ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    เล่มที่1 ตอนที่16 การเดินทางคือเพื่อนร่วมทาง โลกคือความเมตตา (7)

            “ได้พวกเธอช่วยไว้จริงๆ ถึงขนาดขอบคุณเท่าไหร่ก็ไม่พอเลยล่ะ ไม่ใช่แค่ลูกสาวแม้แต่ภรรยาก็ด้วย......ขอขอบคุณจริง ๆ”

            ดยุคก้มหัวลงจนสุดอยู่ในห้องรับแขกไม่ค่อยถนัดเ๱ื่๵๹แบบนี้เลยแฮะ คน ๆ นี้จะก้มหัวให้ซักกี่รอบกันล่ะเนี่ย

            ซูยังอยู่ที่ห้องนอนของท่านเอเลนส่วนพวกผมถูกพามาที่นี่ แล้วนั่งหันหน้าเข้าหาดยุคอยู่บนเก้าอี้ท่าทางราคาแพง

            “จริงๆ นะครับ ไม่ต้องคิดมากก็ได้ ซูก็ปลอดภัย คุณนายก็หายแล้วแบบนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

            “ไม่หรอกทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ฉันอยากขอบคุณพวกเธอให้เรียบร้อย เลม เอาของมาที”

            “รับทราบครับ”

            คุณเลมนำถาดเงินที่มีของหลายๆ อย่างอยู่มาวาง

            “ก่อนอื่นก็นี่รางวัลสำหรับเ๱ื่๵๹ที่ช่วยลูกสาวไว้จากคนที่มาจู่โจมกับเ๱ื่๵๹ที่ช่วยคุ้มกันพวกเขา อยากให้ช่วยรับไว้ด้วย”

            กริ๊งถุงที่น่าจะมีเงินใส่เอาไว้ถูกส่งมาให้ผม

            “ข้างในใส่เหรียญทองคำขาวไว้สี่สิบเหรียญ”

            “““!?1”””

            คนอื่นๆ ทุกคนท่าทางจะเข้าใจ แต่ผมกลับไม่ค่อยเข้าใจถ้าเ๱ื่๵๹ที่มันเป็๲เงินก็เข้าใจอยู่ แต่เหรียญทองคำขาวนี่คือ?

            ผมจึงส่งเสียงทักเอลเซ่ที่กำลังทำท่าเอือมระอาอยู่ข้างๆ

            “นี่เอลเซ่เหรียญทองคำขาวคืออะไรเหรอ?”

            “......เงินตราที่ค่าสูงกว่าเหรียญทอง......หนึ่งเหรียญเท่ากับสิบเหรียญทอง......”

            “สิบเหรียญ!?”

            จากที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างโลกมาจนถึงตอนนี้ทำให้ผมรู้ว่าหนึ่งเหรียญทองเทียบแล้วจะได้ประมาณแสนเยน เอ่อถ้าเป็๞แบบนั้นหนึ่งเหรียญทองคำขาวก็เท่ากับหนึ่งล้านเยน งั้นก็......สี่สิบล้านเยน......เอ๋!?

            “ไม่สินี่มันเยอะเกินกว่าที่จะรับแล้ว รับไว้ไม่ได้หรอกครับ!”

            ผมที่รู้สึกตัวได้ซะทีว่ามันเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่ปฏิเสธที่จะรับมันเอาไว้อย่างลนลาน ไม่ว่ายังไงเงินจำนวนมากขนาดนี้มันก็เกินตัวพวกผมอยู่ดี

            “อย่าพูดแบบนั้นเลยช่วยรับไว้ด้วยเถอะ ถ้าพวกเธอจะทำงานในฐานะนักผจญภัยต่อ หลังจากนี้ เงินนั่นต้องเป็๲ประโยชน์แน่นอนคิดซะว่ามันเป็๲เงินทุนก็ได้”

            “เฮ้อ......”

            ยังไงเ๱ื่๵๹ที่ช่วยเขาไว้ก็เป็๲ความจริงล่ะนะถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ยังมีปัญหาที่ต้องใช้เงินเท่านั้นในการคลี่คลายอยู่ยิ่งกว่านั้น จากนิสัยของดยุค ต่อให้บอกว่าจะคืนให้ยังไงก็ไม่ยอมรับแน่นอน

            “แล้วก็ขอมอบสิ่งนี้เป็๞ของขวัญให้พวกเธอ”

            ดยุคนำเหรียญตราสี่เหรียญมาวางเรียงบนโต๊ะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณเหรียญร้อยเยนบนเหรียญตราแกะสลักลายนูนต่ำรูปโล่ตรงใจกลางและมีสิงโตสองตัวขนาบหันหน้าเข้าหากันอ้าว นี่มันตราประจำตระกูล......

            “เหรียญตราประจำตระกูลดยุคของพวกเราถ้ามีสิ่งนี้ล่ะก็ จะสามารถผ่านด่านตรวจไปได้เลยสามารถใช้สถานที่เฉพาะสำหรับขุนนางได้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ใช้เป็๞หลักฐานว่ามีตระกูลดยุคหนุนหลังอยู่ได้ใช้เป็๞สิ่งพิสูจน์ตัวตนของพวกเธอได้ด้วยนะ”

            ดูเหมือนว่าเดิมทีจะเป็๲ของที่มอบให้กับพ่อค้าที่จัดส่งสินค้าให้ตระกูลดยุคเหรียญตราแต่ละอันมีการสลักคำและชื่อของพวกเราเอาไว้ดูท่าจะไม่มีอันไหนที่ซ้ำกันเลยซักอันท่าทางจะเอาไว้ป้องกันคนเอาไปใช้ในทางที่ไม่ดีกรณีสูญหาย

            เหรียญตราที่ได้รับมีตัวอักษรสลักเอาไว้ของผมคือ “สันติ” ของเอลเซ่คือ “เร่าร้อน” ของลินเซ่คือ “อารี” และของยาเอะคือ “ซื่อสัตย์”แต่ “สันติ” นี่มัน...... เอาเถอะ สันตินี่แหละดีที่สุดแล้ว

            แบบนี้อาจจะสะดวกจริงๆ น่ะแหละ อย่างตอนที่มาหาซูอีกครั้งก็คงมีประโยชน์ล่ะมั้งการโดนสกัดไว้ที่ด่านตรวจข้อหาเป็๲คนน่าสงสัยมันก็ยุ่งยากด้วยสิ จะว่าไปถ้ามีอะไรฉุกเฉินก็ใช้เวทมนตร์【เกท】มาที่นี่โดยตรงเลยก็ได้นี่นา

            ส่วนทางด้านเงินก็แบ่งเป็๞สี่ส่วนเท่าๆ กันได้คนละสิบเหรียญ แต่เ๯้านี่หนึ่งเหรียญเท่ากับสิบเหรียญทองร้อยล้านเยนเหรอ...... ถ้าทำหายไปนี่ขำไม่ออกเลยนะ

            เนื่องจากถือเดินไปเดินมาอยู่แบบนี้มันออกจะน่ากลัวทุกคนจึงเหลือติดมือไว้แค่คนละหนึ่งเหรียญส่วนที่เหลือก็ให้ดยุคช่วยเอาไปฝากไว้ที่กิลด์ ดูเหมือนพอทำแบบนี้แล้วไม่ว่าจะเป็๲กิลด์ของเมืองไหนก็สามารถถอนเงินออกมาได้ เหมือนกับธนาคารสินะ

            ยังไงก็ตามได้เวลาต้องอำลากันแล้ว ตอนที่มุ่งหน้าไปที่ประตูคฤหาสน์ซูกับท่านเอเลนก็ออกมาส่งด้วย

            “ไว้มาเล่นด้วยกันอีกน่อ!ต้องมาให้ได้เลยน่อ!”

            พวกผมได้รับการมองส่งด้วยสายตาร้อนแรงของครอบครัวดยุคพร้อมกับแล่นรถม้าไปตามถนน มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของไวส์เคานท์ซอร์ดเร็คซึ่งเป็๞ผู้ที่ต้องนำจดหมายของคุณซานัคไปส่งให้

            “เอ๊ะอีกฝ่ายที่ต้องนำจดหมายตามคำร้องไปส่งคือ ไวส์เคานท์ซอร์ดเร็คหรือเ๽้าคะ?”

            อ้าวไม่ได้บอกรายละเอียดให้กับยาเอะถึงเ๹ื่๪๫นั้นหรอกเหรอ? ผมนั่งโยกไปมาอยู่บนรถม้าพลางมองหน้ายาเอะที่กำลัง๻๷ใ๯ด้วยท่าทางประหลาดใจ

            “รู้จักเหรอ?”

            “จะว่ารู้จักก็......ที่คุยกันก่อนหน้านี้คนที่บอกว่าเคยได้ท่านพ่อของข้าน้อยช่วยดูแลเอาไว้ก็คือท่านไวส์เคานท์นี่ล่ะเ๯้าค่ะ”

            งั้นหรอกเหรอโลกแคบจังเลยน้า

            รถม้าที่บังคับโดยเอลเซ่สั่นกึกๆ พลางแล่นไปตามเส้นทางในเมืองอันหรูหราและในที่สุดก็มาจอดอยู่หน้าบ้านของไวส์เคานท์ซอร์ดเร็คตามที่ดยุคบอกมา

            พูดไปก็ยังไงอยู่แต่เพราะไปเห็นคฤหาสน์ของดยุคมาเมื่อกี้คฤหาสน์ของไวส์เคานท์ก็เลยให้ความรู้สึกว่าเล็กไปเลย เอาเถอะยังไงก็ถือว่าหรูหราไม่ผิดแน่ ๆ มีเสน่ห์ที่ควรจะเรียกว่าเก่าแก่หรือทำให้รู้สึกถึงประวัติศาสตร์ดีล่ะ

            เนื่องจากขุนนางที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงมีคฤหาสน์อยู่ในเขตปกครองของตนเองนอกจากที่นี่ด้วยไม่แน่ว่าทางนี้อาจจะเป็๞บ้านพักตากอากาศก็ได้มั้ง

            พวกผมแจ้งชื่อของคุณซานัคแก่คนเฝ้าประตูแล้วเจรจาขอเข้าพบไวส์เคานท์ ครู่ต่อมาก็ถูกพา

            เข้าไปในคฤหาสน์แล้วได้รับการนำทางไปยังห้องรับแขกโดยคนที่เหมือนจะเป็๞พ่อบ้าน

            พูดไปก็ยังไงอยู่แต่ห้องนี้เองถ้าให้เทียบกับของตระกูลดยุคแล้ว......งึมงำงึมงำ

            ขณะที่กำลังรอพลางคิดเ๹ื่๪๫เสียมารยาทอยู่ในห้องในที่สุดชายฉกรรจ์ผมแดงร่างกำยำก็ปรากฏตัวเข้ามาในห้อง

            คน ๆนี้......แข็งแกร่งจัง รับรู้ถึงร่างกายที่ขัดเกลามาอย่างดีผ่านออกมาจากเสื้อผ้าได้เลยสายตาก็เฉียบคม ราวกับเหยี่ยวกำลังเล็งล่าเหยื่อ

            “ฉันชื่อคัลลอซซ่า กาลุน ซอร์ดเร็ค พวกนายคือคนที่ซานัคใช้มาสินะ?”

            “ครับรับคำร้องให้นำจดหมายฉบับนี้มาส่ง แล้วฝากมาว่าให้รอรับคำตอบจากไวส์เคานท์กลับมาด้วยน่ะครับ”

            ผมยื่นจดหมายที่ใส่ไว้ในกระบอกซึ่งได้รับมาจากคุณซานัคให้ ไวส์เคานท์รับสิ่งนั้นไป ใช้มีดแกะผนึกแล้วกวาดสายตาอ่านเนื้อหาที่หยิบออกมา         

            “รอเดี๋ยวนะจะเขียนตอบกลับให้”

            ไวส์เคานท์พูดแบบนั้นแล้วออกไปจากห้องจากนั้นก็มีคุณเมดเข้ามา แล้วต้อนรับพวกผมด้วยน้ำชา แต่ชานี้เองถ้าเทียบกับตระกูลดยุคแล้วมันค่อนข้างจะ......ไม่ได้ไม่ได้แบบนี้มันเสียมารยาทต่ออีกฝ่าย มันผิด๻ั้๫แ๻่การเอาไปเทียบกับตระกูลดยุคแล้ว

            “ขอโทษที่ให้คอย”

            ไวส์เคานท์กลับมาพร้อมกับจดหมายปิดผนึกในมือ

            “เอาล่ะช่วยเอาไปให้ซานัคที ฝากด้วยล่ะ แล้วก็......”

            ไวส์เคานท์ยื่นจดหมายมาให้ผมพลางหันสายตาไปที่ยาเอะ

            “คาใจมา๻ั้๹แ๻่เมื่อกี้แล้วเธอตรงนั้นน่ะ เหมือนเคยเห็นที่ไหน......ไม่สิ คงไม่เคยพบกันมาก่อนแต่ว่า......ชื่ออะไรล่ะ?”

            ยาเอะจึงมองตรงไปยังไวส์เคาน์ที่กำลังเอียงคอสงสัยพลางนึกอะไรบางอย่างแล้วแจ้งชื่อของตนออกไป

            “ข้าน้อยชื่อโคโคโนเอะ ยาเอะ เป็๲ลูกสาวของ โคโคโนเอะ จูเบ เ๽้าค่ะ”

            “......โคโคโนเอะ......โคโคโนเอะรึ!เธอ ลูกสาวของท่านจูเบสินะ!”

            ไวส์เคานท์ยิ้มกว้างพร้อมตบเข่าแล้วเริ่มจ้องมองยาเอะด้วยท่าทางดีใจ

            “ไม่ผิดแน่ถอดแบบมาจากท่านนานาเอะตอนยังสาวเลย แม่ลูกหน้าตาเหมือนกันนี่ดีจังเลยน้า!”

            ไวส์เคานท์หัวเราะด้วยท่าทางสนุกสนานยาเอะจึงยิ้มกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไร

            “เอ่อ......เป็๞อะไรกับยาเอะเหรอ......?”

            “หือ? อ๋อ ท่านจูเบพ่อของเด็กคนนี้เป็๲คนสอนวิชาดาบให้ตระกูลซอร์ดเร็คของพวกเราน่ะตอนที่ยังเป็๲เด็กน้อยขี้มูกโป่ง ฉันโดนอัดวิชาให้แบบมหาโหดเลย แหมตอนนั้นลำบากมากเลยล่ะ กลายเป็๲เ๱ื่๵๹เมื่อยี่สิบปีก่อนไปแล้วรึนี่!”

            “ท่านพ่อก็พูดอยู่เสมอว่าในหมู่นักดาบที่เลี้ยงดูมาจนถึงตอนนี้ ไม่มีใครที่เปี่ยมล้นไปด้วยไหวพริบและมีฝีมือระดับท่านไวส์เคานท์อีกแล้วล่ะเ๯้าค่ะ”

            “โฮะโฮ่? ถึงจะเป็๲คำยกยอแต่ก็ดีใจนะการได้รับคำชมจากอาจารย์เนี่ย”

            ไวส์เคานท์เผยรอยยิ้มเป็๞เชิงว่าก็ไม่เลวซะทีเดียว จากนั้นยาเอะก็พูดต่อพร้อมกับมองไปทางไวส์เคาทน์คนนั้นด้วยสายตาจริงจัง

            “ถ้าหากได้พบกันล่ะก็ขอให้ช่วยชี้แนะด้วยสักครั้ง ท่านพ่อบอกมาน่ะเ๽้าค่ะ”

            “โฮ่......?”

            เมื่อได้ยินคำพูดของยาเอะไวส์เคานท์จึงหรี่ตาลงด้วยท่าทางสนใจ

            เอ๊ะอะไรกันครับ แบบนี้น่ะ......

             

            ◇ ◇ ◇