บทที่ 29 การรับสมัครงานของลวี่อิน
ในขณะที่กำลังสับสน ฮวาเล่อเหยาก็ปรากฏตัวพร้อมกับเค้กชิ้นเล็ก
"พี่สาว เค้กของพี่อร่อยมาก ฉันขอต่อสัญญาเช่าอีกสิบปี"
จิ่งเหมียนใ! เค้กชิ้นเล็กทำให้หญิงสาวผู้ร่ำรวยเรียกเธอว่าพี่สาวได้!
"เธอสติดีอยู่หรือเปล่า กินเค้กไปกี่ชิ้นกันแน่?"
ฮวาเล่อเหยาชูห้านิ้ว "ฉันยังสู้ได้อีก"
จิ่งเหมียน “...”
"เธอควรกินอะไรที่สามารถกินได้ทุกวันในอนาคต แต่ถ้ากินมากเกินไปทันทีอาจไม่ดีต่อระบบย่อยอาหารนะ"
ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า "เล่อเหยา เธอรู้จักคนแซ่โหวไหม?"
ฮวาเล่อเหยาอมส้อมไว้แล้วพูดว่า "พี่หมายถึงนักเลงของตระกูลหงใช่ไหม?"
จิ่งเหมียนแค่ถามลอย ๆ ไม่คิดว่าเธอจะรู้จริง ๆ!
"เล่ารายละเอียดให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม เมื่อกี้เขามาเช่าห้องแล้วพูดจาไม่สุภาพ ฉันเลยไล่เขาออกไปแล้ว"
ฮวาเล่อเหยามองเธอด้วยสายตาชื่นชม "ตระกูลหงกับครอบครัวของฉันและตระกูลเซียวในเขตควานตงถือว่าเป็สามอำนาจใหญ่นะ ธุรกิจของพวกเขาไม่ค่อยสะอาดนัก แต่อิทธิพลของผู้มีพลังพิเศษในมือตระกูลหงนั้นพวกเราก็เกรงกลัวจริง ๆ ตระกูลหงเป็กลุ่มที่ให้ความสำคัญในการพัฒนา ทุกปีพวกเขาจะทุ่มทรัพยากรมากมายเพื่อสร้างผู้มีพลังพิเศษ"
ฮวาเล่อเหยาเข้ามากระซิบข้าง ๆ ตัวเธอ "ได้ยินมาว่าตระกูลหงมือเปื้อนเืมากใน่ความวุ่นวายใหญ่ก่อนยุคหายนะ"
จิ่งเหมียนอดแปลกใจไม่ได้ หญิงสาวคนนี้ดูเหมือนจะมีภูมิหลังไม่ธรรมดาเลย
แล้วทำไมตระกูลหงถึงจับตามองเธอล่ะ? หรือว่าเพราะทรัพยากรของเธอมีมากเกินไปจนน่าสงสัย?
จิ่งเหมียนจำเป็ต้องคิดมาก ตอนนี้พลังของเธอยังไม่พอ และลวี่อินก็ยังไม่มีกำลังทหาร ยังไม่ได้เติบโตถึงขั้นที่คนอื่นไม่สามารถสั่นคลอนได้
เธอและลวี่อินเป็เหมือนก้อนทองคำที่ส่องประกาย หากใครพบว่าเธอไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ พวกเขาก็จะรุมกลืนกินเธอทันที
ภายนอกดูเหมือนสงบนิ่ง แต่ภายในกลับมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก
เธอโทรหาคนขับรถที่เคยช่วยขนของให้เธอก่อนหน้านี้
"จางเถี่ย ฉันจำได้ว่าคุณเคยบอกฉันว่าคุณมีรถบรรทุกและคนขับหลายคน คุณอยากมาทำงานที่ลวี่อินไหมคะ ฉันจะให้เงินเดือนเป็สองเท่า"
เธอจำเป็ต้องปล่อยม่านควันเพื่อปกปิดระบบคลังสินค้าไม่จำกัด
ให้รถบรรทุกวิ่งไปมาระหว่างฐานระดับ A ต่าง ๆ บ่อยครั้งเพื่อให้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในฐานอู่อันไม่สามารถสืบรู้ความลับของเธอได้ พวกเขาต่างหากที่ต้องระมัดระวัง!
ตอนกลางคืน ฟู่เจียวเจียวและเยว่อวิ๋นเซิงกลับมา เฉินย่าก็กลับมาที่ลวี่อินเช่นกัน ฐานที่เคยเงียบเหงากลับมีชีวิตชีวาขึ้นมา
คุณยายไป๋มองพวกเขาด้วยสายตาเอ็นดูราวกับเห็นลูกหลานของตัวเองออกไปทำงานแล้วกลับบ้าน
ทุกคนได้มีโอกาสมารวมตัวกันกินอาหารเย็น จิ่งเหมียนจึงอธิบายเื่การคืนเงินค่าเช่าส่วนเกินและชดเชยส่วนที่ขาดให้ทุกคนฟัง เวลาที่เหลือก็จบลงด้วยเสียงชื่นชมจากทุกคนว่าอาหารอร่อย ก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง
ฟู่เจียวเจียวรีบวิ่งกลับห้องของเธอ แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เธอเปิดเครื่องปรับอากาศและยืนรับลม "เย็นสบายจัง! ฉันรู้สึกเหมือนถูกชุบชีวิตเลย!"
“มันคือบ้านในฝันของฉันชัด ๆ! อาเซิ่ง คุณเห็นหน้าเว็บให้เช่าห้องพักหรือยัง พอลงเครื่องใช้ไฟฟ้าปุ๊บ คนก็แห่กันไปจองจนเต็มแล้ว! ดีนะที่เรามาก่อน ไม่งั้นนะ... คงอดอยู่บ้านหลังนี้แน่ ๆ”
ความเสียใจและเสียดายแบบนี้ คงเกิดขึ้นกับใครหลาย ๆ คน
จางเพ่ยหรงะโใส่สามีของเธออย่างขาดสติ “เจียงเหิง คุณดูสิว่าตอนนี้ลวี่อินมันดีแค่ไหน มีทั้งน้ำ ไฟ แอร์ เครื่องซักผ้า คุณยังจะมารอดูอะไรอีก ตอนนี้ถ้าไม่รีบสมัครก็อดนะ ไม่มีห้องว่างแล้ว!”
“ผมก็แค่ระมัดระวังหน่อย ทุกคนเขาก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ!”
“แบบนี้เราจะต้องอยู่ในสลัมไปถึงเมื่อไหร่?” จางเพ่ยหรงพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
“รีบร้อนไปทำไม! ลวี่อินเขาก็บอกว่าอีกไม่นานก็จะเปิดห้องใหม่แล้วนี่!”
จางเพ่ยหรงบ่นพึมพำ “ตอนนี้ฉันกับปี้ฉุนต้องผลัดกันไปตักน้ำเทโถส้วม คุณไม่ได้ทำแบบนี้ คุณก็เลยไม่รีบร้อนที่จะย้ายบ้านล่ะสิ!”
เจียงปี้ฉุนนั่งจ้องเจียงปี้เฉิงทำการบ้านไปพลาง คิดแผนการในใจไปพลาง อีกไม่กี่วันเธอก็จะออกไปทำงานแล้ว ตอนนั้นก็คงได้ไปอยู่หอพัก และไม่ได้กลับมาที่นี่ งานหนักงานเหนื่อยพวกนั้น ปล่อยให้จางเพ่ยหรงทำเองก็แล้วกัน
จางเพ่ยหรงนั่งอยู่บนเตียงไม้พลางคิดถึงจิ่งเหมียน ผู้ชายนี่มันไว้ใจไม่ได้จริง ๆ ถ้าลูกสาวยังอยู่ เธอคงไม่ต้องมาลำบากทำงานพวกนี้หรอก ไม่รู้ว่ายัยตัวแสบคนนั้นไปมีความสุขอยู่ที่ไหน ถึงขนาดไม่้าแม่แบบนี้!
หลังจากที่ลวี่อินได้รับการปรับปรุงใหม่ ชีวิตของจิ่งเหมียนก็ยิ่งยุ่งวุ่นวายมากขึ้น
เฉินย่าดูเหมือนจะได้รับภารกิจบางอย่าง จึงต้องออกจากลวี่อินไปหลายวัน
นอกจากจิ่งเหมียนจะแนะนำห้องพักและกฎการพักอาศัยในลวี่อินให้กับผู้เช่ารายใหม่แล้ว เธอยังได้ต้อนรับจางเถี่ยอีกด้วย ทั้งสองคนพูดคุยกันถึงรายละเอียด จางเถี่ยตัดสินใจเป็พนักงานของจิ่งเหมียน ทำงานที่ฐานลวี่อิน
เขาเช่าห้องที่ลวี่อิน และรถบรรทุกของเขาก็เริ่มออกเดินทางไปยังฐานระดับ A หลายแห่งทันที
ระหว่างนั้นเฉียวไห่ก็ฟื้นขึ้นมาครั้งหนึ่ง จิ่งเหมียนนำแอลกอฮอล์มาทำความสะอาดแผลให้เขา ไม่นานเขาก็หลับไปอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะอ่อนเพลียมาก
จนถึงวันนี้ ทั้งสิบห้องในลวี่อินที่ได้รับการปรับปรุงแล้วก็มีคนเข้าพักเต็มทุกห้อง
ค่าเช่า 202 ล้านถูกโอนเข้าบัญชี
จากนั้นจิ่งเหมียนก็เริ่มตกแต่งห้องที่เหลืออีกยี่สิบห้อง แบ่งเป็สองรอบ แต่ละห้องตกแต่งสไตล์ที่แตกต่างกันไป เช่น สไตล์อบอุ่น สไตล์ดอกไม้สีชมพูสำหรับสาว ๆ สไตล์ฝรั่งเศส สไตล์ไม้ธรรมชาติ สไตล์หรูหราแบบยุโรป...
เธอเปิดให้เช่าห้องสิบห้องก่อน เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้วจึงจะเปิดให้เช่าอีกสิบห้องที่เหลือ เพราะถ้าเปิดให้เช่าทั้งหมดในคราวเดียว จิ่งเหมียนคงจะยุ่งมากเกินไป
การลงทะเบียนจองเช่าห้องพักรอบใหม่จึงได้รับความนิยมอย่างมากบนอินเทอร์เน็ต
จิ่งเหมียนตรวจสอบรายชื่ออย่างละเอียด และก็พบชื่อเจียงเหิง
เหอะ ๆ จิ่งเหมียนบล็อกเจียงเหิงทันที
หลังจากเลือกคนได้แล้ว จิ่งเหมียนก็เปิดระบบ
ภารกิจอัปเกรดเป็เลเวล 3 คืออะไร?
[คุณต้องจ่ายเงิน 3 ล้านเพื่อปลดล็อก]
ทำไมถึงขึ้นราคา?
[ราคาจะเพิ่มขึ้นตามระดับฐาน และจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต]
จิ่งเหมียนไม่มีทางเลือก เธอจ่าย 3 ล้านแต้มให้กับระบบ
[ภารกิจอัปเกรด : โหมดง่าย]
[โปรดจัดหางานสิบตำแหน่งให้กับผู้เช่าในฐานลวี่อิน]
[ความคืบหน้าปัจจุบัน (1/10)]
ดูเหมือนว่าลวี่อินกำลังจะพัฒนาไปสู่การพึ่งพาตนเอง ค่อย ๆ แยกตัวออกจากฐานอู่อัน และอยู่รอดได้ด้วยตนเอง
จิ่งเหมียนลูบคางเบา ๆ คิดว่าควรจะจัดหาตำแหน่งงานอะไรดีนะ ตอนนี้ทุกอย่างในลวี่อิน เธอเป็คนดูแลและลงมือทำเองทั้งหมด หลังจากมีผู้เช่ามากขึ้น เธอก็เริ่มยุ่งมากขึ้นจริง ๆ
ดังนั้นจิ่งเหมียนจึงซื้อป้ายประกาศขนาดใหญ่จากร้านค้าระบบมาตั้งไว้ที่ข้างประตูทางเข้า
รับสมัครงาน :
พนักงานต้อนรับ เงินเดือน 10,000 เครดิต
พนักงานทำความสะอาด เงินเดือน 10,000 เครดิต
พนักงานรักษาความปลอดภัย เงินเดือน 40,000 เครดิต
งานทั้งหมดข้างต้นรวมอาหารสามมื้อต่อวัน มีของว่างยามบ่าย มีชุดยูนิฟอร์ม โบนัส 1,000 เครดิต เบี้ยขยัน 1,000 เครดิต ผู้ที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเงินเดือนสามารถเจรจาต่อรองได้ หวังว่าทุกคนจะสมัครอย่างแข็งขัน ร่วมกันสร้างลวี่อินที่สวยงาม
ตอนนี้จิ่งเหมียนคิดได้แค่นี้ ไม่รู้ว่าทุกคนจะยอมละทิ้งงานที่ฐานอู่อันแล้วมาลงหลักปักฐานที่ลวี่อินหรือไหม เธอเองก็ไม่มั่นใจเช่นกัน
ฮวาเล่อเหยาเป็คนว่างงานคนแรกของลวี่อินที่เห็นใบประกาศรับสมัครงาน
ฮวาเล่อเหยาถือเค้กชิ้นเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาจิ่งเหมียน แล้วถามว่า "พี่เหมียน พี่ว่าฉันเหมาะกับตำแหน่งต้อนรับแขกไหม"
จิ่งเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ แล้วตอบว่า "เหมาะสิ"
"จริงเหรอ เยี่ยมไปเลย! ในที่สุดฉันก็ได้งานทำแล้ว เย่!"
ฮวาเล่อเหยาดีใจจนะโโลดเต้น ทำเอาเค้กเกือบหลุดมือ
"แม่ฉันยังบอกเลยว่า ให้ฉันออกมาััความยากลำบากของสังคมภายนอกดู จะได้รู้ว่าการหาเงินมันยากแค่ไหน บอกว่าต่อให้ฉันยอมลดตัว ก็คงได้เงินเดือนแค่ 6,000 เครดิต"
จิ่งเหมียนคิดในใจ 'ก็แค่ทำงานหนักเหมือนกรรมกรก่อสร้างนั่นแหละ'
"พี่เหมียน ฉันเริ่มงานได้เลยนะ!"
ฮวาเล่อเหยาดูมีความกระตือรือร้นในการทำงานมาก ทำให้จิ่งเหมียนรู้สึกดีใจ
"ตอนนี้ก็บ่ายแล้ว ฉันไปรับของว่างกับน้ำชายามบ่ายได้หรือยัง"