พิชญ์นรีได้แต่ถอนหายใจ การทำงานเป็กะก็ดีไปอย่างเพราะเขาไม่รู้ตารางเข้างานของเธอสองสามเดือนมานี้จึงไม่เห็นเขามาก่อกวน
เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่ เงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์แล้วกวาดสายตามองไปมาหลายครั้ง เพราะติดนิสัยถูกนิพัฒน์มาก่อกวนทำให้เธอต้องคอยเหลือบมองหาร่างผอมบางของเขาอยู่บ่อยๆ
“มีอะไรหรือพั้นซ์” ปาจรีย์ถามเพราะเห็นเพื่อนหันซ้ายหันขวาเหมือนมองหาใครอยู่
“ไม่รู้ซิ รู้สึกเหมือนมีคนมอง” พิชญนรีส่ายหน้าไปมา
“คงไม่ใช่พี่ชายนอกไส้หรอกนะ” ปาจรีย์ช่วยสอดส่องสายตา เธอเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่นิพัฒน์มาขอยืมเงินพิชญนรีมาแล้วและมีอยู่ครั้งที่เธออดไม่ไหวเลยเข้าไปขวางและต่อว่าที่เขามาขอเงินเพื่อนของเธอ
“ยัยบ้า!มาเดือดร้อนอะไรด้วยวะ!หรือเป็เลสเบี้ยน”
“เป็คนดีไง เลยทนเห็นคนดีถูกรังแกไม่ได้ ถ้าแกไม่รีบไสหัวไปฉันแจ้งรปภ.ของโรงแรมมาลากคอออกไปแน่ๆ”
“ปากดีแบบนี้คงหาผัวได้หรอกนะ”
“ต๊าย ตาย นี่ไม่รู้เหรอยะ มีทองท่วมหัวไม่มีผัวก็ได้ยะ”
นิพัฒน์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปปาจรีย์ได้แต่ส่ายหน้าไปมาแล้วหันไปปลอบเพื่อนตอนนั้นเองที่พิชญนรีได้เล่าเื่ราวทั้งหมด เธอก็ได้แต่สงสารและเห็นใจ ทำได้แค่คอยดูว่านิพัฒน์จะเข้ามาอีกเมื่อไหร่
“ไม่เห็นนายแพทอะไรนั่นเลยนะ”
“พั้นซ์คงคิดมากไปเองล่ะ”
หญิงสาวยิ้มให้เพื่อนแล้วหันไปสนใจงานของตัวเอง เธอไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มบางๆนั้นได้สร้างความประทับใจให้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่งถึงขนาดต้องถอดแว่นกันแดดออกแล้วเพ่งมองเธอแม้จะอยู่ไกลสักหน่อยแต่เห็นได้ชัดว่าเธอสวยหวาน กว่าราคาที่เสนอมา
ปรินทร หรือที่ใครๆชอบเรียกเขาว่า เสี่ยัเขาไม่ชอบให้ใครเรียกว่าเสี่ยนักหรอก อายุ35มีคนเรียกเสี่ยแล้วรู้สึกแปลกๆ เขาออกจะรำคาญไปด้วยซ้ำแต่ถ้าออกปากห้ามก็จะกลายเป็คนคิดเล็กคิดน้อยไปเสียเปล่า อาจเพราะดูแลกิจการต่อจากพ่อ ใครๆ ก็รู้จักกำนันทรงชัยพ่อของเขาเป็อย่างดี แน่นอนว่าทั้งชื่อเสียงและชื่อเสียมันดังกระฉ่อนจนเผื่อมาถึงลูกอย่างเขา แม้เขาทำธุรกิจถูกกฏหมายแต่บางอย่างมันราบลื่นได้ก็เพราะชื่อเสียงของพ่อ
ชายหนุ่มวัย35 แม้จะยังไม่มีภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายแต่ก็ใช่ว่าจะนอนเปลี่ยวใจให้หนาวเหน็บ เขามีหญิงสาวมากมาย หลายคนที่เข้ามาตีสนิทถึงขั้นยอมพลีกายก็เพราะเื่เงินเท่านั้น
แต่ในระยะหลังเขาเองก็ยุ่งกับ“ธนาคารสยามเครดิต” ธนาคารที่เน้นปล่อยเงินกู้ให้กลุ่มลูกค้ารายย่อย ซึ่งดำเนินกิจการมากว่าห้าปีเต็มและกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ยังไม่นับกิจการอื่นๆที่เขาดูแลต่อจากพ่ออีกด้วย บางเื่ที่พูดเสียงดังไม่ได้ แต่ก็รู้กันดีว่าพ่อของเขามีหุ้นในบ่อนที่ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งโรงแรม บ่อน คาสิโน่ แน่นอนว่าเขากลายเป็ที่รักและที่เกลียดชังในเวลาเดียว ซึ่ง... เขาก็ไม่ได้สนใจนักหรอก
“มือใครเอาปืนไปจ่อขมับให้มันเข้าบ่อนกันล่ะ”
ปรินทรยักไหล่ เมื่อนึกถึงเสียงสาปแช่งที่ดังไล่หลัง แน่ล่ะต่อหน้าเขาไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรได้แต่ฉีกยิ้มประจบประแจงเพื่อแลกเศษเงินจากเขา แม้จะอายุ35แล้วและยังไม่คิดจะแต่งงานแต่งการ ก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรทำไมต้องเดือดร้อน ผู้หญิงเป็เื่น่ารำคาญกินเป็บ้างเวลาดีกว่าต้องให้รับผิดชอบไปทั้งชีวิต ใครจะมองว่าเขาเห็นแก่ตัวก็ช่างก็ชีวิตที่เป็อยู่นี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว
“เสี่ยัครับ เราจับนายนิพัฒน์ได้แล้วครับ”
“หืม” ชายหนุ่มส่งเสียงรับน้ำเสียงเบื่อหน่าย
ปรินทรลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน เดินเอื่อยๆ มายังชั้นล่างของคาสิโน่ ห้องพิเศษสำหรับแขกพิเศษ เื่พวกนี้ไม่น่าจะต้องมาถึงมือเขาเลยแท้ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะนายนิพัฒน์เป็ลูกค้าขาประจำและครั้งนี้ข้อเสนอของเขาน่าสนใจ
ลูกน้องหน้าตาโหดเปิดประตูให้เ้านายเข้าไปในห้อง แม้ในห้องค่อนข้างมืดแต่ก็ยังเห็นคนที่นอนขดตัวงอเป็กุ้งอยู่บนพื้นได้ชัดเจน ร่างสูงของปรินทรเดินไปหยุดยืนเบื้องหน้านิพัฒน์ที่ขณะนี้เนื้อตัวเปื้อนเปรอะด้วยคราบเืและรอยรองเท้าตามเนื้อตัว คนที่นอนร้องโอดครวญถึงกับหุบปากเมื่อเขาเห็นหัวรองเท้าหนังสีดำมันวาวเดินมาหยุดตรงหน้า ครู่ต่อมาลูกน้องก็ยกเก้าอี้มาให้เ้านายนั่งแล้วไหล่สองข้างก็ถูกจับกระชากให้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่
“สวัสดีครับคุณนิพัฒน์”
น้ำเสียงเรียบนิ่งแบบนี้แต่คนฟังถึงกับขนลุกเกรียวด้วยความหวาดกลัว ปรินทรเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ ดวงตาคมหรี่มองอีกฝ่ายที่หน้าบวมปูด ปากแตก คิ้วมีแผลเืไหลยาวลงมาตามแนวแก้ม
“สะ..สะ..สวัสดี..ครับ ครับ เสี่ยั” นิพัฒน์ถึงกับติดอ่างปากที่บวมเจ่อทำให้พูดไม่ถนัดอีกด้วย
“รู้สึกลูกน้องผมจะเก็บดอกเบี้ยหนักมือไปหน่อยนะครับ” เขากระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วหันไปพูดกับลูกน้องที่ยืนประกบอยู่ด้านข้าง
“คราวหน้าอย่าให้หน้าตาบวมช้ำนะ เวลาออกจากคาสิโน่ของเรา ถ้าคนอื่นเห็นเข้ามันจะเสียชื่อเสียง”
“ผะ...ผะ...ผม...ผมไป...ไป...ได้แล้วใช่ไหมครับ” นิพัฒน์พูดอย่างมีความหวังโดนกระทืบจนช้ำในตับไตะเืไปหมดแล้ว
“ไปได้นะครับ ถ้าคุณใช้หนี้เราหมดแล้ว”
“เสี่ยัก็รู้ว่าตอนนี้ผมไม่มี” เขาเสียงอ่อน “แต่ถ้าให้ผมลงทุนอีกสักก้อน ผมอาจจะเอามาคืนเสี่ยได้นะครับ”
ปรินทรถึงกับเลิกคิ้วที่ได้ยินแบบนั้น โดนขนาดนี้น่าจะกระดูกซี่โครงร้าวไปแล้วด้วยซ้ำยังคิดจะเล่นต่ออีกเรอะ เออนะคนถูกผีพนันเข้าสิงนี่มันโดนน้ำมนต์วัดไหนก็คงไม่หาย ชายหนุ่มเพียงแค่สูดลมหายใจลึกๆแล้วหงายมือกระดิกนิ้ว ลูกน้องเข้าใจความหมายในทันที หมุนตัวไปหยิบสมุดบันทึกรายการและเอ่ยปากรายงานต่อเ้านาย
“สองแสนห้ารวมดอกเบี้ยครับ”
“เฮ้ย! มันใช่เหรอ กดเครื่องคิดเลขใหม่ดิ!”
นิพัฒน์โวยวาย ทั้งที่ความจริงเขาก็รู้อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนซ้อมเจ็บปางตายแบบนี้หรอก แต่การโวยวายของเขา ไม่ได้ทำให้เสี่ยัหรือปรินทร์แปลกใจแต่อย่างใด ซ้ำยังไม่สั่งให้ลูกน้องคิดคำนวนใหม่ตามคำร้องของลูกหนี้
“เอาเป็ว่าคุณอยากออกไปอย่างมีลมหายใจก็เอาเงินสองแสนห้าหมื่นบาทมาคืนผม” เขาพูดยิ้มๆแต่เป็รอยยิ้มที่ทำให้เขาหวาดกลัวถึงขั้นตัวสั่นงักงกเลยทีเดียว
“ตอนนี้ผมไม่มี เสี่ยก็รู้”