บทที่ 7 หลินเทียนที่เคารพ
‘หมอนี่มันนักต้มตุ๋น แถมยังเป็นักต้มตุ๋นที่ไม่รักษาสัญญาอีกต่างหาก!’
หลินโหรวไม่ได้ปริปากพูดอะไร ได้แต่คิดในใจเท่านั้น
เพราะก่อนหน้าเซียวเฉินบอกไว้ว่าเมื่อถึงเวลาจะเล่าเื่ราวทั้งหมดให้หลินโหรวฟัง
แต่ในความเป็จริง หลังจากขึ้นรถ เขาก็ขอตัวนอนพักสักหน่อย ที่ไหนได้… ดันกลายเป็หลับลึกไปเสียจริง ๆ
เมื่อหลินโหรวขับรถมาถึงหน้าบริษัทหลิน เซียวเฉินก็ตื่นขึ้นมาทันที ราวกับรู้ตัวอยู่แล้ว
“อ้าว เป็อะไรไป? หรือว่าถึงแล้ว?”
เซียวเฉินลืมตาขึ้นเล็กน้อย ถามคนด้านหน้า
พอชายหนุ่มพูดจบ เ้าหล่อนก็ถึงกับถอนหายใจออกมา
จะพูดยังไงดีล่ะ?
หลินโหรวมองไปที่เซียวเฉินด้วยสีหน้าเ็า “นายลืมอะไรไปหรือเปล่า?”
หลินโหรวอยากรู้เื่ของเซียวเฉินมากเลยทวงถามอีกครั้ง
เซียวเฉินเงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาว ก่อนเผยยิ้มชวนฉงนออกมา
“ลืมซื้อของเหรอ? จริงด้วยสิ! จะเจอพ่อตาครั้งแรกทั้งทีก็ควรซื้ออะไรไปฝากสักหน่อยสิ! ”
ประโยคนี้ออกแนวติดตลกไปเสียหน่อย แต่เซียวเฉินกำลังจริงจัง ซึ่งหลินโหรวก็ไม่รู้เช่นกันว่าตัวเองควรทำตัวอย่างไร
แต่แล้วเซียวเฉินกลับเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เมียงมองนั่นนี่ไปทั่ว “หลินกรุ๊ป นี่ดีมากเลย มีชีวิตชีวามาก! ”
ชายหนุ่มพูดไม่ผิด เพราะหลินกรุ๊ปใน่หลายปีมานี้ค่อย ๆ ถูกเฟื่องฟูขึ้นเรื่อย ๆ มิเช่นนั้นคงไม่มีทางกลายเป็บริษัทที่มีศักยภาพมากที่สุดในเมืองเจียงเฉิงได้
หลินโหรวกำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับเซียวเฉินเพิ่มเติม แต่พอมองไปที่ชายข้างกาย เธอกลับเห็นเขาส่ายหน้าไปมาเบา ๆ
“น่าเสียดายจริง ๆ”
หล่อนรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่ได้ยิน
ที่เซียวเฉินพูดหมายความว่ายังไง เขาคิดว่าหลินกรุ๊ปมีเื่ที่มันไม่ปกติ?
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเื่พวกนี้ เพราะเซียวเฉินและหลินโหรวมาถึงหน้าห้องทำงานของประธานกรรมการเป็ที่เรียบร้อย
“ถึงแล้ว”
หลินโหรวได้สติพร้อมบอกเซียวเฉิน
เธอััได้เสมอว่าเซียวเฉินทำตัวแปลก ๆ แต่ก็พูดไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไรกันแน่
หลินโหรวเผลอกำชับชายหนุ่มข้างกายออกมาโดยไม่รู้ตัว “ขอเตือนไว้ก่อนนะ อย่าพูดอะไรซี้ซั้ว เข้าใจไหม พ่อฉันเป็คนเข้มงวดมาก”
เมื่อได้ยินประโยคเตือนจากปากคนงาม เซียวเฉินก็พยักหน้าตอบรับ เขาจะไม่รู้เื่พวกนี้ได้ยังไงกันล่ะ?
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงทุ้มหนักแน่นที่ตอบรับกลับมาจากด้านใน “เข้ามา!”
หลินโหรวเดินนำเซียวเฉิน เปิดพูดกับคนที่อยู่ตรงหน้าว่า “คุณพ่อคะ เซียวเฉินมาแล้ว”
ห้องทำงานของประธานกรรมการไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมายนัก แต่ทุกอย่างก็ให้ความรู้สึกเรียบง่ายและเป็ระเบียบ
ที่จริงสถานที่สำหรับทำงานก็ไม่จำเป็ต้องตกแต่งอะไรเยอะแยะอยู่แล้ว เพราะไม่ได้ให้ผลอันเป็ประโยชน์อะไรมากกว่าเดิม
ประธานกรรมการของหลินกรุ๊ป ‘หลินเทียน’ เป็บุคคลในตำนาน
ใน่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระนั้นยังคงยืนหยัดต่อสู้ต่อไป
แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เขาได้รับโอกาสที่ดีมาก ทำให้หลินกรุ๊ปเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับผู้าุโท่านนี้ เซียวเฉินย่อมต้องให้ความเคารพอยู่แล้ว เพราะที่สำคัญที่สุดก็คืออีกฝ่ายกำลังจะมาเป็พ่อตาของตน
ฉับพลันหลินเทียนที่อยู่ตรงหน้าลุกขึ้นยืน พูดกับเซียวเฉินด้วยท่าทางตื่นเต้น “โอ้ เซียวเฉิน นายมาได้สักที นั่งลงก่อน ๆ อย่าได้เกรงใจเลย ทำตัวตามสบาย คิดเสียว่าที่นี่คือบ้านของนายเถอะ”
เซียวเฉินไม่ได้รู้สึกอะไรกับท่าทีของหลินเทียน แต่นั่นไม่ใช่สำหรับหลินโหรว เธอถึงกับพูดอะไรไม่ออก
ทำไมถึงดูราวกับว่าเซียวเฉินเป็ลูกของหลินเทียน ส่วนหลินโหรวคือเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงจากที่ไหนสักแห่งกันล่ะ?
หลินเทียนสังเกตเห็นหลินโหรวที่อยู่ข้าง ๆ เขายิ้มแล้วเชื้อเชิญ “หลินโหรว ลูกก็นั่งลงสิ!”
ความแตกต่างนั้นช่างชัดเจนเหลือเกิน
หลินเทียนมองไปทางเซียวเฉิน ไม่ว่าจะพิจารณายังไงก็ดูอิ่มเอมไปเสียหมด
“เซียวเฉิน ฉันรอนายมานานแล้ว ่นี้ไม่ได้ลำบากอะไรใช่ไหม?”
หลินเทียนพูดกับเซียวเฉิน ส่วนหลินโหรวกลับรู้สึกหงุดหงิดในใจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เธอเกือบจะถูกลอบทำร้าย ทว่าหลินเทียนกลับไม่แม้แต่จะสอบถามเื่เ่าั้เลย เอาแต่อยากรู้เื่เซียวเฉิน
ประเด็นเหล่านี้ทำให้หลินโหรวทำตัวไม่ถูก จึงหาข้ออ้าง
“คุณพ่อ คุยกันไปก่อนนะคะ หนูยังมีเื่ให้สะสาง ขอตัวไปจัดการก่อนนะคะ”
หลินโหรวพูดจบ ก็ลุกขึ้นเดินแล้วจากไป
กับทางหลินเทียนพอเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้า “อืม ดีเหมือนกัน งั้นลูกรีบไปทำธุระของลูกให้เสร็จเถอะ พ่อจะคุยกับเซียวเฉินต่ออีกสักหน่อย”
หลินโหรวไม่สนใจเื่พวกนี้อีกต่อไปแล้ว ในบริษัทมีสารพัดประเด็นเกิดขึ้น ดังนั้นถ้าไม่รีบไปแก้ไขให้เสร็จ ต่อไปคงสะสมเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็ดินพอกหางหมู
ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่หลินโหรว้าให้เกิดขึ้น
หลังจากที่หลินโหรวจากไป หลินเทียนก็หันไปสบเซียวเฉินแล้วค่อยถอนหายใจออกมา
ชายหนุ่มมองดูสถานการณ์ตรงหน้าแล้วก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างตลกดี ลุงหลินแสดงทำท่าทางมีพิรุธแบบนั้นออกไปได้อย่างไรกัน เห็นทีคงจะสวมบทบาทอยู่นานจนเหนื่อยแน่ ๆ
กระนั้นเซียวเฉินก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไร เพียงจ้องไปที่หลินเทียนเงียบ ๆ
“คุณเซียวเฉิน เมื่อกี้ต้องขออภัยจริง ๆ ผมค่อนข้างตื่นเต้นนิดหน่อย”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ลุงหลินสามารถพัฒนาหลินกรุ๊ปจนใหญ่โตขนาดนี้ได้ ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของลุงหลินแล้ว!”
เซียวเฉินพูดกับอีกฝ่ายอย่างสุภาพ ซึ่งมารยาทเป็สิ่งที่ได้รับการต้อนรับอย่างยินดีเสมอ ไม่ว่าจะสถานที่แห่งไหน
แต่สิ่งที่หลินเทียนทำเป็ลำดับถัดมาคือการถอนหายใจออกมายาว ๆ
“คุณพูดอะไรกัน จริง ๆ แล้วคนภายนอกก็เห็นแต่ความรุ่งเรืองของฉัน ของที่นี่… แต่ถ้าไม่ได้เงินทุนและโอกาสที่คุณจัดหามาให้ ปัจจุบันหลินกรุ๊ปคงกลายเป็เพียงอดีต ปราศจากตัวตนบนโลกใบนี้ไปแล้ว”
มีเื่สำคัญเื่หนึ่งที่หลินเทียนยังไม่ได้พูดออกไป
นั่นคือแท้จริงแล้ว ‘เ้าของหลินกรุ๊ป’ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทและผู้อยู่เื้ัความรุ่งเรืองของหลินกรุ๊ป… คือเซียวเฉินนี่เอง!
โดยทั่วไปแล้วเซียวเฉินไม่ค่อยได้บริหารจัดการหลินกรุ๊ป แต่ได้มอบหมายให้หลินเทียนเป็ผู้บริหารแทน
ถึงแม้ว่าครั้งนี้ตนจะมาเพื่อแต่งงานกับหลินโหรว แต่จริง ๆ แล้ว เซียวเฉินรู้ดีว่าเขามาที่นี่เพื่อสืบหาความจริงอะไรสักอย่าง
และแม้เื่ราวจะยังไม่ถูกสืบสวนจนกระจ่าง หลาย ๆ สิ่งก็เริ่มจะชัดเจนแจ่มแจ้งจนเด่นชัดแล้ว
“ลุงหลิน เรียกผมว่าเซียวเฉินเถอะ”
เขาพูดกับหลินเทียนอย่างเรียบง่าย
หลินเทียนเช็ดเหงื่อตามหน้าผาก การเผชิญหน้ากับเซียวเฉินเป็ประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ
ทั้งนี้ทั้งนั้นหลินเทียนก็ยะโกนออกมาอย่างฝืนใจตามความคาดหวังของอีกฝ่ายว่า “เซียวเฉิน!”
แบบนี้แหละ เซียวเฉินถึงรู้สึกว่ามันน่าสนใจ
“ลุงหลิน ในเมื่อตอนนี้ผมได้มาอยู่และเป็ส่วนหนึ่งของหลินกรุ๊ปแล้ว ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเื่อะไร ลุงสามารถมอบหมายมันมาให้ผมได้เลย!”
เซียวเฉินตบหน้าอกตัวเอง
ครั้งนี้หลินเทียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพยักหน้าให้เซียวเฉิน “ได้ เซียวเฉิน งั้นลองดูนี่สิ… ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ผู้จัดการฝ่ายขาย คิดว่าตำแหน่งไหนเหมาะสม ฉันจะจัดให้คุณไปประจำที่ตำแหน่งนั้นเอง!"