บทที่ 25 การนอกจากใจนำไปสู่ความตาย
“ผู้หญิงเมื่อกี้นี้ชื่อลั่วจื่อถง และเธอคืออดีตภรรยาของผม”
ลู่เฉิงเฟิงเดินกลับมา มองตาของซูอี้จวินและคนอื่น ๆ และเลือกที่จะพูดอย่างซื่อสัตย์ต่อทุกคน
ดวงตาที่สดใสของซูอี้จวินหรี่ลง แต่เธอไม่ได้พูดอะไรเลย ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ของเธอกับลู่เฉิงเฟิงนั้นเป็ของปลอม
ลู่เฉิงเฟิงแสร้งเป็แฟนของเธอเพียงเพื่อให้เขาปกป้องเธอ เขาจะจากไปเมื่อเธอปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะตำหนิลู่เฉิงเฟิง
แต่ไม่รู้ว่าทำไม เธอกลับรู้สึกอึดอัดและเ็ปในใจ
หลินเจี้ยนหลูจ้องมองลู่เฉิงเฟิงด้วยดวงตาที่แทบจะลุกเป็ไฟ “แล้วทำไมคุณไม่บอกเสี่ยวจวินก่อน?”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น “ผมขอโทษ! แต่มันไม่ใช่เื่ที่มีเกียรติจริง ๆ”
“ลู่เฉิงเฟิงถ้าคุณยังไม่เลิกกับภรรยาเก่าก็อย่ายุ่งกับเสี่ยวจวิน เห็นได่ชัดว่าเธอยังรักคุณอยู่”
ลู่เฉิงเฟิงถอนหายใจยาว “คุณไม่รู้จักเธอ เธอรักแค่ตัวเองและเงินเท่านั้น”
“เหมาะสมแล้วเหรอที่ใส่ร้ายอดีตภรรยาของตัวเองเช่นนี้”หลินเจี้ยนหลูตำหนิ
ดูเหมือนว่าในใจของหลินเจี้ยนหลู เขาเป็เพียงคนเลวที่ทอดทิ้งภรรยาเก่าเพราะตกหลุมรักคนอื่นแทน
เมื่อพิจารณาจากสีหน้าของฮั่นเหยียนก็คงคิดแบบเดียวกัน สุดท้ายแล้วลั่วจื่อถงก็แสดงเก่งมากจนใครก็ตามที่เห็นต่างก็คิดว่าเขาคือคนเลว
แต่สิ่งที่คนสองคนนี้คิดนั้นไม่สำคัญ เขามองไปที่ซูอี้จวินและกำลังจะอธิบายตัวเองแต่ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องแหลมดังมาจากชั้นล่าง
“มีคนฆ่ากัน! มีคนฆ่ากัน! รปภ.! รปภ.!”
“แจ้งตำรวจที! มีคนกำลังฆ่ากัน!”
ชั้นล่างเกิดความวุ่นวาย
ลู่เฉิงเฟิงและคนอื่น ๆ สะดุ้ง จากนั้นจึงเดินไปที่ราวกั้นและมองลงไป
พวกเขาอยู่บนชั้นห้า จากมุมนี้พวกเขาสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านล่างได้ทั้งหมด
พวกเขาเห็นชายและหญิงนอนจมกองเือยู่ที่บันไดเลื่อนชั้น 4 เสื้อผ้าของทั้งสองคนนั้นเปรอะเปื้อนเืสีแดงฉาน บนพื้นใกล้ ๆ มีมีดตกอยู่
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนกำลังควบคุมตัวชายหนุ่มคนหนึ่ง
คนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบ ๆ หลายคนยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอ
ซูอี้จวินและคนอื่น ๆ มองไปที่ลู่เฉิงเฟิงโดยไม่รู้ตัว เพราะผู้หญิงที่นอนอยู่จมกองเืซึ่งไม่ทราบว่าตายไปแล้วหรือไม่คือลั่วจื่อถงที่เพิ่งจากไป
ชายหนุ่มคนที่ถูกควบคุมตัวดูคลุ้มคลั่งมากและะโอย่างบ้าคลั่ง “ลั่วจื่อถง! นังสารเลว! ไปลงนรก ไปลงนรก... ฉันจ่ายเงินให้แกไปตั้งมากมายแต่แกกลับทรยศฉัน! นางสารเลว! ฉันจะฆ่าแก! ฉันจะฆ่าทั้งครอบครัวของแก!”
ชายหนุ่มคนนั้นลู่เฉิงเฟิงรู้จักดี อีกฝ่ายคือฟางโจว เป็ชายหนุ่มเมื่อตอนนั้นที่ปรากฏตัวขึ้นในวันที่เขาอย่าร้างกับลั่วจื่อถง
ตอนนั้นชายหนุ่มคนนี้ได้ให้เงินแก่เขาเพื่อแลกกับใบหย่า
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์นี้ ฟางโจวน่าจะตระหนักได้แล้วว่าตัวเองเป็เพียงเหยื่อในบ่อของลั่วจื่อถง เป็เพียงยางอะไหล่ที่มีไว้สับเปลี่ยน เมื่อเห็นลั่วจื่อถงอยู่กับคนอื่นจึงคลุ้มคลั่งและฆ่าเธอ
คนโบราณกล่าวไว้ว่า ‘การนอกจากใจนำไปสู่ความตาย’ คำพูดนี้ไม่เกินจริงเลย
เดิมทีลู่เฉิงเฟิงตั้งเป้าว่าจะฆ่าหญิงเลวคนนี้ในคืนนี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่จำเป็ต้องทำอะไรอีกแล้ว
ลั่วจื่อถงได้รับสิ่งที่สมควรได้รับแล้ว แต่น่าเสียดายที่ฟางโจวเข้ามาพัวพันกับผู้หญิงเน่า ๆ คนนี้
ซูอี้จวินมองไปที่ลู่เฉิงเฟิงอย่างลังเล “คุณจะไม่ลงไปช่วยเหรอ?”
“ชายหนุ่มคนนั้นดูโเี้มาก เขาน่าจะแทงสองคนนั้นจนตายแล้ว ผมคงไม่จำเป็ต้องลงไปแทงซ้ำอีกใช่ไหม?”
ทันใดนั้นสีหน้าของซูอี้จวินและคนอื่น ๆ ก็แข็งค้าง
ซูอี้จวินตั้งใจให้ลู่เฉิงเฟิงลงไปช่วยคน ไม่ใช่ให้เขาลงไปแทงคนซ้ำ!
หลินเจี้ยนหลูมองไปที่เขา “ดูนายไม่แปลกใจเลยที่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้น?”
ลู่เฉิงเฟิงเม้มริมฝีปากแล้วพูดอย่างเฉยเมยว่า “เธอจะต้องมีวันนี้ไม่ช้าก็เร็วอยู่แล้ว”
“นายเกลียดเธอเหรอ?”
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจ
“ทำไมล่ะ แม้ว่าจะหย่าร้างกันแล้วแต่เธอก็เคยเป็ภรรยาของนายนะ”
ลู่เฉิงเฟิงหันไปมองหลินเจี้ยนหลู “เธอนอกใจผมหลังจากที่แต่งงานกันได้แค่สองเดือน ผมเห็นเธอมีอะไรกับชายอ้วนหัวหน้าของเธอในโรงรถใต้ดินของบ้านผมเอง ภายนอกดูเหมือนเธอเป็คนใสซื่อบริสุทธิ์ไม่เป็อันตรายต่อทุกชีวิตในโลก แต่จริง ๆ แล้วเธอเป็ปรมาจารย์นักล่าเหยื่อรวมทั้งผมด้วยที่เคยเป็เหยื่อในบ่อของเธอ”
หลังจากที่ลู่เฉิงเฟิงพูดจบ เขาก็ยิ้มอย่างขมขื่น จากนั้นก็ถือข้าวของเดินนำออกไป
สามคนด้านหลังมองหน้ากันอย่างตกตะลึง
“ดูเหมือนเราจะเข้าใจเขาผิด”
ซูอี้จวินมองตามแผ่นหลังของลู่เฉิงเฟิงด้วยสายตาเป็ทุกข์
หลินเจี้ยนหลูเหลือบมองลงไปชั้นล่าง เห็นว่าเ้าหน้าที่ทางการแพทย์และตำรวจมาถึงแล้ว จึงจิ๊ปากแล้วพูดว่า “สาสมแล้วกับผู้หญิงสารเลวแบบนี้”
ลู่เฉิงเฟิงเดินนำลงไปจนถึงโรงรถใต้ดิน ก็ยังไม่เห็นซูอี้จวินและคนอื่น ๆ ตามลงมา ใบหน้าของเขาไม่มีร่องรอยของความขมขื่นและความเหงา แต่กลับเต็มไปด้วยความสุข
ลู่เฉิงเฟิงไม่ใช่คนใจกว้าง ไม่เคยปล่อยให้คนที่เขาโกรธรอดไปได้ หลังจากมีอาชีพนักฆ่ามายาวนาน มันทำให้เขาเืเย็นและโเี้ คนจิตใจอ่อนโยนจะอยู่ในโลกของนักฆ่ามานานได้อย่างไร?
หลังจากรอสักพักซูอี้จวินและคนอื่น ๆ ก็ลงมา
“เฉิงเฟิงฉันขอโทษ ฉันมองคุณผิดไป”
ซูอี้จวินขอโทษลู่เฉิงเฟิงอย่างจริงใจ
การถูกนอกใจถือเป็เื่น่าอับอายอย่างยิ่งของผู้ชายและเป็สิ่งที่ให้อภัยไม่ได้
ฮั่นเหยียนดูจริงจัง “ลู่เฉิงเฟิง เมื่อสักครู่ผมมองคุณผิดไป ผมคิดว่าคุณเป็คนเลวที่ละทิ้งภรรยาของตัวเองเพื่อไล่ตามความมั่งคั่ง ผมขอโทษคุณจากใจ!”
หลินเจี้ยนหลูมองที่ลู่เฉิงเฟิง “ฉันขอเลี้ยงอาหารค่ำคุณ คุณเลือกสถานที่แล้วฉันจะจ่ายเอง นี่คือคำขอโทษของฉัน!”
“มันไม่สำคัญ ก็แค่ทักษะการเล่นละครของลั่วจื่อถงนั้นดีมากเกินคนธรรมดา ใครก็ตามที่ไม่รู้จักเธอจริง ๆ ย่อมคิดว่าผมเป็คนชั่วร้าย ผมเองก็เคยถูกเธอหลอกด้วยรูปลักษณ์ที่ดูใสซื่อของเธอ”
หลังจากที่ลู่เฉิงเฟิงพูดจบ เขาก็หยุดชั่วคราวและกล่าวต่อ “ผมยังอยากรบกวนพวกคุณทุกคน อย่าเพิ่งบอกปู่ซู ลุงซู และป้าซูเกี่ยวกับเื่นี้ ผมจะหาโอกาสที่เหมาะสมบอกพวกเขาด้วยตัวเอง”
ฮั่นเหยียนและหลินเจี้ยนหลูพยักหน้า
‘ทำไมเขาถึงขอให้ทุกคนเก็บเป็ความลับ? หรือเป็เพราะกลัวว่าครอบครัวของฉันจะรู้และขัดขวางไม่ให้เขาคบกับฉันต่อหรือเปล่า? เป็ไปได้ไหมว่าเขาชอบฉันจริง ๆ แล้ว?’ ซูอี้จวินอดไม่ได้ที่จะคิดเข้าข้างตัวเอง
‘ถ้าเขาชอบฉันจริง ๆ ล่ะ? ถ้าเขาสารภาพรักมาฉันจะตกลงดีไหม?’
‘โอ๊ย! ซูอี้จวินเธอกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย? เธอเป็คนใจง่ายขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่!’
ซูอี้จวินรีบกำจัดความคิดยุ่ง ๆ ในใจ ใบหน้าของเธอแดงก่ำและกวาดมองทุกคนด้วยความร้อนตัว จากนั้นเธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อพบว่าไม่มีใครสนใจ
หลายคนขึ้นรถแล้วลู่เฉิงเฟิงก็ขับรถไป
“เฉิงเฟิง นายอยากกินอะไร?”
ลู่เฉิงเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ผมรู้จักสถานที่ดี ๆ งั้นเราไปที่นั่นกันไหม?”
ซูอี้จวินยิ้มและพูดว่า “ไหน ๆ เสี่ยวหลูก็จะเลี้ยงแล้ว คุณเลือกสถานที่แพง ๆ ไปเลย”
หลินเจี้ยนหลูเหยียดนิ้วเรียวยาวของเธอจิ้มหน้าผากของเพื่อนเธอเบา ๆ “ซูอี้จวิน เธอจะเอาเปรียบเพื่อนเพราะผู้ชายของเธองั้นเหรอ”
เมื่อเห็นผู้หญิงสองคนต่อสู้กันอยู่ข้างหลัง ลู่เฉิงเฟิงก็พูดในใจว่า ‘ฉันก็อยากจะเข้าร่วมด้วยจัง’
สถานที่ที่ลู่เฉิงเฟิงเลือกนั้นไม่แพงมาก เป็ร้านที่เขาเคยมาสองครั้ง แม้ว่าร้านอาหารจะไม่ใหญ่นักแต่รสชาติดีมาก
หลังจากสั่งและรออาหารมาเสิร์ฟ ลู่เฉิงเฟิงก็รู้สึกว่าโทรศัพท์ของเขาสั่น
“ผมขอตัวไปห้องน้ำสักครู่นะ”
“ฉันขอตัวไปห้องน้ำแป๊บนึงนะ”
ลู่เฉิงเฟิงและหลินเจี้ยนหลูยืนขึ้นพูดพร้อมกัน
ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันด้วยความใ
ซูอี้จวินยิ้ม พูดติดตลกว่า “ทั้งสองคนมีกระแสจิตเชื่อมถึงกันเหรอไง?”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มและตอบว่า “ผมแค่ดื่มน้ำมากเกินไป”
หลังจากพูดจบ เขาก็รีบไปที่ห้องน้ำ
ทันทีที่เขาเข้าไปในห้องน้ำ ลู่เฉิงเฟิงก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาทันที มันเป็การแจ้งเตือนของกลุ่มแชตลับกลุ่มสิบสองนักษัตรทมิฬและผู้ที่พิมพ์ข้อความคือวานรร้อยลักษณ์
สีหน้าของลู่เฉิงเฟิงเปลี่ยนไปเพราะสิ่งที่วานรร้อยลักษณ์พิมพ์มาคือ [วานรร้อยลักษณ์: ทุกคน ฉันมีข่าวเกี่ยวกับัะเืเวหา พวกคุณอยากรู้ไหม?]