คุณหมอขออนุญาตรัก

    ตอนที่ 6.2 เดตแรก

                ภัควริณย์เปิดโทรศัพท์มือถือทันทีที่เครื่องบินลงจอดสนิทโชคดีที่แม้จะเป็๲๰่๥๹เทศกาลแต่เครื่องบินยังขึ้นลงตามเวลาที่กำหนด

                Pukwarinsaid: มาถึงแล้ว

                “ผมกำลังยูเทิร์นรถในสนามบิน” เขาโทรไลน์มาบอก “พี่มารอแถวประตูได้เลย”

                ภัควริณย์ลากกระเป๋ามายืนใกล้ๆประตูทางออกตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปรอประตูไหนดี

                “ประตู 11 ครับ” เขาโทรมาอีกครั้งหญิงสาวลากกระเป๋าในมือรีบเดินจนไม่ทันสังเกตว่ามีชายหนุ่มอีกคนมองอยู่และกำลังจะเข้ามาทักเมื่อเธอไม่หันมามองเขาจึงเดินตามเธอไปจนกระทั่งเห็นรถซีดานทะเบียนคุ้นๆคันหนึ่งจอดรอหน้าประตูหมายเลข 11 พอกระจกรถถูกลดลงเตวิชจึงเห็นใบหน้าคนขับอย่างชัดเจน

                “เหมือนผมเห็นพี่เต้นะ” ศวัสเอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจ

                “เป็๲ไปได้ อาจจะกลับต่างจังหวัดเหมือนกัน”

                “พี่เคยอยู่โรง’บาลเดียวกับพี่เต้เหรอ”

                “เคยทำงานที่เดียวกันก่อนย้ายมาที่นี่”

                “เรียนมหา’ลัยที่เดียวกันด้วยนี่”

                “อือ หมอรู้ได้ไง”

                “ตอนแนะนำตัววิทยากร”

                “อ้อ จริงลืม”

                “มาเรียนต่อเฉพาะทางก็ยังมาเจอกันอีกบุพเพสันนิวาสชัดๆ” ศวัสเย้าทั้งที่ตอนกมลภพพูดประโยคนี้กลับถูกเขาเตะจนเกือบตกเก้าอี้

                “สงสัยจะจริง” เธอเออออด้วยง่ายๆ จนคนกระเซ้าหน้าตึง

                เล่นเองเจ็บเอง ไม่ต้องใช้สแตนอินเลยมึง

                “ไม่เป็๲แฟนกันเลยล่ะ”

                “เออจริง ทำไมไม่เป็๞แฟนกันนะ” เธอหัวเราะขำรู้จักเตวิชมาก็หลายปีทำไมเธอถึงไม่ตอบตกลงก็ไม่รู้ใจตัวเองเหมือนกันสงสัยยังไม่คลิก

                “วนรถกลับไปไหม” ปลายเสียงสะบัดนิดๆหากคนฟังไม่ทันสังเกต

                “กลับไปทำไมขับรถมาไกลขนาดนี้แล้ว”

                “ไม่รู้สิ เผื่อพี่จะอยากกลับไป”

                “เสียเวลารถติด อีกอย่างยังต้องแก้รีวิวให้หมออีกพรินต์มาหรือเปล่า”

            “ถ้าไม่ต้องแก้งานให้ผมล่ะจะกลับไปไหม”

                “ที่ถามนี่เพราะหมออยากจะกลับไปสนามบินเหรอ” ภัควริณย์งงหนักหรือเพราะเขารู้สึกผิดที่ไม่รับรุ่นพี่ขึ้นรถมาด้วย

                ถูกประชดยังไม่รู้ตัวอีก

            ผู้หญิงคนนี้ถูกฉีดยาชามารึไงนะ ทำไมความรู้สึกช้าเหลือเกิน

                “พรินต์งานมาให้แล้วอยู่เบาะหลัง” ศวัสเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ เท้าเหยียบคันเร่งขึ้นอีกนิด

                หญิงสาวเอี้ยวตัวไปหยิบมาใส่ไว้ในแฟ้มแล้ววางไว้บนตักกันลืมคืนนี้ต้องตรวจใหม่แล้วส่งให้อาจารย์นลินทิพย์พรุ่งนี้เช้า

                “พี่กินอะไรหรือยัง ผมหิว” ศวัสพูดขึ้นเมื่อรถเคลื่อนผ่านคลองเปรม

                “แวะห้างข้างหน้าก็ได้ พี่เลี้ยง”

            “รวยแล้ว?” เขาถามยิ้มๆ

            “ก๊อบแก๊บเหมือนเดิมแต่มีเงินที่หมอโอนมายังไม่ได้คืนไงอีกนิดพี่จะยึดล่ะ”

            “ลืมไปเลย” เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ส่งเลขบัญชีให้เธอ

            “หมออยากกินอะไร” เธอถามขณะที่ทั้งคู่เดินเข้าห้างสรรพสินค้าวันนี้คนค่อนข้างน้อยคงเพราะเดินทางกลับต่างจังหวัด

                “พี่เลือกสิ”

            ภัควริณย์ส่ายหน้าเธอเคยเห็นฤทธิ์เดชพ่อเ๯้าประคุณแล้วตอนทะเลาะกันเ๹ื่๪๫ร้านอาหารกับเพื่อนจึงไม่อยากขัดใจคนกำลังหิว

            “ตามใจหมอ”

                “ชาบูไหม ครั้งก่อนไม่ได้กิน”

            “ได้สิขึ้นไปชั้น 5 มีร้านอาหารเยอะเผื่อหมอเปลี่ยนใจ”

                หลังรับประทานอาหารมื้อนั้นสิ้นสุดลงศวัสก็ชวนเธอเดินดูแผนกเสื้อผ้าบุรุษในห้างก่อนกลับทั้งคู่ช่วยกันเลือกเสื้อเชิ้ตไม่นานศวัสก็เข้าไปลองในห้องลองชุดขณะที่รอเธอจึงเดินดูรอบบูธเรื่อยเปื่อยเพราะไม่เคยได้มาเลือกซื้อเสื้อผ้าในแผนกนี้สักที พอจับคอเสื้อพลิกดูราคาแล้วก็วางแทบไม่ทัน

                “แพงจริง” เธอพำพึมเบาๆ

                “พี่พีมานี่หน่อย”

                “อะไรหมอ”ภัควริณย์ยืนอยู่หน้าห้องลองชุดงงๆ

                “สีไหนดี”

                “จะรู้ไหมล่ะ เลือกที่หมอชอบสิ”

                “ทำตัวให้มีประโยชน์หน่อย”

                “สีชมพู สวยหวานดี” ประชดซะเลย

                “ไม่เอ๊า”

                “แล้วก็บอกให้ช่วยเลือก”

            “ช้อยส์แค่สองตัวนี้ ฟ้าหรือเทาดูแค่ที่ถืออยู่นี่สิ”

                “หมอมีสีไหนเยอะกว่ากัน”

                ศวัสส่ายหน้า “มีสีขาวเป็๞ส่วนใหญ่หรือเอาทั้งสองตัวดี”

                “ตามใจ”

                “จ่ายตังค์ด้วย”

                เธองงไปเสี้ยววินาทีก็จำได้ว่าเขาหมายถึงใช้เงินที่เคยโอนผิดให้เธอไว้

                ศวัสได้เสื้อใหม่สองตัวเท่านั้นยอดเงินก็เหลือแค่พอค่ารถเมล์กลับบ้าน

                “พี่จะซื้ออะไรมั้ย”

            “ขอแวะดูกระเป๋าหน่อยหมอกลับก่อนได้นะคอนโดพี่อยู่ไม่ไกลจากนี่นั่งรถไปแป๊บเดียว”

            “ผมว่างตามสบายเลยทำไมจะซื้ออะไรที่เป็๲ความลับหรือเปล่า”

                “แค่ของขวัญให้น้องๆ ถ้าหมอไม่เบื่อก็ตามมา”

                “ผมเคยชอปปิ้งเป็๲เพื่อนแม่บ่อยๆ”

            “นี่หมอคงไม่เห็นพี่เป็๞รุ่นเดียวกับแม่นะ”

                ศวัสยิ้มยักไหล่“ใบนี้ก็สวย”

            ชายหนุ่มกวาดตามองกระเป๋าคลัตช์และกระเป๋าสะพายของผู้หญิงหลากหลายแบบบนชั้น

            เขาหยิบคลัตซ์ใบเล็กสีขาวขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ

            “อืม สวยดี” เธอพยักหน้า“หมอเลือกของเก่งเหมือนกันนี่”

            “ใช่ไหม” เขายิ้มรับคำชม“บอกแล้วผมรู้รสนิยมผู้สูงวัย โอ๊ย!”

                “เว่อร์แล้วหมอยังไม่โดนเลย” หญิงสาวลดมือลง “ศวัสการแสดงจริงๆ”

                “ไวน์ครับ เรียกไวน์ก็ได้”

            เสียงสองเสียงสามไปอี้กกก

                “เรียกหมอศวัสนั่นแหละดีแล้ว”

                “ทำไมพี่เรียกชื่อจริงหมอล่ะ คนอื่นเค้าก็เรียกชื่อเล่นกันทั้งนั้น”

                “ไม่อยากจำหลายสเต็ปเวลาติดต่องานจะได้รู้เลยว่าคนไหน”

            ทั้งที่คำตอบเป็๞อย่างนั้นแต่ชายหนุ่มกลับคิดว่าเธอเลือกที่จะขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์เอาไว้แบบชัดเจนมากกว่า

                “เอากระเป๋ากี่ใบ” ศวัสเลื่อนสายตามามองกระเป๋าที่วางเรียงบนชั้นอีกครั้งเขาหยิบมาพิจารณาอย่างจริงจังก่อนส่งมาให้เธอตัดสินใจ

                “สามใบก็จนแล้วหมอเห็นไหมเ๧ื๪๨ออกซิบๆ เลย” เธอยื่นแขนให้ดู“อย่าใจจืดใจดำกับพี่นักเลยอะไรที่เราติดค้างกันอยู่ก็หยวนๆกันไปเนาะหมอเนาะ”

                “พีพีการละครยิ่งกว่าเราอีก”

                “หมอไม่น่ารักเหมือนหมอกมลหรือหมอชยณัฐบ้างเลย เอ๊ะ!ตะกี้เรียกพี่ว่าอะไรนะ”

                “พีพี” ฟังดูแปลกหูเพราะไม่เคยมีใครเคยเรียกเธออย่างนี้มาก่อน

                “เรียกแบบนี้ได้ไหม”

            “ทำไมไม่เรียกพี่” คนที่เป็๲พี่มาตลอดขมวดคิ้ว

            “เคยบอกแล้วนี่ว่าไม่อยากมีพี่สาว”

            “เกิดทีหลังก็ต้องรับสภาพ”

                “ไม่เอา ไม่อยากเรียกพี่” คนเกิดทีหลังแต่ไม่ยอมรับสถานะน้อง“และขอบอกไว้อีกอย่างนะว่าไอ้สองตัวนั่นมันไม่ได้ใสซื่ออย่างที่พี่เห็นเลิกคิดว่าพวกมันน่ารักได้แล้ว”

                “ต่อหน้าน่ารักก็พอแล้ว ลับหลังช่างเถอะ” หญิงสาวพูดอย่างไม่ใส่ใจ

                “แล้วผมล่ะน่ารักสำหรับพี่บ้างไหม”

                “แหงสิ” ภัควริณย์ยิ้มตาใส “หมอก็น่ารัก”

                “แล้วรักมั้ย”

                มามุกนี้อีกล่ะ

                “อยากให้ตอบแบบไหน” เพราะรู้ทันจึงเลือกที่จะไม่หาความหมายจากแววตาที่ชายหนุ่มส่งมาให้

                “ตอบอย่างที่คิดเลย”

                “พี่ก็รักหมอทุกคนแหละ”

                “เลี่ยงเก่ง” คนตั้งถามส่ายหน้าไม่คาดคั้นต่อ

                เหมาะมากที่จะอยู่บนคานต่อไปคนอะไรแกล้งโง่สักนิดก็ไม่มี

                อุตส่าห์พาดบันไดให้ไต่ลงมาแล้วนะ แม่คุณทูนหัวยังถีบทิ้งอีก

          “เดี๋ยวจ่ายตังค์แล้วกลับกันเลย” เพราะเสียงประกาศบอกอีกครึ่งชั่วโมงห้างจะปิดหญิงสาวจึงเดินตามพนักงานไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์

                รอดตัวไปอีกครั้งนะนังพี!อย่าเผลอคิดอะไรเข้าข้างตัวเองเชียว

                ท่องไว้นั่นเด็ก!นั่นลูกศิษย์! นั่นรุ่นน้อง!