ครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 103 มาโดยไม่ได้รับเชิญ

            แม่นมลู่พาเด็กทั้งสองคน รวมทั้งคนใช้หลายคนโดยมีองครักษ์คอยคุ้มครองกลับมาถึงเมืองหลวงโดยสวัสดิภาพ ไม่กี่วันต่อมา โต่วกงกงซึ่งลูกศิษย์อีกคนหนึ่งของเฉินกงกง พาคนหลายคนมาเยือนที่จวนสกุลสวี่ที่อยู่ก่านโจว

            โต่วกงกงพาองครักษ์หลายคนและเด็กอายุหกเจ็ดปีคนหนึ่งมาด้วย ก่อนทั้งหมดจะถูกสวี่เหรานำตรงไปยังเรือนหลังของจางจ้าวฉือ

            ตามเนื้อตัวขององครักษ์หลายคนล้วนมีแต่บาดแผล เด็กก็ยังตัวร้อน จางจ้างฉือเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความแล้วเริ่มลงมือรักษาในทันที

            ไป๋ทั้งสิบคน สี่คนมอบให้สวี่จือ สองคนมอบให้สวี่ตี้ คนหนึ่งมอบให้แม่นมลู่ไป จึงยังเหลืออีกสามคน ไป๋เวย ไป๋มี่ และไป๋จื่อต่างถูกจางจ้าวฉือเก็บเอาไว้ข้างกาย หลังจากจางจ้าวฉือตรวจอย่างละเอียด นางอยากจะฝึกฝนให้เด็กหญิงทั้งสามคนเรียนรู้การพยาบาล ตนเป็นหมอ หลังจากรักษาคนไข้เสร็จแล้วก็ต้องมีคนคอยการพยาบาลดูแลคนไข้หลังรักษาอย่างถูกวิธี คนไข้ถึงจะสามารถฟื้นฟูกลับมาได้เร็วไว การพยาบาลหลังจากรักษาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

            องครักษ์หลายคนยังง่ายหน่อย บาดแผลที่ผิวหนังด้านนอกล้วนไม่ต้องให้จางจ้าวฉือสั่งการอะไร เด็กหญิงทั้งสามคนที่ได้เรียนมาช่วงหนึ่งแล้ว จึงทำการใช้ผ้าพันแผลให้ ที่จัดการยากคือเด็กผู้นั้น ที่ตอนนี้ไข้ขึ้นสูงจัดจนพูดจาเลอะเลือนไปแล้ว เด็กเล็กตัวร้อนจัดจะทำให้เกิดอาการป่วยอื่นๆ ตามมาได้ง่าย

            จางจ้าวฉือดูแลด้วยตนเอง หลังจากป้อนยาลดไข้ไปแล้ว พร้อมกับใช้สุราที่มีฤทธิ์แรงมาเช็ดตามเนื้อตามตัวไม่หยุด จนกระทั่งถึงเวลาอาหารเช้า ไข้ของเด็กถึงได้ลดลง

            จางจ้าวฉือเหนื่อยจนทั่งตัวล้าไปหมด นางเอนตัวพิงริมเตียงนอนหลับไป จนกระทั่งสวี่ตี้เข้ามาหา จางจ้าวฉือถึงได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

            โต่วกงกงมิได้หลับตานอนเลย เขาติดตามเป็นลูกมือให้กับจางจ้าวฉือ เห็นเด็กไข้ลดลงแล้ว ตอนนั้นก็ถึงกับร้องไห้ออกมา

            สวี่ตี้จำโต่งกงกงได้ก็รีบส่งผ้าเช็ดหน้าให้กับเขา “กงกง เด็กไข้ลดลงแล้วมิใช่หรือ เหตุใดท่านยังร้องไห้อยู่อีก รีบเช็ดน้ำตาเถิดขอรับ”

            โต่วกงกงอายุไม่มาก ได้ยินคำพูดของสวี่ตี้ก็รับผ้าเช็ดหน้าไปเช็ดหน้าเช็ดตาของตนพลางตอบ “เจ้าจะไปรู้อันใด เจ้ารู้หรือไม่ว่าเด็กผู้นี้คือใคร? ชีวิตของพวกเราต่างขึ้นอยู่กับชีวิตของเด็กคนนี้นะ”

            สวี่ตี้ฟังแล้วก็พูดด้วยความประหลาดใจ “ข้ารู้สึกประหลาดใจจริงๆ นะขอรับ โต่วกงกง ท่านพูดมาเถิดว่าที่ท่านไม่อยู่ดูแลข้างกายฮ่องเต้ แต่พาคนมาหาครอบครัวพวกเราที่อยู่ตั้งไกลขนาดนี้เพื่ออันใดหรือขอรับ?”

            สวี่เหราเข้ามาพอดีจึงเอ่ยปากขึ้น “สวี่ตี้ พูดจาอันใดของเจ้า”

            สวี่ตี้เห็นสวี่เหราเข้ามาก็โค้งตัวคำนับสวี่เหรา เอ่ยเรียกท่านพ่อ ต่อหน้าคนนอก เรื่องมารยาทสวี่เหรามักจะจู้จี้จุกจิกมาโดยตลอด

            โต่วกงกงรีบคำนับสวี่เหรา “ใต้เท้าสวี่ ขอบคุณพวกท่านจริงๆ ไม่เช่นนั้นองค์ชายยี่สิบก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร”

            สวี่ตี้ได้ยินคำพูดของโต่วกงกง ก็เกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง มองไปที่เด็กน้อยที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงอุ่น จางจ้าวฉือหาว “ไข้ลดลงแล้ว พักฟื้นดีๆ ก็ไม่เป็นอันใดแล้วล่ะ โต่วกงกงเจ้าคะ หากพวกท่านไม่มีเรื่องอันใดเร่งด่วนให้รีบไปทำก็พักอยู่ที่เรือนของข้าสักหลายวัน เผื่อไข้ของเด็กจะขึ้นมาอีกรอบนะเจ้าคะ”

            โต่วกงกงตอบ “ฮูหยินสวี่ ต่อไปองค์ชายยี่สิบจะใช้ชีวิตอยู่กับท่านและใต้เท้าสวี่ รอไข้ขององค์ชายยี่สิบหายแล้ว ข้าก็จะกลับไปรายงานฝ่าบาทขอรับ”

            จางจ้าวฉือได้ยินก็มองโต่วกงกงด้วยความตกใจ สวี่ตี้ทำหน้าตกใจยิ่งกว่า “โต่วกงกง นี่มันเรื่องอันใดกันขอรับ? องค์ชายยี่สิบไม่อยู่ในวังดีๆ เหตุใดถึงมาอยู่กับครอบครัวพวกเราล่ะ?”

            โต่วกงกงกล่าว “เรื่องนี้ท่านไปถามใต้เท้าสวี่เถิดขอรับ ข้าเป็นเพียงแค่บ่าว ทำตามคำสั่งของฝ่าบาท เจ้านายให้พวกเราทำอะไร พวกเราก็ทำเช่นนั้น ข้ารับคำสั่งให้พาองค์ชายยี่สิบมาส่งที่ก่านโจว ส่งให้ถึงมือใต้เท้าสวี่ อย่างอื่นข้าไม่รู้แล้วขอรับ”

            สวี่ตี้รีบมองไปทางสวี่เหรา สวี่เหรากล่าว “เรื่องนี้อีกเดี๋ยวพวกเราค่อยว่ากัน โต่วกงกง ในเมื่อองค์ชายยี่สิบไม่เป็นอันใดแล้วก็เชิญท่านไปพักผ่อนที่ห้องพักแขกเถิดขอรับ”

            โต่วกงกงส่ายหน้า “ข้าจะเฝ้าอยู่ที่นี่ ฮูหยินสวี่ ท่านยุ่งมาตลอดทั้งคืนแล้ว ท่านไปพักเถิด หากมีเรื่องอันใดข้าจะไปเรียกท่าน”

            จางจ้าวฉือพยักหน้า “อีกเดี๋ยวจะให้โรงครัวต้มโจ๊กมาให้นะเจ้าคะ เด็กท้องอ่อน ในท้องไม่มีอะไรหากดื่มยาเข้าไปจะทำร้ายร่างกายได้ง่าย ขอแค่เด็กไข้ไม่ขึ้นอีกก็ไม่เป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะ”

            ครอบครัวสกุลสวี่ทั้งสองคนไปในห้องของสวี่ตี้ที่เรือนหลัง

            หลังจากเข้าประตูมาสวี่ตี้ก็ปิดประตูห้อง ถามสวี่เหราเสียงเบาอย่างร้อนใจ “ท่านพ่อ นี่มันเรื่องอันใดกันขอรับ?”

            สวี่เหราหยิบจดหมายสองฉบับออกมาจากแขนเสื้อ “นี่คือจดหมายที่ฮ่องเต้กับฮองเฮาเขียนมาให้ข้า พวกเจ้าสองคนดู ส่วนต่อไปจะทำอย่างไร พวกเราจะต้องวางแผนระยะยาวกันให้ดี”

            สวี่ตี้ดึงจดหมายหนึ่งในสองฉบับ นี่คือเหลียงเฉิงตี้เขียนให้กับสวี่เหรา ไม่ใช่มาในนามของฮ่องเต้ของแคว้น แต่ในฐานะบิดาคนหนึ่ง ขอให้สวี่เหราช่วยดูแลองค์ชายยี่สิบ ทั้งยังบอกว่าสวี่เหราเก่งกาจในการบริหาร ให้องค์ชายยี่สิบอยู่เรียนรู้ด้วย ส่วนอย่างอื่นจดหมายไม่ได้เขียน

            จดหมายของฮองเฮาเขียนถึงสวี่เหรากับจางจ้าวฉือ หากพูดกันอย่างตั้งใจแล้ว ฮองเฮากู้กับสกุลจางยังสามารถเกี่ยวข้องกันในสัมพันธ์เครือญาติได้ มารดาขององค์ชายยี่สิบหลิวเฟย ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสกุลจางมาก

            ฮองเฮากู้เป็นบุตรสาวคนโตของนักปราชญ์กู้เสวี่ยหง หลิวเฟยเป็นน้องสาวคนเล็กของครอบครัวท่านน้าของฮองเฮากู้ มารดาของหลิวเฟยเดิมทีเป็นครอบครัวร่ำรวยของทางใต้ มารดาของหลิวเฟยเกิดในครอบครัวหมอยาอย่างสกุลจาง หรือจะพูดก็คือ ฮองเฮากู้กับหลิวเฟยคือเป็นญาติฝ่ายน้าชาย ส่วนจางจ้าวฉือกับหลิวเฟยเป็นญาติกับน้าฝ่ายหญิง

            ความสัมพันธ์ค่อนข้างยุ่งเหยิง อธิบายอย่างละเอียดก็ยังสามารถเข้าใจได้ หลังจากสวี่ตี้อ่านจดหมายทั้งสองฉบับเสร็จก็กล่าว “สรุปแล้วพวกเรากับวังหลังก็ถือว่ามีความสัมพันธ์เครือญาติกันอยู่สินะขอรับ”

            จางจ้าวฉือกล่าว “นี่ก็เป็นความลับของราชวงศ์ หากแม่นมลู่อยู่ ไม่แน่ว่ายังสามารถบอกกับพวกเราได้ว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร”

            สวี่ตี้เก็บจดหมายลงไป “แม่นมลู่ไม่อยู่ข้าก็สามารถพูดกับพวกท่านทั้งสองได้ชัดเจน”

            เรื่องของหลิวเฟยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ฮองเฮากู้กับหลิวเฟยเป็นญาติกัน แน่นอนว่าจะต้องดูแลซึ่งกันและกัน หลิวเฟยเป็นคนที่เงียบมาก เหลียงเฉิงตี้ดีกับนางพอสมควร ที่หลิวเฟยสามารถเข้าวังมาได้ก็เพราะว่าเงินเดือนทหารทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ไม่พอ ฮองเฮากู้ออกหน้าให้ครอบครัวน้าของตนช่วยจ่ายค่าแรงทหารให้ หลิวเฟยถึงสามารถเข้าวังมาได้

            ถึงแม้ฮองเฮากู้จะได้ชื่อว่าเป็นฮองเฮา แต่เพราะว่านางได้เข้าวังหลังจากที่เหลียงเฉิงตี้ขึ้นครองราชย์ รากฐานในวังหลวงจึงสู้ซูเฟยกับว่านกุ้ยเฟยมิได้ โดยเฉพาะว่านกุ้ยเฟย บางครั้งแม้แต่ฮองเฮากู้ก็ต้องหลีทางให้ หลังจากหลิวเฟยเข้าวังมา เหลียงเฉิงตี้ก็ทรงรักมาก ซูเฟยกับว่านกุ้ยเฟนก็ร่วมมือกันจะล้มฮองเฮา หลิวเฟยก้าวเข้าไปเป็นหมากในกระดานของซูเฟยกับว่านกุ้ยเฟย แบกรับความผิดแทนฮองเฮากู้แล้วเข้าตำหนักเย็นไป

            เหลียงเฉิงตี้ทรงโปรดปรานหลิวเฟยมาก แน่นอนว่าเขารู้ว่าหลิวเฟยถูกใส่ร้าย แต่ไม่ส่งนางเข้าตำหนักเย็นก็มีความเป็นไปได้ที่จะอันตรายถึงชีวิตและความปลอดภัยของหลิวเฟย เหลียงเฉิงตี้ไม่มีหนทางให้เลือกมากนัก จึงทำได้แค่ส่งหลิวเฟยเข้าตำหนักเย็นด้วยความเจ็บปวดพระทัย

            เข้าตำหนักเย็นมาได้ไม่นาน หลิวเฟยก็พบว่าตัวเองตั้งครรภ์ หลังจากฮองเฮากู้รู้ข่าวก็รีบปรึกษากับเหลียงเฉิงตี้ ตัดสินใจให้หลิวเฟยอยู่ในตำหนักเย็นต่อไป หลังคลอดเด็กออกมาแล้วเลี้ยงดูอยู่ในนั้น ทั้งวังนี้ไม่มีที่ไหนปลอดภัยเท่าตำหนักเย็นอีกแล้ว

            ลูกของหลิวเฟยเป็นองค์ชายยี่สิบ นามว่าเซียวเหิง

            เซียวเหิงไม่เคยได้เข้าไปอยู่ในผังรายชื่อราชวงศ์ เพื่อให้เด็กสามารถเติบโตได้อย่างปลอดภัย หลายปีมานี้ซูเฟยกับว่านกุ้ยเฟยพึ่งกำลังทหารของตะวันตกเฉียงใต้ แล้วก็เจ้ากรมบริหารกรมมหาดไทยของเมืองหลวง ไม่เพียงแต่ยึดอำนาจของกู้ฮองเฮาไปจนหมด ยังทำร้ายอนุตำแหน่งต่ำๆ ที่ตั้งครรภ์ไปมากมาย เพื่อการใหญ่แล้วเหลียงเฉิงตี้ทำได้แค่กลืนความโกรธลงไป

            เซียวเหิงอยู่กับหลิวเฟยจนอายุมาถึงหกขวบ หลังจากถูกพบเข้า เหลียงเฉิงตี้กับกู้ฮองเฮาก็อยากจะส่งตัวเด็กออกไปนอกวัง จึงพิจารณาถึงคนที่ตนเองพอจะเชื่อใจได้อยู่รอบหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสองคนจะตัดสินใจส่งเซียวเหิงมาที่ครอบครัวสกุลสวี่ โดยใช้ฐานะลูกหลานของสกุลจาง ให้เซียวเหิงเรียกจางจ้าวฉือว่าน้า

            หลังจากสวี่ตี้คิดเรื่องพวกนี้จนเข้าใจแล้ว ก็พูดออกมา “เดิมคิดว่าพวกเราออกจากเมืองหลวงมาไกลแล้ว ก็สามารถหลบหลีกเรื่องพวกนี้ได้ ต่อมาก็พบว่ายังหลบไม่พ้นอยู่ดี”

            สวี่เหรากล่าว “พวกเราเป็นคนในราชการทั้งนั้น จะหลบพ้นได้อย่างไร? ในตอนนี้จะต้องคว้าอำนาจที่เข้ามาหาเอาไว้ในมือให้จงได้ ขอแค่กุมอำนาจนี้ไว้ได้ ถึงตอนนั้นจะสามารถเป็นไปตามที่พวกเราต้องการ”

            สวี่ตี้พูดเสียงเบา “แต่นี่มันฮ่องเต้ในอนาคตเชียวนะขอรับ มาอยู่ในครอบครัวพวกเราเช่นนี้ ต่อไปหามีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น พวกเราจะเอาอะไรมาชดเชยได้ล่ะขอรับ?”

            สวี่เหรากล่าว “ไม่ใช่บอกว่าให้ใช้ชื่อของลูกหลานสกุลจางหรือ?”

            สวี่ตี้กล่าว “ท่านไม่เห็นบาดแผลบนตัวขององครักษ์พวกนั้นหรือไร? ตลอดทางก็ถูกไล่ฆ่ามาก่อน หากถูกคนรู้ว่าอยู่ในครอบครัวพวกเรา ครอบครัวพวกเรายังจะสามารถอยู่ดีๆ ได้หรือขอรับ?”

            สวี่เหรากล่าว “องครักษ์เคยบอกกับข้าว่า พวกเขาเดินทางมาทางใต้ ตลอดทางถูกไล่ฆ่า อีกทั้งเพื่อให้สามารถหนีได้อย่างราบรื่น สุดท้ายพวกเขาจึงได้แยกกันออกเป็นสองทาง ทางหนึ่งพาเด็กตรงขึ้นเหนือ อีกทางเดินทางลงใต้ต่อ คาดว่าคนที่ไล่ฆ่าพวกนั้นคงจะตามลงทางใต้”

            สวี่ตี้กล่าว “เช่นนั้นหากอีกฝ่ายทำเพื่อจะดูว่าจะส่งเด็กไปที่ไหนกันแน่จึงจงใจไม่ลงมือแล้วตามมาด้วยล่ะขอรับ?”

            สวี่เหรากล่าว “เช่นนั้นเจ้าพูดสิว่าจะทำอย่างไรถึงจะดี? เขาก็มากันแล้ว คงไม่สามารถส่งเด็กกลับไปได้หรอกนะ?”

            สวี่ตี้ลูบคาง “พวกท่านว่า พวกเราจับเด็กแต่งตัวแล้วเลี้ยงเป็นเด็กผู้หญิงดีหรือไม่?”

            จางจ้าวฉือกล่าว “เจ้าอย่าหาวิธีไม่ได้เรื่องพวกนี้ออกมาเลย ข้าให้เจ้าแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิงเจ้าจะยอมหรือไม่? รีบเขียนจดหมายหาลุงสามของเจ้า ให้เขาพาพวกเด็กๆ ในครอบครัวมา โดยเฉพาะพวกน้องชายญาติๆ ของเจ้า ดูว่ามีคนที่อายุพอๆ กับเซียวเหิงหรือไม่ เมื่อพามาแล้วถึงตอนนั้นพวกเราก็เอาพวกเด็กๆ มารวมเข้าด้วยกัน ผู้ใดจะสามารถแยกออกได้?”

            สวี่ตี้กล่าว “ท่านยังอยากจะให้ลูกของพวกลุงๆ มาอยู่ที่ครอบครัวพวกเราด้วยหรือ?”

            จางจ้าวฉือกล่าว “ทำไม ไม่ได้หรือ?”

            สวี่ตี้กล่าว “ได้สิ เหตุใดจะไม่ได้ ข้าจะส่งจดหมายไปหาท่านลุงสามให้เองขอรับ”

            สวี่ตี้มีช่องทางการส่งจดหมายโดยเฉพาะกับสกุลจาง เพื่อเส้นทางการส่งจดหมายนี้ สวี่ตี้ต้องคิดหนักมากเพื่อไม่ให้จดหมายถูกคนเอาไประหว่างทางหรือคนที่ส่งจดหมายถูกจับตัวไป

            เห็นสวี่ตี้ออกไปแล้ว จางจ้าวฉือก็พูดกับสวี่เหราเสียงเบา “เหล่าสวี่ เจ้าว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไร?”

            สวี่เหราถอนหายใจ “จะทำอย่างไรได้ เด็กก็ส่งมาแล้ว พวกเราก็ต้องเลี้ยงดูดีๆ เฮ้อ โลกใบนี้น่ะ ดูแล้วเหมือนจะสงบสุข ทว่าความจริงแล้วภายในกลับมีเมฆฝนลมแรง หากฮ่องเต้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในตอนนี้ คาดว่าแคว้นนี้ก็คงจะสะเทือนไปอีกช่วงหนึ่ง หากถึงตอนนั้นจริงๆ ที่ลำบากก็เป็นเหล่าประชาชน”

            จางจ้าวฉือกล่าว “ตอนที่เปลี่ยนรัชกาล เปลี่ยนยุคสมัยเป็นช่วงที่จะเกิดความวุ่นวายได้ง่าย สตรีก็แค่อยากให้มีคนมารักไม่ใช่มีแต่ความคิดที่จะวางแผนร้ายอะไร หากร้ายขึ้นมาจริงๆ หรือมีความคิดวางแผนร้ายย่อมไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะรับมือได้ ผู้ใดจะคิดถึงว่าวังหลังจะมีเรื่องเช่นนี้ ที่บีบบังคับให้ฮ่องเต้ถึงกับต้องถอยออกมาหนึ่งก้าว”

            สวี่เหรากล่าว “นี่ก็เพื่อหมากกระดานใหญ่ หากจะคิดเล็กคิดน้อยจริงๆ ที่ที่จะต้องเคลื่อนไหวมากที่สุดคือราชสำนัก หากราชสำนักเกิดการสั่นคลอด ที่ได้รับความลำบากคือประชาชน นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”

            จางจ้าวฉือพยักหน้า “ข้ารู้สึกว่าฮ่องเต้ของพวกเราเองก็เป็นคนที่ใจกว้างและใจดีมาก เพื่อประชาชนแล้วจึงจะให้สตรีที่ตัวเองรักเข้าตำหนักเย็น แม้แต่ลูกของตัวเองก็ให้เติบโตในตำหนักเย็น เด็กคนนี้นี่ยังไม่รู้ว่าได้รับความลำบากอันใดมาบ้าง ตำหนักเย็นนั้นไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมจะสามารถเข้าไปได้”

            สวี่เหรากล่าว “ตอนเด็กๆ ได้รับความลำบากมาก็ไม่ใช่ข้อเสียอะไร รู้ว่าชีวิตยากลำบากถึงจะให้ความสำคัญกับชีวิต พวกเราสองคนเองก็อย่าพูดคุยกันที่นี่เลย เจ้าไปพักผ่อนดีๆ ข้าจะไปดูที่เรือนหน้า มีเรื่องอะไรข้าจะมาเรียกเจ้า”

            จางจ้าวฉือเองก็เหนื่อยมากแล้ว นางหาวอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ไปสวมชุดนอนหลับยาวจนถึงเวลาอาหารกลางวัน ก่อนจะถูกสวี่ตี้มาปลุกให้ตื่น

            จางจ้าวฉือตื่นขึ้นมาแล้วก็ไปดูเซียวเหิงก่อนเป็นอันดับแรก เขายังคงหลับอยู่ แต่สีหน้าดีขึ้นไม่น้อย โต่วกงกงทำท่าทางขอบคุณจางจ้าวฉือ

            จางจ้าวฉือมองสีหน้าของโต่วกงกง “โต่วกงกง ข้าเห็นสีหน้าของท่านไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่ ท่านมานั่งนี่ ข้าจะช่วยตรวจให้เจ้าค่ะ”

            โต่วกงกงกล่าว “ฮูหยิน ข้าไม่เป็นอันใด ไม่ต้องรบกวนหรอกขอรับ”

            จางจ้าวฉือส่ายหน้า “ไม่รบกวน โต่วกงกงเชิญนั่งลงเจ้าค่ะ”

            โต่วกงกงทำได้เพียงแค่นั่งลงหน้าโต๊ะ จางจ้าวฉือนั่งอยู่ตรงข้าม หลังจากตรวจชีพจรก็กล่าว “โต่วกงกง ท่านถูกคนใช้ของหนักตีมาก่อนใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

            โต่วกงกงครุ่นคิด “ขอรับ แต่ว่าหลายวันแล้ว ข้าถูกคนตีเข้าที่หลังมาครั้งหนึ่ง”

            จางจ้าวฉือกล่าว “เช่นนั้นก็ใช่แล้ว อาศัยในช่วงที่ท่านยังอยู่ที่ก่านโจวพักผ่อนเสียก่อน ข้าจะเขียนสูตรยาให้ หกท่านกินยาเข้าไปดีๆ ก็จะดีขึ้นในเร็ววัน อาการบาดเจ็บของท่านมันลึกไปถึงข้างใน หากไม่รักษาดีๆ เกรงว่าจะทำให้อายุสั้นเจ้าค่ะ”

            โต่งกงกงพูดอย่างไม่ได้ใส่ใจมากเท่าไหร่ “ฮูหยิน ข้าเป็นทาสคนหนึ่ง ชีวิตจะไปมีค่าเช่นนี้ได้อย่างไร”

            จางจ้าวฉือพูดด้วยความไม่พอใจ “โต่วกงกง ท่านเป็นทาส แต่ก็เป็นทาสที่ทำให้คนรัก ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อองค์ชายยี่สิบ ท่านเองก็ต้องมีชีวิตอยู่ให้ดี ต่อไปองค์ชายยี่สิบต้องการเรียกใช้ หากร่างกายของท่านไม่ดี จะสิ่งใดก็ทำไม่ได้ ท่านพูดสิว่าถึงตอนนั้นท่านจะรู้สึกเสียใจภายหลังหรือไม่?”

            โต่วกงกงได้ยินแล้วก็คิดตาม ก่อนจะโค้งคำนับให้จางจ้าวฉือ พูดอย่างตั้งใจ “เช่นนั้นก็ลำบากฮูหยินแล้วขอรับ”

            


    คล้ายกับเรื่องครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828