บทที่ 21 ร่างกำเนิดเต๋า
ข้างลำธารลึกเข้าไปในป่าโบราณ สุนัขสีดำทมิฬที่ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ กำลังแบกคนผู้หนึ่งไว้บนหลัง
ตุบ!! “เ้าคนเลี้ยงข้าพาเ้ามาในที่ที่สามารถดูดซับพลังปราณได้ดีที่สุดในระแวกนี้แล้ว รีบๆฟื้นฟูาแเ้าซะ โฮ่ง!”
หนึ่งคนหนึ่งสุนัขที่พึ่งจบศึกมา บัดนี้ทั้งสองได้พากันออกมาหาสถานที่ฝึกฝนแห่งใหม่แล้ว จากการต่อสู้กับัทมิฬทำให้สถานที่นั้นใช้การไม่ได้อีก
ในด้านของชายหนุ่มเองก็ยังต้องดูดซับพลังปราณเพื่อฟื้นฟูาแอีกสักระยะ บัดนี้ชายหนุ่มทำได้เพียงนั่งฝึกฝนพลังปราณเท่านั้น นั่นจึงทำให้เกิดภาพสุนัขแบกมนุษย์อยู่บนหลังนั่นเอง
โชคยังดีที่เผ่าสุนัขกลืน์นั้นมีความสามารถหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการปรับขนาดของร่างกายได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับการฝึกฝนของสุนัขกลืน์ตัวนั้นด้วย หากมีระดับการฝึกฝนที่สูงขึ้น ขนาดตัวที่จะขยายได้ก็จะมากตามไปด้วย
หลังจากทิ้งชายหนุ่มลงพื้นเสร็จ สุนัขสีดำตัวนี้ก็กลับคืนสู่ร่างเดิม รวมถึงหน้าตาที่ซื่อบื้อของมันด้วย
ชายหนุ่มที่เห็นเ้าสุนัขกลับมาทำหน้าบื้อเหมือนเดิมนั้นกำลังจะเอ่ยปาก ทว่าเ้าสุนัขกลับขัดขึ้นเสียก่อน
“โฮ่ง! ข้ารู้นะเ้าคนเลี้ยงว่าเ้าจะพูดอันใด” สิ้นเสียงเ้าสุนัขได้ใช้อุ้งเท้าของมันโยนของสิ่งหนึ่งใส่หน้าผากของชายหนุ่ม
แต่ก่อนที่ของสิ่งนั้นจะถึงหน้าผากของชายหนุ่มมันก็ถูกหยุดไว้ด้วยฝ่ามือที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงของชายหนุ่ม “ไอเ้าสุนัขหน้าบื้อ รอให้ข้าหายดีเสียก่อนเถิด”
“เ้าอย่าพึ่งพูดอันใดเลย โฮ่ง เ้าจงดูดซับของที่อยู่ในมือของเ้าไปด้วย สิ่งนี้คือแกนพลังอสูรของเ้าัพันธุ์ทางตัวนั้น ถึงพลังมันจะเหลือไม่มากแต่มันอาจช่วยเ้าเลื่อนระดับพลังได้”
“ยังมีสิ่งที่สำคัญรอเ้าอยู่นะ โฮ่ง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มจึงได้มองสิ่งที่อยู่ในมือของตน ลักษณะของมันเป็เพียงลูกแก้วลูกใหญ่สีฟ้าที่ไม่ส่งกลิ่นอายอันใดออกมา ทว่าเมื่อลองใช้พลังปราณตรวจสอบดูกลับพบว่าในลูกแก้วนี้ บรรจุพลังปราณไว้อย่างมหาศาล
สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เมื่อเ้าสุนัขสีดำเห็นสีหน้าของชายหนุ่มที่ตกตะลึง มันจึงเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงราวกับอาจารย์สั่งสอนศิษย์ ซึ่งสิ่งนี้ไม่เข้ากับหน้าตากวนบาทาของมันเลยแม้แต่น้อย
“ฮึฮึ เ้าคนเลี้ยงเ้าคงจะสงสัยใช่หรือไม่ เดี๋ยวท่านสุนัขผู้นี้จะอธิบายให้เ้าเอง ในสัตว์อสูรทุกตัวนั้นจะมีแกนอสูรอยู่ และธาตุของพวกมันก็จะแตกต่างกันไปยิ่งธาตุของผู้ที่ดูดซับเป็ธาตุเดียวกันหรือเข้ากันได้มาก ผู้ที่ดูดซับก็จะได้พลังปราณที่อยู่ในแกนอสูรมากขึ้นไปด้วย”
“แต่ในกรณีที่ผู้ดูดซับมีพลังธาตุที่ตรงข้ามกันผลของการดูดซับแกนอสูรก็จะน้อยลงไปด้วย แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ว่าธาตุของเ้าจะเข้ากันได้หรือไม่มันก็ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือเ้าต้องฟื้นตัวให้เร็วที่สุด โฮ่ง!”
เมื่อฟังที่เ้าสุนัขพูดจบชายหนุ่มก็เกิดคำถามขึ้นทันที “เหตุใดข้าต้องรีบฟื้นตัวให้เร็วที่สุดด้วยล่ะเ้าสุนัข อีกอย่างเ้าไม่มีชื่ออย่างนั้นรึแล้วเลิกเรียกข้าว่าเ้าคนเลี้ยงได้แล้ว ข้ามีนามว่าหลินตง”
“เหตุผลนะหรอโฮ่ง ก็เพราะว่าดินแดนถงเทียนแห่งนี้ถูกศัตรูที่หน้ากลัวบุกเข้ามาแล้วนะสิส่วนศัตรูเป็ใครนั้นเอาไว้เ้าฟื้นตัวแล้วข้าถึงจะบอกเ้า และนามของข้านะคือ คงิ”
เมื่อสิ้นเสียงของ คงิ หลินตงก็มิอาจกลั้นหัวเราะไว้ได้ “คงิฮาๆ คงิ ข้าเข้าใจแล้วๆ ที่เ้าชื่อนี้คงเป็เพราะหน้าซื่อบื้อของเ้าเป็แน่แท้”
(คงิความหมายคือฉลาดนะครับ)
“โอ้ย! เ้าคงิเ้ากัดขาข้า”
“ข้ายอมแล้วๆ ข้าผิดเองที่ล้อเลียนเ้า”
สิ้นเสียงขาที่เต็มไปด้วยน้ำลายสุนัขก็ถูกปล่อยออกมาจากปากของ คงิ
เป็ไงละเ้าคนเลี้ยงโฮ่ง ล้อเลียนท่านสุนัขผู้นี้ดีนัก เ้ารีบฟื้นฟูร่างกายเสียเถิดข้าจะไปหาอะไรกินเสียหน่อย สิ้นเสียงสุนัขสีดำทมิฬก็ได้สบัดหางของมันใส่ชายหนุ่มแล้วเดินจากไป
ชายหนุ่มที่กำลังล้างน้ำลายที่เต็มขาอยู่นั้นก็ได้แต่คิดอยู่ภายในใจ เหตุใดเ้านั่นต้องกัดแรงขนาดนี้ด้วยนะ คงิสุนัขบ้านี่มาช่วยข้าจริงๆแน่รึ
ผ่านไปสองชั่วยามเวลานี้ชายหนุ่มฟื้นฟูร่างกายได้ส่วนหนึ่งแล้ว “คงต้องลองใช้เ้าแกนอสูรนี่ดูแล้ว”
สิ้นสุดความคิด ชายหนุ่มได้ส่งพลังปราณของตนเข้าไปในแก่นอสูรและเริ่มนำพลังปราณในแกนอสูรมาพัฒนาพลังปราณของตน รัศมีพลังปราณของระดับราชันย์ยุทธ์ได้กระจายออกไปเป็วงกว้าง
สิ่งนี้ทำให้สัตว์อสูรในบริเวณนั้นต่างพากันหนีออกไปจนหมดสิ้น แม้แต่ หม่าฉือและเจียงเป่าที่อยู่หากไกลจากชายหนุ่มยังััได้
“เ้าหลินตงเ้านั่นมันได้โชคอันใดกันเหตุใดกลิ่นอายพลังปราณของเ้านั่นถึงได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยไม่มีท่าทีที่จะหยุดเลย” ทั้งสองได้แต่ตกตลึงกับระดับพลังของหลินตงที่กำลังเพิ่มขึ้น พร้อมพูดพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ได้การข้าจะต้องเร่งการฝึกฝนของตนเองเสียแล้ว”
ในด้านของ คงิ เมื่อััถึงพลังที่กำลังเพิ่มขึ้นของชายหนุ่ม หูทั้งสองของมันพลันชี้ขึ้นทันที “เหตุใดเ้าหลินตงถึงได้ปล่อยพลังระดับนี้ออกมาได้ละเพียงแกนอสูร ราชันย์ยุทธ์ระดับกลางกลับจะทำให้เ้านั่นบรรลุเลยรึ”
“จะเป็ไปได้เช่นไร นอกเสียจากเ้าหลินตงจะสามารถดูดซับพลังจากแกนอสูรได้ทั้งหมด”
เมื่อคิดได้เช่นนั้นสุนัขร่างใหญ่ที่กำลังเคี้ยวบางสิ่งอยู่ในปากจึงรีบมุ่งตรงไปยังจุดที่ชายหนุ่มกำลังดูดซับพลังอยู่
ณ ต้นตอของพลังที่ถูกปล่อยออกมา ชายหนุ่มที่บัดนี้กำลังนั่งปรับสมดุลพลังปราณในตัวให้ทันกับพลังปราณที่แกนอสูรส่งมา ใบหน้าของชายหนุ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด
“ตอนนี้ร่างกายของข้าเสมือนกำลังจะถูกพลังปราณมากมายนี้ฉีกออกเป็ชิ้นๆ การที่ข้าได้รับพลังปราณจากแกนอสูรได้มากขนาดนี้คงเป็เพราะร่างกายที่พิเศษของข้าสินะชายหนุ่มได้แต่พึมพัมกับตนเอง”
ระหว่างที่ความเ็ปกำลังถาโถมเข้าใส่ชายหนุ่ม ความทรงจำหนึ่งก็ได้ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ในตอนที่ตนยังฝึกฝนอยู่กับซินแสเฒ่านั้น ครั้งหนึ่ง ซินแสเฒ่าเคยบอกเื่ร่างกายที่พิเศษของชายหนุ่มไว้
โดยปกติผู้ฝึกยุทธ์และสัตว์อสูรนั้นจะมีธาตุประจำตัวคนละอย่าง แต่ในบางกรณีก็จะมีธาตุพิเศษขึ้นมาหรืออาจจะมีมากกว่าหนึ่งธาตุ แต่ในกรณีร่างกายของชายหนุ่มนั้น ไม่มีธาตุใดเลยเป็เหมือนกับความว่างเปล่าที่จะรอบางสิ่งมาเติมเต็ม
ซินแสเฒ่าเรียกร่างกายนี้ว่า “ร่างกำเนิดเต๋า” ถึงแม้จะรู้ถึงการมีอยู่ของกายนี้ แต่ในตำราที่ซินแสเฒ่าเคยร่ำเรียนมากลับมิได้มีข้อมูลอันใดมากนัก รู้แค่เพียง ร่างกำเนิดเต๋านั้น เป็หนึ่งใน 9 ร่างกายเซียนา
หลังจากที่รู้ว่าตนมีร่างกายที่พิเศษชายหนุ่มจึงพยายามหาความสามารถของกายนี้เรื่อยมา จนได้ค้นพบความสามารถอย่างหนึ่งของร่างนี้ คือการที่สามารถรองรับธาตุได้มากกว่าหนึ่งธาตุ
ทว่า สถานการณ์ปัจจุบันชายหนุ่มไม่คิดไม่ฝันว่ามันจะรองรับธาตุน้ำของแกนอสูรชิ้นนี้ได้ด้วย และด้วยพลังปราณอันมหาศาลของสัตว์อสูร ราชันย์ยุทธ์ระดับกลางที่กำลำหลั่งไหลเข้ามาในตัวของชายหนุ่ม ทำให้จากเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่มในตอนแรกนั้นเริ่มจะเปลี่ยนเป็เม็ดเืสีแดงทีละน้อย
ในเวลานี้คงิที่รีบวิ่งมาพร้อมกับเคี้ยวอาหารในปากได้มาอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มแล้ว เมื่อเห็นการดูดซับพลังของชายหนุ่ม คงิก็อดรู้สึกตกตลึงไม่ได้ เหตุใดเ้านี่ถึงได้ดูดซับพลังจากแกนอสูรได้มากขนาดนี้กันนะ
แม้แต่พลังปราณโดยรอบสถานที่นี้ที่มีความหนาแน่นกว่าจุดอื่นยังลดลงไปอย่างมาก ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปเ้าหลินตงจะไม่ขึ้นไปถึงราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงเลยรึ คิดได้เช่นนั้นเ้าคงิก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ฮาๆ ไอเ้าพวกยุงดูดเืรอให้คนเลี้ยงข้าดูดซับพลังปราณเสร็จเสียก่อนเถอะ ข้าจะไปเอาคืนพวกเ้าแน่
ใช่แล้วตอนที่คงิออกมาจากทะเลเพลิงที่มันอาศัยอยู่และเดินทางมาดินแดนถงเทียนนั้น ตัวมันและเผ่ามารโลหิตได้เจอกันท่ามกลางท้องทะเล และด้วยนิสัยป่าเถื่อนของเผ่ามารโลหิตและนิสัยของคงิ การปะทะกันจึงเกิดขึ้น
ทว่ากลับเป็คงิที่จัดการหนึ่งในราชันย์ยุทธ์ของเผ่ามารโลหิตและมารโลหิตระดับขุลพลไปได้หลายตน
แต่เมื่อราชันย์ยุทธ์อีกสามตนลงมือ ตัวมันจึงได้ฉีกมิติหนีออกมา การหนีศัตรูในครั้งนั้นทำให้เ้าสุนัขดำตัวนี้ผูกใจเจ็บกับเผ่ามารโลหิตไว้ั้แ่นั้นมา
และวิชาฉีกมิติก็เป็อีกความสามารถหนึ่งของเผ่าพันธุ์สุนัขกลืน์ แม้ว่ามันจะเหลือตัวสุดท้ายแต่ความทรงจำและวิชาต่างๆของเผ่าพันธุ์มันนั้นก็ถูกถ่ายทอดมาถึงมันทั้งหมด ตัวมันในตอนนี้ถึงได้มีความรอบรู้และระดับพลังที่สูงถึงเพียงนี้
“ดูจากระดับการเพิ่มพลังของเ้าหลินตงในตอนนี้คงไม่มีผลอัตรายอันใด แค่อาจจะเจ็บตัวนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“โฮ่ง ไปหาสัตว์อสูรกินต่อดีกว่า” สิ้นเสียงสุนัขสีดำก็เดินจากไปพร้อมกับหางที่ส่ายไปมา
จากผู้เขียน: ตอนนี้ขอวางบทไปบทปิดแดนถงเทียนก่อนนะขอรับ ใ
กล้จะได้ไปหาสมบัติาาโจรสลัดกันแล้ว ฮาๆ ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio