ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 34 ปีศาจโดยกำเนิด

            ภายในห้อง เฟิ่งเฉี่ยนยกมือปาดเหงื่อมองผลงานที่ตนเองพยายามทำด้วยความพอใจยิ่งยวด

            เซวียนหยวนเช่อสวมชุดตัวในสีขาวยืนอยู่ตรงข้ามกับนางเขามองนางด้วยสายตาเยียบเย็นด้วยหมดคำพูด!

            งมอยู่ตั้งนาน พลิกไปพลิกมา เพิ่งปลดเสื้อคลุมตัวนอกได้ชิ้นเดียวเขายอมนางแล้ว!

            “เจ้าออกไปเถิด! ที่เหลือเจิ้นทำเอง!”

            เฟิ่งเฉี่ยนพรูลมหายใจโล่งอกทันที “เช่นนั้นท่านแช่ตัวเองเถิดหนึ่งชั่วยามก็พอแล้ว ไม่ต้องแช่นานเกินไป! ข้าเฝ้าอยู่ด้านนอกประตูมีอะไรให้เรียกข้า!”

            พูดจบนางก็รีบพุ่งออกไปนอกห้อง

            หลังจากประตูห้องปิดลง เซวียนหยวนเช่อเดินไปที่ถังอาบน้ำได้กลิ่นหอมของยาสมุนไพร เขาลังเลใจอยู่บ้าง

            ทั้งๆ ที่นางบอกว่านางไม่แตกฉานเรื่องการแพทย์ทว่ากลับจัดเตรียมน้ำยาสมุนไพรให้เขาถังหนึ่ง เขาเชื่อนางได้หรือไม่

            เขายื่นมือลงไปในน้ำสมุนไพร ทั้งๆ ที่น้ำนั้นร้อนลวกทว่ากลับทำให้เขารู้สึกโล่งสบายไปถึงกระดูกเขาลอบยินดี หรือน้ำยาสมุนไพรนี้จะได้ผล

            เขาปลดอาภรณ์ออกจากร่างกายออกเหยียบเก้าอี้ตัวเตี้ยแล้วก้าวลงไปแช่ในถังน้ำ เมื่อร่างของเขาค่อยๆ จมลงไปในน้ำ ความรู้สึกเย็นสบายที่แทรกเข้าไปในกระดูกนั้นแผ่ซ่านไปตามแขนขาทั้งสี่ของเขาสบายเหลือเกิน ความเจ็บปวดตามร่างกายบรรเทาลง!

            เขาเอนกายไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อพิงขอบถังอาบน้ำหลับตาลงสัมผัสกับน้ำยาสมุนไพร...

            เฟิ่งเฉี่ยนหยิบตำราแพทย์เล่มหนึ่งรออยู่หน้าประตู ทางหนึ่งพลิกตำราในมืออีกทางหนึ่งรอคอยนี่เป็นการเขียนเทียบยาครั้งแรกของนางผ่านความเข้าใจและความรู้ของนางไม่รู้ว่าการรักษาจะให้ผลอย่างไรบ้าง

            เทียบยาที่นางออกให้เซวียนหยวนเช่อนั้นไม่ได้มาจากบันทึกทางการแพทย์ของตำราที่นี่แต่เป็นความรู้ที่นางรวบรวมได้หลังจากอ่านตำราแพทย์กว่าร้อยเล่มผ่านไปนางทำความเข้าใจและวิเคราะห์จากนั้นจึงสรุปออกมา!

            แม้หากว่ากันตามทฤษฎีแล้วนางจะมีความรู้ความสามารถแต่สรรพคุณเมื่อนำมาใช้จริงเล่า นางไม่อาจรู้ได้เลย

            รอได้แต่รอ นางได้แต่รอคอย...ยามนี้เวลาหนึ่งชั่วยามได้ผ่านไปแล้วกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรจากด้านในแม้แต่น้อย นางอดที่จะเป็นกังวลไม่ได้จึงตะโกนเข้าไปในห้องว่า “เซวียนหยวนเช่อ เซวียนหยวนเช่อ ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”

            ภายในห้องไม่มีเสียงใดตอบกลับมา

            เฟิ่งเฉี่ยนใจหล่นวูบ มิใช่ว่านางรักษาเขาไม่หายแต่กลับรักษาเขาจนตายคามือนางหรอกนะ

            “เซวียนหยวนเช่อ ท่านยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากท่านยังไม่ส่งเสียงอีกข้าจะเข้าไปแล้วนะ!”

            ภายในห้องยังคงไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ

            ครานี้ลั่วหยิ่งเองก็ร้อนใจแล้วเช่นกัน

            “เหนียงเหนียง รีบเข้าไปดูเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

            เฟิ่งเฉี่ยนไม่รอช้า นางผลักประตูเปิดเข้าไปทันที

            ภายในห้องเต็มไปด้วยม่านหมอกที่เกิดจากไอน้ำร้อนและยังมีฉากกันลมอีกชั้นหนึ่ง มองเห็นร่างของบุรุษคนหนึ่งอยู่ในนั้น

            “เซวียนหยวนเช่อ”

            นางลองเรียกเขาอีก ยังคงไม่มีการตอบรับ

            เฟิ่งเฉี่ยนพลันรู้สึกว่าแย่แล้ว นางจึงพุ่งเข้าไปหลังฉากกันลมเห็นเซวียนหยวนเช่อนั่งหลับตาพิงถังอาบน้ำโดยไม่เคลื่อนไหวคล้ายว่าเขากำลังตกอยู่ในสภาวะไม่ได้สติ

            สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที “เซวียนหยวนเช่อ ท่านอย่าทำให้ข้าตกใจ ข้าไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นผู้วางแผนลอบสังหารสามีตัวเองหรอกนะ!”

            นางยื่นมือออกไปหมายจะโบกมือเบื้องหน้าเขาพลันมีมือใหญ่โตข้างหนึ่งจับข้อมือของนางเอาไว้ เซวียนหยวนเช่อลืมตาขึ้นช้าๆจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าคิดว่า ความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงและการวางแผนลอบสังหารสามีของตนเองโทษอันใดหนักอันใดเบาหรือ”

            เฟิ่งเฉี่ยนเห็นเขาไม่เป็นอะไร จึงพรูลมหายใจโล่งอก “ทำให้ข้าตกใจแทบตายข้ายังคิดว่าท่านตายไปแล้วซะอีก!”

            เซวียนหยวนเช่อพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น“เจ้าเรียกนามต้องห้ามของเจิ้น เจิ้นยังไม่ได้ลงโทษเจ้า!”

            “อุ๊บ...” เฟิ่งเฉี่ยนปาดเหงื่อเหลือกตามองบน “เหตุใดคนเราจึงต้องตั้งชื่อหรือไม่ใช่เพื่อนำมาให้ผู้คนเรียกขานหรอกหรือ ข้าเรียกชื่อของท่าน ผิดตรงไหน? หรือท่านปรารถนาให้ข้าเรียกท่านว่า พระสวามี? สามี?หรือว่า ที่รัก?”

            นางจงใจพูดบีบเสียง ด้วยคิดจะทำให้เขาสะอิดสะเอียน!

            เขาผลักนางออกทันที“เห็นแก่ที่เจ้ามีความชอบที่คิดค้นน้ำสมุนไพรมารักษาเจิ้นเรื่องที่เจ้าเรียกนามต้องห้ามของเจิ้น ถือว่าได้ทำความดีลบล้างไปแล้ว”

            เฟิ่งเฉี่ยนเบะปาก “ได้! ท่านเป็นใหญ่ท่านว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น!”

            นางลอบบ่นพึมพำในใจ คนผู้นี้ใจคอคับแคบเหลือเกิน! แค่เรียกชื่อเขาไม่กี่ครั้งถึงกับนำมาลบล้างกับคุณความดีที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้หากว่ากันด้วยเรื่องคิดบัญชีแค้นแล้ว เซวียนหยวนเช่อถือเป็นที่สองไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง!

            ขณะที่กำลังคิดอยู่พลันได้ยินเสียงของเขาพูดขึ้นว่า“เจ้าคิดจะมองไปถึงเมื่อใดกัน”

            เฟิ่งเฉี่ยนตะลึงงัน ก้มหน้ามองตามเขา แก้มทั้งสองข้างพลันร้อนซู่

            นางเพิ่งจะสังเกตว่า ตนเองกำลังยืนสนทนากับบุรุษเปลือยกายคนหนึ่งอีกทั้งจากมุมที่นางมองลงไปนั้น สามารถมองเห็นทุกอย่างใต้น้ำได้อย่างชัดเจน

            ความร้อนสายหนึ่งพุ่งขึ้นมาตามโพรงจมูก นางรีบยกมือขึ้นอุดจมูกของตนเอง!

            นางเกือบจะทำตัวเองขายหน้าแล้ว!

            นายเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ทำราวกับมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นทว่าในสมองของนางกลับมีภาพอันร้อนแรงเมื่อสักครู่ปรากฏขึ้น ลบอย่างไรก็ลบไม่ออก!

            บนร่างของเขา เม็ดผื่นสีแดงเล็กๆ นั้นหายไปหมดผิวพรรณของเขากลับคืนสู่สภาพปกติ ทั้งเรียบลื่นไร้ตำหนิ

            ผิวสีน้ำตาลอ่อนที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ วับวาวราวกับทอประกายได้กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ไม่มีส่วนใดที่ไม่ชวนมอง ทำให้คนยากจะต้านทานพลังทางเพศอันรุนแรงนั้นได้!

            ยังมีใบหน้าที่ดูแล้วเหมือนจะเย็นชาตลอดเวลาทว่ากลับงดงามราวกับรูปปั้นแกะสลักนั่นอีกเมื่ออยู่ท่ามกลางไอน้ำร้อนจนกลายเป็นสีชมพู มองแล้วยิ่งหล่อเหลาคมสันยิ่งขึ้นช่างเป็นปีศาจโดยชาติกำเนิด ช่างเป็นบุรุษที่เป็นภัยต่อจิตใจอย่างใหญ่หลวง!

            “เช่นนั้นข้าออกไปก่อน ท่านอย่าแช่อีกเลย รีบลุกออกมาเถิด!”

            พูดแล้วเฟิ่งเฉี่ยนก็หลบฉากออกไปราวกับวิ่งหนี

            เห็นเงาร่างของนางหลบออกไปด้วยท่าทีลนลานเซวียนหยวนเช่อยกยิ้มริมฝีปากขึ้นอย่างมีความสุข

            นาทีถัดมา แสงตาของเขากลับคมปลาบขึ้นมาอีกครั้ง “เฟิ่งเฉี่ยนเจ้าเป็นใครกันแน่”

            ตบตีองค์หญิง เตะแม่นม ทำให้ไทเฮาโมโหแทบสิ้นสติ ช่วยชีวิตไท่จื่อทำอาหารเทพเป็น...ตอนนี้ยังศึกษาวิชาแพทย์ด้วยตนเองอีก รักษาอาการแพ้อาหารของเขาเรื่องแปลกประหลาดล้วนเกิดขึ้นกับนางเพียงคนเดียวเมื่อเปรียบเทียบกับฮองเฮาหน้าอกใหญ่แต่ไร้สมองในความทรงจำของเขาแล้วแทบจะเป็นคนละคน!

            สิ่งใดที่ทำให้ฮองเฮาเปลี่ยนแปลงกันแน่ ทำให้นางถึงกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนหรือบางทีสตรีที่อยู่เบื้องหน้าคนนี้อาจไม่ใช่ฮองเฮา แต่เป็นสตรีอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนฮองเฮา

            เขาอดที่จะเคลือบแคลงสงสัยไม่ได้

            ทว่าเขาไม่รีบร้อน สิ่งที่เขามีก็คือเวลาที่จะค่อยๆ คลี่คลายปมปริศนา

            เวลานี้สิ่งที่เขาใส่ใจก็คือในเมื่อนางสามารถรักษาอาการแพ้อาหารของเขาได้ในระยะเวลาอันสั้น เช่นนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ที่นางจะสามารถรักษาอาการป่วยแปลกประหลาดของไท่ฟู่ได้

            เดิมทีเขาส่งนางมาที่นี่ก็คาดหวังเพียงแค่ลองดูเท่านั้นแต่ทว่านาทีนี้เขากลับเกิดศรัทธาต่อนางขึ้นหลายส่วน

            ในศาลารับลม มู่ชิงหว่านร่ำไห้ปานดอกหลีต้องฝน

            “ฮือๆ ข้าสู้นางกำนัลคนนั้นไม่ได้ตรงไหนเหตุใดท่านพี่เช่อจึงต้องการนางไม่ต้องการข้า”

            มู่ชิงเซียวขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าควรปลอบโยนนางอย่างไรดี

            “ทั้งๆ ที่ท่านพี่เช่อไม่สนใจสตรีคนใดมาก่อนต่อให้เป็นฮองเฮาที่อยู่ในวังหลวงก็ยังถูกเขาทอดทิ้งอย่างเย็นชา นางอาศัยอะไรจึงได้รับความโปรดปรานจากท่านพี่เช่อ”มู่ชิงหว่านใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำมูกพูดทั้งสะอื้นไห้“นางจะต้องร่ายคุณไสยใส่ท่านพี่เช่อแน่นอน จึงทำให้ท่านพี่เช่อลุ่มหลง!”

            มู่ชิงเซียวทอดถอนใจแล้วกล่าวว่า “น้องหญิงสามเรื่องของความรักเป็นเรื่องที่ไม่อาจฝืนใจ เจ้ารู้จักกับฝ่าบาทมาตั้งแต่ยังเล็กหากเขามีใจต่อเจ้าจริงๆ ย่อมรับเจ้าเข้าตำหนักในนานแล้ว เหตุใดต้องรอจนถึงวันนี้ หากเขาไม่ได้มีใจต่อเจ้าเจ้าจะพยายามอย่างไรก็เป็นเรื่องไร้ประโยชน์”

            มู่ชิงหว่านส่ายหน้าแรงๆ “ไม่ใช่เช่นนี้! เป็นเพราะในวังหลวงมีฮองเฮาจอมเผด็จการอยู่คนหนึ่งไม่ยินยอมให้ท่านพี่เช่อรับพระสนมชายา ท่านพี่เช่อจึงไม่ตอบรับข้า”

            “น้องหญิงสาม เหตุใดเจ้าต้องหลอกตัวเองด้วยเล่า...”มู่ชิงเซียวยังพูดไม่จบประโยคก็ถูกเสียงจามเสียงหนึ่งขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

            “ฮัดเช่ย! ใครกำลังสาปแช่งข้าลับหลังอยู่นะ”

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน