[นายท่าน ข้าออกไม่ได้ ข้าถูกขังอยู่ในกรง]
ถูกขังอยู่ในกรง?
ฮั่วิจู “……”
[นายท่าน ข้าถูกขังอยู่ในกรงจริง ๆ นายท่านโปรดมองมาที่ข้า]
พลั่ก! พลั่ก!
เสียงเหมือนมีอะไรกระแทกบางอย่างดังขึ้น ฮั่วิจูมองหาที่มาของเสียง จึงเห็นว่าเป็กระต่ายกำลังวิ่งชนกรงจนเกิดเสียง
[นายท่านเห็นข้าแล้ว] กระต่ายน้องสีขาวที่อยู่ในกรง หยุดกระแทกตัวกับกรง ดวงตากลมโตมองนายท่านของตนเอง
[บ้าน่า!]
ฮั่วิจูไม่มีทางเชื่อว่าเสียงที่เธอได้ยิน คือเสียงของกระต่ายตัวนี้
[ไม่บ้าหรอกนายท่าน เสียงที่นายท่านได้ยินคือเสียงของข้าเอง]
ฮั่วิจูต้องสะดุ้งจนเกือบตกเตียง นางคิดในใจมิใช่หรือ เหตุใดถึงรู้ว่านางคิดอะไร
[ข้ากับนายท่านสามารถเชื่อมจิตสื่อสารกันผ่านทางความคิดได้ พวกเราทั้งสองมีพันธสัญญาต่อกัน]
[เป็เ้าจริง ๆ หรือ]
ฮั่วิจูลองสอบถามผ่านทางความคิด เ้ากระต่ายน้อยกลับตอบตามสิ่งที่นางคิดได้
[เป็ข้าเองนายท่าน]
ดวงตาของฮั่วิจูเบิกกว้าง นี่มันอะไรกัน! นางสามารถกลับมาอยู่ใน่วัยเยาว์ได้ และยังสามารถสื่อสารกับกระต่ายได้อีก
บ้าไปแล้ว!
[เ้ากับข้ามีพันธสัญญาต่อกัน? เหตุใดพวกเราสองคนถึงมีพันธสัญญาต่อกัน]
ในที่สุดฮั่วิจูก็ยอมรับว่าเสียงที่ได้ยิน คือเสียงของกระต่ายที่ถูกขังอยู่ในกรง แต่นางไม่เข้าใจในสิ่งที่เ้ากระต่ายตัวนี้บอก
[ข้าเป็สัตว์เทพที่ประมุขแห่ง์ ส่งมาคอยควบคุมความประพฤติของนายท่าน]
ฮั่วิจูยิ่งตกตะลึงเข้าไปใหญ่ นี่มันเื่อันใดกัน นางสื่อสารกับกระต่ายได้ และกระต่ายตัวนี้ยังบอกว่าเป็สัตว์เทพที่ประมุขแห่ง์ส่งมาคอยควบคุมความประพฤตินาง
ประมุขแห่ง์นี่ใช่เง็กเซียนฮ่องเต้หรือเปล่า
เง็กเซียนฮ่องเต้มีจริงหรือ! นางนึกว่าเป็เื่หลอกลวงเสียอีก
[เง็กเซียนฮ่องเต้มีจริงนายท่าน ที่นายท่านได้หวนกลับมาอยู่ในวัยเยาว์อีกคราก็เป็เพราะประมุขแห่ง์อนุญาต]
[ยามที่ตายไปแล้ว ดวงิญญาต้องไปเยือนปรโลก เดินผ่านทางหวงเฉียน ข้ามแม่น้ำวั่งชวน ข้ามสะพานไน่เหอทั้งสามระดับ ผ่านหินซานเซิน จากนั้นก็ดื่มน้ำแกงยายเมิ่ง ที่ข้าไปพบเง็กเซียนฮ่องเต้ได้ แสดงว่าข้าก็ได้ขึ้น์น่ะสิ!]
[นายท่านเพ้อฝันอันใดอยู่ เพียงิญญาของท่านหลุดออกจากร่าง ก็ร้องขออ้อนวอนแก่ทวยเทพ เพื่อกลับมาแก้ไขเื่ราวในอดีต ประมุขแห่ง์เห็นถึงความทุกข์ทนของท่าน จึงบันดาลให้ท่านกลับมาแก้ไขเื่ราวในอดีต แต่มีข้อแม้ว่า ท่านต้องหมั่นทำความดีสั่งสมบุญบารมี]
[หมั่นทำความดี สั่งสมบุญบารมีบ้าอันใดกัน ข้าได้รับโอกาสให้กลับมาต่อกรกับพวกสกุลหลี่และพวกที่ทำให้สกุลฮั่วต้องล่มสลาย]
[นายท่านเข้าใจความเมตตาของประมุขแห่ง์ผิดแล้ว ชาติที่แล้วท่านสังหารผู้คนนับไม่ถ้วน ถ้ามิใช่เพราะท่านรับปากว่าจะวางความแค้นลง หมั่นสร้างแต่ความดี มีหรือที่ประมุขแห่ง์จะยอมให้ท่านกลับมาแก้ไขเื่ในอดีตได้]
ฮั่วิจูไม่อยากเชื่อในสิ่งที่กระต่ายตัวนี้บอก แต่ความคิดของนางถูกเ้ากระต่ายได้ยินไปทั้งหมด มันน่าอึดอัดเสียจริง
[ถ้านายท่านไม่เชื่อ ข้าก็จนใจ แต่ข้าอยากเตือนท่านว่า ให้ความเคียดแค้นนำทางไปสู่การแก้แค้น สร้างบาปกรรมเพิ่ม ระวังเื่ราวในชาตินี้จะเดินไปในทิศทางเดิม]
ฮั่วิจูสะดุ้ง ขนลุกชันกับคำเตือน [หมายความว่าอย่างไร]
[ท่านขอร้องอ้อนวอนเพื่อให้ได้กลับมาแก้ไขไม่ให้สกุลฮั่วล่มสลาย มิใช่เดินทางย้อนกลับมาแก้แค้น ชาติที่แล้วท่านแก้แค้นสำเร็จแล้วมิใช่หรือ ศัตรูของท่านถูกท่านกับบิดาสังหารอย่างโเี้ไปจนสิ้น ถ้าท่านคิดแก้แค้นจนมีผู้คนล้มตายเพราะความแค้นของท่านจำนวนมาก สกุลฮั่วอาจล่มสลายในรูปแบบเดิม]
ฮั่วิจู [ในอนาคตข้าต้องเผชิญหน้ากับศัตรู ถ้าข้าขาวมากเกินไปย่อมถูกดำกลืนกิน]
[นายท่าน ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยความลับของ์มากไปกว่านี้ เอาเป็ว่านายท่านจะทำอันใดก็แล้วแต่ตัวท่านตัดสินใจ ผลลัพธ์อยู่ที่การกระทำทั้งสิ้น มีสัจธรรมสามารถเดินไปทั่วหล้าได้อย่างสง่าผ่าเผย หากไร้สัจธรรม แม้ก้าวเล็กๆ ก็ทำไม่ได้]
สัตว์เทพอย่างเขาเหนื่อยกับนายท่านผู้นี้เหลือเกิน ในเมื่อไม่ฟังอยากทำอันใดก็เชิญ อย่าหาว่าเถียนเถียนไม่เตือน
หน็อยแน่! เป็สัตว์แต่รู้จักสำบัดสำนวนเสียด้วย ฮั่วิจูเริ่มหวาดกลัวคำขู่ของกระต่ายน้อยตัวนี้แล้วสิ จึงลองหยั่งเชิงบางอย่างออกไป
[ข้าสามารถโต้ตอบผู้ที่คิดร้ายกับตัวข้าและคนที่ข้ารักได้หรือไม่ ประมาณว่าถ้าคนพวกนั้นทำไม่ดีใส่ข้าก่อน ข้าสามารถโต้กลับพวกเขาได้]
[แน่นอนว่านายท่านสามารถโต้กลับได้ แต่ต้องเป็วิธีการโต้กลับที่เหมาะสม ในชาตินี้ความดีที่ท่านสั่งสมจะมากพอหรือไม่ มิใช่เื่ที่ข้าเป็ผู้ตัดสินใจ ข้าเป็เพียงผู้ที่คอยควบคุมความประพฤติของท่านไม่ให้นอกลู่นอกทางจนเกินไป]
เถียนเถียนหยุดสื่อสารกับฮั่วิจู กระต่ายน้อยเริ่มเข้าสู่การจำศีล เพราะไม่้าเปิดเผยความลับของ์มากไปกว่านี้
แท้จริงแล้วเด็กน้อยฮั่วิจู คือ องค์หญิงแห่งเผ่า์ที่ถูกส่งมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์กรรม ั้แ่เมื่อหนึ่งพันปีที่แล้ว
การเวียนว่ายตายเกิดถึงยี่สิบชาติภพ เผชิญด่านเคราะห์นับหมื่นด่านสิ้นสุดลงเป็ที่เรียบร้อย ตามกำหนดเดิม องค์หญิงแห่งเผ่า์ควรกลับคืนสู่แดน์
ทว่ากลับเป็องค์หญิงเองที่ยอมแลกเกล็ดชีวิต เพื่อให้ได้กลับมาแก้ไขเื่ราวในชาตินี้ เนื่องจากเป็ชาติภพที่มีผู้คนล้มตายเป็จำนวนมาก และสร้างความทุกข์ทรมานภายในใจมากที่สุด
ต้องทราบก่อนว่า เกล็ดชีวิตนั้นสำคัญแก่เหล่าเทพเป็อย่างมาก เมื่อสูญเสียไปแล้วก็มิอาจทวงกลับคืนมาได้ เกล็ดชีวิตสามารถฟื้นคืนชีพให้แก่เทพผู้เป็เ้าของได้สูงสุดถึงห้าครั้ง
ครั้นองค์หญิงยอมแลกเกล็ดชีวิตของตนเองกับการกลับมาแก้ไขอดีตชาติ เท่ากับว่านางละทิ้งการมีชีวิตอยู่บนแดน์มากกว่าหนึ่งครั้ง ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งชีวิตดับลง ก็มิอาจชุบชีวิตฟื้นคืนกลับมาได้เหมือนกับเทพองค์อื่น
[นี่! เ้ากระต่ายน้อย ทำไมถึงเงียบไปล่ะ]
ฮั่วิจูพยายามสื่อสารกับสัตว์เทพอยู่นาน แต่เ้าตัวไม่ตอบกลับมา แถมยังนอนหมอบอยู่ในกรงอย่างสบายใจ
[เป็อันใดไป กลับมาพูดกับข้าก่อน] ตามตื๊อสัตว์พันธสัญญาไม่ห่าง
ฮั่วเจินจูกลับเข้ามาในห้อง เห็นน้องสาวนั่งเคาะกรงกระต่ายเงียบๆ ก็แปลกใจ
“น้องเจ็ด เคาะกรงกระต่ายทำไมกัน” สัตว์ทุกตัวมีชีวิตเหมือนดั่งมนุษย์ น้องสาวของนางไม่ควรไปแหย่เล่นจนมันได้รับความทรมาน
“ข้าเพียง้าเล่นกับมันเท่านั้นเอง”
เห็นความน่าสงสารของน้องสาว ฮั่วเจินจูก็เดินเข้าไปใช้สองมือประคองใบหน้าน้อยๆ ของฮั่วิจู
“กระต่ายตัวนี้เป็สัตว์เลี้ยงของเ้ามิใช่หรือ จะเล่นกับมันเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ยามนี้มันกำลังพักผ่อนอยู่ รอให้มันตื่นเ้าค่อยนำหญ้ามาป้อนมัน ดีหรือไม่”
ตะล่อมน้องสาวให้มีความอดทน นางเติบใหญ่กว่าคนตรงหน้าถึงสองปี จึงต้องพยายามสั่งสอนน้องสาวให้รู้จักผิดชอบชั่วดี
ฮั่วิจูกำลังคิดหาเหตุผลขอกระต่ายตัวนี้มาเป็สัตว์เลี้ยงส่วนตัว กลับต้องใเมื่อพี่สาวบอกว่ามันเป็สัตว์เลี้ยงของนางอยู่แล้ว
“มันเป็สัตว์เลี้ยงของข้า” งอนิ้วชี้เข้าหาตัวเอง
“ใช่ ตอนที่คนในหมู่บ้านอุ้มร่างของเ้ามาส่ง กระต่ายตัวนี้มันตามเ้ามาถึงบ้าน ทุกคนจึงคิดว่ามันเป็สัตว์เลี้ยงของเ้า
สบโอกาสที่ท่านแม่เคยได้ยินเ้าบ่นว่า ้าเลี้ยงกระต่ายเหมือนกับเสี่ยวหม่าน จึงขังมันเอาไว้ในกรง เพื่อรอเ้าตื่นขึ้นมา แล้วมอบมันให้เป็ของขวัญแก่เ้า”
“ท่านแม่ดีกับข้าที่สุด พี่สาวก็เช่นเดียวกัน”
“ช่างขี้อ้อนนักนะ”
ฮั่วเจินจูกอดร่างกระจ้อยร่อย น้องสาวของนางคลอดก่อนกำหนด จึงมีร่างกายที่อ่อนแอและรูปร่างเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกัน นางซึ่งเป็พี่สาวควรดูแลน้องสาวให้ดี