บทที่ 17 ถ้ำเสือแห่งฉางอัน
เทศกาลหานสือมาถึงแล้ว
ในเมืองฉางอัน ั้แ่ขุนนางจนถึงราษฎร ทุกครัวเรือนต่างดับไฟในเตา
แต่ความคึกคักบนถนนใหญ่น้อยก็มิได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด
ผู้คนต่างดื่มโจ๊กถั่วเย็นตามถนนและตรอกซอย พร้อมเงี่ยหูฟังข่าวลือล่าสุดในเมืองหลวง
เมื่อไม่นานมานี้ เมืองฉางอันเกิดเื่ใหญ่ขึ้น
ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเซวียถูกวางแผนลักพาตัวไปจากจวนิกั๋วกง มีข่าวลือว่าเป็ฝีมือของขุนนางในราชสำนักที่สั่งให้โจรจากค่ายชิงเสอลงมือ
แม่ทัพเซวียที่ประจำอยู่แดนตะวันตกเฉียงเหนือโกรธจัด สั่งให้กองกำลังเก่าที่ประจำการอยู่ที่หลิงหนานบุกเข้าค่ายชิงเสอกวาดล้างจนสิ้นซาก ไม่เหลือแม้แต่ต้นหญ้า
น่าเสียดายที่ค้นทั่วค่ายชิงเสอแล้วก็ไม่พบร่องรอยของคุณชายน้อยเซวีย
พูดให้ดูดีก็คือไม่รู้ชะตากรรม แต่หากพูดตามตรง เกรงว่าคงตกเป็อาหารงูไปแล้ว
แม่ทัพเสวียส่งคนเร่งรีบส่งสารกลับเมืองฉางอันเป็ระยะทางพันลี้ ขอให้ฮ่องเต้ทรงช่วยสืบหาผู้อยู่เื้ั
ฮ่องเต้ทรงสงสารตระกูลเซวียที่สูญเสียบุตรชายเพียงคนเดียว จึงมีรับสั่งให้ศาลต้าหลี่สืบสวนคดีนี้
ภายในพระราชวังที่มีกำแพงสีแดงและกระเบื้องสีเขียวเข้ม
ในห้องทรงพระอักษร ิกั๋วกงที่อายุล่วงเจ็ดสิบปีถูกขันทีประคองไว้ ทุบอกกระทืบเท้า เกือบจะสิ้นใจไปพบยมบาล
"ขอฝ่าาโปรดพิจารณา! กระหม่อมแค่จัดงานวันเกิด ไอ้โจรชั่วช้าสามานย์กลับฉวยโอกาสนี้ลงมือกับบุตรชายคนเดียวของตระกูลเซวีย เื่นี้ไม่เกี่ยวกับกระหม่อมจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ!"
เคราขาวของิกั๋วกงสั่นระริก
เขารู้สึกว่าตนเองคือผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใส่ร้ายที่สุดในฉางอัน
อายุปูนนี้แล้ว คาดว่าคงเหลือเวลาอีกไม่กี่ปี จึงอยากจัดงานวันเกิดให้ยิ่งใหญ่สักครั้ง แต่กลับเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น
เื้ัโต๊ะทรงอักษร ร่างในฉลองพระองค์สีเหลืองอร่ามประทับนั่งอยู่ สวมฉลองพระองค์ปักัทองห้าเล็บ ใบหน้าคมคาย ไม่ต้องแสดงความโกรธก็แผ่บารมีน่าเกรงขาม
ฮ่องเต่องค์ปัจจุบัน มู่หรงอวี่ ได้ขึ้นครองราชย์ั้แ่ยังทรงพระเยาว์
นับั้แ่รัชศกหย่งเจี๋ยที่หนึ่งเป็ต้นมา ทรงครองราชย์มาเกือบยี่สิบปี บัดนี้มีพระชนมายุสามสิบสามพรรษา พระวรกายสง่างาม ทรงสง่าผ่าเผยผิดแผกจากสามัญชน
มู่หรงอวี่ทรงวางฎีกาในมือลง ทอดสายตามองจากโต๊ะทรงอักษรไปยังสีหน้าร้อนใจของิกั๋วกง แล้วแย้มยิ้มบาง ๆ
"พอเถอะ ิกั๋วกง เราไม่ได้สงสัยท่าน เพียงแต่้าให้ทุกคนในจวนของท่านให้ความร่วมมือกับศาลต้าหลี่ในการสืบสวนคดีเท่านั้น เรารู้ว่าตระกูลของท่านไม่ได้ฉลาดนัก แต่ก็คงไม่โง่ถึงขั้นจะวางแผนทำร้ายผู้อื่นในงานเลี้ยงที่จวนของตัวเอง"
เมื่อิกั๋วกงได้ยินเช่นนั้น มุมปากของเขาก็กระตุก แต่ก็ยังร้องประกาศว่า "ฝ่าาทรงพระปรีชาญาณยิ่ง!"
หลังจากิกั๋วกงได้รับคำยืนยันที่ทำให้วางใจ จึงขอตัวกลับจวนไปพักผ่อน
รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่หรงอวี่จางหายไป พู่กันหลวงในมือที่จุ่มหมึกแดงค้างอยู่เหนือฎีกา ไม่ได้ลงมือเขียนเสียที
ดวงตาของเขาฉายแววเ็าดุจน้ำค้างแข็ง
การหายตัวไปของเซวียเช่ออาจไม่ใช่เื่เลวร้าย
ตระกูลเซวียรับใช้ต้าอวี๋มาหลายชั่วอายุคนก็จริง แต่อิทธิพลมากเกินไป
นับั้แ่มู่หรงอวี่ขึ้นครองราชย์ เขาก็มีความตั้งใจที่จะลดทอนอำนาจของตระกูลขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ อำนาจทางการทหารในมือตระกูลเซวียก็ต้องเรียกคืนมา
กองทัพตระกูลเซวียติดตามตระกูลเซวียมาหลายชั่วอายุคน ไม่ยอมรับแม่ทัพที่ไม่ใช่คนตระกูลเซวีย แต่หากตระกูลเซวียไร้ทายาท อิทธิพลของกองทัพตระกูลเซวียก็จะกระจัดกระจายไปในที่สุด
ดวงตาของมู่หรงอวี่ดำขลับดั่งหมึก นิ้วมือเคาะลงบนโต๊ะไม้แดงเคลือบเงาสองครั้ง
ในเมื่อเซวียอวี้เฉิง้าคำอธิบาย เช่นนั้นก็ให้คำอธิบายแก่เขาสักหน่อยแล้วกัน
...
ที่จวนตระกูลเฮ่อ
เพล้ง!
ถ้วยหยกใบหนึ่งแตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ น้ำชาในถ้วยกระเด็นพร้อมเศษถ้วยใส่หน้าของหลู่เฟิง รองเสนาบดีกรมกลาโหม
หลู่เฟิงยืนโค้งกายอยู่กลางห้องโถง สีหน้าตื่นตระหนกและต่ำต้อย แม้ใบหน้าจะถูกเศษชามบาดเป็แผล ก็ไม่กล้ายกมือขึ้นแตะ
เบื้องหน้าฉากบังตาไม้จันทน์หกพับ ราชเลขาธิการ เฮ่อถิงฟาง สีหน้าเกรี้ยวกราด มือที่ขว้างถ้วยชายังไม่ทันลดลง
"เื่แค่นี้ยังทำให้ดีไม่ได้ ศาลต้าหลี่สืบมาถึงกรมกลาโหมแล้ว ไร้ประโยชน์!"
"ท่านเฮ่อ ข้า...ข้าน้อยก็ไม่ทราบว่าเหตุใดพวกเขาถึงสืบมาถึงที่นี่ได้"
สีหน้าของหลู่เฟิงซีดเผือดไร้เืฝาด
เขาให้คนของค่ายชิงเสอทำงานให้มาหลายปีแล้ว ไม่เคยมีข้อผิดพลาดใหญ่หลวงเช่นนี้มาก่อน
เขารู้ดีว่าค่ายชิงเสอทำเื่สกปรกอย่างเช่นการค้าขายบุตรหลานผู้อื่นมาตลอด
แต่การมีกลุ่มยุทธภพทำงานให้ ทำให้เขาไม่ต้องเปื้อนมือก็บรรลุเป้าหมายได้ เขาจึงเลือกที่จะปิดหูปิดตาต่อการกระทำของค่ายชิงเสอ
โฉวิเป็คนเ้าเล่ห์และฉลาดหลักแหลม หลายครั้งทำงานได้อย่างเรียบร้อย ทางการยังสืบไม่ถึงค่ายชิงเสอ
การติดต่อระหว่างหลู่เฟิงกับค่ายชิงเสอก็เป็ไปอย่างลับ ๆ และระมัดระวังมาตลอด ไม่เคยทิ้งหลักฐานใด ๆ ไว้
แต่คราวนี้เื่ลงมือกับเซวียเช่อ ตระกูลเซวียกลับสืบจนถึงค่ายชิงเสอได้ หลักฐานต่าง ๆ ที่ส่งให้ศาลต้าหลี่ยังชี้ตรงมาที่กรมกลาโหม
หลู่เฟิงร้อนใจจนลนลาน "ท่านเฮ่อ ไม่ทราบว่าจะติดต่อคนทางศาลต้าหลี่ดูสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ?"
เฮ่อถิงฟางมองหลู่เฟิงราวกับกำลังมองหมูตัวหนึ่ง
"จะไปติดต่อกับคนของศาลต้าหลี่งั้นรึ?"
"เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดหลายปีมานี้พวกเราถึงไม่เคยแทรกคนเข้าไปในศาลต้าหลี่ได้? ทั้งศาลต้าหลี่ล้วนเป็คนสนิทของฝ่าา! เ้ามีหัวกี่หัวถึงกล้าคิดจะแตะต้องศาลต้าหลี่?"
"บัดนี้เซวียอวี้เฉิงโกรธจัด กองทัพตระกูลเซวียก็ไม่พอใจ ฝ่าาจงใจจะให้คำชี้แจงแก่ตระกูลเซวีย"
แต่เดิมพวกเขาวางแผนจะจับตัวเซวียเช่อไว้ในมือ
ด้านหนึ่งคือสามารถยั่วยุให้เซวียอวี้เฉิงพลั้งพลาดด้วยความหุนหันพลันแล่น อีกด้านหนึ่งก็ใช้เป็เครื่องมือควบคุมเซวียอวี้เฉิง รวมถึงกองทัพตระกูลเซวีย
แต่ตอนนี้เซวียเช่อหายตัวไป ค่ายชิงเสอถูกสังหารหมู่ เซวียอวี้เฉิงไม่ได้ถูกความเ็ปจากการสูญเสียบุตรทำให้ขาดสติ กลับค้นพบร่องรอยบางอย่าง
มาถึงขั้นนี้ หากไม่ผลักดันใครสักคนออกไป สถานการณ์จะยิ่งพัฒนาไปในทางที่เลวร้าย
หลู่เฟิงขาอ่อนยวบ ใบหน้าซีดเผือด เข่าทรุดลงกับพื้น คลานเข่าไปที่ข้างเท้าของเฮ่อถิงฟาง
เศษถ้วยชาบนพื้นทิ่มเข้าเนื้อ คราบน้ำชาผสมกับเืแผ่ซึมออกมา แต่หลู่เฟิงดูเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย เพียงแต่จับชายเสื้อของเฮ่อถิงฟางไว้
"ท่านเฮ่อ ข้าน้อยติดตามท่านมาหลายปี ขอท่านเฮ่อชี้แนะทางสว่างให้ข้าน้อยด้วย!"
"ท่านเฮ่อ ข้าน้อยยังมีมารดา ภรรยาและบุตรอยู่ที่บ้าน..."
"ข้าน้อยรับใช้ท่านเฮ่ออย่างซื่อสัตย์ภักดีเสมอมา..."
เฮ่อถิงฟางหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า
"เห็นแก่ที่เ้าทำงานหนักมาหลายปี มารดา ภรรยา และบุตรของเ้าจะมีคนดูแลต่อไป"
เมื่อหลู่เฟิงได้ยินดังนั้น ก็กำชายเสื้อของเฮ่อถิงฟางแน่น ไม่ยอมปล่อย ราวกับคนกำลังจมน้ำที่ยึดเอาท่อนไม้ชิ้นสุดท้ายเอาไว้
เฮ่อถิงฟางลืมตาขึ้น ดวงตาเย็นเยียบดุจคมดาบ
"หากเ้าไม่อยากให้บุตรธิดาต้องไปรอเ้าที่ยมโลก เ้าก็ควรรู้ว่าควรพูดอะไรที่ศาลต้าหลี่ ข้าไม่จำเป็ต้องสอน"
หลู่เฟิงทรุดตัวลงนั่ง ดวงตาเลื่อนลอย ริมฝีปากสั่นระริกจนเปล่งวาจาไม่ออก
"ส่งแขก" เฮ่อถิงฟางออกคำสั่งไล่แขกด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นก็เดินอ้อมฉากบังตาไปยังเรือนหลังอย่างไม่รีรอ
บ่าวไพร่ในจวนเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเฮ่อถิงฟางต่างพากันเงียบกริบดั่งจักจั่นยามหนาว
เฮ่อถิงฟางแทบไม่เคยแสดงอารมณ์ออกมา ส่วนใหญ่เขาสามารถเอาตัวรอดอยู่ในวังวนราชการได้อย่างคล่องแคล่ว
แม้ครั้งนี้เื่พลาดพลั้งจะสามารถแก้ไขได้ด้วยการสละหลู่เฟิง แต่ในใจเขากลับรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกอย่างเลือนรางว่ามีบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเขาในที่ที่เขามองไม่เห็น
ความรู้สึกเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว
หลายปีก่อน เผยติ้งหลี่ ศัตรูคู่อริของเขายังสามารถต่อกรกับเขาได้
แต่ในภายหลัง เผยติ้งหลี่ได้พ่ายแพ้ในการต่อสู้
เมื่อสิบปีก่อน มีคนแจ้งความว่าเพราะเผยติ้งหลี่ผู้ดำรงตำแหน่งอัครเสนนาบดีลอบติดต่อกับศัตรู จึงทำให้ชายแดนเกือบแตกพ่าย
ในจวนตระกูลเผยถูกค้นพบจดหมายติดต่อกับชาวหู ซึ่งเกี่ยวข้องกับความลับของราชสำนักต้าอวี๋
ทั้งจวนตระกูลเผยถูกถอดยศ ริบทรัพย์ และเนรเทศทั้งตระกูลไปยังหลิงหนาน
บังเอิญว่าปีนั้นเป็ปีที่เกิดภัยธรรมชาติ น้ำท่วมใหญ่ โจรผู้ร้ายชุกชุม ครอบครัวเผยติ้งหลี่ถูกสังหารระหว่างที่ถูกเนรเทศ
ในปีนั้น เฮ่อถิงฟางต่อสู้กับเผยติ้งหลี่จนเกิดความหวาดระแวง เขาสงสัยว่าตระกูลเผยจะแกล้งตายเพื่อหลบหนีระหว่างทาง จึงส่งคนติดตามั้แ่ตระกูลเผยออกจากเมืองหลวง
เมื่อสายลับติดตามเข้าไปในหลิงหนาน ชาวบ้านเกิดความวุ่นวายเพราะน้ำท่วมและโรคระบาด เกือบพลัดหลงกันหลายครั้ง
ข่าวสุดท้ายที่นำกลับมารายงานเฮ่อถิงฟางคือ ครอบครัวเผยติ้งหลี่บ้างก็อดตาย บ้างก็ติดโรคระบาดระหว่างทาง
ภายหลังยังเจอโจรูเาที่โเี้ ฆ่าทั้งทหารคุมตัวและนักโทษไปพร้อมกัน