มืดจัง
เหงาจังเลย ในห้วงลึกอันดำมืดนี้ ฉันต้องอยู่แบบโดดเดี่ยวไปถึงเมื่อไหร่
ถ้ารู้ว่าโลกหลังความตายจะเป็แบบนี้ ฉันคงไม่เสียเวลาทำอย่างอื่น เสียดายจัง รู้งี้น่าจะซื้อโทรศัพท์กับวายฟายเผาเตรียมไว้
ยังดีที่มันรู้สึกสบาย สบายนะแต่เตียงแข็งไปหน่อย
เอ๊ะ?
พอลองพลิกซ้ายพลิกขวาดูมันก็รู้สึกแข็งๆจริงๆ เดี๋ยวนะ
ผ้าปิดหน้าสีแดงนี่มันอะไร ห้องโบราณๆนี่อีก เดี๋ยวก่อน
ฉันมองเห็น แขนขาก็มีครบ!
ความดีใจทำให้ฉันรีบวิ่งไปหาโต๊ะกระจกที่อยู่ใกล้ๆ ปล่อยผ้าปิดหน้าที่ดึงออกเมื่อครู่ปลิวตกพื้นไป
“นี่ฉัน…ฉันหรือ?”
ใบหน้าเล็กกระจ่างเหมือนตุ๊กตากระเบื้อง ถึงหุ่นจะเพรียวบางไม่ต่างจากเดิมแต่ออร่าที่เหมือนสะท้อนแสงได้นี่ ดูยังไงก็ไม่ใช่คน
ว่ากันว่าคนทำดีจะได้ขึ้น์ เทพเซียนเองจึงมีกายหยาบแบบมนุษย์ แต่….จากสภาพเตียงและข้าวของเครื่องใช้โดยรอบ ถ้าจะบอกว่าที่นี่คือ์ เศรษฐกิจบนนี้คงย่ำแย่น่าดู
เซียนเทพไม่ใช่ว่าเอาเงินไปเมาสุราหมดหรอกใช่ไหม
โอ๊ยบ้าไปแล้ว
ฉันเดินไปเดินมาอยู่พักใหญ่ ใช้สมองเค้นว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่นอกจากจะคิดไม่ตกไอ้ชุดสีแดงรุ่มร่ามนี่ก็ทำเอาฉันสะดุดเกือบล้มอยู่หลายรอบ
“ที่นี่ที่ไหนกันแน่ ฉันตายไปแล้วนี่ ์หรือ ไม่น่าใช่ ์อะไรโบราณขนาดนี้ นี่ฉันเป็ใคร มาทำอะไรอยู่ที่นี่ โอ๊ย ปวดหัว”
“ว้ายตายแล้ว คุณหนูฉินเยี่ย ทำไมผ้าปิดหน้าเ้าสาว..! คุณหนูมานั่งที่เตียงก่อนเ้าค่ะ”
สาวมัดจุกต่ำสองข้างคนหนึ่งเข้ามาในห้องท่าทางตกอกใ รีบมาประคอง่แขนไปนั่งที่เตียงแล้วเอาผ้าปิดหน้านั่นกลับมาคลุมตามเดิม
อย่าเอาผ้าตกพื้นมาปิดหน้าสิเธอ!
“นี่เธอเป็ใครอะ”
“คุณหนูฉินเยี่ยล้อเล่นแล้ว หนูปี้ออกไปดูมาแล้ว ยังไม่มีใครมาเ้าค่ะ”
“เธอชื่ออะไร แล้วออกไปรอใคร”
อย่ามาพูดเองเออเองคนเดียวสิ ฉันไม่รู้เื่ด้วยเลยสักอย่างนะแม่นาง
“หนูปี้ชื่อผิงผิงเ้าค่ะ คุณหนูฉินเยี่ยส่งให้หนูปี้ไปดูไว้ว่าถ้าคุณชายมู่เ้าบ่าวของคุณหนูมาถึงเมื่อไหร่ให้หนูปี้รีบเข้ามาบอกไงเ้าคะ”
ฉันหน้าซีดเผือดเหมือนจะตายอีกรอบ
ไม่สิตายๆไปเลยอีกสักรอบได้ไหม
“ผิงผิง! ฉินเยี่ย! งั้นที่นี่ก็คือโลกในองค์หญิงเฟิง ยอดอาชาน่ะสิ”
ผิงผิงเอามือถูๆเช็ดกับเสื้อตัวเองแล้วล้วงเข้ามาในผ้าแดงแตะหน้าผากครู่หนึ่ง ก่อนจะสำรวจฉันแทบจะสามร้อยหกสิบองศา
พอแง้มผ้าดูเห็นฉันหน้าซีดก็รีบไปเอาพัดจีนมาคลี่โบกให้อย่างห่วงใย
เกิดมาจะยี่สิบสองปี ไม่สิ เกิดใหม่ไม่ถึงสองนาทีทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้
“คุณหนูเป็อะไรไปเ้าคะ”
“ผิงผิง เธอบอกว่าฉันกำลังจะแต่งงาน ไม่สิ ฉันแต่งงานอยู่ งั้น พระเอกของคืนนี้ หมายถึง เ้าบ่าว คงไม่ใช่…”
“คุณชายมู่จินเ้าค่ะ”
เฮือก! ฉันจะเป็ลม!
“คุณหนูฉินเยี่ยเ้าคะ อย่าเป็อะไรนะเ้าคะ คุณหนู”
สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน เท่านี้ก็สาแก่ใจ ซาบซึ้งทรวงในอกเรา
ไอ้พระเอกปัญญาอ่อนนั่นอะนะเ้าบ่าวฉัน! ผู้ชายที่หลังเป็บ้าก็เอาแต่ตามติดนางเอกแจ พ่อหม้ายที่ฆ่าเมียตายในคืนแต่งงานคนนั้น!
ฉินเยี่ย ตัวประกอบที่ฉันจำได้แม่นเพราะเป็ตัวประกอบในความทรงจำวัยเด็กที่เหลือผิงผิงไว้เป็คนสนิทคอยช่วยเหลือนางเอกตลอดทั้งเื่
ตัวละครที่ตายก่อนที่คนอ่านจะได้เห็นหน้า
ฉันมาเกิดใหม่เพื่อจะโดนพระเอกบ้านั่นฆ่าอีกรอบ?
กูบ่ยอม!
ฉันลุกเดินวนไปมาอีกครั้งจนผิงผิงต้องพยายามลากกลับไปนั่งที่เดิม
ถึงบทประพันธ์จะบอกให้ตาย แต่ถ้าโยนต้นฉบับทิ้งไปมันก็คือ ชีวิตฉัน
แต่…นี่ฉันจะทำลายบทประพันธ์เื่โปรดด้วยตัวเองได้ยังไง
เหมยลี่ เธอมันนางชั่วช้า
“คุณหนูนั่งก่อนเ้าค่ะ หนูปี้กลัวคุณหนูจะไม่สบาย”
“ผิงผิง ทำไมไอ้บ้า เอ่อ…”
“เ้าคะ?”
“ทำไมมู่จินถึงขอฉันแต่งงานหรือ รักกันหรือ”
สาวใช้น่าจะกำลังทำหน้าอึกอักแน่ๆ ถึงฉันไม่เห็นแต่ฟังจากเสียงที่ดูจะไม่อยากตอบนั่น แสดงว่าเื่นี้คงเป็เื่ใหญ่
แต่side story ของนิยายเื่โปรดแบบนี้ มันก็ยิ่งอยากรู้ไม่ใช่หรือ!
“หนูปี้ได้ยินว่า คุณชายตระกูลมู่มีพระคุณกับพ่อแม่ของคุณหนู เก่งทั้งบู๊บุ๋น ทว่า์มักรังแกคนดีอิจฉาคนเก่ง จึงทำให้่นี้มีโรคภัยปริศนาทำให้คุณชายเจ็บป่วย รักษาไม่หาย มีเพียงการแต่งงานผสานหยินหยางจึงจะ…”
“พอ!”
อี๋ ผสานหยินหยางบ้าอะไร ใครจะไปร่วมเตียงกับเ้าบ้าสติเฟื่องนั่น
ไม่ได้การ จะให้ถูกฆ่าตายหรือให้ไปร่วมเตียงกับไอ้บ้านั่นก็ไม่เอาทั้งนั้น ทำอย่างไรดี
ต้องทำอย่างไรถึงจะหลุดไปจากสถานการณ์นี้ได้
“จะว่าไปวันก่อนหนูปี้เห็นคุณชายเดินเซด้วยเ้าค่ะ”
จริงสิ
ถ้างั้นเราชิงฆ่าเ้าบ้านั่นก่อนก็สิ้นเื่
ถ้าเราฆ่าพระเอกตายแล้วใช้โอกาสนี้ไปตีสนิทกับนางเอกไว้ นอกจากจะได้เจอองค์หญิงเฟิงตัวเป็ๆ ยังไม่ต้องกลัวเื่อนาคตอันสดใสด้วย
“ไม่รู้ธรรมเนียมคืนเข้าหอหรือไง ออกไป” เสียงทุ้มๆเอ่ยจากทางหน้าประตู
หน็อยเ้าบ้านี่ มาถึงก็บ้าใส่เลยนะ
ฉันเห็นเงาผิงผิงก้มหน้าก้มตา รีบถอนตัวออกจากห้องไป
ชายร่างสูงที่ดูเหมือนจะหุ่นใหญ่แบบพวกนักกีฬา เงาทะมึนนั่นกำลังเดินมาทางนี้ก่อนหยุดจ้องกันจากตรงฉากกั้นที่ห่างออกไปไม่ไกล
ฉันขมวดคิ้วให้กับความหยาบคายของผู้ชายคนนี้
ขนาดอาซินยังไม่เคยเสียมารยาทยืนจ้องฉันแบบนี้เลย (ไรท์ : มีจ่ะแต่เธอมัวอ่านนิยายเลยไม่รู้)
“ตายซะเถอะ”
ฉันประกาศก่อนจะหยิบหมอนใกล้มือ ปาใส่เงานั้น
ฉับ!
ดาบสั้น!
“หน็อย ให้มันน้อยๆหน่อย ไอ้บ้าที่ไหนมันจะพกดาบสั้นมาเข้าหอบ้าง ไอ้บ้าเอ๊ย”
ใแทบแย่ที่เมื่อกี้เ้านั่นเอาดาบฟันหมอนขาดครึ่งในครั้งเดียว
ความโกรธทำให้ฉันคว้าแจกันลายครามตรงหัวเตียงปาใส่เป็อย่างที่สอง ก่อนจะหันไปเห็นอาวุธชิ้นดีถนัดมือ
เพล้ง!
คนอย่างเหมยลี่ต่อให้เกิดกี่ชาติก็ไม่ยอมตายง่ายๆหรอกย่ะ
ขวดเหล้ามงคลถูกฉันฟาดมันกับโต๊ะจนก้นแตก จากนั้นก็ใช้ด้ามแหลมๆที่เหลือเป็อาวุธพุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย
คนที่เพิ่งหลบแจกันเมื่อครู่ยังยืนนิ่ง คงจะตั้งตัวไม่ทันสินะ
“ย้ากกกกก ตายซะ”
ฉึก!
“หึ”
เสียงหัวเราะในลำคอของไอ้บ้านี่มันน่าหงุดหงิดจริงๆ