ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 13 จ้าวซื่อได้เงิน

            หลี่อิงฮว๋ายิ้มพลางพูดว่า “ข้ากับพี่ใหญ่คำนวณมาระหว่างทางแล้ว แป้งขาวยี่สิบชั่งน้ำมันผักกาดก้านขาวสองชั่ง ต้นหอมสองชั่ง ฟืนยี่สิบชั่ง เมื่อรวมกันแล้วยังไม่เกินร้อยทองแดงเลย”

            หลี่หรูอี้ถาม “ค่าสึกหรอของรองเท้าพวกท่านและกระทะบ้านเราเล่า ไม่คิดหรือ?”

            หลี่๮๬ิ่๲หานอดที่จะเอ่ยปากอย่างตื่นเต้นไม่ได้ “พวกนั้นเป็๲เงินไม่เท่าไรหรอก หากคิดกำไรเพียงอย่างเดียววันนี้ยังได้เงินถึงสองตำลึง”

            หลี่หรูอี้กล่าวต่อไป “แล้วค่าแรงของพวกเราเล่า? พวกเราห้าคนทำงานกันทุกคน ต้องคิดค่าแรงคนละสิบทองแดง”

            หลี่เจี้ยนอันจ้องมองใบหน้าเล็กๆที่แสนจริงจังของน้องสาว จึงพูดยิ้มๆ ว่า “ค่าแรงจะแพงเพียงนั้นที่ไหนกันหากจะคิดก็มีเพียงค่าแรงของเ๽้าผู้เดียวที่ควรค่าถึงสิบทองแดงแรงงานอย่างพวกเราสี่พี่น้อง ไม่ว่าจะไปที่ใดก็มีทั้งนั้น ไม่มีค่าเพียงนั้นหรอก”

            ทันใดนั้นจู่ๆจ้าวซื่อก็กล่าวขึ้นว่า “หากขายแป้งย่างได้วันละสามร้อยแผ่นหนึ่งเดือนพวกเราจะหาเงินได้มากกว่าห้าตำลึงเงิน”

            ก่อนหน้านี้รายรับแต่ละเดือนของบ้านจ้าวก็มากเช่นนี้เมื่อส่งบัณฑิตถงเซิงสามคนไปเรียนหนังสือแล้วก็ยังเหลืออยู่เล็กน้อย 

            บ้านหลี่อยู่ในหมู่บ้านหลี่จึงมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าบ้านจ้าวหากมีรายรับประจำเดือนถึงห้าตำลึงเงิน คงพอที่จะส่งบุตรชายทั้งสี่ไปเรียนหนังสือได้

            ในใจของจ้าวซื่อเต็มไปด้วยความปรารถนาในชีวิตอันงดงามอยากให้บุตรชายทั้งสี่ได้เรียนหนังสือ ส่วนสามีและอาเล็กก็ไปขายของกับบุตรสาว

            “ท่านแม่จะคิดเช่นนี้ไม่ได้นะเ๯้าคะ” หลี่หรูอี้กล่าวเสียงใส “หากวันใดฝนตกพวกเราจะออกไปตั้งร้านไม่ได้ และวันนั้นก็จะหาเงินไม่ได้”

            ขณะที่พูดด้านนอกก็มีเสียงฟ้าร้องครืนๆ ดังตามมา มันค่อยๆ ดังชัดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ดังสนั่น

            หลี่เจี้ยนอันและน้องๆทั้งสี่ยิ้มเจื่อน “ฝนจะตกแล้วพรุ่งนี้คงขายแป้งย่างต้นหอมไม่ได้”

            หลี่หรูอี้รีบปลอบใจ “ฝนตกก็ตกไปเถิด หากฝนตกแล้วอากาศจะเย็นสบาย ผู้คนก็รู้สึกสบายพวกเราไม่ต้องไปสนใจเ๹ื่๪๫วันพรุ่งนี้ ข้าจะไปยกอาหารเย็นมาให้ทุกคนกินกันก่อนค่อยไปพักผ่อนเถิด”

            ฤดูร้อนอากาศร้อนมากแดดจ้าติดกันหกเจ็ดวันแล้ว ในที่สุดวันนี้ฝนก็ตก นี่เป็๞เ๹ื่๪๫ดี อีกอย่างสองวันมานี้คนในครอบครัวค้าขายของกินกันจนเหนื่อยพรุ่งนี้พักผ่อนสักวันก็ไม่เป็๞ไร

            หลี่อิงฮว๋ารีบลุกขึ้นคิดจะไปช่วยงาน แต่กลับถูกหลี่ฝูคังห้ามเอาไว้ “เ๽้ากับพี่ใหญ่ไปที่อำเภอรอบหนึ่ง ก็ต้องเดินหลายสิบลี้แล้วนั่งดื่มน้ำไปเถิด ข้าไปที่ครัวเอง”

            คืนนี้หลี่หรูอี้ทำต้มบวบและแป้งข้าวโพดย่าง

            แป้งข้าวโพดย่างทำเสร็จนานแล้วทุกแผ่นมีสีเหลืองทอง เส้นผ่านศูนย์กลางครึ่งฉื่อ

            ตอนนี้กำลังทำต้มบวบบวบสีเขียวมรกตถูกหั่นซอยเป็๲เส้น เมื่อเติมน้ำมันหมูลงไปเล็กน้อยกินเข้าคู่กับแป้งข้าวโพดย่างสีเหลืองทองได้อร่อยยิ่งนัก

            จ้าวซื่อไม่ได้คิดเ๱ื่๵๹ที่ฝนตกแล้วจะขายไม่ได้อีกกินแป้งข้าวโพดย่างพลางถามว่า “หรูอี้ในแป้งข้าวโพดของเ๽้าใส่อะไรไว้หรือ เหตุใดจึงนุ่มและหอมเพียงนี้?”

            หลี่หรูอี้กะพริบตาปริบๆพลางตอบว่า “ข้าใส่น้ำตาลไปในแป้งข้าวโพดเล็กน้อยแล้วทิ้งไว้เกือบครึ่งชั่วยามนี่คือความลับเ๽้าค่ะ”

            “มิน่าเล่าแป้งย่างถึงได้หอมหวานเพียงนี้ที่แท้ก็ใส่น้ำตาลนี่เอง” จ้าวซื่อเสียดายน้ำตาลอยู่บ้างแต่หากไม่ใส่จะได้แป้งข้าวโพดย่างที่อร่อยเพียงนี้ได้อย่างไร    นี่คือแป้งข้าวโพดย่างที่อร่อยที่สุดเท่าที่นางเคยกินมา

            นางไม่รู้ว่าในหัวเล็กๆของบุตรีสุดที่รักมีอะไรอยู่ จึงคิดวิธีการทำแป้งข้าวโพดย่างที่อร่อยเพียงนี้ออกมาได้

            หลี่อิงฮว๋าพูดอย่างยิ้มแย้ม “ท่านแม่ขอรับ วันนี้พวกเราไปตลาดที่อำเภอมีพี่สาวคนหนึ่งคิดว่าท่านเป็๞คนทำไส้ทอดกับแป้งย่างต้นหอมที่พวกเราขายด้วยขอรับ”

            “ฝีมือครัวของข้าไม่ดีเท่าน้องสาวของเ๯้าแป้งย่างต้นหอมที่ข้าทำคงไม่มีคนซื้อ” ในน้ำเสียงของจ้าวซื่อไม่มีความไม่พอใจแม้แต่น้อยกลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจด้วยซ้ำ

            ฝีมือครัวของสตรีละแวกนี้ไม่มีใครดีเทียบเท่าบุตรีของตนเลย ต่อไปจะต้องมีคนมากมายมาสู่ขอบุตรีสุดที่รักเป็๞แน่

            ดวงตาของหลี่หรูอี้เปล่งประกายวาววับ “ท่านแม่ ท่านจะถ่อมตัวเกินไปแล้ว หลายปีมานี้พวกข้าพี่น้องกินอาหารที่ท่านทำจนเติบใหญ่ อาหารที่ท่านทำก็อร่อย อีกอย่างฝีมือปักผ้าของท่านดีที่สุดในหมู่สตรีของหมู่บ้านเราแล้ว”

            หลี่๮๣ิ่๞หานพูดยิ้มๆ “ใช่แล้วขอรับ ผ้าปักของท่านแม่ นำไปขายแล้วยังได้เงินทุกเดือน”

            หลี่เจี้ยนอันพูดประจบ “ใช่แล้วขอรับ ร้านผ้าในตำบลจินจีรับแต่งานปักของสตรีไม่กี่คนในหมู่บ้านท่านแม่ก็เป็๞หนึ่งในนั้น”

            “งานปักของข้าจะทำเงินได้สักกี่ทองแดงกันเชียวสู้พวกเ๽้าขายอาหารหาเงินไม่ได้หรอก” จ้าวซื่อซดน้ำแกงไปอึกหนึ่งได้กลิ่นหอมของน้ำมันหมูอ่อนๆ ในปาก ก่อนหน้านี้นางไม่เคยใช้บวบฝอยทำน้ำแกงวันนี้ได้กินรู้สึกว่าอร่อยไม่เลวเลย

            หลี่หรูอี้กล่าวเสียงเรียบ “กิจการขายอาหารของพวกเราต้องเดินทางไปขายที่ตัวอำเภอและในตำบลทุกวันทั้งยังต้องดูด้วยว่าอากาศดีหรือไม่ ไม่เหมือนท่านแม่ที่ปักผ้าอยู่ในบ้านเงียบๆก็ได้ ไม่มีความเสี่ยงอันใด และไม่ต้องกลัวฝนตกลมพายุพัด เดือนหนึ่งไปที่ร้านผ้าในเมืองตำบลครั้งหนึ่งก็พอ” 

            จ้าวซื่อพยักหน้า “นั่นก็ใช่”

            พี่ชายน้องชายทั้งสี่แห่งบ้านหลี่ได้ยินหลี่หรูอี้กล่าวเช่นนั้นก็คิดว่ามีเหตุผลในใจยิ่งนับถือความฉลาดของนางมากขึ้น

            หลี่๮๬ิ่๲หานไปล้างถ้วยและขัดกระทะในครัวส่วนหลี่ฝูคังก็ตามไปยกน้ำร้อนให้พี่ชายคนโตและน้องสามเช็ดตัว

            หลังจากหลี่หรูอี้ได้รับถุงเงินมาจากหลี่เจี้ยนอันแล้วก็นำเงินออกมาสามสิบทองแดง ส่งไปให้จ้าวซื่อ “ท่านแม่ต่อไปนี้ขอเพียงพวกเราออกไปตั้งร้านก็จะให้ท่านเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง ตอนนี้เพิ่งขายของไปไม่กี่วันยังต้องใช้เงินซื้อแป้งและเครื่องปรุงต่างๆ อยู่บ้างเงินพวกนี้ท่านอย่ารังเกียจว่าน้อยไปเชียว”

            จ้าวซื่อรับมาด้วยความยินดีไม่คิดรังเกียจว่าได้เล็กน้อยเลยสักนิด

            ข้างนอกมีเสียงฟ้าร้องไม่ทันไรก็เกิดฝนตกหนัก ยามที่ฟ้าแลบทำเอาหมู่บ้านหลี่สว่างไปทั่ว

            ตะเกียงของบ้านหวังไห่ถูกดับไปแล้วทว่าตะเกียงบ้านหลี่ยังคงสว่างไสว 

            จ้าวซื่อเข้านอนแล้ว

            หลี่เจี้ยนอันที่อยู่ในห้องโถงเดินมาพูดกับหลี่หรูอี้ด้วยท่าทางเป็๞กังวลว่า “น้องสาว เมื่อวานข้าโง่งมจริงๆไปขายไส้ทอดแล้วก็รีบกลับบ้านจนไม่ได้ดูรอบๆ ให้ดี วันนี้พวกเราไปขายแป้งย่างพบว่ามีชายคนหนึ่งขายแป้งย่างเหมือนกัน ได้ยินลูกค้าบอกว่า ชายคนนั้นมาขายแป้งย่างที่อำเภอทุกสองวันขายมาหลายปีแล้ว”

            หลี่อิงฮว๋าพูดต่อ “แป้งย่างที่ชายคนนั้นขายมีขนาดใหญ่กว่าแป้งของพวกเรา แต่ลูกค้าบอกว่า แป้งย่างของเขาไม่ใส่เกลือไม่ใส่ต้นหอม และไม่ได้ใช้น้ำมัน  ผักกาดก้านขาว ไม่อร่อยเท่ากับแป้งย่างต้นหอมของบ้านเราตอนที่พวกเราขายแป้งย่างหมดแล้ว แป้งของชายคนนั้นก็ยังขายไม่หมดเลย” 

            “แป้งย่างที่เขาขายเป็๞แป้งอย่างเดียวไม่เหมือนแป้งต้นหอมของพวกเรา โบราณว่าถนนกว้างใหญ่ทอดสู่ท้องฟ้าแต่ละคนเดินกันคนละฝั่ง พวกเราก็ทำการค้าของเราไป แต่ละคนก็ขายแป้งย่างของตนเองไป” หลี่หรูอี้นึกถึงคู่แข่งเช่นนี้นานแล้ว แต่นางมั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตนมากจึงไม่กลัวคู่แข่ง

            อีกอย่างนางสามารถทำอาหารจากแป้งได้อีกหลายสิบชนิดย่อมไม่ขายแป้งย่างต้นหอมตลอดหนึ่งปีสามร้อยหกสิบห้าวันแน่นอน

            หลี่เจี้ยนอันคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แป้งย่างของพวกเราต้องทำให้มีขนาดใหญ่เท่ากับแป้งย่างของชายคนนั้นหรือไม่?”

            หลี่หรูอี้ส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกเ๽้าค่ะ วันนี้พวกท่านก็ขายแป้งย่างหมดเร็วมิใช่หรือนี่แสดงให้เห็นแล้วว่า แป้งย่างต้นหอมของบ้านเราอร่อยและไม่ได้เล็กเกินไปเหมาะสมกับราคาแล้ว”

            หลี่ฝูคังและหลี่๮๬ิ่๲หานเก็บกวาดเรียบร้อยก็เดินเข้ามาที่ห้องโถงด้านนอกฝนตกหนักจนเกิดเสียงซ่าๆ ละอองฝนสาดเข้ามาตามแรงลมไม่ทันไรก็ทำให้ตะเกียงอ่อนแสงและดับลง

            ตะเกียงน้ำมันถูกจุดขึ้นอีกครั้งส่องแสงสว่างไปยังใบหน้าที่ซูบผอม ทว่าสดใสของทั้งห้าพี่น้อง

            หลี่ฝูคังถามอย่างกังวล “น้องสาว หากพรุ่งนี้ฝนยังตกอยู่จะทำอย่างไรดี?”

            “พักผ่อน” น้ำเสียงของหลี่หรูอี้สงบนิ่ง นางชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “แต่ท่านและพี่ใหญ่รับปากไว้แล้วว่า จะไปส่งแป้งย่างต้นหอมพรุ่งนี้เช้าพวกท่านต้องไปส่งแป้งย่างที่ตำบลจินจีตามที่บอกกับลูกค้าไว้”

            .......................................