บทที่ 6 ชายผู้โดนดูถูกเหยียดหยาม พาร์ท 4
หลังจากที่คลื่นอสูรผ่านไปพวกเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะก้าวสู่โซนถัดไปและโซนนี้เองที่เป็เป้าหมายหลักของอาเรีย เพราะมันถือเป็แหล่งหินิญญาไฟชั้นดี
โซนนี้มีขนาดกว้างมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็พื้นที่เปิดจริงๆมันเป็โซนที่เพดานของถ้ำนั้นถูกทำลายจากธรรมชาติจนเป็รูโหว่ขนาดใหญ่และแสงแดดจากภายนอกสามารถสาดส่องเข้ามาด้านในได้อย่างเต็มที่
ลักษณะโดยรวมของมันนั้นคล้ายกับสนามกีฬาบางอย่างแค่กว้างขวางกว่ามากมีลักษณะเป็โดมซึ่งหลังคาเปิดกว้าง ต่างกันก็แค่ไม่มีอัฒจันทร์คนดูมีเพียงหินผาขนาดใหญ่ที่รายล้อมสถานที่นี้เอาไว้
ที่นี่คือสนามรบที่แท้จริงที่คุกคามชีวิตของผู้บุกรุกเพราะที่นี่ถูกโดยเหล่าเดธไนท์กว่าร้อยตัว พวกมันถือหอกยาวและนั่งบนหลังม้าเกราะหนักสีดำพวกมันเข้าใจวิธีการผสานการโจมตี และมีภูมิปัญญาสูงพวกมันคือกองทัพเดนตายสุดอันตราย
ต่างจากพวกอสูรอื่นๆพวกมันเหมือนไม่ได้อยู่ในดันเจี้ยนั้แ่ต้นไม่มีร่องรอยของพวกมันในตอนแรกที่พวกอาเรียมาถึง แต่เมื่อเวลาผ่านไปม่านหมอกสีดำเริ่มปรากฏขึ้น และกองทัพของพวกมันก็ปรากฏตัวเรียงรายอย่างเป็ระเบียบเช่นนักรบที่ผ่านสมรภูมิมากมายแต่ละตนดูเหมือนจะกระชากิญญาของผู้พบเห็นทันทีและทำให้นักรบที่มีฝีมือขวัญหนีดีฝ่อ
เหล่านักล่าระดับA ที่เคยเข้ามาก่อนหน้าก็จบลงที่โซนนี้นั่นเองพวกเขาผ่านโซนนี้ไปไม่ได้และถอยกลับแทบจะทันทีที่ได้พบกับกองทัพของพวกมันพวกเขาเล่าประสบการณ์การเผชิญหน้ากับพวกมันให้น่ากลัวที่สุดเพื่อที่พวกเขาจะไม่ต้องขายหน้ามากยามที่ต้องถอยหนีมันเหมือนเป็พิธีปลอบใจตัวเองอย่างหนึ่งของพวกเขา
แตกต่างจากทีมของอาเรียในปัจจุบันแววตาพวกเขาลุกโชติ่ด้วยเปลวเพลิงแห่งความกล้าหาญ พวกเขากระหายการต่อสู้พวกเขา้าจะเก่งขึ้น ทุกคนนอกเหนือจากอาเรียจึงอยู่ในสภาวะพร้อมรบแบบสุดขีด
เหตุผลที่อาเรียไม่ได้พร้อมรบเช่นเดียวกับคนอื่นๆนั้นเป็เพราะคนในทีมยังยืนยันที่จะไม่ให้เธอทำอะไรซึ่งเหตุผลของแต่ละคนนั้นก็ต่างกันออกไป
สำหรับแชลเทียร์ในตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนถูกอาคอนหลอกเธอมองว่าเธออยู่คนละระดับกับอาเรียอย่างสิ้นเชิงในปัจจุบันและแทบจะเป็ไปไม่ได้ที่จะไล่ตามเธอทันหากอาเรียยังคงช่วยเหลือในยามต่อสู้เช่นนี้เธอก็จะไม่ได้อะไรเลยจากการมาที่นี่เลยเป้าหมายหลักของเธอคือมาฝึกฝนและเก็บประสบการณ์เกี่ยวกับการต่อสู้แต่เธอยังคงไม่ได้อะไรเป็ชิ้นเป็อันในปัจจุบัน
คีนเองก็มีความคิดเห็นที่ใกล้เคียงกับแชลเทียร์อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่เขาสนใจมากกว่า‘ั์ตาสีฟ้า’ เขา้าเห็นการต่อสู้ของสแลชมากขึ้นและมันจะเป็ไปไม่ได้เลยหากอาเรียร่วมต่อสู้ด้วยการต่อสู้จะจบลงเร็วกว่าที่เขาจะทันได้สังเกตการณ์ เพราะความสามารถระดับเธอสามารถแม้แต่จะจบภารกิจดังกล่าวได้ด้วยตัวคนเดียวเหมือนกับอาจารย์ของเธอ เธอคือนักเวทที่สามารถต่อสู้ได้โดยลำพัง
ในส่วนของสแลชเขามองว่ามันจะเหมาะกว่าหากเขาได้ใช้ฝีมือของตัวเองภารกิจนี้เป็เหมือนตราบาปทั้งชีวิตของเขา มันสร้างรอยร้าวและสั่นะเืความมั่นใจของเขาอย่างแรงนั่นทำให้เขาอยากจะพิชิตมันด้วยตัวเองเพี่อทวงคืนสิ่งที่เขาได้สูญเสียไปกลับคืนมา
อาเรียไม่ได้ปฏิเสธคำขอของทุกคนลึกๆแล้วเธอยังคงขาดความมั่นใจในตัวเองในเื่นี้ เธอยังคงประเมินตัวเองต่ำกว่าที่ควรมากเพราะเธอยังคงเปรียบเทียบตัวเองกับเหล่าัรุ่นเยาว์แม้ความสามารถของเธอจะต่ำกว่าัรุ่นเยาว์เพียงเล็กน้อยก็ตาม
เธอมาที่นี่เพราะคำขอของอาจารย์เกี่ยวกับการหาวัตถุดิบและในชั้นนี้ก็มีวัตถุดิบที่ว่า ดังนั้นนี่จึงเป็อีกเหตุผลให้เธอเลือกที่จะยอมรับข้อเสนอของคนอื่นๆ
ในตอนนี้คนสามคนกับกองทัพอสูรกว่าร้อยตัวเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากันแล้วทักษะของสแลชถูกเปิดใช้งานอีกครั้งคีนเองก็โยนอุปกรณ์ต่างๆที่เขาพกมาออกไปทั่วสนามรบส่วนแชลเทียร์ก็ชักดาบของเธอออกมา ในตอนนี้อาเรียเองก็ถืออีเต้อเตรียมขุดหินิญญาพร้อมแล้วเช่นกันแต่เธอยังไม่ได้สนใจจะมองหาหินิญญาในขณะนี้ เธอมองไปที่แชลเทียแทน
เธอยังคงประหลาดใจเล็กน้อยกับรูปแบบการต่อสู้ของแชลเทียร์เพราะดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ใช้เวทมนเสริมในดาบเวทของเธอแต่อย่างใดแม้ในปัจจุบันเธอจึงพยายามสังเกตการณ์ต่อสู้ของแชลเทียร์ในขณะนี้
ในที่สุดการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นเช่นเดียวกับกองทัพม้าเหล่าเดธไนท์ตั้งหอกของตนและควบม้าพุ่งเข้าใส่พวกเขาทีละแถวซึ่งมีแถวละประมาณสิบตัวทำให้ในปัจจุบัน พวกเดธไนท์มีแถวหน้ากระดานอยู่สิบกว่าแถว
แถวหน้าที่พุ่งเข้ามาบางส่วนนั้นโดนกับดักที่คีนโปรยไปั้แ่ต้นทำให้ม้าที่สวมเกราะหนักดังกล่าวล้มหัวขะมำและสลัดเดธไนท์ออกจากหลังกับดักที่คีนโปรยไปตามพื้นนั้นมีลักษณะคล้ายกับดักหมี แต่มันรุนแรงและแข็งแกร่งกว่ามากประกอบกับทักษะบางอย่างที่คีนใช้ทำให้กับดักของเขานั้นดูกลืนไปพื้นจนยากที่จะสังเกตเห็นว่าพวกมันถูกวางอยู่ในจุดใด
อย่างไรก็ตามยังเหลือเดธไนท์อีกมากมายที่ควบม้ามาหาพวกเขาพวกมันะโข้ามเดธไนท์ที่ติดกับดักหรือแม้แต่เหยียบเดธไนท์เ่าั้เพื่อพุ่งเข้ามาโจมตีศัตรูอย่างไรก็ตามในตอนนี้เองที่แชลเทียร์เริ่มเคลื่อนไหว
เธอพุ่งเข้าใส่ศัตรูราวกับอสูรคลั่งแม้ศัตรูของเธอจะขี่ม้าอยู่ก็ตามแต่เธอก็ไม่ได้กังวลเลยเหล่าเดธไนท์เล็งหอกของพวกมันมาที่เธออย่างไรก็ตามกระแสลมที่รุนแรงก็ปะทุขึ้นและมันก็ขวางเส้นทางของเหล่าเดธไนท์ราวกับก้อนหินที่ปิดกั้นทางน้ำไหลผ่านทำให้เดธไนท์เ่าั้ถูกแยกออกเป็สองฝั่งของการเคลื่อนที่โดยมีเธอเป็ศูนย์กลาง
เดธไนท์จากแถวหลังๆในตอนนี้ไม่เพียงแค่ตั้งหอกเท่านั้นแต่ยังมีออร่าที่น่ากลัวส่งออกมาจากปลายหอกด้วยมันเป็ทักษะบางอย่างที่เล็งเป้ามาที่แชลเทียเพื่อให้แนวรบถัดๆไปไม่เสียรูปขบวนอย่างไรก็ตามเมื่อทักษะหอกพุ่งทะลุแรงลมที่หมุนเป็โล่อยู่รอบตัวแชลเทียร์มันก็อัดเข้ากับแชลเทียร์แต่ไม่ได้สร้างแม้แต่รอยขีดข่วนเล็กๆให้กับเธอนั่นทำให้อาเรียรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
ต่างจากอานิต้าแชลเทียร์นั้นเป็นักดาบเวทมนตร์ที่มีสององค์ประกอบธาตุในตัวและมีสไตล์การต่อสู้ที่ค่อนข้างจะเป็เชิงรุกที่เป็เช่นนี้เพราะเธอไม่จำเป็ต้องกังวลกับอาการาเ็ของร่างกายเนื่องจากองค์ประกอบธาตุดินนั้นเสริมสร้างร่างกายของเธอให้แข็งแกร่งอย่างมากมากถึงขนาดที่ว่ายืนรับทักษะการโจมตีระดับต่ำได้โดยที่ไม่ได้รับรอยขีดข่วน ธาตุดินนั้นแตกต่างจากองค์ประกอบธาตุอื่นๆตรงที่มันไม่สามารถูกดึงออกมาใช้ภายนอกร่างกายได้อย่างไรก็ตามมันก็เสริมสร้างร่างกายอย่างมากซึ่งเหมาะมากๆกับเหล่านักสู้ที่มีการพึ่งพาร่างกายเป็หลัก
นอกจากนี้เธอยังมีองค์ประกอบของธาตุลมที่ทำให้เธอสามารถดึงพลังของลมมาสู่ดาบของเธอองประกอบธาตุลมดังกล่าวถูกใช้ตลอดเวลาที่เธอต่อสู้อย่างไรก็ตามที่อาเรียไม่สามารถััถึงมันได้เนื่องจากมันเบาบางมากจนยากที่จะตรวจสอบ
เธอใช้องค์ประกอบธาตุลมที่เธอมีไหลใบตามใบดาบลดแรงเสียดสีของใบดาบกับอากาศในระหว่างฟันเธอควบคุมสายลมให้ไปในทิศทางเดียวกับที่เธอตวัดดาบอย่างบางเบาและนั่นทำให้ความเร็วในการฟันของเธอเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ นอกจากนั้นมันยังสามารถใช้เปลี่ยนทิศทางการโจมตีอย่างฉับพลันจนยากที่จะตอบสนองทันอีกด้วยความรวดเร็วที่ได้รับจากธาตุลมบวกกับพลังทางกายภาพที่มหาศาลที่ถูกเสริมจากธาตุดินนั่นทำให้การโจมตีของเธอทุกการโจมตีนั้นเปรียบได้กับการใช้ทักษะหนึ่งทักษะและเมื่อบวกกับพลังของทักษะ นั่นจะทำให้เธอแข็งแกร่งจนน่ากลัว
เมื่อขบวนทัพของศัตรูเริ่มพังทลายก็เป็หน้าที่ของคีนและสแลชที่เริ่มเก็บงานที่เหลือสแลชใช้ทักษะเสริมความเร็วระดับต่ำกับตัวเองจากนั่นพุ่งเข้าหาศัตรูอย่างเงียบเชียบเขาดูไม่ต่างไปจากเงาที่เลือนรางในขณะนี้ มันคล้ายกับว่าตัวเขาเป็เหมือนกลุ่มควันที่สามารถถูกพัดหายไปได้ทุกเมื่อและลื่นไหลเข้าหาศัตรูก่อนที่ศัตรูจะได้ตอบโต้ เขาก็ตวัดมีดสั้นหนึ่งครั้งเพื่อสังหารพวกมันอย่างรวดเร็ว
ทุกๆหนึ่งการโจมตีของสแลชกำจัดศัตรูไปหนึ่งตัวและเขาก็ยังคงจัดการศัตรูด้วยความเร็วที่น่าทึ่งเขาสามารถหลบหลีกศัตรูที่อยู่ในระยะประชิดได้อย่างคล่องแคล่วจนแทบจะไม่น่าเชื่อว่าเขาเป็คลาสนักล่าในปัจจุบันเขาคล้ายกับนักฆ่ามากกว่า
ศัตรูบางตัวที่หลุดมาถึงแนวหลังก็จะถูกดึงดูดความสนใจโดยคีนทั้งหมดก่อนที่มันจะพุ่งมาหาอาเรียคีนมีทักษะการเคลื่อนที่ที่แปลกประหลาดมากเขาเหมือนจะเคลื่อนตัวช้าๆที่เหล่าเดธไนท์ที่ขี่ม้ากลับไม่สามารถไล่ตามเขาทันได้และด้วยความที่ภาพมันออกมาเหมือนกับว่าคนอื่นสามารถไล่ทันเขาได้ตลอดเวลาทำให้เหล่าเดธไนท์ถูกดึงดูดโดคีนแบบติดหนึบ หลังจากนั้น คีนก็แค่ส่งกับดักและเสริมทักษะใส่ลูกดอกของเขาเพื่อโจมตีเดทไนท์พวกเดธไนท์ได้รับความเสียหายแต่ก็ยังไม่ถึงตายคีนต้องโจมตีซ้ำเข้าจุดเดิมหลายครั้งก่อนที่พวกมันจะถูกกำจัดไปแต่ละตัว
เช่นเดียวกับแชลเทียร์เธอนั้นสามารถสังหารเดธไนท์ในครั้งเดียวได้อย่างไรก็ตามนั่นคือในกรณีที่เธอใช้ทักษะร่วมกับการโจมตีแต่เธอเลือกใช้ทักษะไปกับบางการโจมตีเท่านั้นไม่เหมือนกับคีนที่ใช้ทักษะเสริมลูกดอกทุกครั้งที่โจมตี เพราะทักษะของพวกนักสู้ระยะปะชิดนั้นใช้จิตสังหารเป็จำนวนมากซึ่งแตกต่างจากคลาสเช่นพวกนักล่าที่มีพลังโจมตีอาจจะต่ำกว่าแต่ก็ใช้จิตสังหารน้อยกว่าเช่นกัน
ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีเพียงสแลชเท่านั้นที่ใช้ตวัดมีดเพียงครั้งเดียวก็สามารถกำจัดศัตรูได้คนอื่นๆ นั้นไม่สามารถทำเช่นเดียวกับสแลชได้
เหมือนว่าพวกมันจะเข้าใจว่าขบวนทัพของมันนั้นถูกทำลายและมันจะไม่สามารถต่อสู้ได้ในลักษณะเช่นนี้ดังนั้นพวกที่ยังไม่ถูกสังหารจึงจัดขบวนทัพใหม่เพื่อใช้ทักษะของขบวนรบ
เดธไนท์เริ่มที่จะวิ่งกลับไปรวมกับขบวนทัพใหม่ในจังหวะนี้เองที่สแลช แชลเทียร์และคีนเริ่มที่จะไล่สังหารตัวที่หลงฝูงอย่างไรก็ตามพวกเขาก็จัดการกับพวกมันได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
เหลือเหล่าเดธไนท์อยู่เกือบๆเจ็ดสิบตัวในปัจจุบันและในตอนนี้พวกมันก็สร้างขบวนรบแบบสามเหลี่ยมพร้อมที่จะใช้ทักษะของขบวนรบทันทีเมื่อเคลื่อนขบวน
ทักษะขบวนรบแบบสามเหลี่ยมนั้นเป็ทักษะที่จะรุนแรงขึ้นความเร็วของขบวนรบที่เคลื่อนที่และการที่พวกมันถอยไปเพื่อตั้งขบวนรบ ก็เป็การยืดระยะทางออกไปอีกวิธีการยืดระยะทางออกไปจะช่วยให้ขบวนทัพมีระยะทางมากพอก่อนที่ขบวนนี้จะได้ความเร็วสูงสุดและหากขบวนทัพได้ความเร็วสูงสุด มันไม่มีทางเป็ไปได้เลยที่ทีมนักล่านี้จะสามารถต้านทานได้ไม่แม้แต่การป้องกันที่ถูกเสริมด้วยธาตุดินของแชลเทียร์จะแข็งแกร่งพอจะรับมือกับมันหากเผชิญหน้ากันตรงๆเมื่อขบวนได้รับความเร็วสูงสุดมีเพียงหายนะเท่านั้นที่รอพวกเขาอยู่
ดังนั้นในตอนนี้ทั้งสามคนจึงพยายามย่นระยะห่างของตนกับเหล่าเดธไนท์อย่างสุดชีวิตทว่าในตอนนี้เหล่าเดธไนท์ก็เริ่มออกวิ่งแล้ว แชลเทียร์ะเิแรงลมเพื่อส่งตัวเองไปขวางวิถีของขบวนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และเธอก็ลดระยะทางได้เกือบครึ่ง อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
เหล่าเดธไนท์สลัดเกราะหนักของพวกม้าออกภาพของม้าที่ดูดุร้ายถูกเปิดเผยให้เห็นในทันที พวกมันทุกตัวมีสีดำและตาสีแดงดุจโลหิตหมอกสีดำกระจายอยู่รอบตัวของพวกมัน และความเร็วของม้าก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก มันพุ่งเข้ามาหาแชลเทียร์อย่างรวดเร็วในตอนนี้แชลเทียร์ก็สองจิตสองใจว่าจะยืนขวางวิถีของขบวนทัพเดธไนท์ต่อหรือไม่และเธอก็ลนลานกับการตัดสินใจครั้งนี้อย่างมากเพราะถ้าหากเธอตัดสินใจผิดพลาดมันอาจจะหมายถึงชีวิตของเธอเธอต้องพิจารณาว่าระยะทางปัจจุบันนั้นเพียงพอให้ขบวนทัพของเดธไนท์ที่ม้าไม่สวมเกราะหนักนั้นเร่งความเร็วได้สูงสุดได้หรือไม่ถ้ามันทำได้ ต่อให้เธอจะใช้ทักษะทั้งหมดของเธอเธอก็จะยังคงตายอยูดี
อย่างไรก็ตามในที่สุดเธอก็ตัดสินใจว่าจะไม่หลบขบวนของเหล่าเดธไนท์และร่นระยะห่างลงอีกครั้งและในตอนนี้เสียงสแลชก็ดังมาจากด้านหลัง
“หนีออกจากวิถีของขบวน ยัยหนู!!!!!!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแชลเทียร์ก็หยุดการพุ่งเข้าหาและพยายามเคลื่อนตัวออกจากวิถีของขบวนในตอนนี้สแลชใช้อุปกรณ์บางอย่างผลักตัวเองให้ลอยสูงขึ้นไปบนอากาศ สแลชมองว่าการกระทำของแชลเทียร์นั้นโง่มากเนื่องจากแม้ความเร็วของพวกมันจะเร่งได้ไม่ถึงจุดสูงสุดอย่างไรก็ตามนั่นก็มากพอที่จะทำให้เธอาเ็สาหัสได้และหากมันเร่งได้ถึงความเร็วสูงสุดจริงความเร็วสูงสุดของพวกมันก็จะเพิ่มขึ้นมากจากการที่ไม่ต้องสวมเกราะหนัก ดังนั้นการกระทำของเธอในปัจจุบันจึงไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย
และเื่ที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครั้งเหล่าเดธไนท์ทั้งหมดถอดเกราะสีดำของตัวเองเผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่ไม่ต่างจากซากศพที่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตอนนี้พวกมันสวมเพียงเกราะท่อนล่างและตั้งหอกพุ่งเข้ามาโจมตีใส่ทุกอย่างที่ขวางหน้าด้วยความเร็วที่มหาศาลหากสแลชเตือนแชลเทียร์ช้ากว่านี้แม้เพียงเล็กน้อยความตายของเธอก็แทบจะสามารถการันตีได้
สแลชพุ่งขึ้นไปกลางอากาศในปัจจุบันก็เพื่อจัดการพวกมันจากด้านท้ายของขบวนแทนดูเหมือนว่าคีนก็มีความคิดดังกล่าวเช่นกันทำให้เขาใช้ลูกดอกที่ติดกับโซ่ดึงตัวเองขึ้นไปไต่กับผนังเพื่อรอจังหวะที่จะพุ่งโจมตีจากด้านหลังทว่าพวกเดธไนท์ดูเหมือนจะรู้ทัน พวกมันบางส่วนที่อยู่ท้ายของขบวนเริ่มเล็งหอกมาที่คีนและสแลชแทนนั่นทำให้การโจมตีจากทางด้านหลังเป็ไปได้ยากอย่างมาก
คีนและสแลชยังคงรอคอยโอกาสส่วนแชลเทียร์ในปัจจุบันะเิแรงลมเพื่อยกตัวเองให้ลอยสูงอยู่กลางอากาศเช่นกันเมื่อไม่มีเป้าหมายอื่นที่เป็ไปได้ในตอนนี้เหล่าเดธไนท์จึงหันขบวนไปหาอาเรียแทน
เมื่ออาเรียเห็นวิถีของขบวนรบเดธไนท์พุ่งมาหาตนเธอก็ร่ายเวทมนตร์ไฟที่รุนแรงพอๆกับเวทย์ระดับสูงใส่พวกมันแต่เวทย์ของอาเรียนั้นก็ถูกหอกของเดธไนท์ปัดออกไป เมื่ออาเรียเห็นดังนั้นเธอจึงเริ่มร่ายเวทย์ใหม่อีกครั้ง
ครั้งนี้เธอร่ายเวทแบบเดียวกับครั้งก่อนแต่เธอร่ายพวกมันพร้อมกันเป็จำนวนมาก เวทย์ไฟที่ทรงพลังลอยเข้าหากลุ่มเดธไนท์เช่นห่าฝนเดธไนท์นั้นสามารถป้องกันเวทย์มนตร์ลูกแรกๆได้ อย่างไรก็ตามเวทลูกอื่นๆก็โหมกระหน่ำใส่เหล่าเดธไนธ์และล้างบางพวกมันจนเกือบหมด
ด้วยความที่เดธไนท์ทุกตัวนั้นถอดเกราะออกทำให้เป็ไปไม่ได้เลยที่มันจะทนการโจมตีจากเวทมนตร์ที่รุนแรงได้แม้แต่เวทระดับต่ำก็เพียงพอที่จะทำให้พวกมันาเ็สาหัสได้แล้วในตอนนี้วิธีป้องกันที่ดีที่สุดของมันคือใช้หอกป้องกันเพียงเท่านั้น
และเมื่อเจอกับเวทที่รุนแรงเช่นปัจจุบันขบวนของมันที่อุตส่าห์รวมตัวกันสร้างขึ้นมานั้นก็ถูกทำลายลงอย่างราบคาบนี่คือพลังของนักเวท พลังที่สามารถพิชิตทั้งกองทัพด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวหากเป็คลาสนักล่าแม้พวกเขาจะมีการโจมตีระยะไกลเช่นกันแต่ความรุนแรงก็ไม่พอที่จะหยุดกองทัพได้และนี่คือข้อแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทำให้นักเวทสมควรจะมีจุดอ่อน
ยังเหลือเดธไนท์อยู่ไม่กี่สิบตัวและที่เหลือก็ถูกจัดการโดยสแลชและคนอื่นๆหมดแล้ว พวกเขาเสียเวลาอยู่ในห้องนี้เกือบชั่วโมงทำให้คลื่นอสูรลูกถัดไปกำลังจะถูกปล่อยออกมา
*greeccccccssssssssssssss*
เสียงสัตว์อสูรดังขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้พวกเขาได้ยินมันในระยะใกล้กว่าเก่ามากทุกคนรีบเข้าไปหาอาเรียเพื่อเตรียมรับมือกับคลื่นอสูร