หญิงสูงวัยก้มหน้าลงทันที ไม่ต้องเอ่ยนามก็รู้ดีว่า “อีกคนหนึ่ง” ที่กวานซูเหยียนกล่าวถึง คือเ้านายผู้เป็นายเหนือหัวของทุกคนในจวนนี้เอง
ถึงอย่างนั้น…หัวใจของนางกลับอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
ฮูหยินน้อยรู้ดีว่าคุณชายไม่ชอบหน้านาง แต่กลับหัวเราะได้อย่างไม่ทุกข์ร้อน ทั้งยังไม่คิดโกรธเคืองผู้เป็สามีแม้แต่น้อย
นางสูดลมหายใจลึก ใจหนึ่งก็สงสารกวานซูเหยียนที่ต้องจากบ้านจากเมืองมา ซ้ำยังต้องถูกบังคับให้แต่งงานอย่างไม่เต็มใจ าระหว่างสองแคว้นหาใช่เื่ที่สตรีคนหนึ่งต้องมารับผิดชอบ
แต่อีกใจหนึ่งกลับยินดีอยู่ลึก ๆ นางเห็นกับตา ว่ารอยยิ้มนั้นมิได้เสแสร้ง หากเป็เช่นนี้ ไม่แน่ว่าความหวังของถังฮูหยินที่จะให้ครอบครัวปรองดอง อาจจะไม่เกินจริง
พอเสียงฝีเท้าของแม่นมหวังลับพ้นประตูเรือนกูหยวนไปได้ไม่นาน กวานซูเหยียนก็ยกชายกระโปรงหมุนตัวหนึ่งรอบ เผลอหัวเราะออกมาดังลั่นเรือนราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่
เมิ่งหรูก็พลอยยิ้มตาม พลางปิดปากหัวเราะจนไหล่สั่น “ฮูหยิน…เดี๋ยวคนอื่นจะได้ยินนะเ้าคะ!”
“ไม่มีใครได้ยินหรอกน่า..” กวานซูเหยียนกลับมานั่งที่เดิม “วันนี้โชคดีเหลือเกิน ได้ทั้งอาหาร ได้ทั้งของวิเศษ อนาคตอันสดใสรอก่อนนะจ๊ะ!”
“ฮูหยิน..ของกินเต็มโต๊ะเลย พรุ่งนี้เราลองใช้ถั่วแดงเม็ดนี้ใส่ไปในเหรียญทองคำดีหรือไม่เ้าคะ”
กวานซูเหยียนหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด
“ถ้าเหรียญนี้เพิ่มของได้วันละครั้งจริง หากเพิ่มถั่วแดงได้วันละเม็ดสองเม็ด เราจะต้องทำกี่วันถึงจะได้กินให้อิ่มกันล่ะ? มีหวังข้ากับเ้าตายก่อนแน่”
เมิ่งหรูนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนพยักหน้าแรง ๆ อย่างคนเพิ่งตระหนัก
“บ่าวคิดว่า จะลองทั้งทีก็ลองของชิ้นใหญ่ไปเลยให้รู้เื่!” เมิ่งหรูตาโตขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ข้าเลือกเนื้อตุ๋นถ้วยนี้แหละ หากระวังหน่อยก็ยังพอจะตั้งไว้บนเหรียญทองคำได้” กวานซูเหยียนดึงถ้วยเนื้อตุ๋นกลับไปเก็บไว้ในปิ่นโตตามเดิมเพื่อใช้ทดสอบในวันพรุ่งนี้
เมิ่งหรูยิ้มจนแก้มป่อง พยักหน้าแรงจนผมแกว่ง
ทั้งสองหันมาสบตากัน ก่อนจะหัวเราะดังลั่น แววตามีความหวังเต็มเปี่ยม
……….
เมื่อแสงของเช้าวันใหม่ลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าในเรือนกูหยวน กวานซูเหยียนลืมตาตื่นพร้อมความตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรง นางดันผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้นทันที ก่อนจะรีบปลุกสาวใช้ที่นอนอยู่ข้างเตียง
“เมิ่งหรู ลุกเร็ว! วันนี้เราจะพิสูจน์กัน!”
เมิ่งหรูขยี้ตางัวเงียอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรีบผุดขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินคำว่าพิสูจน์ นางรู้ดีว่ากวานซูเหยียนกำลังหมายถึงสิ่งใด..เหรียญทองคำปริศนานั่น!!
ไม่นานนักเมิ่งหรูก็ประคองถ้วยเนื้อตุ๋นออกมาอย่างระมัดระวัง ส่วนกวานซูเหยียนก็ปลดเหรียญทองคำเล็กจิ๋วออกจากเอวมาวางไว้บนโต๊ะ
“ขอเถิด..ต้องเพิ่มขึ้นให้ได้นะ!” กวานซูเหยียนภาวนา
เมิ่งหรูกลืนน้ำลายเอื๊อก “บะ…บ่าวพร้อมแล้วเ้าค่ะ”
ทั้งสองค่อย ๆ วางถ้วยเนื้อตุ๋นลงบนเหรียญทองคำ
กึก…กึก…กึก
เหรียญทองคำสั่นเบา ๆ ราวกับสิ่งมีชีวิต ก่อนที่มันจะเริ่มขยายตัวออก จากขนาดเท่านิ้วมือ…กลายเป็จานใบใหญ่ภายในพริบตา!
“อ๊าาา!!” เมิ่งหรูะโถอยหลังไปไกลอย่างรวดเร็วจนแทบสะดุดขาตนเองล้ม นางชี้นิ้วสั่นระริก
“บ่าวเคยเห็นนักพรตหมอผีทำพิธีประหลาดมามากมายก็จริง แต่ไม่เคยเห็นสิ่งของโตได้หดได้เช่นนี้เลยเ้าค่ะ!!”
ตรงกันข้าม กวานซูเหยียนกลับร้องเสียงดีใจ “ใช่แล้ว! แบบนี้แหละ ๆ!! ขยายตัวได้ แปลว่ารองรับของใหญ่ได้!!”
พรึ่บ!
บนเหรียญทองคำที่ขยายตัวกลายเป็จานสีทองเหลืองอร่ามนั้น ปรากฏถ้วยเนื้อตุ๋นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งถ้วย องค์ประกอบทุกอย่างเหมือนกันเป๊ะ! ไม่ว่าจะเป็กลิ่น สี หรือชิ้นเนื้อเปื่อยยุ่ยมันเยิ้มหอมกรุ่นที่น่ากินเป็ที่สุด!
กวานซูเหยียนตาเป็ประกายราวกับเห็นขุมทรัพย์ นางจับไหล่เมิ่งหรูเขย่าแรง ๆ
“เมิ่งหรู! สำเร็จแล้ว! มันเพิ่มขึ้นจริง ๆ!!”
เมิ่งหรูยังยืนตัวแข็งเหมือนหิน แต่ดวงตากลมโตค่อย ๆ เป็ประกายตามนายหญิง
"ฮูหยิน…นี่มัน…ของวิเศษของจริง ๆ เ้าค่ะ!”
กวานซูเหยียนยิ้มกว้างที่สุดั้แ่ทะลุมิติมาในนิยายเื่นี้ นางลูบขอบถาดทองคำที่ขยายตัวแล้วอย่างตื่นเต้นไม่หาย
“เมิ่งหรู ลองอีกสักทีได้ไหม? บางทีมันอาจ้าของต่างชนิดกัน เมื่อวานเราใช้อาหารเป็การทดสอบสองครั้ง คราวนี้ลองของอย่างอื่นที่ไม่ใช่อาหารบ้าง”
เมิ่งหรูหันมองไปรอบห้อง หาของที่ไม่ใช่อาหารอย่างร้อนรน จนในที่สุดก็ร้องออกมา
“ผ้าห่มเ้าค่ะ!”
กวานซูเหยียนเลิกคิ้ว “ผ้าห่ม?”
“เ้าค่ะ! ถึงเราจะมีผ้าห่มใช้อยู่ แต่ฟูกเก่า ๆ ที่ฮูหยินนอนอยู่ทุกคืนมันทั้งแข็งทั้งบาง หากเพิ่มผ้าห่มได้อีกผืน บ่าวจะนำมารองเป็ฟูกให้ฮูหยินนอนได้สบายขึ้น”
หญิงสาวยิ้มกว้าง รู้สึกดีใจที่ไม่ปล่อยให้เมิ่งหรูต้องตายเปล่า แม้ว่าสาวใช้ผู้นี้จะหยาบกระด้างแต่ก็คิดถึงนางก่อนในทุกๆ เื่
“เอาก็เอา ไปหยิบมาเถอะ”
เมิ่งหรูรีบวิ่งไปหยิบผ้าห่มที่ฉวยมาจากเรือนหอออกมา แล้วเดินกลับมาอย่างระมัดระวังราวกับมันเป็ของล้ำค่า จากนั้นนางวางผ้าห่มลงบนเหรียญทองคำที่หดตัวกลับมาดังเดิมแล้วอย่างตั้งใจ
ทั้งสองสาวก้มหน้าเฝ้ามองเหรียญทองคำอย่างลุ้นระทึก แต่กลับต้องผิดหวัง
“ดูเหมือนว่า มันจะทำงานได้แค่วันละครั้งเท่านั้นนะเ้าคะ”
ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจตรงกันในเวลาเดียวกัน
กวานซูเหยียนยักไหล่ “ไม่เป็ไร ใช้งานได้วันละครั้ง ก็ยังคุ้มมากอยู่ดี!”
เมิ่งหรูพยักหน้าเห็นด้วย สีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
“ถ้าวันนี้แม่นมหวังเอาอาหารมาส่งให้ไม่ได้ อย่างน้อยเราก็ใช้เหรียญทองเพิ่มเนื้อตุ๋นมาใหม่ได้ทุกวัน ก็ไม่ได้แย่นะเ้าคะ”
กวานซูเหยียนส่ายหน้า "เราจะไม่เพิ่มเนื้อตุ๋นแค่วันละถ้วยหรอกเมิ่งหรู หากแม่นมหวังนำอาหารมาส่งให้ได้ ข้าจะยกทั้งปิ่นโตวางบนเหรียญทองไปเสียเลย!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอกเรือน สองสาวรีบหันไปมองประตูทันที
“พูดถึงก็มาพอดีเลย คงเป็แม่นมหวังนำปิ่นโตมาส่งให้ฮูหยินแน่เลยเ้าค่ะ!”
เสียงฝีเท้าเคลื่อนมาหยุดตรงหน้าประตูเรือน ก่อนเสียงเคาะจะดังขึ้น ทำให้สองสาวหยุดชะงัก เพราะปกติแล้วแม่นมหวังจะส่งเสียงบอกให้รู้ว่าเป็ใคร ต่างจากคนที่อยู่ด้านนอกในเวลานี้ที่ยังเคาะประตูซ้ำๆ โดยไม่เปิดปากแนะนำตัวเลยสักประโยค
บรรยากาศในเรือนพลันตึงเครียดขึ้นอย่างไม่ต้องอธิบาย
“ที่นี่เป็จวนแม่ทัพ ไม่มีคนร้ายหรอก ไปเปิดประตูเถอะเมิ่งหรู”
เมิ่งหรูเดินไปเปิดประตูอย่างระมัดระวัง ด้านนอกเป็ทหารกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพอเห็นประตูเรือนถูกเปิดออกคนที่เคาะประตูก็ถอยกลับไปเข้าแถวกับคนอื่นๆ
แต่หนึ่งในสี่คนที่ยืนเรียงแถวกันอยู่นั้นเมิ่งหรูจดจำได้แม่นยำ!
หยางเหวิน!! ทหารคนสนิทของเซียวหลิงเจา! คนผู้นี้เคยสั่งมัดมือมัดปากพวกนางหลายต่อหลายครั้ง การมาของเขาย่อมไม่ดีแน่!
“เ้ามาที่นี่ทำไม!” เมิ่งหรูคว้าท่อนไม้ได้ท่อนหนึ่งก็ถลาออกไปยืนขวางประตูไว้
พรึ่บ!! ทหารทั้งสี่ต่างควักดาบออกมาพร้อมกันจนเมิ่งหรูผงะถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าว
""เ้าทำร้ายพวกข้าไม่ได้หรอกนะ! ไม่รู้หรือไรว่าฮูหยินของข้าเป็ที่โปรดปรานของนายเ้า! เขาร่วมหออยู่กับนางถึงสามวันสามคืนเชียวนะ" เมิ่งหรูรีบแอบอ้าง
ใบหน้าของกวานซูเหยียนเปลี่ยนสีเป็แดงจัดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่คิดว่าสาวใช้ของตนจะใช้เื่น่าอับอายเช่นนี้มาข่มขู่ผู้อื่น!
“เหอะ!! นั่นเป็เพราะฮ่องเต้รับสั่งให้ท่านแม่ทัพเร่งมีทายาทโดยเร็วต่างหาก! เ้าอย่าได้คิดเพ้อเจ้อไปเลยว่าบุรุษเช่นเขาจะมาหลงรักนายหญิงของเ้า!" หยางเหวินตอบกลับพลางปรายตามองกวานซูเหยียนด้วยสายตาหยามเหยียด
“สามหาว! ข้าจะฆ่าเ้าเดี๋ยวนี้!” เมิ่งหรูโกรธจนลืมตาย แม้จะมีเพียงไม้ท่อนเดียวนางก็เงื้อมือขึ้นจนสุดแขน หวังว่าก่อนตายจะได้ฟาดหัวเ้าคนปากเสียนี่ให้ได้สักครั้ง!