แสงอาทิตย์ที่กำลังเลือนลับลง ณ ฝั่งทิศตะวันตก และหวังว่ามันจะขึ้นในทิศตะวันออกเฉกเช่นในทุก ๆ เช้านั้น ค่อย ๆ เลือนหายและกลับถูกเข้าแทนที่ด้วยความสว่างแสนสวยงามของพระจันทร์ เป็เวลาบ่งบอกว่าเข้าสู่คืนวันที่ 2 ของชายหนุ่มผู้มีดวงิญญาจอมราชันย์แห่งการปรุงโอสถที่ได้ออกมาตามหาสิ่งของที่เคยเป็ของเขากลับคืน
ก้อนพลังดำมืดที่แลดูเหมือนกับประตูมิติค่อย ๆ เปิดออก ควันมากมายพวยพุ่งออกมาจากช่องว่างอากาศ ที่ถูกผู้คนมากมายรายล้อมด้วยความใจจดใจจ่อรอคอยการกลับมาของหนึ่งชายหนุ่มและหนึ่งผู้เฒ่าที่เป็ดั่งเสาหลักของพวกมัน
.
.
.
“ นั่น ! พวกเขากลับมาแล้ว ! ” ท่ามกลางกลุ่มควัน ผู้คนต่างเริ่มะโด้วยน้ำเสียงดีใจเมื่อเห็นเงาของพวกเขาทั้งสองคนที่ได้เข้าไปในห้วงมิติเซียน แต่สีหน้าของพวกมันกำลังเปลี่ยนไปเพราะผู้ที่เดินกลับออกมา กลับกลายเป็ชายหนุ่มถึงสองคน ใช่แล้ว ! ชายหนุ่มอีกคนที่พวกมันกำลังจ้องด้วยความประหลาดใจนั่นก็คือ ผู้เฒ่า ตู้ฟง ของพวกมันนั่นเอง !
“ ซูดดดด อาาา !!! รู้สึกดีเหลือเกินที่ไม่ต้องมีไม้เท้าเวลาเดินไปไหนมาไหน ฮะ ฮ่า ฮ่า !!!” เสียงนั่นไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็ตู้ฟง ที่กำลังสูดอากาศบริสุทธิ์ในยามค่ำคืน พลางตบบ่าตี้เฉินอย่างสนิทสนม
ทั้งตี้เฉินและตู้ฟง ต่างใช้เวลาภายในมิตินั้นไปกว่าหนึ่งวันแต่แท้จริงแล้วเวลาข้างนอกนั้นพึ่งจะผ่านไปเพียงครึ่งวัน พวกเขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการพูดคุยแลกเปลี่ยนวิชาโอสถมากมาย บัดนี้ ผู้เฒ่า ตู้ ฟง ก็เปรียบได้ว่า กลายเป็ศิษย์เอกของตี้เฉินไปแล้ว เขาได้รับการถ่ายทอดวิธีการปรุงโอสถ วิธีปลูกสมุนไพร และวิธีเก็บเกี่ยวทั้งหมด จากตี้เฉิน อีกทั้งยังวางแผนในการพัฒนาหมู่บ้านของมันอีกด้วย
“ ถ้าอย่างนั้นมาเริ่มแผนที่เราคุยไว้กันเลยดีกว่าพ่อหนุ่ม ” ตู้ฟงหันมาพูดกับตี้เฉินด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับชี้นิ้วไปทางเหล่าบรรดาผู้คนที่กำลังจ้องมาด้วยสายตาประหลาดใจ
“ เอาล่ะทุกคน ! ภายในค่ำคืนนี้เราจะต้องผลิตโอสถปลุกพลังจำนวนมาก ข้าอยากให้พวกเ้าไปตามหาสมุนไพรที่อยู่ ในรายการนี้ ” มันพูดพลางยกกระดาษที่จดรายการสมุนไพรที่มัน้าเพื่อนำมาใช้ปรุงโอสถ ยื่นให้ชาวบ้านทุกคน
“ แต่ว่าท่านผู้เฒ่าเราจะเอายาเยอะขนาดนั้นไปทำอะไรกัน ! แล้วทำไมเราถึงต้องทำยาปลุกพลังด้วย ?!? ” ผู้คนมากมายต่างกำลังสงสัยเื่ราวมากมาย ทั้งสรีระผู้เฒ่าที่เปลี่ยนไป พร้อมกับการสั่งให้ออกไปหาสมุนไพรจำนวนมากในเวลาค่ำเช่นนี้
“ ข้าอยากจะให้พวกเ้าได้รู้จักกับญาติห่าง ๆ ของพวกเรา ตี้เฉิน ทายาทแห่งตระกูลตี้ นั่นอาจจะทำให้พวกเ้าประหลาดใจแท้จริงพ่อหนุ่มคนนี้คือสายเืเดียวกับพวกเรา แต่โชคชะตาทำให้ตระกูลของพ่อหนุ่มต้องแยกทางกับตระกูลของพวกเรา และเขาก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด เขาเพียงหยิบยื่นโอกาสที่เราจะได้สร้างตัวจากวิกฤตที่กำลังเกิดกับเขาเท่านั้นเอง ” มันเริ่มกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ชาวบ้านก็ยังคงไม่ปักใจเชื่อนัก ชาวบ้านบางกลุ่มก็ยังคงปล่อยจิตสังหารออกมาราวกับจะฟันเขาให้ขาดเป็สองท่อน
“ ในอดีตตระกูลของพวกเรานั้นคือตระกูลเดียวกันกับตระกูลตี้ แต่ด้วยความขัดแย้งของผู้สืบทอดรุ่นที่ 1 ทำให้พวกเราต้องแยกจากกันพวกเราที่ออกมาจากตระกูลตี้จึงพากันเปลี่ยนเป็ตระกูลตู้จวบจนทุกวันนี้ ” มันกล่าวเสร็จ ก็ทำให้พื้นที่นั่นเงียบสงบราวกับป่าช้าไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ผู้คนมากมาย จะเริ่มซุบซิบกัน
“ ที่ข้ามาในวันนี้ก็เพราะข้าอยากขอความช่วยเหลือจากผู้ที่เคยเป็ดังสายเืเดียวกันกับข้า ข้าจะนำทรัพย์สมบัติมาให้พวกท่านเป็การตอบแทนเมื่อข้าได้ทำภารกิจของข้าลุล่วงแล้ว ” ตี้เฉินกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับเพื่อเป็การขอร้องชาวบ้าน จนมันััได้ว่าจิตสังหารของชาวบ้านได้หายไปแล้ว ด้วยในใจมันก็รู้ดีว่ามันกำลังสร้างเื่ที่อาจจะเป็ปัญหาขึ้นมาได้ในอนาคต
“ เอาล่ะถ้าหากไม่มีข้อสงสัย ก็เริ่มออกไปหาสมุนไพรตามใบสั่งนี่ได้แล้ว ! ” ตู้ฟงกล่าวด้วยเสียงหนักแน่นก่อนที่ผู้คนจะเริ่มเดินหายเข้าไปในป่าเพื่อช่วยกันหาสมุนไพร ชายหนุ่มที่รุ่นราวคราวเดียวกับตี้เฉินก็เดินเข้ามาหาตู้ฟง ด้วยอาการประหลาดใจ คงมิใช่ใครหากแต่เป็ ตู้ชิง ลูกของ ตู้ฟง นั่นเอง
“ ท่านพ่อทำไมท่านถึง ?!? ” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าพ่อของเขาจะสามารถเดินเหินได้ราวกับชายหนุ่มอายุ 20
“ เพราะตี้เฉินยังไงล่ะ โอสถและองค์ความรู้มากมายของเขาทำให้ข้ากลับมาแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ” มันพูดพลางเบ่งกล้ามแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามโชว์ให้ลูกของมันดูด้วยความภาคภูมิใจ
"เหตุใดชายหนุ่มผู้นี้ถึงแข็งแกร่งเกินมนุษย์มนา ภายนอกดูผิวเผินเหมือนคนทั่วไปแต่ความสามารถของมันช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก " ตู้ชิงสบถในใจพลันหันไปมองตี้เฉินด้วยสายตาแห่งความอิจฉาริษยา
.
.
.
ในค่ำคืนนั้นชาวบ้านต่างร่วมแรงร่วมใจ หาสมุนไพรมาให้ตี้เฉิน พวกเขาช่วยกันปรุงโอสถกันจนถึงรุ่งเช้าอีกวัน และแล้วเมื่อพระอาทิตย์ได้หยาดแสงอรุณขึ้นมาแทนที่พระจันทร์ เป็สัญญาณบ่งบอกถึงเช้าวันใหม่อันสดใสมันเป็วันสุดท้ายที่ตี้เฉินจะต้องใช้เวลาทั้งหมดเพื่อเดินทางกลับไปยังสมาคมกระต่ายขาว
“ เอาล่ะ แค่นี้ก็เกินพอแล้ว ! ” ตี้เฉินโพล่งขึ้นมาพลางเก็บยาปลุกพลังที่ปรุงสำเร็จเรียบร้อยทั้งหมดเข้าไปในมิติเซียนอย่างระมัดระวัง
เขาใช้สายตากวาดมองไปที่ชาวบ้านทุกคนที่กำลังเหนื่อยล้าไปกับการหาสมุนไพรมาทำโอสถ บ้างก็ผล็อยหลับไปทั้งๆ ที่กำลังปรุงโอสถอยู่ บ้างก็ถ่างตาเดินหาสมุนไพรอย่างขมักเขม้น ตี้เฉินเห็นทีท่าของชาวบ้านทุกคนที่อดหลับอดนอนทำเพื่อเขาก็คงจะนิ่งดูเฉยไม่ได้
“เห็นที..คงต้องตอบแทนพวกเขาทุกคนบ้าง ด้วยความสามารถของข้าที่พอจะทำได้” เขาสบถในใจพลางแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะหยิบวัตถุดิบ ที่ใช้ทำโอสถ ออกมาจากมิติเซียน ด้วยความระมัดระวัง
พลางเดินลมปราณออกมาจากมือซ้ายเพื่อหลอมละลายหญ้าเง็กเซียนด้วยความร้อนที่ต่ำกว่าโอสถของผู้เฒ่าและมือขวาปล่อยปราณเยือกแข็งให้พิษตะขาบเงินพอแข็งตัว จากนั้นโอสถจึงเริ่มเปล่งเป็ประกรายจนจับตัวเป็ก้อนสีเงินส่องสว่างไปทั่วบริเวณนั้น สายตาทุกคู่พลันจับจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่ละสายตา
“ นี้คือโอสถของพวกเ้าทุกคน ” ตี้เฉินพลันหยิบยาที่เขาทำเสร็จใหม่ พร้อมกับยื่นให้พวกเขาทีละคน ด้วยสายตาที่กำลังจับจ้องมาที่โอสถเ่าั้ด้วยความสงสัย
“มันเรียกว่ายาปลุกเส้นเอ็นโบราณ ระดับ 5 ” เขาบอกชื่อเรียกของมันให้ชาวบ้านได้รู้จักก่อนที่ชาวบ้านแต่ละคนจะเริ่มหยิบยาเข้าใส่ปาก
.
.
.
“โอววววว ความรู้สึกนี้มัน !!”
"นี่อย่างนั้นหรือคือโอสถที่ท่านผู้เฒ่าได้กินเข้าไปขนาดอยู่ที่ระดับ 5 ข้าเริ่มรู้สึกว่าข้ากำลังกลายเป็เด็กหนุ่มอายุ 18 อีกครั้ง !!!! "
“ นี่มันคือยา์ชัด ๆ อาการปวดหลังที่ข้า….อ้ะ ! เส้นเอ็นข้ากำลังกระตุก !!! ”
เสียงจัดระเบียบเส้นเอ็นของพวกชาวบ้าน กำลังดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหมู่บ้าน พร้อม ๆ กับคำพูดที่สุดแสนจะประหลาดใจของผู้คนที่ได้รับโอสถขนานนี้เข้าไป
“ ทะ..ทะ..ท่านแม่ในที่สุดท่านก็เดินได้แล้ว !! ”
“ กะ...กะ…กล้ามเนื้อข้ามันกำลังเปล่งงประกาย !! ”
“ โอ้ววววววว !!!! ”
กร้อบ แกร้บ กร้อบ แกร้บ
ผู้คนมากมายกำลังประหลาดใจกับร่างกายของตนที่กำลังเปลี่ยนแปลงให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าตัว ลมปราณที่ถูกดีดขึ้นจนความสามารถทุกคนนั้นเกือบจะเทียบเท่า ผู้เฒ่าตู้ฟงได้ก็ไม่ปาน
สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องมาที่ตี้เฉินด้วยความศรัทธา กระนั้นเองพวกมันทุกคนรวมทั้งผู้เฒ่าตู้ฟงและตู้ชิง ต่างก้มหัวให้กับตี้เฉินด้วยความพร้อมเพรียง สีหน้าพวกเขาทุกคนเต็มเปี่ยมไปด้วยความปราบปลื้มปิติและดีใจที่คำทำนายเ่าั้เกิดขึ้นจริงไม่มีผิด (ตอนที่ 6 ซื้อสิ !!)
ในตอนนี้ ตี้เฉิน คงจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพวกมันอีกต่อไป หากแต่เป็ เทพเทวดา ที่ทำให้พวกมันมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง
“ พวกท่านลุกขึ้นเถิด " ตี้เฉินกล่าวพร้อมกับพยุงผู้เฒ่าตู้ฟง และตู้ชิงให้ยืนขึ้น
" ต้องเป็ข้าต่างหากที่จะต้องขอบคุณพวกท่านหากไม่ได้พวกท่าน ข้าเองก็คงจะลำบากน่าดู อย่างไรก็ตามข้าจะขอคืนหม้อปรุงโอสถบำเพ็ญเพียรหม้อนี้คืนแก่พวกท่าน เพื่อนำไปใช้สร้างรากฐานให้กับคนในหมู่บ้าน ” ตี้เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูอบอุ่น พลางใช้มิติเซียนหยิบหม้อโอสถใบนั้นออกมา
“ ข้าอยากจะประกาศให้พวกท่านรู้ว่าสมาคมกระต่ายขาวของข้า จะกว้านซื้อสมุนไพรที่ทำขึ้นจากหมู่บ้านแห่งนี้ ในราคาที่พวกเ้าทุกคนสามารถนำไปประกอบอาชีพและดูแลหมู่บ้านนี้ให้เจริญรุ่งเรือง และที่สำคัญ ข้าอยากให้พวกเ้ากลับตัวกลับใจเป็คนดีทำงานสุจริตและเลิกเป็โจรเสีย ” ตี้เฉินตระหนักอยู่เสมอว่าถึงแม้เขาจะกลับตัวกลับใจ แต่ก็ยังคงมีนิสัยที่ลักเล็กขโมยน้อยอยู่แน่นอน พลางพูดขึ้นต่อ
“ ข้าจะขอแต่งตั้งให้ผู้เฒ่าตู้ฟง เป็ผู้ดูแลรักษาการณ์หมู่บ้านนี้ ให้ตู้ชิงเป็หัวหน้าทหารเพื่อรักษาความปลอดภัยก่อนที่ข้าจะกลับมาในเร็ววันเพื่อดูความพัฒนาของพวกเ้า ” ตี้เฉินกล่าวพลางหันไปมองหน้าทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
“ เอาล่ะ…คงถึงเวลาที่ข้าต้องออกเดินทางกลับไปยังสมาคมแล้ว " พูดเสร็จก็หันไปหาตู้ฟงและตู้ชิงเขาใช้มือสองข้างตบลงบนบ่าทั้งสองคนพลางยิ้มขึ้นที่มุมปากและกล่าวอวยพร
"ขอให้พวกเ้าโชคดีกับการสร้างหมู่บ้านแห่งนี้นะ ”
ตี้เฉินกล่าวอำลาพร้อม ๆ กับ หยิบโอสถปลุกเส้นเอ็นระดับ 9 ที่เหลือจากการทำให้ผู้เฒ่า ยัดเข้าใส่ปากและกลืนลงไปอย่างง่ายดาย
.
.
.
เสมือนกับเทพเ้ากำลังร่ำลาพวกเขา ประกายแสงสีเงินมากมายกำลังพวยพุ่งออกมาจากตัวตี้เฉิน แววตาที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงสีเงิน ทำให้เหล่าชาวบ้านก้มกราบตี้เฉินอีกครั้ง ราวกับเขาคือเทพเ้า ก่อนที่จะเริ่มใช้วิชาตัวเบาขั้นสุงสุดเหาะเหินจากหมู่บ้านนี้ไป ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่ทำให้พวกเขาไม่มีวันลืม ….
“ เอาล่ะต่อไปนี้ !! ที่นี่คือหมู่บ้านประกายเงิน มาร่วมกันสร้างหมู่บ้านนี้ให้ยิ่งใหญ่ เพื่อรำลึกต่อเขากันเถอะ ! ” ผู้เฒ่าฟงะโเรียกขวัญกำลังใจชาวบ้าน
“ โอ้ววววว !!! ”
ถ้าหากอ่านแล้วถูกใจอย่าลืมกดติดตามและคอมเมนต์เพื่อให้กำลังใจหรือติชมกันได้นะครับ
นิยายตอนต่อไปมาวันพุธ ที่ 26 สิงหาคม นะครับ