จี๋โม่หานตอบ “ก่อนหน้านี้ข้าน้อยใช้หยกเสวียนอวี้กดพิษที่ดวงตามาตลอดขอรับ”
ใบหน้าของอู๋หมิงฉายความเข้าใจขึ้นมาทันที “ถึงว่า”
จี๋โม่หานรับคำ “แต่ก่อนหน้านี้แม่หนูได้กำจัดพิษในดวงตาของข้าน้อยแล้ว ดังนั้นตอนนี้จึงดูค่อนข้างปกติ”
ตอนนี้เองที่อู๋หมิงตะลึงไปจริงๆ เขาหันกลับไปมองซูหมิงเยว่อย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าไม่เพียงแต่รู้จักพิษนี้ แต่ยังสามารถแก้พิษได้อีกด้วย?”
“เจ้าค่ะ” ซูหมิงเยว่ถอนหายใจ ก่อนหน้านี้นางไม่พูดเพราะไม่อยากเปิดเผยวิชาแพทย์ของตัวเองต่อหน้าอู๋หมิง
“พิษนี้ถูกทำมาจากการเอาพิษหลายอย่างมาผสมกัน แต่พิษชนิดนี้ปกติแล้วจะไม่มีทางตรวจเจอได้ง่ายๆ ดังนั้นหลายคนต่างสงสัยว่ามันคือพิษ แต่กลับหาทางแก้พิษไม่ได้
อีกทั้งไม่มีหลักฐานมายืนยัน ที่ข้ารู้เรื่องนี้ก็เพราะเคยอ่านเจอในหนังสือแพทย์เล่มหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นข้าจึงได้ใช้วิธีการแช่น้ำยาและฝังเข็มเพื่อกำจัดพิษในตาของเขาออก แล้วค่อยใช้ยารักษาเจ้าค่ะ”
อู๋หมิงขมวดคิ้วมองนางอย่างไม่เข้าใจ “ในเมื่อเจ้ามีความสามารถแล้ว เหตุใดถึงยังมาหาข้าล่ะ?”
ซูหมิงเยว่หัวเราะอย่างจนใจ “ในเมื่อผู้อาวุโสรู้จักพิษนี้ ท่านก็คงรู้ว่าวิธีแก้นั้นจำเป็นต้องมีสมุนไพรที่เรียกว่าจิ่วจวนเหลียนใช่หรือไม่
แต่สมุนไพรชนิดนี้หายากมากในพื้นที่ธรรมดา เพราะทำอะไรไม่ได้แล้วข้าถึงได้มาหาผู้อาวุโสเจ้าค่ะ เพราะข้าเชื่อว่าผู้อาวุโสจะต้องมีวิธีอื่นรักษาเขาแน่นอน”
“ก็ใช่นะ” อู๋หมิงพยักหน้า ส่วนสีหน้าของซูหมิงเยว่ก็จริงจังขึ้นมา
“แต่ตอนนี้เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าอาจารย์ของเจ้าเป็นใครกันแน่ ในโลกนี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้จักพิษชนิดนี้และวิธีแก้ อายุเจ้ายังน้อย ในด้านวิชาแพทย์สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ คุณสมบัติไม่เลวเลย”
ซูหมิงเยว่กัดริมฝีปาก ตอนที่ลังเลว่าจะอธิบายอย่างไรดี จี๋โม่หานก็ยืนขึ้นทันที เขาหัวเราะเบาๆ พลางลูบหัวนาง ก่อนจะพูดเสียงอ่อนโยน “พูดเถิด แม่หนู ข้าเชื่อว่าผู้อาวุโสจะเข้าใจเจ้า”
ซูหมิงเยว่มองเขา
“เจ้าคุยกับผู้อาวุโสดีๆ ล่ะ ข้าจะออกไปรอด้านนอก”
จี๋โม่หานพูดจบก็เดินออกไปแล้วปิดประตู
อู๋หมิงมองทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจ พวกเขากำลังเล่นใบ้คำอะไรกัน?
ซูหมิงเยว่มองอู๋หมิงอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกความจริงออกไป ที่นางมาในครั้งนี้จุดประสงค์หลักก็เพื่อรักษาดวงตาของจี๋โม่หาน สองก็คือทำความรู้จักกับอู๋หมิง
จี๋โม่หานรออยู่ด้านนอกประตู ฉือสุ่ยต้มสมุนไพรอยู่ในห้องยา
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ด้านหลังประตูถึงได้มีเสียงเอี๊ยดดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก
พอจี๋โม่หานหันกลับไปก็มีมือของซูหมิงเยว่ที่ยื่นมาหา น้ำเสียงเจือเสียงหัวเราะอยู่ในคำพูด “เรียบร้อยแล้ว เข้ามาเถิด”
จี๋โม่หานยกยิ้ม ซูหมิงเยว่กับอู๋หมิงคงจะคุยกันเรียบร้อยแล้ว
ซูหมิงเยว่เข้าไปพูดกับเขาเสียงเบา “ข้าบอกเคล็ดวิชาสองอย่างที่มีแค่เขาที่ทำได้ เขาก็เลยเชื่อ”
อู๋หมิงที่อยู่ในห้องเตรียมอุปกรณ์ยาบนโต๊ะไปก็บ่นไป น้ำเสียงยังแฝงไปด้วยรอยยิ้มเหมือนเด็กซุกซน “อั้ยหยา คิดไม่ถึงเลยว่าข้าที่อายุมากขนาดนี้แล้ว จะมีลูกศิษย์ที่งดงามราวกับดอกไม้ราวกับหยกอยู่คนหนึ่งด้วย”
ซูหมิงเยว่จูงมือจี๋โม่หานเดินเข้ามานั่งแล้วหัวเราะแหะๆ “รู้ตอนนี้ก็ยังไม่สายนี่เจ้าคะ”
อู๋หมิงมองนางอย่างไม่พอใจ “เจ้าเองก็ไม่รีบมาหาข้าก่อน เจ้าไม่รู้ว่าข้ากับเจ้าเด็กฉือสุ่ยที่อยู่แต่บนภูเขานี้นั้นเบื่อมากแค่ไหน”
“นั่นก็เพราะข้ากลัวว่าท่านอาจารย์จะไม่เชื่อว่าข้าคือลูกศิษย์นี่เจ้าคะ” ซูหมิงเยว่พูดอย่างไม่พอใจ
อู๋หมิงเตรียมอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ถอนหายใจแล้วกล่าว “ถึงแม้ข้าจะอยู่มาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว แต่ก็รู้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีเรื่องมากมายที่ไม่อาจเอาเหตุผลมาอธิบายได้ อีกทั้งวิชาแพทย์ของเจ้าก็เหมือนกับข้าเป็นคนสอนจริงๆ”
อู๋หมิงพูดไปแล้วก็หัวเราะออกมาสองที “ถึงว่าครั้งแรกที่ข้าเห็นเจ้าก็รู้สึกถูกชะตามาก”
“แน่นอนเจ้าค่ะ” ซูหมิงเยว่รับคำ “บนโลกใบนี้ใครจะมีวิชาแพทย์ได้เทียบเท่ากับท่านอาจารย์อีกล่ะเจ้าคะ”
แต่ซูหมิงเยว่เองก็คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าอู๋หมิงจะยอมรับความจริงเรื่องนี้ได้ไวขนาดนี้โดยที่ไม่สงสัยนางเท่าไร แล้วก็ไม่ได้แปลกใจด้วย
อู๋หมิงหยิบเข็มที่ทำออกมาเป็นพิเศษเล่มหนึ่งแทงเข้าไปตรงจุดรอบดวงตาของจี๋โม่หาน “อดทนหน่อย”
“ขอรับ รบกวนผู้อาวุโสแล้ว”
“เฮ้อ ในเมื่อแม่หนูเรียกข้าว่าท่านอาจารย์แล้ว อีกทั้งเจ้าเองก็เป็นคนในใจของแม่หนู เช่นนั้นเจ้าก็เรียกข้าว่าท่านปู่เถิด”
“จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรขอรับ” จี๋โม่หานเอ่ยปฏิเสธ “จะเสียมารยาทกับผู้อาวุโสได้อย่างไร”
อู๋หมิงไม่ได้บังคับเขา จากนั้นก็ดึงเข็มออกมาแล้วหรี่ตามอง “ก่อนหน้านี้แม่หนูได้เอาพิษในดวงตาของเจ้าออกมาได้พอสมควรแล้ว การรักษาขั้นต่อไปก็สบายขึ้นมากแล้ว”
ซูหมิงเยว่ได้ยินดังนั้นก็ดีใจขึ้นมา อู๋หมิงพูดออกมาเช่นนี้ก็หมายความว่าการรักษาดวงตาของจี๋โม่หานนั้นไม่มีปัญหาแล้ว
“เจ้าออกไปก่อนเถิดแม่หนู” อู๋หมิงมองนางก่อนจะเอ่ย “วางใจเถิด ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าจะรักษาดวงตาของพ่อหนุ่มนี่ให้หาย”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านอาจารย์” ซูหมิงเยว่จับมือของจี๋โม่หาน “เช่นนั้นหม่อมฉันออกไปก่อนนะ”
“อืม”
หลังจากซูหมิงเยว่ออกจากห้องมาก็ไม่ได้ไปไหน นางไปยกเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งรออยู่ที่หน้าประตู แค่คิดว่าดวงตาของจี๋โม่หานจะหายดีแล้ว ในใจของนางนอกจากจะดีใจแล้วก็ยังรู้สึกเครียดด้วย
ไม่รู้ว่าสถานการณ์ภายในห้องเป็นอย่างไร แต่อย่างไรเวลาก็ผ่านไปช้ามากเป็นพิเศษ เวลาที่ผ่านไปทุกนาทีทุกวินาทีบีบคั้นหัวใจของซูหมิงเยว่
หลังจากผ่านไปประมาณสองชั่วโมงกว่าแล้ว ในที่สุดประตูห้องก็เปิดออก
ซูหมิงเยว่ลุกขึ้นแทบจะทันทีเหมือนกับมีเข็มมาจิ้มที่บั้นท้าย “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
“อั้ยหยา เจ้าทำให้ข้าตกใจแทบตาย” อู๋หมิงยื่นตัวออกมาจากด้านหลังประตู
“ข้าลงมือเองแม่หนูยังไม่วางใจอีกหรือ?”
ในใจของซูหมิงเยว่ก็พลันเครียดขึ้นมา สายตามองข้ามอู๋หมิงไปด้านหลังเขาแล้วถาม “มองเห็นแล้วหรือเจ้าคะ?”
อู๋หมิงเบี่ยงตัวออกให้ “จะไปไวขนาดนั้นได้อย่างไร รอสี่วันก็คงจะได้แล้วล่ะ”
ซูหมิงเยว่วิ่งเข้าไปในห้อง จี๋โม่หานกำลังกึ่งนอนอยู่บนเตียง ดวงตาถูกพันด้วยผ้าสีขาว
นางก้มตัวลงไปพูดเสียงเบา “เป็นอย่างไรบ้าง?”
จี๋โม่หานขยับตัวแล้วยันแขนหยัดตัวขึ้นนั่ง “สบายดี”
ตอนนี้ดวงตาเจ็บเล็กน้อย อาการไม่ได้หนักมาก
ซูหมิงเยว่กดความดีใจเอาไว้ไม่อยู่เล็กน้อย ดวงตาของจี๋โม่หานจะมองเห็นแล้ว นางดีใจกว่าตัวจี๋โม่หานเองเสียอีก “ดีมากเลย ท่านอาจารย์บอกว่ารออีกสี่วันก็แกะผ้าพันตาออกได้แล้ว”
จี๋โม่หานหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้มหน้าลง มือที่วางอยู่บนหน้าขากำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นก็ยกมือขึ้นมาจับมือของซูหมิงเยว่เอาไว้ เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา น้ำเสียงสั่นน้อยๆ “ขอบคุณ แม่หนู ขอบคุณ”
ซูหมิงเยว่ยิ้มจนตาโค้ง ปกติไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นใบหน้าของจี๋โม่หานก็จะนิ่งเฉยเสมอ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นความรู้สึกที่เผยออกมาบนใบหน้าของเขา