บทที่8 : ข่าวลือ
"กว่าจะปิดคดีกันได้ก็ใช้เวลาตั้งเกือบอาทิตย์พวกตำรวจที่ต้องใช้หลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดคนร้ายเนี่ยมันยุ่งยากจังเลยนะ"
ไอยรินทร์ที่เลื่อนอ่านข่าวในแท็บเล็ตอย่างสบายอารมณ์บนเก้าอี้โยกที่เพิ่งซื้อมาใหม่เขาเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วถึงขนาดใช้แท็บเล็ตได้แล้วเพียงแต่ก็ยังมีบ้างที่ติดขัดไม่เหมือนกับคนนั่งข้างๆที่กดอย่างชำนาญด้วยความเร็วมืออันเป็สุดยอด
เซียร์ที่นั่งกดโน๊ตบุ๊กอยู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยไม่หันมอง
"ก็ธรรมดา หากไม่มีหลักฐานเอาผิดที่แ่าคนร้ายก็ลอยนวลได้และอาจถูกฟ้องกลับฉะนั้นเพื่อไม่ให้ดิ้นหนีก็จำเป็ต้องเก็บหลักฐานแต่ในบางครั้งก็มีการสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาเพื่อยัดความผิดด้วย"
"หืม ทำแบบนั้นก็ได้หรือเซียร์?"
"ได้สิคุณไอย มันก็มีหลายครั้งที่เกิดขึ้นจากการยัดความผิดให้คนร้ายจริงๆและยัดให้ผู้บริสุทธิ์เป็แพะรับบาป ถ้าคนที่กระทำการเตรียมพร้อมมาดีสร้างหลักฐานให้ตัวเองบริสุทธิ์ด้วยจะยิ่งได้เปรียบบวกอำนาจเงินเข้าไปอีกนิดหน่อยก็ไม่มีทางถูกกฎหมายจับแล้ว"
"โอ้... เซียร์ดูชำนาญเื่พวกนี้จังนะ"
"ก็เคยทำมาบ้างน่ะ"
"..."
ปู่ไอยมองหน้าเซียร์อย่างอ่อนโยนแต่คิ้วกระตุกไม่หายรู้สึกเชื่อไม่ค่อยได้ว่าหน้าหล่อใสๆ อย่างนี้จะเคยทำอะไรที่ดำมืดมาก่อนและดูไม่ออกด้วยว่าผ่านโลกมืดมาโชกโชนแค่ไหน
อืม... บ้านหลังนี้มีแต่ผีไม่ปกติสินะ?
"ว่าแต่อากาศ่นี้อบอ้าวจังเลยนะครับ"คิมถือคุกกี้เดินออกมา "ท่าทางคืนนี้ฝนจะตกด้วย"
"นั่นสินะ"
เซียร์เงยหน้ามองออกไปนอกหน้าตา ท้องฟ้าสีม่วงแดงหม่นๆเพราะมีเมฆฝนเข้ามาบดบังจนแทบไม่เห็นแสงแดดยามเย็น
อากาศวันนี้จะหนาวหรือร้อนิญญาอย่างเขาไม่รู้สึกเลยสักนิดแวมไพร์ที่มีกายเนื้ออย่างคิมก็ไม่ได้รู้สึกรู้สากับสภาพอากาศเช่นกันเพียงแต่เขายังสามารถรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้เท่านั้นเอง
"หวังว่าไตรจะกลับมาก่อนฝนตกนะ"
"จะว่าไปแล้วคุณไตรก็กลับช้าจังนะครับวันนี้"
"ไม่ใช่ว่ารับงานอื่นเพิ่มหรอกหรือ"ไอยรินทร์วางแท็บเล็ตลงดวงตาสีทองมีประกายดูแคนเบาบาง"ยิ่งเป็ประเภททางไหนได้เงินดีก็รับงานนั้น ไม่เลือกเวลาเสียด้วย"
จากการที่อยู่ด้วยกันมาทั้งอาทิตย์ทำให้ไอยรินทร์เข้าใจไตรวิชญ์ขึ้นมากเขาเป็มนุษย์ประเภทเห็นแก่เงินอย่างยิ่ง Need Money อย่างแท้จริงไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นขอเพียงมีเงินจ่ายเขายินดีเข้าไปร่วมด้วย
"แต่ถ้าคุณเซียร์โทรตามเขาก็คงรีบกลับมานะครับ"
คิมเสนอพลางยิ้มให้อย่างนุ่มนวล
นอกจากเื่เงินแล้วเื่ที่พี่หมอให้ความสำคัญรองลงมาอย่างไม่มีเงื่อนไขคือเื่ของเซียร์ถึงจะชอบบ่นเื่การใช้เงินที่เรียกได้ว่าโคตรฟุ่มเฟือยแต่ก็ไม่เคยห้ามเขาใช้เงินสักครั้ง
แน่ล่ะ ก็เซียร์เป็คนหาเงินหลักเข้าบ้านนี่นา
"ไม่หรอกเราไม่สำคัญขนาดนั้น โทรไปไตรก็ไม่รีบ..."
"กลับมาแล้ว!"
เสียงทุ้มเฉยชาเอ่ยพร้อมกับชายหนุ่มในชุดสูทไม่เรียบร้อยผมสีดำขลับยุ่งเหยิงและมีเศษใบไม้ติดอยู่เล็กน้อยเดินเข้ามาภายในบ้านโบกมือทักทายเหล่าผีที่ตื่นขึ้นมาทักทายยามเย็นอย่างทุกที
คิมยิ้มบางๆแล้วออกไปต้อนรับแทนผีหน้าหล่อที่นั่งกะพริบตาปริบๆ
"กลับมาแล้วเหรอครับคุณไตรทุกทีกลับเร็วกว่านี้นะครับ"
"หา? ช้าที่ไหนก็เวลาปกติ"พี่หมอก้มมองนาฬิกาข้อมือ "อ้าวชิบช้ากว่าเวลาปกติไปเกือบชั่วโมงเลยเหรอเนี่ย!?"
"นี่ไม่ได้ดูนาฬิกาเลยหรือไงครับ"
"ทุกทีก็ดูแต่สีท้องฟ้าน่ะก็ลืมไปว่าฤดูร้อนฟ้ามันมืดช้ากว่าปกติ... ไงเซียร์ ปู่ อ่านข่าวหุ้นกันอยู่เหรอ?"
"ข้าอ่านข่าวทั่วไปเื่หุ้นนี่ก็ยังศึกษาจากเซียร์อยู่" ปู่ไอยหัวเราะเบาๆส่วนเซียร์ก็ยิ้มนิดๆ ไม่ตอบอะไร "แต่เื่คดีโรงแรมนี่จบช้าจริงๆ"
"ถ้าอยากไขคดีไวๆ ก็ต้องสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีไม่ก็จับแพะซะก็สิ้นเื่"
"พูดเหมือนเซียร์เลยนะเ้าหนุ่มแต่ทำไมแลดูชั่วร้ายกว่า"
"เพราะหน้าตา ชั่ว ครับ"คิมรีบแทรกขึ้นมาทันที
"อ้อ เพราะ ชั่ว นี่เองสินะ"
"ใช่ครับ ชั่ว..."
"เฮ้ย! ใครหน้าตาชั่วเขาเรียกหล่อแบดบอยเว้ย! แวมไพร์สวยกับหน้าหลอกลวงอย่างปู่น่ะไม่มีทางเข้าใจเทรนด์สมัยนี้หรอก! ...แล้วเซียร์ก็ห้ามหัวเราะนะ!!"
"เรายังไม่ทันได้ขยับเลยนะ"
คนถูกห้ามเพียงยมยิ้มขบขันเบาบางเท่านั้นก่อนจะก้มลงมองจอโน๊ตบุ๊กต่อไปโดยปล่อยให้ชายหนุ่มแวมไพร์และผีตะพดทะเลาะกันไป จ้องมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่งเขาก็ขมวดคิ้วครุ่นคิดกับสิ่งที่แสดงตรงหน้า
กราฟหุ้นสีแดงและเขียวขึ้นลงอย่างไม่เป็ระบบเลยไม่ว่าจะดูกี่ช่องก็มีการขึ้นลงอย่างแปลกประหลาดไม่มีนัยสำคัญ
"อืม กราฟหุ้นผันผวนจังนะ... มีอะไรเกิดขึ้นกันแน่"
...รู้สึกไม่ดีเอาซะเลย
"เซียร์กินอะไรรึยัง หิวจังแฮะวันนี้กินหมูกระทะกันไหม?"
อยู่ๆ ก็ถูกเรียกทำให้เขาหลุดจากภวังค์เซียร์ยิ้มก่อนจะตอบไปอย่างนุ่มนวลและตามใจ
"เอาสิ ไตรอยากกินอะไรเราก็กินอันนั้นแหละ"
"ตามใจเ้าหนุ่มนี่มากไปแล้วเซียร์"
"ก็อย่างนี้ทุกทีไม่ใช่เหรอ?"คิมมองเซียร์ที่ยิ้มตอบกลับมาแต่ไม่พูดอะไร"แต่ถ้ากินหมูกระทะต้องออกไปกินข้างนอกนี่สิครับ ฝนก็จะตกแล้วด้วย..."
"ออกไปทำไม เดี๋ยวนี้มีบริการดีลิเวอรี่!"
ไตรวิชญ์หยิบใบปลิวออกมาจากกระเป๋ากางเกงยื่นไปตรงหน้าเหล่าผีคิมและไอยรินทร์มองกระดาษแผ่นนั้นอย่างทึ่งเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาอย่างถอดถอนใจ
"โลกมันไปเร็วจังเลยนะครับ"
"นั่นสิ บริการส่งถึงที่มีทุกอย่างจริงๆ"
"งั้นก็โทรสั่งมาหลายๆ ชุดหน่อยแล้วกันคืนนี้ก็ให้พวกผีตามพื้นบ้านกินด้วยนะ"
เซียร์เอ่ยแล้วหันไปมองเหล่าผีมุงที่หลังจากได้ยินว่าจะมีหมูกระทะก็รีบมาส่งสายตาออดอ้อนใส่เซียร์กันอย่างฉับพลันคนถือเงินของบ้านเลยต้องยอมซื้อมาเป็จำนวนมากเพื่อไม่ให้เหล่าผีทั้งหลายดีดดิ้นงอแงซึ่งผลที่ได้คือ...
"ขอบคุณครับคุณพ่อออ!"
"คุณเซียร์จงเจริญ! หมูกระทะจงเจริญ!"
"คุณพ่อเซียร์ใจดีที่สุดเลยยย!!!"
"คุณพ่อจงเจริญ! หมูกระทะจงเจริญ!!!"
และอีกหลายคำสรรเสริญที่ทำให้ใบหน้าหล่อเ็าต้องมุมปากกระตุกถี่ๆและคนที่มุมปากกระตุกไปพร้อมกับคิ้วกระตุกก็คือหมอผีที่เสนอการกินหมูกระทะนั่นเอง
"เฮ้ย!ฉันไม่ได้บอกว่าจะเลี้ยงพวกนายเลยนะเ้าผีขี้ข้า!"
"แต่คุณเซียร์บอกว่าจะเลี้ยงนะพี่หมอ!!!"
เหล่าผีประสานเสียงกันตอบโต้ เสียงกระหึ่มทำเอาไตรวิชญ์หูอื้อไปชั่วขณะแต่เขาก็ไม่ได้ยอมรับง่ายๆ หรอก
"ไม่! ใครจะไปสั่งหมูกระทะมาเป็ร้อยชุดเพื่อพวกแกกันไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่จ่าย!!"
"ไม่ต้องห่วงครับเพราะผมจ่ายเอง"
คิมตอบด้วยร้อยยิ้มก่อนจะชูบัตรเครดิตและธนบัตรพร้อมใช้แล้วกรีดธนบัตรพันบาทหลายสิบใบโชว์ความรวยกันซึ่งๆหน้า
และไอ้เงินในมือกับบัตรเครดิตนั่นของเขาทั้งนั้น
"เฮ้ยคิม ทำงี้ได้ไง"
ไตรวิชญ์มองเงินแล้วตาเหลือกอยากกระอักเือัดหน้าแวมไพร์ขึ้นมาตงิดๆ
"ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะครับ นี่นับเป็ค่าใช้จ่ายในบ้านหรือคุณไตรไม่คิดอย่างนั้น"
"นั่นมัน..."
เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนนั่นแล้วไตรก็พูดอะไรไม่ออกจะห้ามก็ห้ามไม่ได้เพราะเงินนั่นเขาให้ไว้เป็ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน...และค่าหมูกระทะที่กำลังโทรสั่งนั่นก็นับเป็ 'ค่าใช้จ่าย' ในบ้านจริงๆ ซะด้วยสิ
ให้ตายเหอะ เขาแพ้แล้ว...
ร่างสูงของหมอผีทรุดลงกับพื้นทำท่าเหมือนิญญาจะหลุดจากร่างไปเสียเดี๋ยวนั้นปู่และคิมหัวเราะอย่างขบขันกับท่าทางของพี่หมอก่อนจะโทรสั่งหมูกระทะอย่างเบิกบานพร้อมกับเสียงวี๊ดว้ายของเหล่าผีที่ไม่เกรงใจเ้าของบ้านกันสักนิด
"คุณแม่ดีที่สุดเลย!!"
สายฝนที่สาดกระทบหน้าต่างทำให้เกิดเสียงดังและกระจกสั่นไหวเสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านไปเกิดเป็เสียงหลอนหูท้องฟ้ามืดครึ้มมีประกายแสงวาบวามเพียงชั่วพริบตาเกิดเป็เสียงฟ้าร้องดังทั่วพื้นที่
ภายในห้องที่มืดมิดที่มีเพียงแสงจากสายฟ้าให้ความสว่างเพียงชั่วครั้งชั่วคราวมีเสียงลมหายใจแ่ๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝนและฟ้าร้อง เงาร่างหนึ่งหยุดยืนอยู่ริมหน้าต่างดวงตาสีแดงสดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเรียบเฉย
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดลงมาเพิ่มแสงสว่างให้มากขึ้นภายในห้องที่มืดมิดมีเงาร่างหนึ่งดิ้นทุรนทุรายอยู่กลางอากาศอย่างอ่อนแรงก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุดเงาร่างนั้นทิ้งแขนลงกับพื้น ร่างกายไหวเบาๆ และหมุนไปอย่างช้าๆเสียงของไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดชวนขวัญผวาร่างที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างหันกลับไปมองแล้วแย้มยิ้มอย่างใสซื่อ
"เห~ ตายซะแล้วเหรอ เร็วจังน้า~"
ร่างนั้นขยับเข้าไปใกล้อีกร่างที่ยังคงหมุนคว้าง
"คนที่สี่... ฮ่าๆ ส่งมาตายเปล่าชัดๆ เลยนะ"
เมื่อร่างเงาเ้าของั์ตาสีแดงโบกมือร่างที่ลอยคว้างก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยร่างนั้นเดินกลับไปยังหน้าต่างอีกครั้งแล้วฉีกยิ้มกว้าง
"แต่่นี้ก็พอดีเลยฝนตกแบบนี้ล้างเืและกลบกลิ่นได้เป็อย่างดีเลยล่ะ"
อยู่ๆ แสงของหน้าจอสมาร์ทโฟนก็สว่างขึ้นบนนั้นปรากฏข้อความบางอย่างขึ้นมาเป็รหัสลับั์ตาสีแดงเลื่อนไปมองมันแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างต่ออย่างพอใจ
"เอาล่ะ การเล่นสนุก... เริ่ม ณ บัดนี้"
ร่างสูงในชุดสีชมพูอ่อนลายจุดนั่งดื่มชามองฝนเม็ดเล็กโปรยปรายลงมาช้าๆดวงตาสีดำขลับเหม่อมองออกไปบนเมฆที่มืดครึ้มติดต่อกันมาทั้งสัปดาห์แล้วหูก็ฟังเสียงของเหล่าขี้ข้าบ่นไปพลางๆ อย่างเหนื่อยหน่าย
"่นี้ดาราที่ตามอยู่มีข่าวลือเสียๆหายๆ ออกมาอีกแล้วล่ะ"
"ใช่ๆ แล้วยังมีนักร้องอีกหลายคนด้วยนะ"
"ไม่ใช่แค่ในประเทศนะต่างประเทศเองก็ด้วย"
"ได้ยินว่านักการเมืองท้องถิ่นก็มีข่าวลือเหมือนกัน"
"ถึงกระทั่งมีคลิปออกมาแน่ะ"
"ฉันตามวงการกีฬานะไม่เห็นมีข่าวเสียหาย"
"สงสัยจะเป็แคข่าวการเมืองกับข่าวบันเทิงล่ะมั้ง"
"นั่นสิ..."
"นี่! เ้าผีติดสื่อทั้งหลายจะซุบซิบอะไรก็ไปคุยห่างๆ บ้านหน่อยได้ไหม"ไตรวิชญ์อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกการสนทนาอย่างได้อรรถรสของเหล่าผีขี้ข้าทั้งหลายแต่ว่า... "นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วว้อย!คนจะหลับจะนอนก็ไม่ได้นอนเพราะพวกแกนั่งคุยกันติดริมหน้าต่างบ้านเนี่ยตอนกลางวันทำไมไม่คุยกันล่ะฟะ"
"โธ่พี่หมอ กลางวันพวกเราก็นอนกลางคืนก็เวลาลั้นล้าปกติของพวกเราน้า"
"ใช่ๆ จะให้นอนกลางคืนก็ไม่ได้หรอก"
พวกผีร้องบอกเพื่อขอความเห็นใจ ตอนกลางวันแดดมันแรงพลังของพวกมันมีน้อยและผีบาปหนาอย่างพวกมันต้านทานแสงเจิดจ้าไม่ไหวหรอกต้องนอนเพื่อรักษาพลัง กลางคืนนี่แหละถึงจะอยู่ได้อย่างสบายใจที่สุด
แต่ดูเหมือนพวกมันจะลืม ผีที่ไหนเขานอนกันเล่า อยู่เฉยๆพลังก็ฟื้น!
"ถึงจะอย่างนั้นก็ไปคุยกันที่อื่นสิวะ ไม่ก็ไปชุมนุมหน้าทีวี110 นิ้วที่ตั้งไว้อีกด้านของสวนบ้านนู่นจะได้ไม่มารบกวนการนอนของฉันพรุ่งนี้ฉันยังต้องไปทำงานอีกนะเว้ย!"
โทรทัศน์ใหญ่เท่าฝาบ้านนั่นต่อให้มุงกันเป็ร้อยๆรอบพื้นที่ก็ยังมองเห็น จะคุยกันก็ไปแถวๆ นั้น คุยด้วยดูด้วยน่าจะได้อรรถรสมากกว่ามาคุยข้างหน้าต่างคนจะนอนเป็ไหนๆ
"แต่ฝนตกอ่ะ"
"ฝนตกฟ้าร้องแต่ทีวีก็ยังใช้ได้เซียร์สร้างเป็ศาลากระจกกันแดดกันฝนให้แล้วนี่ แล้วผีอย่างพวกแกก็ไม่โดนฝนไม่มีไข้ด้วยจะกลัวกันทำไม"
"แต่ว่า..."
"ถ้ายังแหกปากเถียงอีกพ่อจะออกไปตื้บแล้วเอาทีวีไปขายแล้วนะโว้ย!"
ใจดีเตือนเฉยๆ ไม่ชอบ ต้องให้ออกแรงใช่ไหม?
เหล่าผีทั้งหลายที่ซุบซิบอยู่รีบเผ่นออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่พี่หมอจะออกมาตื้บพวกเขาจริงๆอย่างที่พูด เมื่อเห็นว่าไปหมดแล้วก็พ่นลมหายใจออกอย่างคุกรุ่น
"ยังไม่นอนอีกเหรอไตร"
เซียร์ในชุดนอนสีกรมเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตสำหรับทำงานดวงตาสีฟ้าใสจับจ้องไปที่แก้วชาของอีกฝ่ายจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองหมอผีหนุ่มที่แสดงสีหน้าหงุดหงิดอยู่
"ก็ว่าจะนอนนั่นแหละ แต่ผีนี่ซุบซิบไม่เลิกสักที่นี้มันอะไรกัน"
"นั่นสิ ่นี้มันอะไรกัน"
"หืม มีอะไรเหรอเซียร์ เกิดอะไรขึ้น?"
ไตรวิชญ์หันไปมองผีหน้าหล่อที่ยืนขมวดคิ้วนานมากแล้วที่ไม่เห็นเซียร์บ่น ปกติจะแค่ตอบคำถามและแสดงความห่วงใยต่อเขาเท่านั้นเื่อื่นแทบไม่ออกจากปาก
"่นี้เศรษฐกิจในประเทศค่อนข้างมีปัญหาน่ะขึ้นลงผันผวนมาก แล้วยังมีข่าวเสียหายของนักการเมืองอีกทำให้ตลาดหุ้นผกผันจนควบคุมไม่ได้"
เซียร์ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยขณะอธิบายดูท่าว่าเศรษฐกิจมีปัญหาก็ไม่ได้เขาสะทกสะท้านสักเท่าไหร่เพียงแค่ประหลาดใจเท่านั้น พี่หมอเปลี่ยนจากนั่งดื่มชาแล้วเดินไปล้มตัวลงนอนคว่ำหน้าบนเตียงเขาเอียงหน้านิดๆ มาทางประตู ดวงตาสีดำข้างสีแดงข้างปรายมองเขาอย่างวางใจ
"แล้วเซียร์จัดการได้ใช่ไหม"
"หากไตร้า เราจะจัดการให้"
"ถ้าเศรษฐกิจพังแล้วเราไม่เดือดร้อนก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเล่นไปเขาไม่น่าเล็งเป้ามาที่เราหรอก" พี่หมอพลิกตัวมานอนหงายเสื้อยับยู่ยี่เลื่อนขึ้นเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันและผิวขาวเนียนจนน่ากัด "แต่ตักเตือนไปหน่อยก็ดีให้เขารีบจบเื่ไวๆ ยังไงซะเศรษฐกิจพังถึงไม่เดือดร้อนระยะสั้นแต่ระยะยาวมันก็ส่งผลอยู่"
"เราเข้าใจแล้ว แต่ว่า..."
"อะไร?"
"ไตรนอนให้มันเรียบร้อยๆ หน่อยผีหื่นนอกบ้านมองตาเป็มันแล้ว"
"หื่นแล้วไง ทำได้แค่มอง มาซุกไซ้ย่ำยีไม่ได้ซะหน่อย"
"..."
เออ เอาที่สบายใจเลยพี่หมอ
"ไม่มีอะไรแล้วนะ? งั้นก็... ราตรีสวัสดิ์เซียร์"
"ราตรีสวัสดิ์ไตร..."
ผีหน้าหล่อปิดไฟในห้องในเขาแล้วเดินออกมาใบหน้าหล่อเหลาเ็าดูเยือกเย็นมากขึ้นบรรยากาศรอบตัวมืดมนได้ไม่แพ้ยมทูตที่ไตรวิชญ์เจอเลยสักนิด ั์ตาสีฟ้าใสเรืองรองท่ามกลางความมืด
"น่าสนุก..." เสียงหัวเราะต่ำเย็นะเืผสานกับเสียงสายฝนร่างสูงสง่างามก้าวกลับไปยังห้องของตัวเองช้าๆ "ในเมื่อไตรอนุญาต เราก็อยากจะดูเหมือนกันว่า...คนก่อเื่จะไปได้ไกลแค่ไหน"
จะเล่นเป็เพื่อนก็ได้...
แต่อย่าทำให้เราผิดหวังล่ะ เ้าหนูตัวน้อย