บทที่ 15 เพียงพอหรือยัง (100%)
“วิ้ง!!” เสียงใสหวีดหูดังขึ้น เมื่อปราณเส้นสุดท้ายรวมตัวผสานเข้าเป็นวงเวทเหินหาวที่สมบูรณ์ มือเล็กหยุดเคลื่อนไหว เพื่อให้วงเวทเรืองแสงสีทองนิ่งค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง ก่อนสะบัดมือผนึกวงเวทลงบนรองเท้าของตัวเองเสียงฮือฮาดังกระจายไปทั่วลานจัตุรัส สีหน้าศิษย์แต่ละคนแสดงออกถึงความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งประหลาดใจ แค้นใจ และมีส่วนน้อยที่ชื่นชม“ยอดเยี่ยม! อายุยังเยาว์แต่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ช่างเป็นอัจฉริยะที่พันปีไม่เคยปรากฏ เหว่ยจง เจ้านำสมบัติล้ำค่าที่มีชีวิตมาสู่สำนักข้า”เจ้าสำนักโม่ฟ่านยืนกล่าวคำชมซู่มินและเหว่ยจงด้วยเสียงดังกังวาน สีหน้าแสดงความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เฉิงจินพยักหน้าเห็นด้วย มีเพียงเจียงปินที่หน้าตาบูดบึ้งเพราะความอับอาย ความแค้นในใจแทบจะพุ่งทะลุออกมานอกอก“ข้า ข้าก็นึกไม่ถึง ว่ายายหนูจะมีพรสวรรค์น่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้”เหว่ยจงตื่นเต้นยินดีจนพูดจาติดขัด สองตายังคงจ้องมองที่เด็กหญิงตัวเล็ก “เด็กคนนี้มีความพิเศษเกินมนุษย์ธรรมดา ครอบครัวซู่มีภูมิหลังเช่นไร?”“ท่านปู่เจ้าสำนัก ท่านจะมีรางวัลให้ข้าด้วยไหมเจ้าคะ”เสียงเด็กน้อยที่เอ่ยขอรางวัลอย่างไร้เดียงสา ทำเอาเจ้าสำนักชราหัวเราะร่าก่อนเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดี“มีแน่นอน แต่ท่านปู่ผู้นี้มิได้ร่ำรวยเหมือนคนหอจิตเมฆา เช่นนั้นรางวัลของปู่คือ อนุญาตให้เจ้าแช่กายในสระทิพย์ได้สามวัน”“ไม่ได้!”เสียงค้านของเจียงปินดังพอ ๆ กับเสียงฮือฮาของศิษย์พันกว่าคน สระทิพย์เป็นสถานที่หวงห้ามของสำนักนภากาฬ น้ำในสระเปี่ยมไปด้วยปราณศักดิ์สิทธิ์เข้มข้น ศิษย์เอกที่มีความสามารถเด่นล้ำสามารถเข้าไปซับไอปราณทิพย์อยู่ข้างสระได้เดือนละวัน และผู้มีฐานะเป็นอาจารย์เท่านั้นจึงมีสิทธิ์ลงไปแช่กายในสระทิพย์“เมล็ดพันธุ์ชั้นยอด ไม่รดน้ำใส่ปุ๋ยให้ดีจะเติบโตเป็นต้นกล้าที่แข็งแกร่งได้อย่างไร เจ้าทดสอบคุณสมบัตินางในสิ่งที่ศิษย์เอกทั้งสำนักก็ไม่อาจทำได้ ฉะนั้นรางวัลที่นางทำสำเร็จก็ควรจะสมน้ำสมเนื้อกัน ข้าตัดสินอย่างเป็นธรรมที่สุดแล้ว เอาละจบเรื่องแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันกลับหอของตัวเองได้”ถ้อยคำของโม่ฟ่านทำเอาเจียงปินและศิษย์ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก วันนี้ศักดิ์ศรีและหน้าตาของหัวหน้าหอจิตเมฆาถูกทำลายจนไม่เหลือดี ความรู้สึกเกลียดชังอย่างรุนแรงแล่นปราดขึ้นในใจของเจียงปินเฟิ่งหรูกับศิษย์ชายคนหนึ่งเดินไปหาซู่มินด้วยสีหน้าเย็นชา มือเรียวโยนถุงวิเวททิ้งลงพื้นราวกับโยนขยะ ศิษย์ชายก้มลงเก็บรองเท้าขาวลายพยัคฆ์ แล้วนำไปสวมให้เจียงปินที่เหินตัวลงมายืนรอหน้าแท่นศิลาขาวเจียงปินคิดจะแกล้งซู่มินด้วยการโยนศิลาวิเศษชั้นดีทั้งห้าหมื่นก้อนทิ้งลงพื้น แต่เด็กน้อยกลับหยิบถุงวิเวทของเฟิ่งหรูขึ้นมาแล้ววิ่งตรงมาหาเขา มือเล็กยื่นถุงวิเวทให้ตาแก่หน้าบูด“ใส่ศิลาวิเศษอีกเท่าหนึ่งหรือมากกว่านิดหน่อยก็ยิ่งดีลงในถุงนี้เลยเจ้าค่ะ”เด็กน้อยเอ่ยเสียงหวาน พร้อมกับยิ้มกว้างจนตาหยีให้เจียงปิน“หึ ฝากไว้ก่อนเถอะนางเด็กปีศาจ”เจียงปินคำรามเสียงเบา ก่อนจะสะบัดมือใส่ศิลาวิเศษชั้นดีทั้งห้าหมื่นก้อนลงในถุงวิเวทของเฟิ่งหรู แล้วเดินหน้าง้ำนำศิษย์หอจิตเมฆาออกไปจากลานพิธี“อย่าลืมมาเอาคืนล่ะไอ้แก่สอพลอ คิดจะรังแกมินเอ๋อร์ของข้าก็ต้องชดใช้อย่างสาสม กลับไปฝึกหน้าเหี่ยว ๆ ของเจ้าให้มันทนทานยิ่งกว่าศิลาเถอะ เพราะเจ้าอาจจะมีเรื่องให้เสียหน้าหรือเสียอย่างอื่นรออยู่อีกเยอะ”เสวี่ยหยางที่อยู่ในจุดเสินถิงของซู่มินนึกเยาะเย้ยเจียงปินอยู่ในใจ เขาเดาว่าพวกสันดานเลวอย่างมัน ต้องไม่ยอมจบเรื่องเพียงแค่นี้แน่“ยายหนู เจ้าเก่งมากจริง ๆ ข้าเองก็มีรางวัลให้เจ้าเช่นกัน”เฉิงจินเดินมายืนข้างซู่มินแล้วยื่นขวดยาสีแดงทรงน้ำเต้าใบเล็กให้ ข้างในเป็นยาเสริมปราณขั้นสูงซึ่งถือเป็นยาวิเศษล้ำค่าราคาแพงจำนวนห้าเม็ด“ขอบคุณท่านหัวหน้าหอจิตตะวันเจ้าค่ะ”เฉิงจินมอบของให้เด็กน้อยเสร็จก็เดินนำศิษย์หอจิตตะวันออกไปจากลานพิธี ในลานจัตุรัสจึงเหลือเพียงศิษย์ของหอจิตดาราเท่านั้น“ศิษย์หอจิตดาราทุกคนจงฟัง นับแต่นี้ซู่มินคือศิษย์เอกคนที่สามของข้า จงปฏิบัติต่อนางให้สมฐานะศิษย์เอก หากศิษย์คนใดไม่พอใจอยากจะย้ายหอ ข้าก็ไม่ขัดข้อง หอจิตดาราต้อนรับแต่ผู้ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความสามารถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”เสียงประกาศของเหว่ยจงดังก้องลานจัตุรัส ศิษย์ทุกคนต่างยืนสงบนิ่งเป็นการแสดงความยอมรับในตัวศิษย์เอกคนใหม่ เหว่ยจงพยักหน้าด้วยความพอใจเยว์ฉีเดินไปหาโม่ฟ่าน แล้วกล่าวขออนุญาตเรื่องการหาสาวรับใช้มาคอยดูแลซู่มิน โม่ฟ่านพยักหน้าอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ เพราะซู่มินยังเยาว์วัยเกินกว่าจะดูแลตัวเองได้เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยโม่ฟ่านก็เหินตัวจากไป เหว่ยจงและเยว์ฉีก็พาซู่มินและศิษย์ทุกคนกลับหอจิตดารา