ตอนที่ 16
ไร้สามารถ
“ถ้าอย่างนั้นกระผมขอส่งเท่านี้ขอรับนายน้อย”เถ้าแก่หวังพูดพลางก้มหัวให้ไป๋จูเหวินอย่างนอบน้อมเบื้องหน้าของมันคือเมืองเมฆาคราม เมืองที่อยู่ติดกับสำนักยอดเมฆาที่นี่มีผู้ฝึกพลังิญญามากมายและอาจจะมีนักล่าอสูรอยู่ก็เป็ได้ เถ้าแก่หวังเลยไม่อาจเสี่ยงเข้าไปแม้พวกมันจะสู้เถ้าแก่หวังไม่ได้แต่ความเป็อยู่ของนายน้อยที่เดินทางมาพร้อมมันคงลำบากหากต้องเปลี่ยนเมืองทุกครั้งที่มีคนรู้ว่ามันคืออสูรสุดท้ายมันก็ได้แต่ฝากนายน้อยเอาไว้กับต้าชิงและต้าเฉินต่อไป
“ขอให้เถ้าแก่สุขภาพแข็งแรง”ต้าชิงพูดพลางประสานมือเป็การคารวะอีกฝ่าย
“หึๆข้าอยู่มานับพันปีแล้ว ไม่ต้องมาห่วงสุขภาพข้าหรอก”เถ้าแก่หวังหัวเราะก่อนจะกระโจนหายไปในป่าอย่างรวดเร็วทำให้ต้าชิงพึ่งนึกได้ว่าท่าทีแก่ชราของเถ้าแก่สมัยอยู่ที่โรงเตี๊ยมชมจันทร์คงเป็การแสดงเท่านั้นเพราะอสูรมีชีวิตยืนยาวกว่ามนุษย์มาก อีก 50ปีคนที่ต้องเป็ห่วงสุขภาพคงไม่ใช่เถ้าแก่ แต่เป็ตัวมันเอง
“ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถิดนายน้อย”ต้าเฉินว่าพลางชี้ไปที่ประตูเมืองเมฆาครามที่นี่เป็เมืองใหญ่เมืองแรกที่ไป๋จูเหวินได้เห็นมันมีขนาดใหญ่กว่าเมืองเล็กๆอย่างเมืองของพวกต้าชิงราวๆ 5 เท่าเพียงแค่กำแพงเมืองก็ทำให้เห็นความแตกต่างได้แล้ว
ที่หน้าประตูเมืองมีการตรวจค้นนิดหน่อยแต่เพราะไป๋จูเหวินมาตัวเปล่าและทหารเฝ้ายามก็ไม่มีพลังิญญาจึงไม่อาจมองออกว่าแหวนที่นิ้วของไป๋จูเหวินคือแหวนมิติส่วนต้าชิงและต้าเฉินก็ไม่มีปัญหาอะไร สามารถผ่านเข้าประตูได้อย่างง่ายดาย
“นายน้อยสำนักยอดเมฆาอยู่บนเขาลูกนั้นหากนายน้อยอยากร่ำเรียนวิธีฝึกฝนพลังิญญานายน้อยสามารถขึ้นไปทดสอบได้”ต้าชิงพูดพลางมองไปบนยอดเขาหากมองจากในเมืองพวกเขาแทบจะไม่เห็นตัวสำนักเลย เพราะสำนักยอดเมฆาตั้งอยู่บนยอดสูงสุดที่มีหมอกหนาบดบังเอาไว้ราวกับอยู่เหนือเมฆจริงๆตามชื่อ
“ท่านบอกข้าว่าสำนักที่ใกล้ที่สุดมี3 สำนักไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมาที่นี่ก่อนละ”ไป๋จูเหวินถามอย่างประหลาดใจมันยังไม่ได้บอกต้าชิงเลยว่าอยากเข้าสำนักไหน แต่อีกฝ่ายกลับพามันมาที่นี่เสียแล้ว
“สำนักธารโลหิตต้องเดินทางต่อจากเมืองนี้ไปอีกขอรับส่วนสำนักบุปผชาตินั้นรับเพียงศิษย์สตรีเท่านั้น”ต้าชิงตอบอย่างตรงไปตรงมาตามเคยมันเป็คนที่มีความรู้ทีเดียว ไม่ว่าจะถามอะไรมันก็สามารถตอบได้
“ใช่แล้วสำนักบุปผชาติรับเพียงศิษย์สตรี ที่นั่นคงมีดอกไม้งามให้ชื่นชมไม่น้อยเลย”ต้าเฉินยิ้มพลางนึกถึงสำนักหญิงที่มีแต่ผู้ฝึกฝนพลังิญญาหญิงจำนวนมากในสำนักแม้จะแค่ฝันแต่ภาพเช่นนั้นก็ทำให้ต้าเฉินยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้ว
“อืม..น่าเสียดายจริงๆ”ไป๋จูเหวินว่าพลางยิ้มบางๆทำให้ต้าเฉินเลิกคิ้วขึ้น หรือว่านายน้อยเองก็อยากชมดอกไม้ในสำนักหญิงล้วนเช่นกัน
“หากที่นั่นปลูกดอกไม้สวยงามไว้มากมายจริงน่าจะเปิดให้คนนอกเข้าชมบ้างนะ”ไป๋จูเหวินพูดด้วยท่าทีเสียดายทำให้ต้าเฉินยิ้มเจื่อนๆออกมาเพราะท่าทางนายน้อยจะเข้าใจคำว่า ดอกไม้งามคนละอย่างกับมันเสียแล้ว
“แล้วสำนักยอดเมฆากับสำนักธารโลหิตละ”ไป๋จูเหวินถามพลางมองไปทางต้าชิง
“หากนับในเื่ฝีมือแล้วสำนักธารโลหิตเหนือกว่าขอรับ แต่วิชาของสำนักธารโลหิตดุดันไร้ความปรานีแถมลูกศิษย์ยังชื่นชอบการต่อสู้ข้าเลยคิดว่าสำนักยอดเมฆาที่เน้นฝึกฝนพลังิญญาอย่างเดียวคงเหมาะกับนายน้อยมากกว่า”ต้าชิงเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของสำนักธารโลหิตมาบ้างสำนักนั้นมีวิชาใช้ดาบอย่างน่าหวาดกลัวกล่าวได้ว่าเป็สำนักที่มีความสามารถด้านการต่อสู้อย่างแท้จริงแต่ชื่อเสียงของพวกมันไม่ได้มีแค่วิชาดาบเพราะสำนักธารโลหิตมีชื่อเสียงแย่ๆเต็มไปหมดมันเลยจะพานายน้อยมาเข้าสำนักยอดเมฆาแทน หากนายน้อยไม่ถามถึงสำนักอื่นๆมันคงไม่พูดถึงเป็แน่
“อืมแบบนั้นคงดีกว่า”ไป๋จูเหวินพยักหน้าอย่างเห็นด้วยตัวมันเพียง้าฝึกฝนพลังิญญาหากเป็เช่นนั้นก็เข้าสำนักที่เน้นฝึกฝนพลังิญญาอย่างเดียวคงดีกว่าต้าชิงนั้นคิดแทนให้ตนเองไม่น้อยเลย
“จริงสิพวกท่านจะเข้าสำนักพร้อมๆกับข้าสินะ”ไป๋จูเหวินถามอีกรอบพลางมองมาทางทั้ง 2 คน
“เื่นั้น...”คราวนี้ต้าชิงกลับไม่ตอบความตัวมันกับต้าเฉินเคยสมัครสำนักยอดเมฆาแล้ว เพียงแต่...
“พวกเราไม่มีพร์เพียงพอพวกเราจึงเข้าสำนักยอดเมฆาไม่ได้”ต้าเฉินเป็ฝ่ายตอบออกมาเอง ตอนแรกพวกมันทำใจรับไม่ได้ที่ถูกสำนักต่างๆที่มันไปสมัครปฏิเสธทุกสำนักต่างบอกว่าแม้พวกมันจะมีพลังิญญาแต่เส้นชีพจรตีบตัน โอกาสพัฒนาจึงยากกว่าศิษย์ทั่วๆไปเสียอีก
่เวลานั้นพวกมันต่างไม่ยอมรับแล้วด่าสำนักต่างๆว่ามีตาแต่ไร้แววไม่เห็นความสามารถของพวกมันแต่ความจริงก็ปรากฏตรงหน้าพวกมันในเวลาไม่นาน เมื่อพวกมันฝึกฝนด้วยตนเองมากว่า 5ปีก็ยังไม่สามารถขึ้นเป็ระดับก่อกำเนิดขั้น 2 ได้เสียที ทั้งๆที่เฟยหลิงที่อายุพอๆกันยังสามารถเลื่อนขึ้นเป็ขั้น2 และ 3 ได้ในเวลาต่อมาบัดนี้พวกมันได้แต่ยอมรับชะตากรรมจนกระทั่งเกิดเื่วันก่อนขึ้น
“พวกท่านเองก็มีพลังิญญาไม่ใช่หรือทำไมพวกเขายังว่าพวกท่านไร้พร์อีกละ”ไป๋จูเหวินถามอย่างสงสัยในเมืองก่อนหน้าต้าชิงและต้าเฉินถูกปฏิบัติราวกับยอดฝีมือแต่ก็ยังไม่สามารถเข้าสำนักได้งั้นเหรอ?
“เป็เพราะร่างกายของพวกเราไม่เหมาะกับการฝึกฝนพลังิญญาขอรับ”ต้าเฉินตอบพลางยิ้มบางๆพวกมันทำใจมาหลายปีแล้ว และได้แต่ยอมรับเท่านั้น
“แบบนั้นหากเพิ่มพลังิญญากับปรับสภาพร่างกายพวกท่านก็สามารถตามข้าเข้าสำนักไปได้สินะ”ไป๋จูเหวินว่าพลางสำรวจภายในแหวนมิติของตนเองนอกจากของขวัญต่างๆที่พวกน้าๆมันให้มาแล้ว น้าพยัคฆ์ยังแอบใส่สมุนไพรและของมีค่าบางอย่างมาให้ด้วย
“นี่มัน”ทั้งต้าชิงและต้าเฉินต่างเบิกตากว้างด้วยความใสิ่งที่ไป๋จูเหวินนำออกมาคือหญ้าจิติญญาชนิดหนึ่งนามว่าหญ้าประกายหยกแม้ภายนอกจะเหมือนหญ้าธรรมดาแต่หากเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาย่อมสามารถััพลังิญญาจากตัวมันได้เพียงแค่นำมันมาบดแล้วกรองน้ำของมันออกมาดื่มก็จะสามารถเพิ่มพลังิญญาให้ผู้ดื่มได้แถมยังช่วยขยายเส้นชีพจรรวมทั้งเพิ่มพลังิญญาแต่เดิมของผู้ดื่มอีกต่างหากแม้จะไม่ใช้สมุนไพรหายากที่มีอายุมานานนับพันปีแต่หญ้าประกายหยกก็เป็ของล้ำค่าที่มันทั้ง 2 ไม่มีทางได้แน่ๆ
“นะ นายน้อยท่านเก็บมันก่อนเถอะ”ต้าชิงพูดพลางมองหญ้าประกายหยกในมือไป๋จูเหวินแม้คนธรรมดาอาจจะมองไม่ออก แต่มันมีค่ามากสำหรับผู้ฝึกฝนพลังิญญามันจึงไม่ปรอดภัยอย่างมากที่นำหญ้าจิติญญาออกมา
“เอาไว้คืนนี้ข้าจะปรุงยาให้พวกท่านแล้วกัน”ไป๋จูเหวินยิ้มพลางเก็บสมุนไพรเข้าแหวนเช่นเดิมสำหรับมันแล้วของแค่นี้ไม่ได้น่าตื่นตาตื่นใจเลยแม้แต่น้อยเพราะในเขตอสูรหาของแบบนี้ได้ทั่วไปตามพื้นเลยทีเดียวแม้แต่ไป๋จูเหวินยังประหลาดใจเลยว่าทำไมมีหญ้าประกายหยกติดมาในแหวนด้วยหรือมันแค่ติดมากับสมุนไพรต้นอื่นที่ท่านน้าพยัคฆ์ถอนมากันนะ... ท่านน้าพยัคฆ์ท่านสมควรเรียนรู้วิธีเก็บเกี่ยวสมุนไพรจากท่านน้าับ้างนะ
“นายน้อย พวกข้ารับสมุนไพรของนายน้อยไม่ได้หรอกขอรับ”ต้าชิงพูดด้วยใบหน้าลำบากใจมันไม่รู้ว่าไป๋จูเหวินมองหญ้าประกายหยกมีค่าขนาดไหนแต่มันทำใจรับของมีค่าเช่นนี้มาเปล่าๆไม่ได้จริงๆ
“พี่ต้าชิงข้าไม่คุ้นชินกับเมืองมนุษย์นัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสำนักฝึกพลังิญญา”ไป๋จูเหวินว่าพลางยิ้มให้ต้าชิง
“พวกท่านเป็มนุษย์เพียง2 คนที่รู้ความลับของข้าข้าคงไม่สามารถไว้ใจคนอื่นได้มากกว่าพวกท่านอีกแล้ว”ไป๋จูเหวินพูดจบมันก็ยกมือตนเองขึ้นแตะบ่าของต้าชิงที่สูงกว่ามันนิดหน่อย
“นายน้อย........”ต้าชิงและต้าเฉินต่างพูดอะไรไม่ออกพวกมันไม่คิดว่าตนเองจะได้รับความสำคัญถึงเพียงนี้ภายในใจของพวกมันพลันปรากฏความอบอุ่นภายในจิตใจและแอบคิดอยู่ในใจว่าการตามนายน้อยไปอาจจะเป็เื่ดีแล้วก็ได้
“เอาละเราไปหาที่พักกันก่อนเถอะ”ไป๋จูเหวินว่าพลางมองทั้ง 2 คนราวกับจะบอกให้พวกเขานำทางจริงๆพวกเขาไม่ต้องรีบหาที่พักก็ได้เพราะนี่ยังไม่เข้า่สายด้วยซ้ำพวกเขาสามารถขึ้นเขาไปยังสำนักยอดเมฆาได้ทันทีแต่หากทำเช่นนั้นต้าชิงและต้าเฉินก็จะไม่ได้เข้าสำนักไปด้วย แผนการขั้นต่อไปของไป๋จูเหวินคือการช่วยเพิ่มพลังิญญาให้ทั้งคู่เสียก่อน
“ยินดีต้อนรับขอรับ”ต้าชิงและต้าเฉินนำทางไป๋จูเหวินมาที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองพวกมัยทำงานในโรงเตี๊ยมมานานมีสายตาแยกแยะได้อย่างยอดเยี่ยมว่าโรงเตี๊ยมไหนดีหรือไม่ดี
“นายน้อยของข้า้าห้องพัก”ต้าชิงพูดด้วยท่าทีสง่าผ่าเผยแม้ในเมืองเมฆาครามแห่งนี้จะมีผู้ฝึกฝนพลังิญญาไม่น้อยแต่ก็ยังเป็ประชากรส่วนน้อยอยู่ดี แม้มันจะอยู่แค่ขั้น 1 ของระดับก่อกำเนิดแต่ในเมื่อมันเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาย่อมสามารถยืดอกได้ในสถานที่ทั่วไป
“ขะ ขอรับไม่ทราบว่านายน้อย้าห้องแบบใด”เสี่ยวเอ้อที่ยืนต้อนรับอยู่ถามพลางหันไปมองไป๋จูเหวิน
“เอาเป็ห้องที่มีพื้นที่ให้พวกข้าทั้ง3 ก็แล้วกัน”ไป๋จูเหวินว่าพลางมองไปรอบๆ โรงเตี๊ยมที่นี่ใหญ่โตไม่เลวท่าทางจะมีห้องพอให้พวกมันทั้ง 3 อยู่ด้วยกัน
“ขอรับห้องใหญ่ราคาคืนละ 3 เหรียญเงินขอรับ”เสี่ยวเอ้อแจ้งราคาพลางก้มหัวให้ไป๋จูเหวินเล็กน้อย
“เหรียญเงิน?”ไป๋จูเหวินขมวดคิ้วพลางหันไปมองต้าชิง
“พี่ต้าชิง 3เหรียญเงินนี่เท่ากับกี่ทองงั้นหรือ”ไป๋จูเหวินถามด้วยสีหน้าลำบากใจน้าๆของมันมีเงินให้มันพกติดตัว มันจึงไม่ใช่คนกระเป๋าแห้ง เพียงแต่มันเห็นชัดเจนว่าในถุงเงินที่น้าๆมันมอบให้มีแต่ทองเท่านั้นจึงไม่ทราบว่าค่าเงินและค่าทองต่างกันเท่าใด
“ระ เื่นั้น100 เหรียญเงินจึงเท่ากับ 1 เหรียญทองขอรับนายน้อย”ต้าชิงตอบหลังจากนึกขึ้นได้ว่านายน้อยของตนอยู่ในแดนอสูรมานานคงไม่เคยใช้เงินมาก่อน แต่คนที่ใที่สุดคงเป็เสี่ยวเอ้อที่อยู่ข้างๆพวกมันนายน้อยท่านนี้เป็ใครกันแน่ มันถามราวกับไม่เคยแตะเหรียญเงินมาก่อน นี่ที่บ้านของมันใช้เหรียญทองจับจ่ายใช้สอยเท่านั้นหรืออย่างไร?
“ข้าอยากจะพักสักคืนเ้ามีเงินทอนหรือไม่”ไป๋จูเหวินถามพลางเรียกถุงเงินออกมา
“แน่นอนขอรับทางเรามีเงินทอนนายน้อยไม่ต้องกังวล”แม้จะไม่ค่อยได้เห็นเหรียญทองนักแต่ก็ใช่ว่าไม่เคยมีคนจ่ายด้วยเหรียญทองโรงเตี๊ยมของมันแม้ไม่ใหญ่โตที่สุดแต่ก็ไม่หลุดโผ 3 อันดับแรกอย่างแน่นอนไม่มีทางหาเงินทอนแค่ 1 เหรียญทองไม่ได้หรอก
“ดี”ไป๋จูเหวินว่าพลางยื่นทองคำก้อนไปให้เสี่ยวเอ้อแต่ทันทีที่เสี่ยวเอ้อรู้สึกว่าน้ำหนักบนมือมันไม่น่าจะใช่น้ำหนักของเหรียญเสี่ยวเอ้อก็มองบนมือของตนก่อนที่ใบหน้ามันจะซีดเผือดทันที
“ทอง..ทองก้อน!!”แน่นอนว่าในเขตอสูรไม่ได้ใช้เงิน ยิ่งเงินของมนุษย์หน้าตาเป็เช่นไราาทั้ง 5ไม่เคยรู้มาก่อนพวกมันรู้แต่ว่าทองคำมีค่าในแดนมนุษย์มันเลยหามาให้จูเอ๋อของพวกมันใช้จ่ายแทนเงินแถมน้าราชสีห์ยังหลอมทองคำเองกับมือ เรียกได้ว่าทองก้อนที่ออกมาบริษทธิ์เกือบ 100% เลยทีเดียว
“นะนายน้อยข้าเกรงว่ามันจะมากเกินไป”ต้าชิงมองทองที่ไป๋จูเหวินนำออกมาด้วยท่าทีลำบากใจเหรียญทองที่เหล่ามนุษย์ใช้กัน เป็เพียงสกุลเงินที่สร้างขึ้นมาเท่านั้น จริงๆแล้วมันไม่ได้ทำมาจากทองจริงๆทั้งหมดแต่เป็โลหะผสมชุบด้วยทองเท่านั้น พวกมันจึงมีค่าแค่ในฐานะของเงินหากเทียบกับทองในมือของเสี่ยวเอ้อแล้วมันคงสามารถแลกเหรียญทองได้ไม่ต่ำกว่า 100เหรียญเป็แน่
“แต่นี่ก้อนเล็กที่สุดแล้วนะ”ไป่จูเหวินว่าพลางมองในถุงเงินไม่สิถุงทองของมันก้อนที่ยืนให้เสี่ยวเอ้อนั้นเป็ทองก้อนที่เล็กที่สุดของมันแล้วจริงๆ