกเขาซุ่มอยู่ระหว่างทางแล้วหรือยัง?” ฉินหยวนอดไม่ได้ที่จะถามซ้ำอีกครั้ง เพราะยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
ครั้งนี้ที่ออกไปข้างนอก นางรู้สึกไม่ค่อยวางใจอยู่บ้าง จึงให้ชิงเหอนำเงินไปจ้างคนมาปกป้องนางสักสองสามคน แต่ไม่ให้เป็นการเตือนภัย นางจึงสั่งไม่ให้พวกเขาโผล่ออกมาตามใจชอบ ให้ซุ่มอยู่ระหว่างทางไปกลับเท่านั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นค่อยให้พวกเขาโผล่ออกมาทันที
“เจ้าค่ะ คุณหนูไม่ต้องกังวลไป ชิงเหอได้เตรียมการทุกอย่างตามที่คุณหนูสั่งเรียบร้อยแล้ว” ชิงเหอตอบกลับ นางเป็นคนที่ค่อนข้างรอบคอบอยู่แล้ว หลายเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อให้ฉินหยวนไม่ได้เอ่ยปากเตือน นางก็สามารถนึกถึงได้ และจัดการได้อย่างเรียบร้อย
“เช่นนั้นก็ได้ หงอวี้เจ้าไปเถิด ไปหาแม่นมหลินกับซูเอ๋อร์ อย่าลืมคำที่ข้าฝากไว้ให้เจ้า ส่วนชิงเหอ พวกเราไปกันเถิด จวนจะถึงเวลาแล้ว” หลังจากกำชับอีกครั้ง ชิงเหอก็ขึ้นรถม้าตามหลังฉินหยวนไปทันที
[1] ปาโต้ว คือสมุนไพรชนิดหนึ่งมักใช้เป็นส่วนประกอบยาถ่าย ในส่วนของเมล็ดเมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้ท้องร่วงอย่างรุนแรง