บทที่ 2
ตอน สำนักองเมียวจิ และศาลเ้าประจำวัดหลวง
ณ เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต วันที่ 11 มีนาคม 2023 เวลา 12.30 น.
“ผู้แทนจากวัดและศาลเ้าแห่งจังหวัดเกียวโตเชิญทางนี้ครับ” เสียงนักบวชคนหนึ่งะโบอก “วัดและศาลเ้าจากจังหวัดโอซากาและนะระ เชิญทางด้านปีกซ้ายครับ” อีกเสียงหนึ่งรีบะโบอกต่อเช่นกัน
“ผู้ที่เดินทางจากมาจังหวัดฟุกุอิ กรุณาตามผมมาครับ” เสียงนักบวชอีกคนร้องบอกพร้อมผายมือเพื่อแสดงให้ผู้มาเยือนได้เห็นเส้นทางที่จะต้องเดิน
วันนี้เป็วันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ แน่นอนว่าย่อมเป็วันที่น่าตื่นเต้นของใครหลายๆ คน รวมไปถึงบริษัท ร้านค้า สถานที่เลื่องชื่ออย่างวัดประจำเมืองเกียวโต และวัดใหญ่อีกหลายๆ แห่งที่ตั้งอยู่รอบ ๆ จังหวัดเกียวโต ที่ตอนนี้ ก็น่าจะกำลังจ้าละหวั่นวุ่นวายเื่ปรับตกแต่งสถานที่กันไม่หยุดไม่หย่อน
และวันสุดสัปดาห์แบบนี้ก็เป็อีกวันที่วัดหลวงขึ้นชื่อย่างวัดของพระราชวังเก่าเมืองเกียวโตจะได้จัดประชุมกับอีกหลาย ๆ วัดใหญ่ในเมืองรอบๆ ถ้าใครได้มองเข้าไปในตำหนักที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางวัดล่ะก็ จะได้เห็นเ้าอาวาสกับเ้าสำนักของวัดและศาลเ้าต่างๆ ที่เดินทางมาพร้อมกับนักบวชหลากหลายชั้น ที่กำลังช่วยกันจัดวางกองพะเนินของฝากจำนวนนับไม่ถ้วน ั้แ่บริเวณหน้าทางเข้าห้องโถง ไปจนถึงกลางห้องโถงใหญ่ ก็ยังคงวุ่นวาย แบ่งกันหาที่วางของให้มากเื่ไปหมด แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจุดประสงค์ นั่นก็คือ เพื่อมาเยี่ยมเยียนคังนุชิ หรือเ้าอาวาสประจำวัดพลับพลาเงินและวัดพลับพลาทองประจำพระราชวังเก่าแห่งเมืองเกียวโต เรียกได้ว่าเป็วัดที่ได้รับความสนใจจากหลากหลายคน เพราะเป็วัดที่อยู่ในความดูแลของสมาคมศาลเ้าชินโต และเป็วัดที่ร่วมพิธีกับสำนักพระราชวังหลวงของญี่ปุ่นเป็ประจำทุกปี
“ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดชิงะ กรุณาเดินไปทางปีกขวานะครับ” เสียงนักบวชหนุ่มอีกคนร้องะโบอกให้ผู้มาเยือนจากจังหวัดสุดท้ายเดินตามตนเองไปยังที่นั่งที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้
ทุกคนที่เดินทางมาจากต่างเมืองจะถูกเชิญให้นั่งพัก ณ ที่ประจำของตนเอง และจะเป็่เวลาที่ทุกคนสามารถนำข้าวของมาตระเตรียมก่อนพิธีการประชุมจะเริ่มใน่บ่าย โดยที่นั่งจะถูกจัดเรียงตามภูมิประเทศโดยรอบของเมืองเกียวโต รอบวงด้านในนั้น จะเป็ที่นั่งพักให้คังนุชิ เ้าอาวาส หรือนักบวชตัวแทนของวัดและศาลเ้าต่างๆ ที่อยู่ในจังหวัดเกียวโตเช่นเดียวกัน แต่ที่นั่งรอบนอก จะถูกจัดแบ่งเป็สัดส่วนให้ตรงกับทิศที่ผู้เยี่ยมเยียนได้เดินทางจากมา โดยทางวัดจะวางรูปแกะสลักของเทพประจำแต่ละทิศเอาไว้เพื่อเป็สัญลักษณ์ให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายๆ ว่าที่นั่งของตนเองจะอยู่ทางด้านไหนของห้องโถงใหญ่ พิธีถือปฏิบัติเป็เช่นนี้ ก็เพื่อให้เ้าอาวาสแห่งวัดหลวงสามารถพูดคุยเจรจากับวัดอื่นๆ ได้อย่างถูกต้อง
ในขณะที่ทุกคนกำลังขนข้าวของมาจัดเตรียมรอเวลาประชุมให้พร้อมหน้าอยู่นั้นเอง ก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งร้องะโโวยวายมาตามทางเดิน เขารีบวิ่งมาจนถึงห้องโถงด้วยสีหน้าแตกตื่น
“แย่แล้ว!!” เสียงนักบวชวัดหลวงร้องโวยวายใหญ่โต
“อะไรกันล่ะ วิ่งโวยวายมาทำไม” เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังช่วยจัดแจงที่นั่งให้กับแเื่ถามขึ้นทันทีที่เห็น
“กุญแจัหายไป!! ต้องรีบบอกเ้าอาวาส ต้องรีบบอก!!” ชายหนุ่มลุกลี้ลุกลนรีบพูดเสียจน
เด็กหนุ่มอีกคนแทบจะไม่อยากเชื่อ
“หา!! จะหายไปได้ยังไง เงียบๆ หน่อยเถอะ ตอนนี้พวกเรากำลังรับแขกอยู่ไม่เห็นหรือไง”
“เงียบไม่ได้แล้ว มันหายไปจริงๆ ฉันต้องไปบอกเ้าอาวาส!!” เขาทำท่าจะรีบวิ่งไปที่ประตูห้องลับด้านหลังที่นั่งของประธานที่ประชุมแต่ก็ถูกรั้งเอาไว้เสียก่อน
“ไม่ได้!! ท่านเ้าอาวาสเตรียมตัวอยู่ เงียบๆ แล้วก็เบาเสียงลงด้วย” เด็กหนุ่มรั้งแขนของนักบวชคนนั้นที่ดูเหมือนจะอายุเยอะกว่าไม่เท่าไหร่ให้เดินตามมาช่วยจัดแจงที่นั่งให้จากจังหวัดชิงะที่กำลังทยอยเดินกันเข้ามา ซึ่งตอนนี้ ดูเหมือนว่า ผู้มาประชุมจากจังหวัดชิงะจะมีจำนวนเพิ่มมากกว่าปีก่อนๆ จนเหมือนจะมากกว่าจังหวัดอื่นๆ เสียแล้ว
“หึ้ยย!! ไม่ได้ เื่นี้เื่สำคัญกว่า!!”
“ก็บอกว่ามันไม่หายหรอกไงเล่า มาช่วยผมก่อนเถอะ เร็วเข้า!!”
โครม!! ปัก!!
ทั้งสองคนยื้อกันไปมาอยู่ครู่ใหญ่ ชายหนุ่มก็รวบรวมแรงเฮือกหนึ่ง สลัดแขนตัวเองออกมาได้ แต่ก็ไม่วายทำให้เด็กหนุ่มกระเด็นไปนั่งร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น
“ขอโทษนะไอ่หนุ่ม ฉันต้องไปบอกเ้าอาวาส” ว่าแล้วตนเองก็รีบวิ่งออกไปจากห้องโถงเพื่ออ้อมไปอีกฝั่งหนึ่งของห้องลับที่เ้าอาวาสมักจะใช้เพื่อเตรียมตัวก่อนการเข้าประชุมเป็ประจำ
เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนมองนักบวชคนนั้นรีบวิ่งออกไปทางประตูปีกขวาจนแน่ใจแล้วว่า เขาวิ่งไปทางห้องที่เป็ห้องเตรียมตัวของเ้าอาวาสจริงๆ จากนั้นเขาจึงรีบวิ่งตามออกไป เด็กหนุ่มนักบวชหน้าใหม่ค่อยๆ สะกดรอยตามนักบวชรุ่นพี่ของตนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาเดินลับสายตาเข้าไปในห้องของเ้าอาวาส เขาไม่รอช้า รีบเร่งฝีเท้าตามเข้าไปใกล้ แต่แทนที่จะไปทางหน้าประตูเลื่อน เด็กหนุ่มเลือกที่จะลอบเข้าไปทางด้านขวาของห้องลับซึ่งทางเดินถูกสร้างให้อยู่เหนือสระน้ำขนาดใหญ่ และเป็จุดที่อยู่ใกล้กับฉากกั้นสำหรับใช้เปลี่ยนเสื้อผ้าของเ้าอาวาส เขาใช้มือคลำแผ่นไม้จนเจอแผ่นไม้แผ่นเล็กที่เปิดออกมาแล้วจะเจอกับหูจับประตูอันเล็กๆ มากพอจะใช้นิ้วมือเกี่ยวดึงออกมาได้ เด็กหนุ่มดึงหูจับประตูเข้าหาตัวเองแล้วเลื่อนแผ่นไม้ไปทางขวา เผยให้เห็นทางลับที่จะสามารถแอบเข้าไปได้ เขาแอบดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครยืนอยู่หลังฉากกั้นแล้วจึงรีบมุดผ่านช่องทางลับเข้าไปแล้วแอบฟังอยู่เงียบๆ
ด้านหน้าฉากกั้นเป็เก้าอี้โซฟาขนาดใหญ่ที่มีเ้าอาวาสนั่งจิบชาอยู่กับแขกอีกสองสามคน คนนึงเป็ผู้ชาย นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเ้าอาวาส อีกคนเหมือนจะเป็มิโกะของศาลเ้า กับอีกคนหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดเหมือนพวกพนักงานผู้หญิงวัยกลางคนปกติ อีกฟากหนึ่งของห้องเป็ชายหนุ่มที่เพิ่งจะรีบรุดเปิดประตูห้องลับเข้ามา เด็กหนุ่มมองเห็นลางๆ ว่า เขากำลังนั่งคุกเข่ากับพื้น มือข้างหนึ่งของตนเองกุมหน้าอกตัวเองไว้ขณะที่กำลังหอบหายใจแรง
“เอ่าๆ พักหายใจก่อนค่อยพูดก็ได้” เ้าอาวาสว่าพลางยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ
“ไม่ แฮ่ก ไม่ได้ครับ แฮ่ก แค่กๆๆ”
“อืมๆๆ เอาเถอะๆ” เ้าอาวาสเห็นดังนั้นแล้วก็ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พักหายใจไปก่อนที่จะหันไปมองหน้าแขกที่นั่งอยู่ตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม “ฉันขอโทษพ่อหนุ่มด้วย วันดีแท้ๆ เชียว”
“ไม่เป็ไรครับ”
เสียงนั่น!
เด็กหนุ่มที่แอบฟังอยู่สะดุ้งในทันที เขาค่อยๆ หมอบตัวลงแล้วคลานไปทางด้านซ้ายของฉากกั้น เพื่ออ้อมไปทางด้านหลังของโซฟาอีกฝั่งหนึ่ง และทันทีที่เค้าได้เห็นเพียงด้านข้างของชายหนุ่มคนนั้น ดวงตาของเด็กหนุ่มก็เบิกโพลงขึ้นด้วยความใ
เ้านี่มาทำอะไรที่นี่?
“ผมตั้งใจเอาแจกันมาส่งเองกับมือ คุณแม่ตั้งใจจัดดอกไม้มาให้ด้วยนะครับ”
ส่งของขวัญงั้นเหรอ... ทำไมต้องมาเอง.....?
“งานเทศกาลคราวก่อนคุณนายคุโดก็มาสอนจัดดอกไม้เองด้วย นักท่องเที่ยวชอบกันใหญ่เลยล่ะ” ชายแก่ตอบพลางหัวเราะชอบใจ “คุณชายน้อยก็มาด้วยสิ ปีนี้เห็นว่าคุณนายคุโดจะไปสอนจัดดอกไม้ที่วัดใหญ่ของคุมะโมโตะ ปีนี้คุณชายน้อยก็มาสอนทำแจกันซะสิ อาทิตย์หน้าเลยเป็ยังไง?”
“ขอบคุณมากครับ” คนที่ถูกเรียกว่าคุณชายน้อยโค้งหัวลงเพื่อแสดงการคำนับ “คุณแม่จะต้องดีใจมากๆ เลยล่ะครับที่ได้รับคำชมขนาดนี้”
ที่แท้... ก็มาทำงาน... น่าจะไม่มีอะไรผิดปกติ... เด็กหนุ่มแอบฟังต่อไป
“ส่วนเื่สอนทำแจกัน ผมว่าผมอยากจะขอเปิดสาขาเล็กๆ แบบไม่เสียค่าเช่า...”
“กุญแจัหายไป!!”
ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ชายหนุ่มที่เพิ่งจะหายเหนื่อยจากอาการหอบก็ะโขึ้นมาเสียงดังลั่น
“อะไรนะ!?” เ้าอาวาสใผุดตัวลุกขึ้นมองหน้าอีกคนจนเผลอปล่อยแก้วน้ำชาหลุดมือ ล้มระเนระนาดอยู่บนโต๊ะ
อะไรนะ?
นักบวชหนุ่มที่แอบฟังอยู่เมื่อครู่ได้ยินดังนั้นก็รีบถอยตัวกลับขึ้นมานั่งอยู่หลังฉากกั้นอีกครั้ง
“กุญแจัหายไปครับ ผมหาจนทั่วแล้ว ทั้งในแจกัน เครื่องดนตรี กล่องเก็บอาวุธ ทุกอย่างเลย ฮึก ผมขอโทษครับ ฮึก ผมดูแลมันไม่ดี” เ้าอาวาสเห็นคนตรงหน้าพูดไปร้องไห้ไปก็ต้องส่ายหน้าให้กับความละเลยนี้
“ไม่ต้องร้องไห้ ไป ไปบอกริคุให้มาพบฉัน!”
“ฮึก...ครับ...” เมื่อได้ยินเ้าอาวาสสั่งดังนั้นเขาก็รีบลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องลับทันที
ไม่ได้การล่ะ....
นักบวชหนุ่มที่แอบซ่อนตัวอยู่เห็นดังนั้นก็รีบมุดตัวออกไปทางช่องลับ โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูแผ่นไม้ให้มิดชิดแล้วตรวจเช็คผู้คนว่ามีใครเดินผ่านหรือไม่ เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่นักบวชของตนเองเดินออกไปไกลแล้ว เขาจึงค่อยๆ เดินตามออกไปให้เสียงเบาที่สุด เด็กหนุ่มมุ่งหน้าไปที่ห้องพักของตนเองโดยไม่สนใจว่าแขกที่รออยู่ในห้องโถงตอนนี้จะเป็อย่างไร
ถ้าพี่ริคุโดนเรียกมาพบ เราก็ต้องรีบไปบอกคุณนายใหญ่
“ท่านเ้าอาวาส...ไม่ทราบว่า กุญแจัคืออะไรหรอครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเ้าอาวาสที่นั่งกุมขมับอยู่ตรงหน้าเริ่มจะเงียบเกินไป
“อ...อ้อ...คุณชายเล็กยังอยู่นี่เนอะ” ชายแก่เงยหน้าขึ้นมายิ้มเจื่อนๆ ให้กับเขา
“ผมอยู่รบกวนท่านรึเปล่าครับ” เขาเอ่ยถามตามมารยาทเมื่อได้ยินว่าคนตรงหน้าเริ่มจะตอบไม่ตรงคำถาม
“ก็...ตอนแรกว่าจะชวนอยู่รอทานข้าวเย็นหลังจากประชุมเสียหน่อย แต่เกิดเื่แบบนี้ก็อาจจะต้องขอให้กลับไปก่อนล่ะนะ” ชายแก่เอ่ยตอบ
“ไม่เป็ไรเลยครับ ยังไง ผมขอตัวนะครับ”
“เอ้อ ขอบคุณมากจริงๆ ริโกะจัง ช่วยไปส่งคุณชายเล็กหน่อยนะ”
“ค่ะคุณพ่อ” เด็กสาวที่แต่งตัวเหมือนมิโกะโค้งคำนับให้กับแขกผู้ที่ถูกเรียกว่าคุณชายเล็กหนึ่งครั้ง แล้วเดินไปเปิดประตูเลื่อนอย่างเบามือ “เชิญทางนี้ค่ะคุณชายเล็ก” เด็กสาวหันกลับมามองเขาอีกครั้งเพื่อเป็เชิงบอกว่าให้เดินตามเธอออกไปได้ ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาเดินตามเธอออกไปในทันที
ในระหว่างที่เด็กสาวกำลังเลื่อนปิดประตูอยู่นั้นเอง เขาก็ตัดสินใจเริ่มบทสนทนากับเธออีกครั้ง “เรียกผมว่าคุโดก็ได้ครับ”
“คะ?”
“คุโดครับ คุโด เคนเซ” เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วยื่นมือขวาออกไปด้านหน้า
“ค่ะ ฉันนากามูระ เรมิโกะ เรียกว่าริโกะก็ได้ค่ะ” เธอตอบพลางยื่นมือออกไปจับมือกับคนตรงหน้า
“ฝากตัวด้วยครับ”
“ทางนี้ก็เช่นกันค่ะ”
“คุณเลขาฯ ช่วยบอกเลื่อนประชุมไปอีกสามวันด้วย” เมื่อเ้าอาวาสเห็นว่าทั้งคู่เดินลับสายตาไปแล้วจึงเอ่ยบอกกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่กำลังยืนจดอะไรบางอยู่
“เอ๊ะ แล้วระหว่างนี้ ท่านจะให้พวกเขารอที่ไหนคะ?”
“จัดที่พักของวัดเรานี่แหล่ะ ถ้าไม่พอก็ขอร้องผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านใกล้ๆ”
“ค่ะท่าน” เลขาฯ สาวไม่ถามอะไรต่อ เธอรีบเปิดลิสต์รายชื่อหมู่บ้านและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อที่อยู่ในแฟ้มแล้วเอาออกมาถือไว้เตรียมที่จะโทรศัพท์ติดต่อในทันที
“แล้วก็”
“ค่ะ” หญิงสาวชะงักมือที่กำลังจะกดโทรศัพท์
“เรียกคุมังมาด้วย”
ใบหน้าเรียบเฉยของเลขาฯสาวกลับกลายเป็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที “ค่ะ” เธอไม่พูดถามต่อให้เสียเวลาเพราะตอนนี้เธอรู้แล้วว่าพวกเรากำลังเจอปัญหาใหญ่แน่ ๆ เธอโค้งคำนับเพื่อเป็การบอกลาแก่ผู้าุโแล้วรีบเดินตรงไปทางห้องโถงอย่างรวดเร็ว
ณ เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต วันที่ 11 มีนาคม 2023 เวลา 12.50 น.
“ริคุคุง!!!!”
ชายหนุ่มที่สวมใส่ชุดนักบวชกำลังวิ่งไปตามทางที่มีหินเรียงอยู่อย่างสวยงาม แต่ทว่าอาจจะดูไม่สวยงามนัก ในเมื่อเค้ากำลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อจะไปหาคนที่ตนเองโดนสั่งให้มาเรียก
เด็กหนุ่มเ้าของชื่อได้ยินเสียงเรียกดังนั้นก็ลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิของตนเอง เขาลุกขึ้นมาเปิดประตูบานเลื่อนช้าๆ ใบหน้าเรียวกับกรามคมรับกับจมูกที่เหมือนจะโด่งเป็พิเศษหันมองซ้ายทีขวาทีเพื่อหาต้นตอของเสียงเรียกที่ตัวเองได้ยิน
“ริคุคุง!!!” เสียงนั่นดังขึ้นอีกครั้ง จากทางเนินเขาด้านล่าง ซึ่งเป็ทางเดินที่มีอแผ่นหินวางเรียงประดับตกแต่ง ไว้สำหรับเดินไปตามทางบ้านพักของนักบวชที่มีหน้าที่พิเศษในวัดหลวงแห่งนี้ ริคุมองหน้านักบวชที่กำลังรีบร้อนคนนั้นแล้วค่อยๆ เดินออกมาจากประตูบ้านพักของตนเอง
“ครับ ผมอยู่นี้ครับ” เขาะโตอบ เด็กหนุ่มใส่รองเท้าเกี๊ยะแล้วรีบเดินลงบันไดเนินเขาลงไปคนที่กำลังพยายามวิ่งขึ้นมา
“แฮ่ก...ไอ่หนุ่มเอ้ย...แฮ่ก...รีบไป...ต้องรีบไปเลย”
“ไปไหนครับ?!”
“ไปหาเ้าอาวาส กุญแจัหายไปแล้ว เ้าอาวาสบอกให้ฉันน่ะ มาเรียกริคุคุงไปพบเดี๋ยวนี้เลย!! แฮ่ก...โอย...”
“ว่าไงนะ!!” ไม่รอช้า เด็กหนุ่มรีบผละตัวแล้ววิ่งออกไปทันที เมื่อเห็นว่าตนเองวิ่งห่างออกมาจากนักชวชหนุ่มอีกคนหนึ่งแล้ว เขาก็รีบสลัดข้อมือทั้งสองข้างแล้วกระทบกำไรสีเงินทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน
แก๊ก ๆ เมื่อสิ้นเสียงกำไรกระทบกัน ก็เกิดเป็ระลอกคลื่นห่อหุ้มตัวริคุเอาไว้ เด็กหนุ่มใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมือขวาประสานเข้าขมับด้านขวาแล้วเอ่ยเรียกชื่อๆ หนึ่ง
“มิคุ ได้ยินมั้ย”
“ได้ยิน”
ไม่ต้องรอนาน อีกเสียงหนึ่งก็สะท้อนตอบกลับมาในวงลูกคลื่นที่ห่อหุ้มตัวของริคุ ที่ตอนนี้ก็ไม่ได้วิ่งช้าลงกว่าเดิมเลย
“มีคนขโมยกริชั” ริคุรีบพูดต่อด้วยความรีบร้อน
“รู้แล้ว ผมกำลังจะไปบอกคุณนายใหญ่”
“พี่ฝากบ้านมัตสึยามะด้วยล่ะ แล้วพี่จะรีบไป”
“ไม่ต้องเป็ห่วง”
เมื่อได้ยินดังนั้นริคุก็ไม่รีรอ วางมือลงข้างลำตัวแล้ววิ่งต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่คิดชีวิต
“เห้ยย ไอ่หนุ่ม!!! รอฉันด้วย!!” เสียงนักบวชรุ่นพี่ะโไล่หลังไปพลางพยายามออกแรงวิ่งตามเด็กหนุ่มที่วิ่งนำเขาไปโดยไม่สนใจอะไรเลย ด้วยว่าอีกใจหนึ่งเขาก็นึกน้อยใจขึ้นมา “ทำไมฉันต้องวิ่งไม่หยุดอยู่คนเดียวด้วยย!!!” นักบวชหนุ่มะโไปวิ่งไปอยู่อย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้เป็เสียงที่ทำให้ริคุหันกลับมาสนใจได้เลย ตอนนี้ในใจของริคุเป็ห่วงอยู่อย่างเดียวเท่านั้น
ทำไมกริชถึงหายไปโดยที่ตัวเขาเองััอะไรไม่ได้เลย?
ณ ศาลเ้าประจำเมืองคุมะโมโตะ วันที่ 12 มีนาคม 2023 เวลา 09.00 น.
แสบตา...
ใบหน้านวลยุกยิกเล็กน้อย มือเรียวเล็กค่อยๆ ยกขึ้นมาทาบหน้าผากด้วยความรำคาญแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างมากระทบกับดวงตาตนเอง เด็กสาวค่อยๆ กระพริบตาลืมขึ้นช้าเพื่อปรับให้รับกับแสงอาทิตย์ ระหว่างนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับเสียงเหมือนอะไรหล่นลงกระทบกับน้ำ แล้วตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินออกห่างจากเธอไปเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว
“คุณย่า....” เด็กสาวขยับตัวลุกขึ้น เธอเหลียวมองห้องที่ไม่คุ้นตาไปรอบๆ
ตึก ๆๆๆ ครืดดด
“มิกิ!!” หญิงชราโผเข้ากอดเด็กสาวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เด็กหญิงโน้มตัวไปด้านหน้าตามแรงยื้อของเธออย่างห้ามไม่ได้
“คุณย่า แก้มหนูบี้หมดแล้ววววว” เด็กน้อยโอดครวญ
“ยัยตัวเล็กของย่า นึกว่าจะหลับไปตลอดแล้ว” เธอว่าแล้วผลักหลานสาวออกจากตัวเพื่อตรวจดูอีกครั้ง
“แล้วหนูหลับไปได้ยังไงคะเนี่ย”
“ละอองตะเกียงของย่าเองจ่ะ เป็ความสามารถพิเศษของเรย์ชิ”
“เรย์ชิหรอคะ” ไม่ทันขาดคำ สุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ขนฟูก็เดินเข้ามาทางด้านหลังแล้วเอาคางมาเกยไหล่ของเธอพลางซุกหน้ากับเด็กน้อยอย่างสนิทสนม
“เรย์ชิน่าจะชอบหลานนะ” เด็กสาวไม่ได้ตอบอะไร มิกิหันไปลูบหัวจิ้งจอกเงินแสนสวยแล้วก็สังเกตุเห็นได้ว่า ขนของเรย์ชินั้น ทอประกายแสงสีเงินระยิบระยับอยู่ตลอดเวลา แต่ประกายแสงเล็กๆ นั้น มีขนาดเล็กมาก จนถึงขนาดต้องอยู่ใกล้มากๆ เท่านั้นถึงจะมองเห็นได้
“แสงนี้เหมือนที่หนูเห็นตอนซ่อมหัวใจตะเกียงเลยค่ะ” เด็กสาวหันไปมองคุณย่าของเธอ
“ก็เพราะว่า หลานได้ผสานิญญากับเทพจิ้งจอกเงินเหมือนกับย่าไงล่ะจ๊ะ” เธอพูดพลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับหลานคนเล็ก
“อืม...แล้วพี่ล่ะคะ” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นตามภาษาเด็ก
“ของเซกิน่ะ เป็เต่าัจ่ะ” ถึงแม้จะไม่ค่อยอยากเล่าอะไรให้ชวนนึกถึงหลานคนโตของเธอก็ตาม แต่ต่อให้เลี่ยง ก็คงเลี่ยงได้ไม่นาน ยังไงเสียเดี๋ยวมิกิจังก็ต้องรู้ “นี่มิกิจัง”
“ค่ะ” เด็กสาวเอ่ยตอบขณะที่มือก็ยังลูบหัวเ้าจิ้งจอกเงินสีขาวตัวใหญ่ที่พยายามเอาหางมาห่อตัวเธอเอาไว้
“ไปทานข้าวเช้ากันเถอะจ่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ย่ากับปู่คิดถึงหลานมากเลยล่ะ”
“ค่ะคุณย่า” เธอตอบแล้วก็หันกลับไปพูดกับสุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ “ไปด้วยกันเถอะเรย์ชิจัง” สุนัขจิ้งจอกขี้อ้อนได้ยินดังนั้นก็คลายม้วนหางของตัวเองออกแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมๆ กับเด็กน้อยและคุณย่าของเธอ
.................
..........
...
..
.
ที่โต๊ะอาหาร ชายแก่คนหนึ่งกำลังนั่งจิบชาร้อนพลางอ่านข้อความในกระดาษโน้ตที่ได้มาจากเลขาฯ ของตนเองซ้ำแล้วซ้ำอีก ประหนึ่งว่าเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้อความในกระดาษนั้นเป็ความจริง กระดาษโน้ตที่เลขาฯ ของเขาจดมานั้นบอกว่า
ถึง ท่านมัตสึยามะ
ท่านเ้าอาวาสแห่งวัดกิงคะคุจิและวัดคิงคะคุจิ ้าพบท่านโดยด่วน
จึงขอให้ท่านมาร่วมงานประชุมประจำปีที่จะมีขึ้นในอีกสามวันข้างหน้าด้วย
ขอแสดงความเคารพ มา ณ โอกาสนี้
มัตสึยามะ คุมัง หรือเ้าอาวาสวัดหลวงอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมืองคุมะโมโตะ เขาเป็ทั้งเ้าอาวาส ผู้สำเร็จวิชาของนักพรตจากประเทศจีน และเป็ผู้ที่ผ่านการสอบคังนุชิระดับชั้นที่ 1* จากมหาวิทยาลัยโกคุกักคุยิน** ในเมืองโตเกียว และเค้าคนนี้นี่แหล่ะ คือผู้ดูแลศาลเ้าคุมะโมโตะ ศาลเ้าประเมือง และยังเป็พื้นที่ของวัดหลวงที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมศาลเ้าชินโต แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่คนทั่วไปอาจจะไม่รู้ ถ้าหากไม่ใช่ระดับคังนุชิ และไม่ใช่คนใกล้ชิดแล้วล่ะก็ จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มัตสึยามะ คุมัง ได้ศึกษาวิชาศาสนาโบราณของญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่าวิชาองเมียวจิจนสำเร็จและได้เขียนตำราฉบับสากล ที่ผสมทั้งศาสตร์ขององเมียวจิกับนักพรตจีน แล้วเปิดสอนให้กับนักบวชในสำนักของตนเองมาเป็เวลามากกว่าสิบปีแล้ว
“คุณท่านครับ คุณนายใหญ่กับคุณหนูมิกิมาแล้วครับ”
“คุณปู่!!” เด็กสาวโผะโเข้ากอดนายใหญ่ของบ้านด้วยความคิดถึง “มิกิจังคิดถึงคุณปู่มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก...”
“เอาล่ะๆ รู้แล้วว่าคิดถึงปู่” ชายแก่เอ่ยพลางหัวเราะในลำคอ “แล้วตะเกียงล่ะ”
“ซ่อมเสร็จแล้วค่ะ นี่ไง” เด็กสาวหยิบตะเกียงที่ตัวเองซ่อนเอาไว้ในโอบิรัดเอวออกมาแล้วยื่นให้คนตรงหน้าดูด้วยรอยยิ้ม
“ดูดีเชียวล่ะ...ดีนะพ่อของหลานฝากเอาไว้ที่นี้หลายอัน”
“คุณพ่อเหรอคะ?”
“ใช่ ใครจะทำงานตะเกียงแบบนี้ได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่สำนักของพ่อหนูน่ะ”
“แต่หนูเห็นแค่พ่อบ้านซางที่ตีเหล็กเป็นะคะ”
“ก็พ่อบ้านซางนั่นแหล่ะ ทำให้”
“อ่าวๆ กอดให้หายคิดถึงแล้วก็นั่งโต๊ะทานข้าวได้แล้ว” เสียงของคุณนายใหญ่ของบ้านเอ็ดขึ้น
“ค่ะ!!!” มิกิได้ยินดังนั้นก็ผละออกจากอ้อมกอดของชายแก่ตรงหน้าแล้วรีบเข้าไปนั่งในเก้าอี้ประจำของตนเอง แต่ก่อนที่จะได้เริ่มทานอาหาร หญิงชราก็เดินเข้าไปกระซิบบางอย่างกับสามี “ระวังหน่อยสิคะ” เธอว่าพลางยื่นมือไปแตะเบาๆ ที่ชายโครงด้านซ้ายของเขา
“เอาน่า ไม่เป็ไรหรอก” เขาตอบกลับแล้วเอามือตบเบาๆ ที่หลังมือของเธอ
“พี่เซกิล่ะคะ?” เด็กสาวเอ่ยถามขณะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบกับถ้วยข้าวสวยร้อนๆ มาถือเอาไว้
“ยังไม่ตื่นน่ะจ่ะ” เออิโกะเอ่ยตอบก่อนที่จะสามีของตนเองจะได้พูดอะไร “ว่าแต่ไหนเล่าให้ปู่กับย่าฟังสิ ว่าตะเกียงของหนูหักแบบนั้นได้ยังไง”
“งืม...หนูกับพ่อบ้านซางโดนนักเลงทำร้ายน่ะค่ะ” เธอตอบแล้วอ้าปากกินข้าวเข้าไปคำโต
“โดนทำร้าย?!” “ว่าไงนะ?!” ทั้งสองหันมามองหน้าหลานพร้อมกัน แต่ไม่ใช่เพียงแค่เ้าบ้านทั้งสองเท่านั้นที่ใ พ่อบ้านที่ยืนถือดาบซามูไรอยู่ใกล้ๆ พวกเขาเองก็ใเช่นกัน
“แล้วหลานมาถึงนี่ได้ยังไง?” เออิโกะรีบถามต่อทันที
“ก็หลังจากที่คนกลุ่มนั้นเดินออกไปแล้ว หนูกับพ่อบ้านซางก็....”
ณ สนามบินเซี่ยงไฮ่ผู่ตง วันที่ 11 มีนาคม 2023 เวลา 10.40 น.
ผู้คนที่ล้อมรอบอยู่ห่างๆ บ้างก็แอบดู บ้างก็แอบเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูป ไม่มีใครกล้าที่จะเรียกตำรวจหรือเข้ามาช่วยสักคน ชายแก่อดทนอยู่อย่างนั้นจนลมพายุที่วิ่งผ่านตัวของเขาหยุดลง เขาทรุดกายลงกองกับพื้นพลางหอบหายใจถี่ ตอนนี้เค้าไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตอนนี้เขาหายใจเข้าหรือหายใจออก มันชาแน่นไปทั่วทั้งร่าง
“กลับมา!!” คลื่นลมที่วิ่งผ่านร่างของชายแก่ตรงหน้าวิ่งกลับเข้าไปยังคมมีดที่ยื่นจ่ออยู่ตรงหน้าของเขา
“แอ่ก แค่กๆ” คนแก่ที่ล้มลงไปนอนกับพื้นพยายามยันตัวลุกขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มีเพื่อมองหน้าคนที่ใช้กริชนั่นกับเขา
“พ่อบ้านซางง!!” เด็กสาวพยายามดิ้นสุดแรงเกิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
“ปล่อยเด็กไป” ชายหนุ่มตรงหน้าที่ใช้แว่นกันแดดตรงหน้าออกคำสั่งอีกครั้งแล้วเก็บมีดซ่อนไว้ในสูทของตัวเองตามเดิม
“ไปเลย!!”
“โอ้ยย” บอดีการ์ดคนที่จับตัวมิกิเอาไว้ผลักเธอให้ล้มลงไปกับพื้นใกล้กับร่างของพ่อบ้านซางที่ตอนนี้ กำลังนอนเอามือกุมที่กลางอกของตนเอง แล้วพยายามปรับลมหายใจให้ปกติที่สุด
“พ่อบ้านซาง เป็ยังไงบ้างคะ” เด็กสาวรีบกระโจนเข้าไปกอดตัวพ่อบ้านของเธอเอาไว้ มือเล็กๆ พยายามพลิกดูร่างกายของชายแก่ว่าได้รับาเ็ตรงไหนบ้าง “คุณ!! คุณมันชั่วร้าย!!” เธอะโชี้นิ้วด่าคนตรงหน้า
“ยังไม่รู้จักกันดี ก็โดนมิกิจังด่าเสียแล้ว” ชายหนุ่มพูดตอบแล้วเรียกชื่อเธอด้วยภาษาญี่ปุ่น พลางกระตุกยิ้มมุมปาก
“ห้ะ... รู้ได้ยังไง?” เป็ความคิดที่เธอไม่ได้ถามออกไป แต่ก็ไม่ทันที่เด็กสาวจะได้พูดอะไรต่อ ชายหนุ่มก็รีบหันหลังกลับแล้วเดินจากออกไปพร้อมกับบอดีการ์ดสองคนที่เดินตามอยู่ไม่ห่าง
……….
…..
…
.
“ก็เป็แบบนี้แหล่ะค่ะ” มิกิพูดแล้วอ้าปากงับข้าวคำโตอีกครั้ง
“เค้ารู้ชื่อหลานงั้นเหรอ” เออิโกะคะยั้นคะยอถามอย่างไม่ลดละ
“ค่ะ หลานก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่พ่อบ้านซางบอกว่าไม่ต้องสนใจ แล้วรีบซ่อมหัวใจตะเกียงให้เร็วที่สุด” เธอคีบเนื้อทงคัตสึชิ้นใหญ่เข้าปากก่อนจะเล่าต่อ “แล้วพ่อบ้านซางก็รีบกลับไปเลยค่ะ” เด็กน้อยวางตะเกียบแล้วหันมายกแก้วน้ำดื่มอึกใหญ่
“หลานจะไปชวนพี่เซกิมากินข้าวนะคะ” เด็กสาวทำท่าจะรีบลุกออกไปแต่ก็โดนคุณนายใหญ่ของบ้านโผมากอดรั้งตัวเอาไว้ก่อน
“ปล่อยให้พี่เค้าพักไปก่อนเถอะจ่ะ มิกิจังมากับย่าดีกว่า ถึงเวลาที่ย่าจะต้องให้หลานดูอะไรบางอย่างแล้วล่ะจ่ะ”
หญิงชราโอบตัวหลานสาวเอาไว้แล้วพาเดินออกไป เธอหันกลับมามองหน้าสามีเล็กน้อย เหมือนอยากจะถามให้แน่ใจว่า เธอไม่ได้คิดผิดใช่มั้ย มัตสึยามะเห็นภรรยาเดินออกไปด้วยความกังวลใจอย่างนั้นก็เลือกที่จะพยักหน้ากลับเล็กน้อยเพื่อเป็สัญญาณบอกให้เธอแน่ใจกับสิ่งที่กำลังจะทำ
คุณนายใหญ่ของบ้านเห็นดังนั้นแล้วก็หันหน้ากลับมามองหลานสาวคนเล็กแล้วพากันเดินออกไปเงียบๆ มัตสึยามะเห็นทั้งสองเดินออกไปแล้วก็ขยำกระดาษโน้ตในมือแล้วเขวี้ยงทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างไม่สนใจมากนัก
“อาเถา”
“ครับ คุณท่าน”
เขาเรียกชื่อผู้ช่วยมือขวาของเขาในขณะที่ตนเองก็กำลังครุ่นคิดถึงข้อความในกระดาษโน้ตแผ่นนั้น
“นิชิโกะติดต่อมาบ้างมั้ย?”
“คุณผู้หญิงไม่ได้ติดต่อมาเลยครับ”
“อาหวางล่ะ?”
“คุณผู้ชายก็ไม่ได้ติดต่อมาครับ”
“อืม...แล้วพลอยที่ดาบของนายล่ะ”
“ครับ” พ่อบ้านพลิกดาบขึ้นมามองสีของพลอยที่ฝังอยู่ที่ด้ามจับของดาบ “เปลี่ยนเป็สีเขม่าควันครับ”
เ้าสำนักองเมียวจิแห่งเดียวในญี่ปุ่นไม่ถามอะไรต่อ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทางประตูบานเลื่อน ก่อนจะหยุดครู่หนึ่งเพื่อพูดบางอย่างกับพ่อบ้านที่เขาไว้ใจที่สุด
“ส่งทัชสึไปสำนักหวางจง แล้วรวมนักบวชชั้นต้นมาสองสามคน พวกเราจะต้องไปเกียวโต”
“วันนี้เลยเหรอครับ” ซือเถาเอ่ยถาม
“เดี๋ยวนี้”
“ครับ” ซือเถาตอบรับ เขาโค้งตัวรับคำสั่งแล้วรอให้เ้านายเดินออกไปเสียก่อนที่ตนเองจะเดินตามออกไปติดๆ เมื่อเดินมาส่งนายใหญ่ของบ้านแล้ว พ่อบ้านเถา ก็รีบไปแจ้งข่าวกับทัชสึ เลขาฯ ประจำสำนักของนายท่านใหญ่ และรีบออกไปหารวบรวมนักบวชชั้นต้นตามที่ได้รับคำสั่งโดยไม่รอช้า
เมื่อมัตสึยามะเดินเข้าไปในห้องของตนเองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ความปวดหัวแล่นเข้ามาอย่างห้ามไม่ได้ ตอนนี้หลานสาวคนโตของเค้าหายตัวไป ความเจ็บที่ชายโครงด้านซ้ายยังไม่หายดี ก็ต้องมาเื่น่ากังวลใจเพิ่มอีก ดูเหมือนว่าเื่นี้ จะใหญ่เกินกว่าบ้านมัตสึยามะเสียแล้ว
ติดตามหรือพูดคุยกันได้ที่ redvelvetscent ตามลิ้งนี้ค่ะ
www.twitter.com/redvelvetscent