ภายหลังจากตั้งศาลเทพ์ได้ไม่นานฉินเทียนก็พบว่าตัวมันเองถูกส่งกลับสู่โลกมิติปัจจุบัน มันคือตรงหน้าประตูหินขนาดั์ที่มันเข้าไปกับนางมารผลึกโลหิตลี่อิ่ง บัดนี้ตัวมันได้กลับมายืน ณ ที่แห่งเดิมแล้ว
ฉินเทียนตอนนี้ตัวมันไม่รู้เลยว่าวันเวลาในโลกใบนี้ได้ผ่านไปกี่ปีแล้วตัวมันได้แต่ขบคิดถึงสิ่งนี้ เพราะในห้วงเวลาแห่งแดนนรกภูมินั้นสำหรับตัวมันช่างเนิ่นนานเหลือเกิน หากแต่ในขณะที่ตัวฉินเทียนกำลังสับสน ตัวมันก็พบว่านางมารลี่อิ่งผู้งดงามก็ได้เดินออกจากประตูหินั์พอดี และเมื่อนางเดินออกมาในไม่ช้าประตูหินขนาดั์ก็ค่อยๆ ปิดลง
ฉินเทียนไม่รู้เลยว่าประตูั์นี้มันถูกเรียกว่าอะไร และสิ่งภายในนั้นแท้จริงคืออะไรและมีความหมายอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ แต่มันก็คิดได้ว่าสิ่งเหล่านี้ค่อยกลับไปถามเซียนซุนก็ได้ ดังนั้นมันจึงไม่คิดจะซักถามสิ่งใดต่อสตรีผู้งดงามเช่นนางมารผลึกโลหิตลี่อิ่ง
ส่วนสิ่งที่ฉินเทียนแปลกใจมากที่สุด คือแม้เวลานานแสนนานของตัวมันที่ใช้ไปในห้วงมิติอันแปลกประหลาดที่ศาลเทพ์นั้นสร้างขึ้นและแดนนรกภูมินั้น แม้มันจะเนิ่นนานมากมายเหลือเกิน หากแต่พอกลับออกมาสู่โลกแห่งความเป็จริงในปัจจุบันกาล เวลาก็ราวกับว่าก้าวเดินผ่านไปไม่มากนัก
ฉินเทียนมองจ้องไปที่นางมารลี่อิ่ง ในคราวครั้งนี้ั์ตาของฉินเทียนนั้นหาได้มีความสั่นไหวหรือหวั่นไหวใดๆ ต่อสตรีให้เห็นแบบเก่าก่อนอีกต่อไป ั์ตาของมันฉินเทียนยามนี้นั้นนิ่งราวน้ำสงบในบึงบ่อที่ไม่ถูกคลื่นลมใดๆ ทำให้ไหวติง มันเป็ความสงบอันเงียบงันและลึกล้ำสุดหยั่ง
แม้แต่นางมารลี่อิ่งที่ได้สบตาเข้ากับฉินเทียน ณ ตอนนี้กับเป็ตัวนางเองที่รู้สึกสั่นไหวอย่างประหลาดแม้จะเป็เพียงแค่ชั่วครู่สั้นๆ ก็ตาม มันเป็ความรู้สึกเหมือนกับนางกำลังมองไปยังมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มันลึกล้ำจนนางยากจะบรรยายออกมาเป็คำพูดได้
นางก็ไม่รู้ว่าเหตุใดนางถึงรู้สึกเช่นนี้ หากแต่เมื่อนางสบตาเข้ากับบุรุษซอมซ่อเช่นฉินเทียน นางรู้สึกราวกับว่าเวลาที่นางเข้าไปในประตูั์นั้นฉินเทียนบุรุษตรงหน้านางผู้นี้ราวกับได้เปลี่ยนไปเป็คนละคน คนตรงหน้านางคือใครอีกคนที่นางมิได้รู้จัก หากแต่เมื่อนางตรวจสอบความหนานแน่นของพลังิญญาในร่างของฉินเทียนนางก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
มันดูนิ่งสงบและหนาแน่นขึ้น นางแปลกใจ หากแต่นางก็ไม่ถามอะไรกับฉินเทียน นางคิดว่าฉินเทียนอาจจะเข้าไปในประตูั์บานนั้นเช่นเดี่ยวกับนาง ส่วนการเติบโตของพลังิญญาของฉินเทียน แม้จะมากจนนางต้องประหลาดใจ
แต่มันก็ไม่มากพอให้ตัวนางนั้นสนใจในตัวฉินเทียนมากขึ้นแม้จะอีกเพียงเล็กน้อย สำหรับนางตราสัญลักษณ์ิญญาขาวจางห้าจุดแต้มมิได้มากมายเลยแม้แต่น้อย มันมิได้ต่างจากคนธรรมดาที่นางจะฆ่าหรือปลิดชีวิตได้โดยง่ายแค่เพียงสะบัดมือ
หากแต่สำหรับนางแล้วฉินเทียนก็เป็แค่บุรุษผู้หนึ่งที่ผ่านมาในชีวิตของนาง นางไม่จำเป็ต้องสนใจในตัวบุรุษผู้นี้มากมายนัก แม้นางจะรู้ว่าตัวนางเองกับฉินเทียนนั้นอาจจะมีวาสนาบางอย่างพัวพันซึ่งกันและกัน หากแต่ถ้าถามนางว่านางพึงใจและรู้สึกชอบพอบุรุษผู้นี้หรือไม่ และนางอยากพัวพันกับมันไหม
นางก็ตอบกับตัวเองได้ทันทีว่านางไม่ใคร่จะชอบพอในบุรุษผู้นี้เลยแม้แต่น้อย แม้บุรุษผู้นี้จะเป็ผู้ช่วยชีวิตนางก็ตาม มิใช่เพราะนางไม่เห็นความดีของบุรุษผู้นี้ที่ช่วยชีวิตนาง นางนั้นรู้สึกประทับใจในจุดนี้ของฉินเทียนมันอยู่บ้าง
ดังนั้นนางจึงได้มอบบททดสอบของตัวเองให้แก่ฉินเทียนในหลายวันที่ผ่านมา มอบโอกาสให้ฉินเทียนสามารถเรียกร้องสิ่งใดกับนางก็ได้หนึ่งอย่าง ถ้าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ฉินเทียนปรารถนาและนางสามารถทำได้ นางถือว่าสิ่งนี้คือวาสนาที่นางได้มอบให้กับมันแล้ว ส่วนแต่ตัวมันฉินเทียนจะร้องขอสิ่งใดต่อนางนั้นนางก็หาได้สนใจไม่ นางถือเป็การตอบแทนน้ำใจของฉินเทียนมันแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็มีมุมที่ไม่พอใจในตัวฉินเทียนอยู่มากเช่นกัน
หนึ่งสำหรับนางฉินเทียนนั้นเป็บุรุษดาดเดื่อนหาได้ทั่วไปในแผ่นดิน ทั่วแดนดินนี้ ซึ่งนางจะมองหาจากที่ไหนก็ได้
สองฉินเทียนแม้จะช่วยชีวิตนางแม้ตอนนางจะมีสภาพไม่สวยไม่งาม หากแต่พอพบเห็นภาพดวงหน้าและเรือนกายอันงดงามของนางในภายหลัง ตัวมันฉินเทียนก็ไม่ใช่บุรุษที่อดใจต่อความงดงามของสตรีเช่นนางได้ นางรู้ได้ว่าฉินเทียนแอบมองนางมาตลอดและมันแลดูจะลุ่มหลงในนางไม่น้อย และเพราะแบบนั้นที่ฉินเทียนทำดีกับนางตลอดทาง นางก็รู้สึกได้ว่าฉินเทียนทำสิ่งพิเศษเหล่านี้กับนางเพราะความงดงามอันตระการตาของนาง หาใช่ความจริงใจพิเศษแท้จริงอันใดของบุรุษสตรีที่เป็รักแท้ ที่จะเป็คู่เคียงกันไปนิจนิรันดร์โดยไม่ทอดทิ้ง ไม่เพ้อเฉยต่อสตรีแม้ยามนางมิงดงาม ทำให้นางรู้สึกเฉยชาต่อฉินเทียนที่เป็ได้เพียงบุรุษสามัญทั่วไปอยู่ไม่น้อย
สามระดับการบ่มเพาะและการฝึกฝนของฉินเทียนนั้นต่ำต้อยเกินไป และนางก็พบว่าเส้นชีพจริญญาของฉินเทียนนั้นมีเพียงแค่หนึ่งเส้นชีพจริญญา สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกว่าฉินเทียนยิ่งไม่คู่ควรกับนางแม้แต่น้อย อย่างว่าแต่ปีนปายมาหานางเลย แค่ให้บุรุษผู้นี้เดินตามรอยเท้าของนางก็เกรงว่าตัวฉินเทียนก็คงไม่สามารถจะทำได้ ชีวิตของนางนั้นมีศัตรูมากมายรออยู่ บุรุษที่จะเคียงคู่กับนางได้ เขาผู้นั้นต้องแข็งแกร่งพอที่นางจะฝากชีวิตหรือทำฝันของนางให้เป็จริงได้ นางจึงพร้อมจะเคียงคู่กับมันผู้นั้น ถึงนางจะคิดถึงคำพูดของหนึ่งเนตรพยากรณ์เกี่ยวกับคำทำนายอนาคตของนางอยู่บ้าง หากแต่สำหรับนางตอนนี้นางรู้สึกว่านั้นช่างเหลวไหลสิ้นดี ที่บอกว่านางจะทั้งรักทั้งหลงบุรุษตรงหน้านางผู้นี้ มันดูเป็ไปไม่ได้แม้แต่น้อย มันดังนกกาที่คิดจะเข้าฝูงหงส์
นอกจากทีท่าที่ดูเป็บัณฑิตเป็ปัญญาชนอยู่บ้างแล้วของบุรุษผู้นี้ สิ่งอื่นเล่า นางมิอาจพบเจอได้เลยว่าบุรุษผู้นี้มีดีอะไรเหนือบุรุษอื่นใดในชีวิตของนางบ้างเลยแม้ซักคน หากจะว่าแม้แต่คนสวนเฝ้าประตูบ้านนางก็เกรงว่าจะเหนือล้ำและแข็งแกร่งกว่ามันผู้นี้ นางคิดว่าไม่ว่าจะมาตราฐานไหนของนางฉินเทียนก็ดูเหมือนว่าตัวมันจะสอบไม่ผ่านเลยแม้แต่น้อย มาตรว่าเสื้อผ้าการแต่งตัวของฉินเทียนก็ย้ำแย่และดูซอมซ่อยากจนถึงขีดสุด เพียงอีกนิดนางก็คิดจะเรียกมันว่าขอทานแล้ว ร่างกายก็ผายผอมซูบซีด ผิวพรรณก็แห้งหยาบกร้านดูก็รู้เป็คนผ่านโลกมาอย่างยากลำบาก มิมีของดีบำรุงกายเช่นผู้อื่นแม้แต่น้อย แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นนางมารลี่อิ่งก็ไม่กล้าที่จะไม่เชื่อคำพยากรณ์ของหนึ่งเนตรพยากรณ์ นอกจากนั้นความรู้สึกดีเล็กๆ ในตัวมันฉินเทียนทำให้นางเลยให้โอกาสมันฉินเทียนด้วยหนึ่งคำขอนั้น
หากตัวฉินเทียนมันปรารถนาตบแต่งนางเป็สตรีของตัวมันเอง ไม่ว่าจะด้วยความหลุ่มหลงในความงดงามของนางหรือตัญหาราคะในสตรีเพศก็ตาม มาตรว่านางก็จะให้โอกาสแก่มัน หากแต่นางก็จะมีเงื่อนไขแก่ฉินเทียนบุรุษตรงหน้านางเช่นกัน อย่างน้อยมันก็ต้องหาทางบ่มเพาะตัวเองจนก้าวสู่ขอบเขตตราสัญญาลักษณ์ิญญาขั้นสีแดงเป็อย่างน้อย และเมื่อเป็เช่นนั้นนางก็พร้อมใจจะตบแต่งเป็สตรีของฉินเทียนมัน แม้ว่าตอนนี้นางจะไม่มีความรู้สึกรักใคร่ชอบพอใดๆ ต่อฉินเทียนเลยแม้แต่น้อยก็ตาม
หากแต่นางก็เพียงคิดว่าแค่แต่งๆ ไปก็พอ หากบุรุษผู้นี้ไม่เอาไหนทำไม่สำเร็จ นางก็ถือว่าคำพยากรณ์ของหนึ่งเนตรพยากรณ์นั้นไม่ถูกต้องก็พอ เพราะหากจะมีบุรุษใดที่นางจะจริงใจ บุรุษผู้นั้นต้องสามารถปลดเปลื้องทุกข์ในใจของนางได้เช่นกัน โศกนาฏกรรมฆ่าล้างตระกูลของนางยังเป็แผลใจของนางอยู่จนถึงทุกวันนี้ และบุรุษผู้ใดที่คิดจะตบแต่งนางนั้น มันต้องเป็บุรุษที่ทำให้ฝันนี้ของนางเป็จริงได้ ให้แผลใจของนางตรงนี้หายไป
และนอกจากนั้นนางมารก็คิดว่าการพยากรณ์ของหนึ่งเนตรพยากรณ์ก็ใช่ว่าจะถูกต้องไปเสียทั้งหมดในสิบครั้งจะผิดซักหนึ่งครั้งก็พอจะมีให้เห็น หากแต่การพยากรณ์ที่ผิดของหนึ่งเนตรพยากรณ์นั้นมันก็มักจะเป็เื่ไม่สำคัญ
ลี่อิ่งนางมองจ้องไปที่ฉินเทียน นางเอ่ยวาจาถามบางอย่างด้วยทีท่าครุ่นคิดและดูไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ ราวกับว่านางรู้คำตอบจากสิ่งที่นาง้าถามอยู่แล้ว "จงบอกความปรารถนาของเ้ามา ข้าจ้าวลี่อิ่งเป็คนรักษาคำพูด ในเมื่อเ้าพาข้ามาถึงที่นี่ได้สำเร็จ ข้าก็จะรักษาสัญญาที่ข้าให้กับเ้าไว้"
ครู่หนึ่งั์ตาของฉินเทียนสั่นไหว จากนั้นมันก็ค่อยๆ ก้าวเข้าไปหานางมารลี่อิ่งช้าๆ
ทีละก้าว...
ทีละก้าว...
ทุกก้าวของตัวมันฉินเทียนนั้น... มันไม่เคยคิดหลบสายตาของสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นางมารร้าย นางมารผลึกโลหิตลี่อิ่งเลยแม้แต่น้อย
กลับเป็นางมารร้ายลี่อิ่งเสียอีกที่ตอนนี้หัวใจของนางเต้นแรงขึ้น แรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างระส่ำและแปลกประหลาดนัก ดวงเนตรั์ตาของนางนั้นในยามนี้มันทั้งประหม่าและสั่นไหว นางมองจ้องไปยังบุรุษตรงหน้านาง ั์ตาไม่กระพิบ หากแต่มันกลับสั่นไหวราวกับสตรีแรกรุ่น ในหัวใจของนางหว้าวุ่นราวกับว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เป็ดั่งคาดคิด มันช่างเป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาดเสียเหลือเกิน เหตุใดในแต่ละย่างก้าวของบุรุษตรงหน้านาง นางรู้ราวกับว่าตัวนางนั้นกำลังถูกสยบ
และเมื่อฉินเทียนเดินมาถึงตรงหน้าของนางมารร้ายลี่อิ่ง ดวงเนตรของหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีก็จดจ้องมองประสานกันอย่างไม่ลดละ หากแต่ก็มีผู้หนึ่งที่ภายในดวงเนตรนั้นช่างสั่นไหว
ราวกับเป็สิ่งที่นางมารไม่เคยคาดคิด ฉินเทียนบุรุษธรรมดาที่รูปกายภายนอกไม่งดงามและไม่ดูสมบุรุษกล้า หากแต่มันกลับกล้าเอามือของมันมาลูบไล้ศีรษะของนาง จากนั้นก็ััแก้มละมุนของนาง ก่อนที่ปลายนิ้วจะแตะัับางเบาไปที่ริมฝีปากชุ่มอิ่มสีแดงฉานของนางอย่างแ่เบา นางมิเคยถูกบุรุษใดรุกล้ำกระทำเช่นนี้กับนางมาก่อนเลยแม้แต่น้อย
นางมารลี่อิ่งหัวใจเต้นอย่างไม่เป็จังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิต
นางแปลกใจเหตุใดบุรุษตรงหน้าถึงกล้าเหิ่มเกริมถึงขนาดนี้ แม้นางจะเดาปรารถนาของบุรุษทั่วหล้าที่มีต่อหน้าได้ และนางก็มอบโอกาสให้ตัวมัน หากแต่มันใช่หรือที่บุรุษผู้นี้จะมากระทำตัวรุ่มร่ามกับนางถึงเพียงนี้ นางแอบโกรธเคืองในใจไม่น้อยเลย หากแต่นางก็ไม่รู้ตัวเลย นางนั้นเป็ถึงผู้มีตราสัญลักษณ์ิญญาสีแดงหนึ่งจุดแต้ม ต่อหน้าระดับตราสัญลักษณ์ิญญาขาวจางห้าจุดแต้ม
นางกับฉินเทียนนั้นก็ราวกับว่าเป็ตัวตนซึ่งคนละชนชั้นกันอย่างสมบูรณ์ แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่รู้เหตุใดนางมิกล้าจะต่อว่ามัน มิกล้ากล่าวห้ามปรามต่อมือไม้อันเลวร้ายของบุรุษผู้นี้แม้แต่น้อย
หากแต่ในไม่ช้าฉินเทียนก็ดึงมือของตัวมันเองกลับ
มันแย้มยิ้มบางเบา ต่อหน้าสตรีที่ถูกเรียกว่านางมารผลึกโลหิต
รอยยิ้มของฉินเทียนนั้นช่างเบาสบาย ดังมหาบุรุษผู้สยบโลกหล้า จากสูงสุดสู่สามัญ จากยิ่งใหญ่เป็เบาสบาย มันไม่ใช่รอยยิ้มที่เสแสร้งแกล้งทำ ไม่ใช่รอยยิ้มของบุรุษผู้หลุ่มหลงในสตรีที่งดงามอีกต่อไป หากแต่มันเป็รอยยิ้มที่แสนธรรมดาและจริงใจ ที่ได้ซ่อนความนัยบางอย่างเอาไว้ ในนั้นและความนัยนั้นคือ
.
.
.
"ลี่อิ่งปรารถนาหนึ่งเดียวของข้า ข้าขอเพียงแค่ให้เ้ามีความสุขก็พอแล้ว" ฉินเทียนยิ้มเบาสบายเอามือสองข้างไขว้หลัง
นางมารผู้งดงามลี่อิ่ง ร่างของนางนิ่งเฉยเต็มไปด้วยความประหลาดใจไม่น้อย นางไม่เคยคิดถึงคำขอนี้ของบุรุษตรงหน้านางจะเป็เช่นนี้เลยแม้แต่น้อย ภายในใจนางได้แต่คิด บุรุษตรงหน้านางผู้นี้นับว่าร้ายไม่เบา มันมีเชิงของบุรุษ มันคิดซื้อใจนางด้วยคำหวานของบุรุษเพศ คิดว่าใช้แผนคำลวงหลอกล่อนาง ทำให้นางหลุ่มหลงคำหวานเพื่อนางและทุกสิ่งที่เป็นาง มันป้อยอคำหวาน ปรารถนาให้นางทั้งรักทั้งหลงตัวมันอย่างแท้จริง !!!แชะ นางมารลี่อิ่งราวกับเข้าใจแผนการชั่วช้าของบุรุษเพศ
ในใจนางมารลี่อิ่งคิด 'คิดไม่ถึงเลยบุรุษผู้นี้ที่มันดูซื่อๆ คิดไม่ถึงตัวมันจะเป็บุรุษเพศผู้ร้ายลึกถึงเพียงนี้ มิพูดกล่าววาจาปรารถนาต่อข้าตรงๆ หากแต่กับรู้จักเลือกใช้คำและวางอุบายให้สตรีพอใจในมันยิ่งนัก หากแต่เ้านั้นยังอ่อนต่อโลกเกินไปเ้าเด็กน้อย คำพูดแค่นี้ไม่อาจจะทำให้ข้าผู้นี้พอใจได้หรอก ดูซิเมื่อข้าจากไปเ้าจะทำอย่างไร คงกล่าวโทษตัวเองเสียดายและรู้สึกผิดหวังพร้อมทุกข์ทรมาณ !!หึ แผนการเช่นนี้ข้ารู้ทันเ้า เ้าบุรุษซอมซ่อ'
เมื่อนางมารลี่อิ่งคิดได้ดังนี้ ไม่ช้านางก็มีสีหน้าเย็นช้าขึ้นมาทันที นางมิใคร่ชอบนิสัยบุรุษเ้าเล่ห์เพทุบายเช่นนี้เท่าไหร่นัก นางจึงตอบกลับฉินเทียนในทันที "ถ้าเช่นนั้นเ้าก็จงรู้ไว้เ้าบุรุษบำเพ็ญผู้ต่ำต้อย ตอนนี้ข้าลี่อิ่งมีความสุขมากนัก คำขอของเ้าเป็จริงแล้ว" เมื่อนางพูดจบนางก็ก้าวเท้าและค่อยๆ ล่องลอยจากไป ก้าวย่างการเยื่องกรายของนางนั้นแลดูดุจนาง์
ฉินเทียนที่ได้เห็นนางมารจากไปในใจของมันก็มิได้โกรธโกธาในวาจาประชดประชันของสตรีเพศเช่นนางเลยแม้น้อย
ส่วนคำพูดของมันที่ขอให้นางมารร้ายนั้นมีความสุข แท้จริงแล้วมันก็เป็คำพูดจริงใจจริงๆ ของฉินเทียนมัน
นั่นเพราะในครู่หนึ่ง ในห้วงเวลาสั้นๆ ที่ั์ตาของฉินเทียนมันนั้นสั่นไหวในครู่หนึ่งนั้น มันคือ่เวลาที่เนิ่นนานของฉินเทียน ที่ท่องไปในห้วงอดีตในชะตาชีวิตของนางมารร้ายลี่อิ่งที่แสนโศกเศร้า มันทำให้ฉินเทียนรู้ดีว่านางมารร้ายลี่อิ่งที่ใครต่อใครเรียกว่านางมารร้ายผลึกโลหิตนั้น นางต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง และอะไรถึงทำให้นางเป็สตรีเช่นนี้ แม้สิ่งที่ฉินเทียนเห็นนั้นจะไม่สมบูรณ์ทั้งหมด เนื่องเพราะเนตรมองอดีตของมันยังมีระดับแค่ 1 ดาว หากแต่แม้จะเพียงมองเห็นบางส่วน สำหรับฉินเทียนมันก็มากพอแล้วที่ทำให้ตัวมันฉินเทียนรับรู้ว่าภายในหัวใจของนางมารร้ายผู้นี้ต้องโศกเศร้าเพียงไร มันอยากหยุดความโศกเศร้านี้ในใจของนางเหลือเกิน และด้วยการมองไปในอดีตของนางมารลี่อิ่งตัวของฉินเทียนก็ได้รับรู้แล้วว่าโลกใบนี้นั้นมีความสับสน โหดร้ายและวุ่นวายมากเพียงไร
มันมีขุมอำนาจมากมายและน่ากลัวกว่าที่ฉินเทียนรู้มากนัก
ฉินเทียนจึงได้แต่พึงพำกับตัวมันเองเบาๆ "4 ทวีปใหญ่ 16 ทวีปเล็ก หมู่เกาะเล็กนับหมื่นแสน ปกครองโดย 8 ปราชญ์ 4 จักรพรรดิ 16 าา 9 อสูร หมื่นภูติผี"
'น่าสนใจน่าสนใจจริงๆ ดูเหมือนโลกใบนี้จะมีอะไรน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว'
ไม่ช้าฉินเทียนค่อยๆ ย่างก้าวดุจโบยบินจากไปเช่นกัน หากแต่การย่างก้าวของฉินเทียนนั้นช่างราวกับภูติผีไร้ซึ่งตัวตน มิอาจจะััซึ่งพลังิญญาใดๆ ได้เลยแม้แต่น้อย นับว่าวิชาอิทธิฤทธิ์ในการย่างก้าวนี้ของฉินเทียนช่างน่าอัศจรรย์ไม่น้อยเลย
และนี่คือหนึ่งในห้าวิชาที่เซียนซุนแนะนำให้ฉินเทียนใช้แต้มบุญแลกมา ย่างก้าวภูติผี มันเป็วิชาฝึกฝนระดับพื้นฐานที่สามารถฝึกได้ถึงขั้นตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีเหลืองอ่อนเท่านั้น แม้จะไม่ใช่วิชาที่ยิ่งใหญ่ หากแต่ถ้านับในระดับมาตราฐานหรือก็คือระดับไม่เกินตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีเหลืองอ่อนแล้ว มันนับเป็วิชาย่างก้าวที่สมบูรณ์ที่สุดและสร้างความอัศจรรย์ถึงขนาดที่ต่อให้ตราสัญลักษณ์ิญญาสีแดงบางคนยังต้องตกตะลึง
หากแต่ข้อเสียของวิชานี้ก็มี คือมันช่างฝึกฝนได้อย่างยากเย็นยิ่งนัก เสียงเวลาในการฝึกฝนเนิ่นนานจนอาจจะไม่คุ้มค่าที่จะฝึกฝน กว่าที่จะชำนาญเช่นฉินเทียนตอนนี้อาจจะต้องใช้เวลานับร้อยปี
หากแต่สำหรับฉินเทียนแล้วข้อจำกัดนี้เสมือนหนึ่งไม่มีอยู่จริง เพราะสำหรับตัวมันฉินเทียน เพียงมันแค่เขาจ่ายแต้มบุญไปหนึ่งร้อยแต้ม พร้อมกดปุ่มยืนยัน ตัวมันก็สำเร็จวิชานี้ทันที นับว่าศาลเทพ์มีประโยชน์จริงๆ