เมื่อดอกบัวออกจากโคลนบางสิ่งที่งามที่สุดในโลกเติบโตมาจากที่มืดและเหนียวหนืดที่สุดและคนที่รู้จักดอกบัวนั้นดีที่สุดคือคนที่เคยจมอยู่ในโคลนด้วยกัน
หรือคืนที่ฝนตกและจักรพรรดิที่ไม่เคยออกจากพระราชวังก้าวออกมายืนในฝนครั้งแรกกับแม่ทัพที่รักษาคำพูดทุกคำที่เคยพูด
"ดอกบัวนั้นงามที่สุดตอนที่โผล่ขึ้นมาจากโคลนไม่ใช่ตอนที่ลอยอยู่บนน้ำใสสะอาด เพราะคนที่เห็นดอกบัวบนน้ำใสนั้น เห็นแค่ความงาม
แต่คนที่เห็นดอกบัวโผล่ขึ้นจากโคลน เห็นทั้งความงามและความกล้าหาญเห็นทั้งดอกไม้และรากที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ
และในบางครั้ง รากนั้นงามกว่าดอกด้วยซ้ำ"
☽ สามวันระหว่างนั้น ☽
???? ฝนในเมืองหลวง ????
หยวนจิง กลางคืน
ฝนมาในตอนหลังค่ำ
มาแบบที่ฝนฤดูร้อนมาเสมอ รวดเร็วหนัก ไม่บอกล่วงหน้า ทำให้คนที่อยู่กลางถนนต้องวิ่งหาที่หลบคนที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงฝนบนหลังคาและรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ต้องออกไปข้างนอก
แต่มีคนสองคนที่ออกมายืนในฝนโดยเลือกเอง
เฉินหยานออกจากพระราชวังผ่านประตูข้างที่เล็กที่สุดและไม่มีคนสังเกตแต่งตัวธรรมดา ผ้าสีเทา ผมมัดง่ายๆ ไม่มีตราสัญลักษณ์ใดๆ
เซียวจ้านหยูเดินข้างๆแต่งตัวเหมือนกันในแบบที่เขาใช้เมื่อ้าเดินในเมืองโดยไม่มีใครรู้ว่าเขาคือใคร
ทหารองครักษ์สองคนเดินห่างออกไปสิบก้าวในชุดธรรมดา ในแบบที่ปกป้องได้โดยที่ไม่เปิดเผย
เมืองหยวนจิงในฝนดูต่างจากเมืองหยวนจิงในแดด
ถนนที่ว่างเปล่าสะท้อนแสงโคมจากร้านที่ยังเปิดอยู่เสียงฝนที่ทำให้เสียงอื่นๆ เงียบลงกลิ่นดินชื้นและกลิ่นอาหารจากร้านที่ยังคึกคักอยู่ภายใน
เฉินหยานเดินช้าๆมองทุกสิ่งด้วยดวงตาที่ไม่ค่อยเห็นมุมมองนี้
ร้านขายของหวานที่ยังเปิดสว่างอยู่เ้าของรีบนำของออกมาวางก่อนฝนจะแรงขึ้น
เด็กสองคนที่วิ่งออกมาเล่นฝนแม่ที่ตามออกมาบ่น แต่ก็ยิ้ม
ผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ชายคาร้านชาดื่มชาคนเดียว มองฝนตกอย่างสงบ
"นี่คือแผ่นดินของข้า"
ไม่ใช่แผ่นดินที่เห็นจากบัลลังก์สูงห้าชั้นไม่ใช่แผ่นดินที่อ่านจากรายงานพันหน้า แต่แผ่นดินที่มีกลิ่น เสียง ััแผ่นดินที่ยังเปียกฝนได้เหมือนกับทุกคน
"เมืองของท่านงามไหม" เซียวจ้านหยูถาม เสียงที่เบาระหว่างก้าวเดิน
"งามมาก" เฉินหยานตอบทันทีเสียงที่ไม่มีลังเล"งามกว่าที่เห็นจากหน้าต่างพระราชวังมาก"
"เพราะอะไรพะย่ะค่ะ"
"เพราะจากหน้าต่างพระราชวังข้าเห็นเมือง แต่ข้าไม่ได้อยู่ในนั้น" เฉินหยานพูด เดินต่อไป "แต่ตอนนี้ข้าอยู่ในนั้น"
พวกเขาเดินมาถึงสะพานเก่าข้ามคลองสายเล็กสะพานหินที่อยู่มาั้แ่รัชกาลแรก มีต้นหลิวร้อยปีอยู่สองข้างกิ่งที่ห้อยลงมาแตะน้ำในคลอง
เฉินหยานหยุดที่กลางสะพานยืนมองลงไปที่น้ำในคลองที่มีเม็ดฝนตกลงไปสร้างวงกลมเล็กๆ ซ้อนทับกันไม่หยุด
ฝนที่ตกลงมายังตัวเขานั้นซึมผ่านเสื้อผ้าธรรมดาที่ไม่ได้หนาอย่างเสื้อจักรพรรดิ
เย็น
ไม่น่าสบาย
แต่จริง
"ท่านบอกว่าฝนที่ทางเหนือมาเร็วและหนักมาก" เฉินหยานพูด ไม่หัน
"ใช่พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูยืนข้างๆ เขาห่างครึ่งก้าว
"ฝนที่นี่ก็เหมือนกัน"
"ฝนที่ไหนก็เหมือนกันพะย่ะค่ะเมื่อยืนอยู่ในนั้น"
เฉินหยานหันมองเซียวจ้านหยูที่ยืนข้างๆ ในฝน ผมที่เริ่มเปียก ดวงตาที่มองกลับมา
ในความมืดของกลางคืนและแสงจากโคมที่ไกลออกไปใบหน้าของเซียวจ้านหยูนั้นดูต่างออกไป ดูอ่อนโยนกว่าปกติดูมีชีวิตกว่าเมื่ออยู่ในพระราชวัง
"คนนี้อยู่ที่นี่ แค่ที่นี่"
ไม่ใช่หยูกั๋วกงที่รายงานราชการไม่ใช่แม่ทัพที่วางแผนยุทธการ ไม่ใช่กุนซือที่วิเคราะห์ทุกอย่าง
แค่เซียวจ้านหยู ที่ยืนในฝนข้างๆเขา เพราะเลือกที่จะยืน
"จ้านหยู" เฉินหยานพูด
"พะย่ะค่ะ"
"ข้า้าถามบางสิ่ง"
"ถามได้พะย่ะค่ะ"
เฉินหยานมองหน้าเขามองในแบบที่เขาไม่ค่อยมอง ไม่ใช่การมองเพื่ออ่าน ไม่ใช่การมองเพื่อประเมินแต่การมองในแบบที่คนมองเมื่อ้าเห็น
"ท่านรู้สึกอย่างไรตอนนี้"
คำถามที่เรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดาสำหรับคนที่ถาม
เซียวจ้านหยูไม่ตอบทันที คิดจริงๆก่อนตอบ
"รู้สึกสงบพะย่ะค่ะ" เขาพูดในที่สุด
"สงบในฝน"
"สงบเพราะไม่ต้องทำหน้าที่อะไรตอนนี้พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "แค่ยืนอยู่ที่นี่"
"ท่านพูดเหมือนคนที่พักผ่อนไม่ค่อยได้"
"ข้าพระองค์พักผ่อนน้อยพะย่ะค่ะมันเป็นิสัย"
"นิสัยที่ไม่ดี" เฉินหยานพูด
"ฝ่าาก็เช่นกันพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดตรง
เฉินหยานพยักหน้ายอมรับ ไม่โต้แย้ง
ทั้งสองยืนอยู่ในฝนต่อไปมองน้ำในคลอง ฟังเสียงฝน ฟังเสียงเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่แม้จะฝนตก
"ฝ่าา" เซียวจ้านหยูพูดขึ้นหลังจากความเงียบสักพัก
"อะไร"
"ข้าพระองค์อยากถามบางสิ่งด้วยพะย่ะค่ะ"
"ถามได้"
"ถ้าวันใด—" เซียวจ้านหยูพูดช้าๆราวกับคิดในขณะที่พูด"ทุกอย่างที่ข้าพระองค์ทำเพื่อฝ่าานั้นไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เพราะบางสิ่งที่มากกว่าหน้าที่ ฝ่าาจะรู้สึกอย่างไรพะย่ะค่ะ"
เฉินหยานไม่ตอบทันที
ฝนที่ตกลงมาบนสะพานเก่าเสียงน้ำในคลอง แสงโคมไกลออกไป
"ข้ารู้อยู่แล้ว" เฉินหยานพูดในที่สุด เสียงที่เบามากเบาจนแทบไม่ได้ยินถ้าไม่ตั้งใจ
เซียวจ้านหยูหัน มองหน้าเขา
"รู้" เฉินหยานพูดซ้ำ มองกลับมา "ข้ารู้มานานแล้วและข้าก็รู้สึกแบบเดียวกัน"
"เขาพูดว่า—"
เซียวจ้านหยูนิ่งดวงตาที่สังเกตทุกสิ่งตลอดเวลานั้นหยุดอยู่กับเฉินหยาน ไม่ไปไหน
"ฝ่าา" เขาพูดเบา
"อะไร"
"ข้าพระองค์—" เซียวจ้านหยูหยุด ไม่ค่อยพูดไม่จบแต่คราวนี้เขาหยุด เพราะมีสิ่งที่อยากพูดหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
เฉินหยานมองเขา รอ ไม่รีบ
"ข้าพระองค์ดีใจที่ฝ่าาออกมาพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดในที่สุดเสียงที่ต่ำและตรง "และดีใจที่ได้อยู่ข้างๆในคืนนี้"
เฉินหยานมองเขา มองนานในดวงตาที่ปกติอ่านค่าไม่ออกนั้น มีบางสิ่งที่อ่อนลงบางสิ่งที่ไม่ได้ปรากฏในพระราชวัง ไม่ได้ปรากฏในที่ประชุมไม่ได้ปรากฏต่อหน้าใครเลยในสิบปีที่ผ่านมา
ยกเว้นคืนนี้ กลางสะพานเก่าในฝน
"ข้าก็เช่นกัน" เฉินหยานพูด เสียงเบาเท่ากัน
ทั้งสองยืนอยู่ในฝน ไม่ขยับห่างกันครึ่งก้าว
ระยะทางที่เล็กน้อยมากแต่ยังอยู่ที่นั่นระยะที่เซียวจ้านหยูรักษาไว้มาสิบปีเพราะนั่นคือระยะที่ถูกต้องสำหรับคนในตำแหน่งของเขา
แต่ในคืนนี้ ในฝนบนสะพานที่ไม่มีใครเห็น ระยะนั้นรู้สึกเป็เพียงนิสัย ไม่ใช่กฎ
"บางระยะทาง ไม่ใช่กำแพงแต่คือประตู"
เฉินหยานขยับ
ไม่มาก เพียงก้าวครึ่งไปข้างหน้าเพียงพอที่จะยืนเคียงข้างเซียวจ้านหยูอย่างแท้จริง ไม่ใช่นำหน้า ไม่ใช่ตามหลัง
เซียวจ้านหยูไม่ขยับออก
ทั้งสองยืนเคียงกันในฝนมองน้ำในคลอง
ไม่พูดอะไร
เพราะบางสิ่งไม่้าคำพูด
???? คืนที่ยาวและสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น????
ห้องเก็บหนังสือ หลังกลับจากฝน
พวกเขากลับมาที่พระราชวังเมื่อฝนเริ่มเบาลง
เฉินหยานเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาที่ห้องเก็บหนังสือเซียวจ้านหยูตามมาหลังจากนั้นไม่นาน
ทั้งสองนั่งอยู่ที่โต๊ะชาที่หลิงเซวียนเตรียมไว้วางอยู่สองถ้วย
หลิงเซวียนเดินออกไปหลังวางชาปิดประตูเบาๆ ราวกับรู้ว่าไม่ควรอยู่
ห้องเงียบ มีแค่เสียงฝนบางๆที่ยังตกอยู่นอกหน้าต่าง และแสงโคมสองดวง
"ท่านหิวไหม" เฉินหยานถาม
"ไม่พะย่ะค่ะ"
"ข้าก็ไม่"
ความเงียบสั้นๆ
"ฝ่าา" เซียวจ้านหยูพูด
"อะไร"
"บนสะพาน ที่ฝ่าาพูดว่า 'รู้อยู่แล้ว' และรู้สึกแบบเดียวกัน" เซียวจ้านหยูพูดช้า "ฝ่าาหมายความว่าอะไรพะย่ะค่ะ"
เฉินหยานวางถ้วยชาลงมองเซียวจ้านหยู
มองในแบบที่ตรงและไม่ซ่อนอะไร
"ข้าหมายความตามที่พูด" เขาพูด
"ตามที่พูด"
"ท่านถามว่าถ้าท่านทำสิ่งต่างๆเพราะบางสิ่งที่มากกว่าหน้าที่ ข้าจะรู้สึกอย่างไร" เฉินหยานพูด "ข้าตอบว่ารู้อยู่แล้วและรู้สึกแบบเดียวกัน แปลว่าข้ารู้ว่าท่านรู้สึกอะไรและข้าก็รู้สึกแบบนั้นด้วย"
เซียวจ้านหยูมองเขาสักพักดวงตาที่ไม่ปล่อยให้อะไรหลุดผ่านไปง่ายๆ
"ฝ่าาพูดตรงมากผิดปกติพะย่ะค่ะ"
"ข้าพูดตรงมาเสมอ" เฉินหยานพูด ยิ้มเล็กน้อยยิ้มที่เซียวจ้านหยูเริ่มจำได้ว่าหน้าตาเป็อย่างไร
"กับคนอื่นฝ่าาพูดตรงในแบบที่ไม่บอกทุกอย่าง" เซียวจ้านหยูพูด
เฉินหยานนิ่งกับสิ่งที่ได้ยิน
"ท่านสังเกตเื่นั้นด้วย"
"ข้าพระองค์สังเกตทุกอย่างเกี่ยวกับฝ่าามาสิบปีพะย่ะค่ะ"
"รู้" เฉินหยานพูด เงียบสักพักแล้วก็พูดต่อ "กับท่านข้าพูดตรงในแบบที่บอกทุกอย่าง"
ห้องเงียบ
ฝนข้างนอกที่บางลงเรื่อยๆ
เซียวจ้านหยูมองเฉินหยาน
"คนนี้"
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ไม่ปล่อยให้อะไรหลุดผ่านนั้นหยุดอยู่กับใบหน้าของเฉินหยาน ที่ตอนนี้ในแสงโคมอ่อนดูต่างจากจักรพรรดิที่เขารู้จักในห้องประชุม ดูอ่อนโยนกว่า ดูจริงกว่าดูเหมือนคนที่เขา้าปกป้องมากกว่าบัลลังก์ที่เขาปกป้องอยู่
"ฝ่าา" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่ต่ำ
"อะไร"
"ข้าพระองค์อยากบอกสิ่งหนึ่งพะย่ะค่ะ"
"บอกได้"
"สิ่งที่ข้าพระองค์รู้สึกต่อฝ่าานั้น" เซียวจ้านหยูพูดช้าๆเสียงที่ระวังแต่ตรง"ข้าพระองค์ไม่เคยพูดออกมาตรงๆเพราะไม่รู้ว่าพูดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น และไม่รู้ว่าฝ่าา้าให้พูดแต่ตอนนี้ข้าพระองค์รู้แล้ว"
"รู้อะไร"
"รู้ว่าฝ่าา้าให้พูดพะย่ะค่ะ"
เฉินหยานมองเขาดวงตาที่ไม่ดูเหมือนจะแปลกใจ แต่มีบางสิ่งรอคำที่จะตามมา
"ข้าพระองค์รัก" เซียวจ้านหยูพูดเสียงที่เรียบและตรงในแบบที่เขาพูดทุกสิ่งที่สำคัญ "ฝ่าาพะย่ะค่ะ"
ห้องเงียบสนิท
แม้แต่เสียงฝนข้างนอกดูเหมือนหยุดชั่วครู่
เฉินหยานมองเขา มองนานมากมองในแบบที่เขาไม่ได้มองใคร
แล้วก็ขยับมือยื่นออกมาวางบนโต๊ะระหว่างทั้งสอง ฝ่ามือขึ้น
ไม่บังคับ ไม่สั่ง แค่วางไว้
เซียวจ้านหยูมองมือนั้น
มองสักพัก
แล้ววางมือของตัวเองลงในนั้น
เฉินหยานกำมือนั้นเบาๆ
ทั้งสองนั่งอยู่อย่างนั้นในห้องที่มีแสงโคมสองดวง ฝนที่บางลงเรื่อยๆ นอกหน้าต่าง
"ขณะนี้ เป็เื่จริง"
นั่นคือสิ่งที่เซียวจ้านหยูคิด
และสิ่งที่เฉินหยานคิดในเวลาเดียวกันคือ—
"คนนี้ คือของข้า"
⚔ เช้าวันถัดมาและความเคลื่อนไหวของตระกูลเหอ⚔
ตระกูลเหอ บ้านหลัก รุ่งสาง
เหอเทียนเฉิงตื่นขึ้นในตอนตีห้านิสัยที่ทำมาสี่สิบปี
เขานั่งอยู่ที่ห้องทำงานส่วนตัวดื่มชาคนแรกของวัน มองรายงานที่เรียงอยู่บนโต๊ะ
"ท่าน" เหยินปิงจ้านเดินเข้ามาเสียงที่ระวัง "มีข่าวสองเื่ขอรับ"
"พูดมา"
"เื่แรกหยูกั๋วกงออกจากพระราชวังเมื่อคืน กับฝ่าา"
เหอเทียนเฉิงวางถ้วยชาลง
"ออกไปไหน"
"เดินในเมือง ในฝน สองชั่วยามแล้วก็กลับเข้าพระราชวัง"
"สองชั่วยามในฝนกลางดึก" เหอเทียนเฉิงพูดน้ำเสียงที่แบนราบแต่มีบางอย่างในนั้น "และเื่ที่สอง"
"เื่ที่สองไม่ดีขอรับ" เหยินปิงจ้านพูด "คนที่เราวางไว้ในบ้านพักคนเฒ่ารายงานมาว่ามีเ้าหน้าที่จากกรมราชสำนักมาตรวจสุขภาพเมื่อวานและพูดคุยกับเถาชิงฝูนานผิดปกติ"
ความเงียบที่หนักขึ้น
"เถาชิงฝู" เหอเทียนเฉิงพูด เสียงที่ต่ำ "เขายังมีชีวิตอยู่"
"ขอรับและดูเหมือนว่าหยูกั๋วกงรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่แล้ว"
เหอเทียนเฉิงนิ่งสักพักใหญ่
"เรียกน้องสาวมา" เขาพูดในที่สุด
เหอเฟยเยิน มาถึงใน่สายใบหน้าที่คมั้แ่เข้ามาในห้อง
"พี่ชายรู้อยู่แล้วว่าข้าจะพูดอะไร" นางพูดก่อนที่เหอเทียนเฉิงจะเริ่ม
"รู้" เหอเทียนเฉิงพูด "แต่อยากให้ฟังจากปากท่านเอง"
"เราเคลื่อนไหวเร็วเกินไป" เหอเฟยเยินพูดตรง "หยูกั๋วกงไม่ใช่คนที่ตามทันเขาคือคนที่อยู่ข้างหน้าอยู่แล้ว ที่พี่ชายคิดว่าเราล้ำหน้า เราจริงๆอาจกำลังตามหลัง"
"เราคิดไว้หลายขั้นล่วงหน้า"
"เขาคิดหลายขั้นกว่านั้น" เหอเฟยเยินพูด "พี่ชาย ข้าต้องพูดตรงๆ ว่าถ้าเถาชิงฝูพูดสิ่งที่เขารู้แผนการของเราทั้งหมดที่เกี่ยวกับสิบสองปีก่อนนั้นพังหมด"
"แล้วเราจะทำอย่างไร"
"มีทางเดียว" เหอเฟยเยินพูด เสียงที่เย็น "ถ้าเราไม่สามารถทำลายหลักฐานได้เราต้องทำให้หลักฐานนั้นไม่มีน้ำหนัก โดยทำให้คนที่รู้หลักฐานนั้นดูน่าสงสัย"
"ป้ายสีหยูกั๋วกง"
"ไม่ใช่หยูกั๋วกง" เหอเฟยเยินพูด เงียบสักพัก "ฝ่าา"
ห้องเงียบสนิท
"ป้ายสีฝ่าา" เหอเทียนเฉิงพูดเบา
"ทำให้ดูเหมือนว่าฝ่าามีเหตุผลที่้าปิดบังความจริงและทุกสิ่งที่หยูกั๋วกงทำก็เพื่อปกป้องฝ่าา ไม่ใช่เพื่อความยุติธรรม"
"นั่นจะทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งสองคน"
"ใช่ แต่—" เหอเฟยเยินหยุด
"แต่อะไร"
"แต่ต้องทำอย่างระวังมากเพราะถ้าทำผิดพลาด จะทำให้ฝ่าาโกรธและหันมาสนใจเราทันที และฝ่าาเทียนหรงนั้นเมื่อโกรธแล้ว—"
นางไม่พูดจบ ไม่จำเป็
ทุกคนในห้องรู้ว่าเมื่อเฉินหยานโกรธแล้วจะเป็อย่างไร
???? รายงานเช้าและสิ่งที่รู้เพิ่ม ????
ห้องเก็บหนังสือเช้าวันที่ยี่สิบสอง
เซียวจ้านหยูนำรายงานใหม่สองฉบับมาในตอนเช้า
เฉินหยานอ่านทั้งสองฉบับ วางลง
"แพทย์ที่ท่านส่งไปตรวจซื่อหยิน" เขาพูด
"ยืนยันว่ามีสารแปลกปลอมสะสมในร่างกายของอัครมเหสีฝ่ายซ้าย" เซียวจ้านหยูพูด "ไม่ถึงขั้นอันตรายชีวิตในตอนนี้แต่ถ้าสะสมต่อไป จะมีผลต่อระบบประสาทและความคิด ในระยะยาว"
เฉินหยานนิ่ง ดวงตาที่เย็นลง
"ใครทำ"
"ยังไม่รู้พะย่ะค่ะสารนั้นอยู่ในน้ำดื่มจากบ่อน้ำที่ตำหนักชิงหยุนใช้ร่วมกับตำหนักอื่นอีกสองแห่ง"
"ตำหนักอื่นสองแห่งคือ"
"ตำหนักที่พักของข้าราชการระดับกลางในฝ่ายในพะย่ะค่ะไม่ใช่ตำหนักสนมองค์สำคัญ แต่เป็ตำหนักที่ขุนนางที่รับใช้ฝ่ายในพักอยู่"
"หมายความว่าเป้าหมายอาจไม่ใช่ซื่อหยินโดยตรง" เฉินหยานพูด
"หรืออาจตั้งใจให้ดูเหมือนเป้าหมายไม่ใช่ซื่อหยินเพื่อซ่อนเจตนาจริงพะย่ะค่ะ"
"ท่านคิดว่าเจตนาจริงคืออะไร"
"ถ้าเป็ยาที่ส่งผลต่อความคิดและความจำ" เซียวจ้านหยูพูด "เป้าหมายน่าจะไม่ใช่การฆ่าแต่คือการทำให้อ่อนแอลงในแบบที่ไม่รู้สึกตัวเหมือนกับที่เกิดขึ้นในพระราชวังสมัยรัชกาลก่อนกับกรณีที่ข้าพระองค์สืบมา"
เฉินหยานพยักหน้า
"ฉบับที่สอง" เขาชี้ที่รายงานอีกฉบับ
"รายงานจากนายพลจ้าวหยุนเฉาเขาถึงชายแดนแล้วและเริ่มปฏิบัติการจัดการกองโจร แต่พบบางอย่างที่น่าสนใจ"
"อะไร"
"กองโจรที่เผาหมู่บ้านนั้นไม่ใช่กองโจรท้องถิ่นพะย่ะค่ะอาวุธและยุทธวิธีบ่งชี้ว่าเป็ทหารที่ผ่านการฝึกมาแล้ว ไม่ใช่โจรธรรมดา"
"ทหารที่ปลอมตัวเป็โจร"
"พะย่ะค่ะและการที่ทหารใครออกมาปลอมตัวเป็โจรที่ชายแดน—"
"มีคนในกองทัพที่รับเงินจากตระกูลเหอ" เฉินหยานพูดจบ
"นั่นคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุดพะย่ะค่ะเพราะถ้าตระกูลเหอสามารถใช้ทหารได้ พวกเขามีทรัพยากรมากกว่าที่เราคิด"
เฉินหยานลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง
"จ้านหยู"
"พะย่ะค่ะ"
"ข้าคิดว่าถึงเวลาที่เราต้องเดินหมากแล้ว"
เซียวจ้านหยูไม่ตอบทันที รอฟังต่อ
"ไม่ใช่หมากที่เปิดตัวยังไม่ถึงเวลา"เฉินหยานพูด "แต่หมากที่บอกพวกเขาว่าเรารู้ว่าพวกเขามีอยู่และเรารอดูอยู่"
"เพื่ออะไรพะย่ะค่ะ"
"เพื่อดูว่าพวกเขาจะตอบสนองอย่างไรเมื่อรู้สึกว่าถูกจับตามอง" เฉินหยานพูด "คนที่กลัวมักทำผิดพลาดเมื่อรู้สึกว่าถูกล้อม"
"ปล่อยเพื่อจับ"
"ท่าน้าเปิดเผยบางส่วนของสิ่งที่เรารู้" เซียวจ้านหยูพูด "เพื่อให้พวกเขาตื่นตัวและเคลื่อนไหวซึ่งจะทำให้เห็นโครงสร้างที่ซ่อนอยู่"
"ใช่" เฉินหยานพูด "ท่านคิดว่าอะไรเหมาะสม"
"เื่จูเหวินโจวและตระกูลสินค้าเหลียนพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "ข้าพระองค์จะให้การสอบสวนนั้นพบหลักฐานที่เชื่อมจูเหวินโจวกับผู้ว่าหนานิและตระกูลสินค้าเหลียนอย่างชัดเจนและดำเนินคดีจูเหวินโจวอย่างเป็ทางการ"
"ตระกูลเหอจะรู้ว่าเราใกล้เข้าไปแล้วเพราะผู้ว่าหนานิเป็ลูกเขยของเหอเทียนเฉิง"
"ใช่พะย่ะค่ะพวกเขาจะรู้ว่าเส้นทางกำลังถูกตามมาและจะต้องตัดสินใจว่าจะตัดเส้นนั้นตรงไหน"
"และถ้าพวกเขาตัดเส้นนั้นจะทิ้งร่องรอยไว้"
"พะย่ะค่ะ"
เฉินหยานพยักหน้า
"ดำเนินการได้"
✨ สิ่งที่เขียนในสมุดบันทึกและสิ่งที่ไม่ได้เขียน✨
ห้องพักของหยูกั๋วกง กลางคืน
คืนนั้น หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นเซียวจ้านหยูนั่งอยู่ที่โต๊ะ
เขาไม่ค่อยเขียนสมุดบันทึกส่วนตัวแต่คืนนี้มีบางสิ่งที่เขา้าบันทึกไว้ ไม่ใช่เพื่อให้ใครอ่านแต่เพื่อให้ตัวเองรู้ว่าสิ่งนั้นเป็จริง
เขาหยิบกระดาษขึ้นมา เขียนลงไป
"คืนวันที่ยี่สิบเอ็ด ในฝน บนสะพานเขาพูดว่า เขาก็เช่นกัน"
เขียนแค่นั้น พับเก็บในที่ที่ไม่มีใครหา
จากนั้นก็นั่งอยู่กับความเงียบสักพัก
"จากนี้ต่างออกไปแล้ว"
ไม่ใช่ต่างในแบบที่โลกเปลี่ยนโลกยังเหมือนเดิม ตระกูลเหอยังอยู่ ปัญหายังมี สิ่งที่ต้องทำยังรออยู่
แต่ต่างในแบบที่เขาตื่นขึ้นในตอนเช้าและรู้ว่ามีบางสิ่งในโลกนี้ที่เป็ของเขา
และสิ่งนั้นคือคนที่เลือกเขาคืนนี้บนสะพานในฝน
ในพระตำหนักส่วนพระองค์ในเวลาเดียวกัน
เฉินหยานนอนอยู่บนพระแท่น มองเพดาน
ไม่ได้นอนหลับ ตามเคย
แต่คืนนี้ที่ไม่หลับนั้นต่างออกไป
ไม่ได้ไม่หลับเพราะคิดเื่ราชการไม่ได้ไม่หลับเพราะกังวล ไม่ได้ไม่หลับเพราะได้ยินเสียงชุยเสาอ๋าย
ไม่หลับเพราะมีบางสิ่งที่อบอุ่นในอกที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน และเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมันยกเว้นนอนมองเพดานและรู้สึกถึงมัน
"อ้อความรู้สึกเป็แบบนี้นี่เอง"
"ดอกบัวในโคลนนั้น ค่อยๆ โผล่ขึ้นมา ไม่ใช่เพราะโคลนหายไป แต่เพราะรากมันแน่นพอที่จะดัน
และในคืนที่ฝนตก บนสะพานที่เก่า ดอกบัวสองดอกที่เติบโตในโคลนคนละแห่ง ก็พบกันบนผิวน้ำในที่สุด
ไม่รีบ ไม่เร่ง แค่พร้อมแล้ว พร้อมในเวลาที่เหมาะสม และนั่นแหละที่งามที่สุด"
♥️"ถามโลกว่าความรักคือสิ่งใดที่สอนให้ยอมพลีชีพเพื่อกัน อยากส่งจดหมายหลากสีและกระดาษขาวแตู่เาสูงน้ำลึกยาวไกล ไม่รู้จะส่งไปที่ไหน" อีกโชวจู่กวีแห่งราชวงศ์จิน
และสำหรับสองคนนั้นไม่ต้องส่งจดหมายไปไหน เพราะคนที่้าส่งให้นั้นอยู่ข้างๆ♥️
..สุสาส์นราคะ..