ฟางเซียนก้มลงหยิบฟืนใส่เตาที่ใกล้มอดดับเต็มที ก่อนจะเป่าลมเข้าไปเพื่อให้ไฟลุก หยิบหม้อดินเผาเดินออกไปยังที่โอ่งใบเดิม ตักน้ำใส่หม้อจนพอดีจุดที่้าแล้วจึงเอาไปตั้งบนเตาที่ไฟเริ่มลุกโชนขึ้น
ขณะที่รอน้ำเดือดเขาเดินออกไปนอกบ้านอีกครั้ง ตอนขอดเกล็ดปลาเมื่อสักครู่ได้สังเกตเห็นแปลงผักอยู่ใกล้ๆ ตั้งใจจะเดินไปดูสักหน่อยว่ามีอะไรพอที่จะนำมาเพิ่มรสชาติอาหารได้บ้าง
แปลงผักที่ปลูกอยู่นั้นมีผักหลากหลายชนิดมีที่ฟางเซียนรู้จัก และบางต้นไม่รู้จัก แต่ที่รู้จักแน่ๆ เลยคือต้นผักชีต้นหอม ร่างเล็กก้มถอนต้นหอมผักชีขึ้นมาทั้งราก
แอบเหลือบไปเห็นต้นพริกที่อยู่ไม่ไกลจึงเอื้อมเด็ดผลพริกมาด้วย มองสำรวจไปรอบๆ มีหลายชนิดที่เหมาะแก่การนำไปปรุงอาหาร แต่ส่วนมากยังไม่โตพอนัก
'น่าจะพึ่งผ่านพ้นฤดูหนาวมาแน่ๆ '
เมื่อไม่มีต้นอะไรให้เขาเก็บ จึงเดินเข้าบ้าน ขณะเดียวกันฟางหรงที่อาบน้ำผลัดเสื้อผ้ามาเรียบร้อยก็เดินผ่านมาพอดี
"พี่รองจะทำกับอาหารหรือ"
ยังไม่ทันกล่าวอะไร เด็กน้อยก็เอ่ยทักขึ้นมาเสียก่อน ฟางเซียนจึงได้พยักหน้ารับ
"จะทำปลาที่เ้านำมาไง"
"จริงรึ"
"จริงสิ"
"แต่ว่าท่านทำอาหารไม่เป็มิใช่หรือ" เด็กน้อยเอ่ยด้วยสีหน้างุนงง ฟางเซียนเองก็แอบสตั้น 'ชิบ ลืมตัว! ' ปกติมีเวลาว่างก็มักชอบทำอาหารด้วยตัวเองจนเป็นิสัยติดตัวจนลืมว่าตนอยู่ที่ไหน
"ข้าก็หัดทำไง" เขาเพียงแต่แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ เด็กน้อยทำสีหน้าไม่เชื่อสักเท่าไร พี่ชายเขาหรือจะทำอาหารได้ แค่เดินเข้าครัวก็เหมือนคนโดนบังคับให้กินยาขมแล้วแต่ก็ไม่ได้เอ่ยท้วงอะไรอีก
ฟางเซียนเห็นเด็กน้อยไม่เอ่ยอะไรอีกจึงแสร้งเดินเอาผักไปล้างน้ำ ก่อนจะเดินหนีหายไปในครัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงห้องครัวจึงนำวัตถุดิบต่างๆ ที่พอจะหามาได้วางบนโต๊ะ เริ่มจากซอยพริก ตามด้วยหั่นกระเทียมเป็แว่น หยิบผักชีมาหันรากก่อนจะโยนลงไปในหม้อที่เริ่มเดือด
ร่างเล็กของฟางหรงเดินมาแอบดูพี่ชายที่ทำอาหารอย่างคล่องแคล่วด้วยความประหลาดใจ 'หรือพี่รองจะทำอาหารได้จริง'
ฟางเซียนที่ใจจดจ่อกับการทำอาหารไม่ได้สังเกตเห็นน้องชายที่แอบอยู่ไม่ไกล สายตาจ้องมองไปยังหม้อที่เดือดแล้ว เขาใส่กระเทียมหันแว่นลงไปก่อนจะใช้ทัพพีตักผักกาดดองในไหลงตามไปด้วย แล้วปิดฝาหม้อไว้รอให้น้ำเดือดอีกรอบ จึงหันมาหั่นเนื้อปลารอไว้
เซี่ยอวิ้นที่กลับจากซักและตากเสื้อผ้าเสร็จก็มองเห็นบุตรชายคนเล็กเกาะประตูไว้จึงนึกสงสัย เมื่อเดินใกล้เข้ามาจึงได้กลิ่นเหมือนมีคนกำลังปลุกอาหาร
มือเรียวเล็กของนางแตะที่หลังบุตรชายคนเล็กเบาๆ กำลังจะเอ่ยถามแต่ฟางหรงที่กำลังตั้งใจมองพี่ชายเกิดสะดุ้งใจนร้องออกมา
"เห้ย! โห้ย ท่านแม่ ข้าใหมด"
เสียงดังจากข้างหลังจึงทำให้ฟางเซียนหันมามอง เห็นแม่และน้องชายยืนอยู่ตรงประตูทางเข้า จึงเอียงคอมองอย่างสงสัย
"ท่านแม่ กลับมาแล้วหรอครับ" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองต่างนิ่งเงียบ เซี่ยอวิ้นจึงกล่าวตอบบุตรชายคนรอง
"กลับมาแล้วลูก แล้วนี่ทำอะไรอยู่หรือเ้า"
"เอ่อ.. ข้าเห็นว่าท่านยุ่งอยู่ ปลานี้หากทิ้งไว้นานจะไม่สด จึงมาทำรอท่านคระ...ขอรับ"
ฟางเซียนเอ่ยตอบเสียงตะกุกตะกัก จับตะหลิวในมือแน่น กลัวว่าตนเองจะส่อพิรุธอะไรออกไป จนมารดาของเ้าของร่างจับได้
"เก่งจริงลูกแม่ หัดทำกับข้าวได้แล้วรึ"
เซี่ยอวิ้นเอ่ยขึ้นอย่างภูมิใจ ในที่สุดลูกนางก็ยอมทำอาหารเสียที งานบ้านงานเรือนอย่างอื่นนั้นมิบกพร่อง ขาดแต่งานครัวซึ่งฟางเซียนมิชมชอบการเข้าครัวเท่าใดนัก
มีแต่นางที่ต้องบีบบังคับให้เข้าบ้าง
อย่างไรก็เป็เกอ หากมิรู้การทำอาหารเสียเลย ภายภาคหน้าจักโดนดูถูกเอาได้
"ขอรับ แหะๆ "
ฟางเซียนรู้สึกเหมือนได้รับอากาศเข้าเต็มปอด หลังจากรู้สึกเหมือนคนจมน้ำมาตั้งนาน 'โชคดีที่รอดตัวไป'
"อ่ะ เกือบลืมเลย! " ร่างเล็กรีบหันตัวเองกลับไปยังหน้าเตา น้ำตอนนี้ได้เดือดอีกรอบแล้ว จึงรีบเปิดฝาหม้อแล้วเทเนื้อปลาที่หั่นไว้ลงไป คราวนี้เขาไม่ได้ปิดฝาหม้อแต่เลือกที่จะเปิดไว้เพื่อคอยช้อนฟองออก
ร่างเล็กก้มลงเพื่อที่จะเอาฟืนที่อยู่ในเตาออกบ้างเพื่อลดความแรงของไฟ ต้องคอยดูฟืนดูไฟอยู่ตลอดเวลา ทำเอาอดคิดถึงเตาไฟฟ้าที่ห้องตัวเองไม่ได้
'เมื่อก่อนเราก็ถือว่าอยู่สุขสบายดีเหมือนกันนะเนี้ย'
เซี่ยอวิ้นมองร่างเล็กของบุตรชาย ท่าทางที่คล่องแคลวน่าดูชม แต่หากคิดดีๆ แล้ว ลูกนางมิใช่คนที่ชอบปรุงอาหาร เหตุใดจึงเหมือนคนที่ปรุงอาหารเป็เช่นนี้
แต่ก็ปัดความคิดทิ้ง ถึงอย่างไรการที่ลูกนางทำอาหารได้ก็เป็เื่ดีมากกว่าเสีย หากมัวแต่คิดมาก อาจเผลอพลั้งปากทำลายน้ำใจบุตรชายได้
เมื่อคิดเช่นนั้นนางจึงมองดูฟางเซียนทำอาหารอย่างภาคภูมิใจ ยิ่งได้กลิ่นอาหารที่ลูกนางปรุงยิ่งดีใจ ไม่เพียงแต่คล่องแคล่วน่าชม กลิ่นอาหารก็หอมชวนให้ท้องร้องเสียเหลือเกิน
ทั้งๆ ที่ปรุงอาหารที่เป็เนื้อปลา กลับไม่ได้กลิ่นคาวของปลาสักนิด แต่เป็กลิ่นที่ชวนน้ำลายสอมากกว่า นางจึงชะโงกดูในหม้อ
'แกงปลา แต่เอะ .. ใส่ผักกาดดองรึ? '
นางพึ่งเคยเห็นอาหารเช่นนี้ ผักกาดดอง นางทำเองแต่เอาไว้เป็เพียงเครื่องเคียง มิรู้ว่าสามารถนำมาปรุงอาหารได้เช่นนี้ แล้วลูกนางรู้มาจากไหนกัน?
'อ่า.. หรือว่าเซียนเออร์ทำลงไปมั่วๆ โธ่ ข้าน่าจะสอนลูกให้ดีเสียก่อน'
จากความภาคภูมิใจที่เต็มอกคล้ายมีใครนำเข็มมาปักจนฝ่อลงในพริบตา ลูกนางพึ่งหัดทำอาหารแท้ๆ คงหยิบอะไรใส่ตามที่เห็นกระมัง
'แล้วเช่นนี้ข้าควรจะทำเช่นไรดี ควรบอกเซียนเออร์ดีหรือไม่ ว่าผักกาดดองนั้นเป็เครื่องเคียง หากบอกไปแล้วเซียนเออร์จะเสียน้ำใจหรือไม่'
ฟางหรงที่ยืนมองมารดา เดี๋ยวใบหน้ายิ้มแย้ม เดี๋ยวใบหน้าเศร้าสลด มารดาเขาไปเป็อะไรไปหรือไม่นะ..
ห่างจากบ้านที่ฟางเซียนอยู่ไม่ไกล มีสองพ่อลูกที่สะพายตะกร้าไม้ไผ่ที่บรรจุของจนล้นปรี่
"ไหวหรือไม่ชิงเออร์"ผู้เป็บิดาเอ่ยถามบุตรชายคนโต เมื่อเห็นเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าของเด็กหนุ่ม
"ไหวขอรับท่านพ่อ" เด็กหนุ่มเอ่ยปากตอบ แม้จะมีเหงื่อชุมไปทั่วกาย แต่ตนยังรู้สึกว่าทนไหวไม่อยากให้บิดาเป็กังวล
"หากไม่ไหวก็พักก่อนได้นะลูก อีกไม่ไกลก็ถึงบ้านแล้ว เ้าไม่ต้องรีบร้อน"
"ข้าอยากกลับไปถึงบ้านไวๆ ขอรับท่านพ่อ อยากกลับไปดูน้องรอง มิรู้ว่าปานนี้ตื่นหรือยัง" ฟางชิงเอ่ยถึงน้องคนรองที่ป่วยจนตอนนี้ยังไม่ได้สติ
เมื่อลูกชายคนโตเอ่ยถึงลูกคนรอง ฟางหานก็อดเ็ปในใจไม่ได้ คราวนี้ลูกรองป่วยหนักนัก จนตนเองยังกังวลว่า ลูกอาจไม่ฟื้นมาอีกก็ได้
ตนที่ทำงานในไร่กังวลอยู่แทบตลอดเวลา เกรงว่าจะมีผู้ใดวิ่งมาบอกข่าวร้ายหรือไม่ แต่ยังดีที่ไม่มีผู้ใดมาหา แปลว่าลูกเขายังคงไม่ได้เป็อะไรไปมากกว่าเดิม หากโชคดีลูกเขาอาจฟื้นขึ้นมาแล้วก็เป็ได้ เมื่อคิดดังนั้นบ้านตนเองที่คิดว่าอยู่ไม่ไกล วันนี้กลับรู้สึกว่าอยู่ห่างไกลนัก
ถึงแม้จะรู้สึกว่าวันนี้เดินไกลเป็พิเศษ แต่ครู่เดียวสองพ่อลูกก็เดินมาถึงหน้าบ้าน แทนที่จะได้กลิ่นเหม็นฉุนของยากลับได้กลิ่นหอมโชยออกมาจากในบ้านแทน
"อวิ้นเออร์ พวกเรากลับมาแล้ว! "
ฟางหานะโบอกภรรยา ทั้งเขาและลูกชายต่างปลดตะกร้าด้านหลังลง ฝ่ายฟางชิงที่รีบร้อนวางของให้เรียบร้อยแล้วจึงเดินเข้าไปในบ้าน
"ท่านแม่ น้องรองเป็..." ฟางชิงที่จะเอ่ยถามมารดาเื่น้องชายคนรอง หยุดเสียงลงเมื่อเห็นเด็กน้อยยืนอยู่ด้านหลังมารดา นั้นน้องรองของเขานี้!
"น้องรอง เ้าฟื้นแล้วรึ?! ' ฟางชิงแทบถลาไปหาน้องชายของตน เขายกมือลูบศีรษะเล็กเบาๆ เมื่อรู้ว่าเป็น้องรองจริงๆ ก็อดยิ้มกว้างไม่ได้
ฟางเซียนในิดหน่อยที่โดนเด็กหนุ่มวิ่งถลามาหา บ้านนี้เป็คนยังไงกัน เดินมาเฉยๆ ไม่ได้หรือไงนะ
'เรียกเราว่าน้องรอง แสดงว่าเป็พี่คนโตหรือเปล่า? '
พลางมองสำรวจใบหน้าของเด็กหนุ่มที่อายุน่าจะ ๑๒-๑๓ ปี ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ดวงตาคมแต่มีแววตาอ่อนโยน คิ้วเข้ม จมูกคมเป็สันรับกับริมฝีปากได้รูป
อายุแค่นี้ก็มีแววหล่อเหลา เขาวางเลย๑๐บาท โตมาต้องหล่อคมบาดใจอย่างแน่นอน
"เห็นใดจึงไม่ตอบพี่ใหญ่เ้าไปเล่าเซียนเออร์" เซี่ยอวิ้นที่เห็นบุตรชายเงียบไป จึงเอ่ยเรียกสติลูกชาย
"เอ่อ.. ข้าดีขึ้นแล้วขะ..ขอรับ"
"งั้นรึ เช่นนั้นก็ดีแล้ว" เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง น้องเขาดีขึ้นแล้วไม่ได้สนใจว่าน้องตนแปลกตาไป แค่น้องชายฟื้นถือว่าเป็เรื่องดีที่สุดแล้ว ก่อนจะหันไปกล่าวกับมารดา
"ว่าแต่หอมยิ่งนัก ท่านแม่ทำอะไรรึ"
ตนได้กลิ่นั้แ่อยู่หน้าประตูแล้วมัวแต่ใจจอจ่อกับน้องชายจึงลืมไป
"นั้นสิ กลิ่นหอมโชยไปถึงหน้าบ้านเชียว"
ฟางหานตงที่เดินเข้ามาทีหลังเอ่ยถามกับบภรรยาเช่นกัน กลิ่นหอมนี้ทำเอาเขารู้สึกหิวขึ้นมาทีเดียว ฟางเซียนหันตามเสียง
เห็นชายหนุ่มคมสันที่เหมือนผู้ชายในความฝันของเขานั้นเอง แม้จะดูมีอายุมากขึ้นกว่าในฝัน แต่เขาก็มั่นใจว่าคนนี้คือ'ฟางหาน' บิดาของเ้าของร่างนี้อย่างแน่นอน
เซี่ยอวิ้นฝืนยิ้มแปลกๆ ออกมา เมื่อได้ยินคำกล่าวของสามีและลูกชายคนโต ถึงกลิ่นจะหอมน่าทานเพียงไร ก็อดไว้ใจรสชาติมิได้ แต่ว่ายังไม่ทันที่เซี่ยอวิ้นจะเอ่ยตอบฟางหรงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยตอบขึ้นมาเสียก่อน
"เป็พี่รองทำขอรับท่าน" เด็กน้อยเอ่ยเสียงใส ฟางเซียนที่ถูกพูดถึงก็สะดุ้งขึ้น
"เป็ลูกรองงั้นรึ" ฟางหานตงมองไปอย่างสงสัย ลูกชายคนรองเขายอมเข้าครัวแล้วรึ
"น้องรองเ้าทำอะไรงั้นหรือ"
"ต้มปลาใส่ผัดกาดดองขอรับ"
"ต้มปลาใส่ผักกาดดองงั้นรึ..น่ากินยิ่งนัก! " ฟางชิงไม่รู้ว่าที่น้องตนทำนั้นเป็เมนูที่ตนเองไม่รู้จักแต่นั้นช่างปะไรขอเป็เพียงสิ่งที่น้องชายทำ เขาก็ยินดีจะกินให้หมด
"ต้มปลา แล้วเ้าเอาปลามาจากไหนรึ"
ฟางหานที่ไม่ได้สนใจชื่อเมนู แต่กลับสนใจปลาที่นำมาปรุงอาหารมากกว่า เพราะตนไม่ได้เป็หาปลามาให้ที่บ้านหลายวันแล้ว วันนี้ก็ตั้งใจกลับมาเร็วเพื่อไปจับปลามาปรุงน้ำแกงบำรุงลูกชายอยู่พอดี
"ข้า! เป็ข้าที่หามา! " ฟางหรงเอ่ยขึ้นเสียงดัง พร้อมกอดอกอย่างภูมิใจ เหมือนรอคำว่ากล่าวชมจากบิดา 'ชมข้าสิๆ '
"เป็เช่นนั้นเอง อาหลางหามาได้สินะ" ฟางหานตงเอ่ยกล่าวอย่างรู้ทันลูกชายคนเล็ก คนที่หาปลามาได้คงเป็อาหลาง หรือ เซียวหลาง เด็กหนุ่มสหายสนิทของฟางชิง
ที่ลูกชายคนเล็กมักจะไปติดสอยห้อยตาม และเด็กหนุ่มก็มันจะแบ่งปันสิ่งที่ตนเองหามาได้ให้ลูกชายเขาอยู่เป็ประจำ
"ส่วนเ้าพ่อว่าเ้าไปซุกซนเสียมากกว่า" มือเรียวใหญ่ขยี้ศีรษะลูกชายอย่างมันเขี้ยว
"ข้าไม่ได้ซุกซนเสียหน่อย ข้าไปช่วยพี่หลางหาต่างหาก! "
ฟางหรงเอ่ยท้วงด้วยใบหน้ามุ่ย เหตุใดทุกคนต้องหาว่าเขาไปซุกซนด้วยนะ เขาไม่ใช่เด็กเสียหน่อย!
"ใช่ๆ เ้าหามาแต่อาหลางค่อยช่วยเ้าด้วยละสิ" ฟางชิงเป็อีกคนที่รู้ทันน้องชายคนเล็ก จึงอดแหย่ไม่ได้
"กะ..ก็เป็เช่นนั้น" ฟางหรงจำนนต่อคำกล่าวของพี่ชายคนโต พี่หลางเป็คนช่วยหาจริงๆ เด็กน้อยไม่สามารปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้ได้
"ตะ..แต่ยังไง ข้าก็เป็คนหามาได้! " ถึงพี่หลางจะช่วยก็ตาม เด็กน้อยแอบต่อประโยคในใจ
เซี่ยอวิ้นเห็นพ่อลูกแหย่ลูกคนเล็กจนหน้าแดง จึงเข้าไปห้ามกลัวจะเกิดเหตุการณ์เช่นตอนกลางวันอีก
"พอๆ หยุดเถียงกันได้แล้ว ท่านพี่ ชิงเออร์กลับมาเหนื่อยๆ รีบไปอาบน้ำผลัดผ้าก่อนเสียเถิด"
นางรีบดันหลังสามีและลูกชายคนโตไปยังประตูหลัง เกรงว่าทั้งสองกล่าววาจาให้ลูกคนเล็กเคืองใจไปมากกว่านี้
"ส่วนเซียนเออร์อยู่เล่นกับน้องตรงนี้ก่อนนะลูก แม่จะไปปรุงอาหารเพิ่มอีกหน่อย หากอ่อนเพลียก็เข้าไปพักในห้องเสียนะ"
"ขอรับ"
บรรยากาศที่ครึกครื้นเมื่อสักครู่เหลือเพียงความเงียบเมื่อเหลือเพียงเด็กน้อยสองคน ฟางเซียนหันมาสบตากับเด็กน้อยที่ส่วนสูงไม่ห่างกันนัก ไม่รู้จะหาอะไรมาคุยกับฟางหรง คราวนี้ไม่มีปลาให้หันเหความสนใจของเด็กน้อยซะด้วยสิ
"อาหลางที่เ้าพูดถึงคือใครหรอ"เขาจึงเอ่ยถามถึงคนที่ถูกพาดพิงในการสนทนาเมื่อสักครู่ขึ้นมา เพื่อพูดคุยกับน้องชาย
"พี่ชายหลาง สหายพี่พี่ใหญ่อย่างใดเล่า"
"สหายพี่ใหญ่? "
"ใช่แล้ว พี่ชายหลางน่ะเก่งกาจที่สุด! ทั้งจับปลา ล่าสัตว์หาขป่าได้อีกด้วย! " เด็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงโอ้อวด
'แล้วเ้าจะยืดทำไมไม่ทราบ'
ฟางเซียนส่ายหน้ากับความโอ้อวดประหนึ่งว่าเป็เรื่องของตนเอง
"แล้วเขาช่วยเ้าจับปลารึ"
เขาเอ่ยถาม หากป็นสหายพี่ใหญ่คงอายุไม่ห่างกันนักคงเป็เด็กเก่งคนหนึ่งละมั้ง
"ใช่แล้ว"
"แล้วเ้าไปจับมาได้ยังไง"
จึงเอ่ยอย่างสงสัย เด็กน้อยตรงหน้าส่วนสูงไม่ต่างจากเขาอายุก็น้อยกว่า สามารถจับปลาได้เยอะขนาดนี้ได้ยังไง
"ขะ..ข้าก็ไปจับเอามาใส่ถังอย่างใดเล่า! " เด็กน้อยตอบด้วยท่าทางอึกอัก
"ลงไปจับในน้ำนะหรือ? "
"จับบนดิน.."เด็กน้อยเอ่ยตอบเสียงเบา
"ปลาที่ไหนเขาจับบนดินกัน" เขาเอ่ยแย้งขึ้น เ้าเด็กนี้จะแกล้งหลอกเขาหรือไง
"กะ..ก็จับที่พี่หลางโยนขึ้นอย่างใดเล่า! " เด็กน้อยเอ่ยเสียงดัง ใบหน้าเล็กขึ้นริ้วสีแดงคล้ายกำลังอับอาย
ฟางเซียนเกือบจะหลุดขำออกมา แต่เห็นใบหน้าน้องชายที่เริ่มอายจนใบหน้าแดง จึงกลั้นขำไว้ หากหลุดหัวเราะออกไป เ้าน้องคนดีคงงอนตุ้บป่องไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังอีกแน่
"ดูเก่งจังเนาะ" เขาเปรยขึ้นเบาๆ
"แน่นอนว่าข้าต้องเก่งอยู่แล้ว! "
"ข้าหมายถึงพี่หลางของเ้าต่างหาก" ฟางเซียนเอ่ยขัดเด็กน้อยขึ้น ท่าทางโอ้อวดเมื่อครู่น่าขำมิใช่น้อย
"นี่ท่าน! " เด็กน้อยทำเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ วันนี้พี่ชายคนรองน่าโมโหกว่าทุกวันจริงเชียว
"เอาน่า...เ้าก็เก่ง อายุเท่านี้ก็จับปลาบนบกได้แล้ว ไว้โตกว่านี้ค่อยลงไปจับในน้ำเช่นพี่หลางเ้าละกัน" เขาเอ่ยชมเ้าตัวเล็กซะหน่อย ไม่งั้นเด็กน้อยจะเสียกำลังใจเอาได้
"แน่นอนอยู่แล้ว ตอนนี้ข้าได้ติดตามพี่หลาง อีกไม่นานต้องเก่งกาจเช่นเขาอย่างแน่นอน! " เด็กน้อยกล่าวด้วยท่าทางมุ่งมั่น
เห็นท่าทางที่มุ่งมั่นของเด็กน้อย จะเอ่ยขัดก็อย่างไรอยู่ จึงได้แต่พยักหน้าและยิ้มบางไปให้ "จ๊ะๆ หรงหรงคนเก่ง"
ทางด้านเซี่ยอวิ้นนางกำลังกังวลใจกับอาหารของลูกชาย ไม่รู้ว่าที่ฟางเซียนทำนั้นรสชาติเป็เช่นไร จึงรีบเข้าครัวมาเพื่อที่จะชิมดูก่อน หากรสชาติไม่แย่เกินไปนางจะนำขึ้นโต๊ะ อย่างไรเสียลูกนางก็พึ่งหัดทำจะให้รสชาติดีั้แ่ครั้งแรกคงดูเกินจริง
แต่ถ้าหากรสชาติแย่ นางจะได้รีบแก้ไขเสียตรงนี้ ส่วนลูกนางค่อยจับมาหัดฝีมืออีกครั้งก็ไม่สาย จึงใช้ช้อนตักแกงตักน้ำแกงปลาขึ้นมา กลิ่นหอมลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก
'กลิ่นนี้ไม่เลวเลย แต่รสชาติเล่า'
นางเป่าให้น้ำแกงเย็นลงก่อนจะชิมรสชาติ
"น้ำแกงนี่..."
รสชาติอาหารจะเป็ยังไงน้า
ฝากคอมเม้นด้วยนะคะ อยากอ่าน