Chapter 6
บรรยากาศภายในบ้านอึมครึมทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างไม่เคยเป็มาก่อนและบริเวณรอบๆ ถูกความมืดปกคลุมจนทำให้ทุกคนต้องมารวมตัวกันที่ห้องโถง
ต่างคนต่างเงียบไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา…
พัวะ!
“โอ้ย!”
“กูบอกให้เปิดไฟฉายมือถือมึงยืนนิ่งทำไมเนี่ย” ฝ่ามือไอ้โก้ตบลงที่กลางหัวผมเต็มๆ กำลังสร้างบรรยากาศในหัวอยู่ดีๆ ชอบขัดจริงๆ เลย
“เออๆ ไม่เห็นต้องตบเลยไอ้สัส” แม่ง กูแค่ยืนเหม่อเอง
เนื่องจากตอนนี้บ้านพวกผมไฟดับเลยอพยพกันมาอยู่ที่ห้องโถงดับแค่บ้านพวกผมด้วยนะประเด็น มาอยู่ยังไม่ถึงเดือนจะตัดไฟแล้วหรอวะ
“มันเป็ไรอะ” ผมส่องไฟไปที่ไอ้ปาล์มที่กำลังยืนสั่นเป็เ้าเข้าอยู่ข้างๆ ไอ้โอ๊ต
“ใไอ้ตังตอนเดินมาห้องโถง” ไม่รู้จะขำหรือสงสารดี
“เพื่อนมึงสวยเกินไปไงไอ้โอ๊ต ฮ่าๆๆ ”
“ปากมึงนี่นะ เดี๋ยวมันก็หลอกมึงหรอก ฮ่าๆ ”
“พวกมึงจะไม่หยุดใช่ไหม” อุ้ย เสียงแข็งมาเลยครับเพื่อนตัง
ไอ้ตังไม่ได้กลัวผีหรืออะไรนะมันร้อนเลยเริ่มหงุดหงิด ต้องสงบปากสงบคำครับก่อนจะซวย
“เดี๋ยวกูโทรไปถามเขาก่อน” ไอ้โก้ผู้ที่เปรียบเสมือนเสาหลักของบ้านรีบกดมือถือแล้วโทรออกทันที
“พวกมึง สถานการณ์แบบนี้มันต้องเล่า…”
“หยุดเลยไอ้ทัช” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบไอ้ปาล์มก็พูดแทรกขึ้นมาทันที เพราะมันรู้ว่าผมจะพูดอะไร
“มันยังไม่หายสั่นเลยมึงจะเล่าทำไม” อดเลยผม
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาจะมาดูให้” ไอ้โก้วางสายก่อนจะหันมาคุยกับพวกผม
งั้นวันนี้พวกผมก็ต้องทนร้อนอ่ะดิ
“เล่าเื่ผีไม่ได้งั้นเรามาปาร์ตี้กัน” ผมเสนอ
ไฟดับแบบนี้ต้องเปิดEDM ตื๊ดๆ กันสักหน่อย ไม่มีอารมณ์นอนแล้วตอนนี้
“พรุ่งนี้มีเรียน”
“กูนอนไม่หลับเหมือนกัน”
“กูด้วย” ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจคำพูดไอ้โก้สักเท่าไหร่
“งั้นจัดไป”
“ไอ้ปาล์มมึงไปดูในตู้เย็นดิ้ มีเครื่องดื่มอะไรบ้าง”
“ไม่เอาอะ มึงไปเองดิกูจะนั่งรอตรงนี้” บางทีผมก็เบื่อที่มันขี้กลัวขนาดนี้นะ ใช้ไรไม่ได้เลย
“เออๆ เดี๋ยวกูไปดูเอง”
ผมใช้ไฟฉายจากมือถือส่องไปทางตู้เย็นก่อนจะเปิดตู้เย็นแล้วสิ่งที่พบก็ทำให้ผมแทบอยากจะร้องไห้
นมเปรี้ยว!
แล้วไหนล่ะเบียร์ที่ผมเอามาใส่ไว้ ใครมันแดกหมดวะเนี่ย
“ใครแดกเบียร์หมดเนี่ย” ผมะโถาม
“กูเห็นไอ้ตังมันแดกทุกวันอะ หมดแล้วหรอ”
แล้วเอานมเปรี้ยวมาใส่แทนเนี่ยนะ มึงกินอะไรมึงก็ต้องเอาอันนั้นมาแทนสิวะ
ปาร์ตี้นมเปรี้ยว…
จ้าาาาา
สุดท้ายผมก็ต้องเอานมเปรี้ยวไปเป็เครื่องดื่มในปาร์ตี้คืนไฟดับ จริงๆ กินนมเปรี้ยวก็เมาได้ถ้าใจเราคิดอย่างนั้น
เหอะ!
แต่ประเด็นคือมันไม่ควรเป็นมนี่แหละ
ฉันจะพาเธอลอย…ล่องไปในอวกาศที่มีแต่เธอ มีแต่เธอ...
พอผมเห็นสภาพของตัวเองกับเดอะแก๊งก็นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาทันที ตาจะลอยไปไหน
เหตุเกิดจากการที่ได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงทำให้หน้าตาแต่ละคนดูไม่สดใสเลยสักนิด
ใครเป็คนต้นคิดวะเมื่อคืน
ก็ผมเองนี่หว่า...
“ตื่นมาฟังอาจารย์ดิวะ” ผมสะกิดไอ้โก้ จะปล่อยให้กูอยู่คนเดียวไม่ได้นะเว้ย
“ขออีกแปป” อีกแปปรอบที่ห้าแล้วไอ้สัส
ผมคือผู้รอดชีวิตที่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ของวันนี้ ในเมื่อไม่มีใครตื่นได้ก็คงเป็ผมที่ต้องเรียน ถ้าไม่เรียนแล้วใครจะเก็บงาน
วันนี้ก็ต้องเข้าร้านแล้วลากไอ้โก้ไปด้วยอีก ไม่รู้ว่าผมหรือมันที่จะไม่รอดในตอนนี้
ไลน์~
(Group) หล่อกว่านี้ก็ผีแล้วปะ!
N'May : เพื่อนนนน
ผมมองไลน์กลุ่มที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครส่งมา ไอ้สามตัวนี้คงไม่แชทมาแน่ๆ
T_T: ว่าไง
N'May: ไปตี้กัน
ตี้ที่ว่าคือปาร์ตี้ครับแต่มันชอบเรียกตี้เฉยๆ มันบอกว่าเข้าใจง่ายดี
T_T: กูเข้าร้าน
N'May: งั้นไปตี้ร้านพี่มึง
T_T: อย่ามาหาเื่ให้กู อยากตี้ก็ไปตี้ที่อื่น
N'May: มึงไม่เข้าใจอะทัชชชช
เออกูไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่ามึงจะมาหาเื่ให้พี่แทนบ่นกูทำไมเนี่ย
N'May: แล้วไอ้สามตัวมันไปไหนวะ
T_T: *แนบรูป
ผมถ่ายรูปไอ้สามตัวที่มันนอนฟลุบอยู่กับโต๊ะส่งเข้าในไลน์ อาจารย์ก็ไม่ได้สนใจจะด่าพวกผมหรอกเพราะแกด่าจนี้เีด่าแล้ว
เสียงไลน์เงียบไปผมจึงเข้าแอพอื่นต่อ เมื่อกี้ก็อยากจะตั้งใจเรียนอยู่หรอกนะแต่มันง่วงมากไม่ไหวเลยต้องหาอะไรทำแก้ง่วง
บางทีมือถือก็ทำให้ง่วงได้เหมือนกันนะครับ เลื่อนไปเลื่อนมาตาก็เริ่มจะปิดแล้ว
ปล่อยเถอะครับอาจารย์!
ป๊อก ป๊อก
ผมเคาะโต๊ะรอเวลาเลิกทั้งให้ตัวเองไม่หลับ ไม่หลับหรอกครับเพราะเริ่มเจ็บนิ้ว
ทำทุกอย่างเพราะถ้าอยู่เฉยๆ หลับแน่ๆ
ป๊อก ป๊อก
สายตาก็มองเวลาบนหน้าจอมือถือไปพลาง หมดเวลาปุ๊บผมลุกขึ้นปั๊บเลยนะบอกเลย
“ไว้เจอกันคาบหน้า อย่าลืมทำงานมาส่งกันด้วยล่ะ”
เสียงบอกเลิกเรียนเหมือนเสียงจาก์ผมแทบจะเก็บของทันทีที่อาจารย์พูดจบ
“น้อยๆ หน่อย จะรีบอะไรขนาดนั้น” ผมยิ้มให้อาจารย์ก่อนจะหันมาเก็บของต่อ ก็คนมันรีบนี่ครับอาจารย์
“เห้ย พวกมึงตื่น” ผมเตะไอ้สามตัวก่อนพวกมันจะยอมเงยหน้าขึ้น
“เลิกเรียนแล้วหรอ” ไอ้โอ๊ตถามพลางเช็ดน้ำลาย หลับจริงจังไปอีก
“เออ ให้ไวกูจะเข้าร้าน” ประโยคหลังผมคุยกับไอ้โก้ก่อนมันจะพยักหน้าด้วยท่าทางสะลึมสะลือ จริงๆ ก็ไม่คิดว่าพวกมันจะนอนจริงจังขนาดนี้
“พวกมึงไปด้วยปะ”
“กูจะกลับบ้าน ไม่ไหว”
“กูด้วย ฮ้าวว” ไอ้ปาล์มหาวออกมาอย่างไม่เกรงใจประชากรที่อยู่ในห้องเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเช้าพวกมันหลับไม่ได้เพราะวิชานั้นอาจารย์โหด เลยมาหลับเอาคาบบ่ายซึ่งจะกลับไปนอนต่อที่บ้านอีก
อยากกลับด้วยชิบหาย
“เออๆ งั้นไว้เจอกัน”
“เออๆ ”
ผมเดินออกจากห้องโดยมีไอ้โก้เดินตามหลังมาติดๆ วันนี้มันไม่ขับรถมาเองเพราะสภาพมันไม่น่าจะรอดอะครับ กลัวแม่งหลับในยิ่งตอนนี้นึกว่าซอมบี้
“โก้อกหักหรอ” พี่แนนถามพลางชี้ไปทางไอ้โก้
“อกหักอะไรล่ะพี่ มันไม่ได้นอน” เศร้ากว่าอกหักคือไม่ได้นอนนั่นแหละชีวิตมันอะ
“อ้าว พี่ก็นึกว่าอกหักเห็นไม่พูดไม่จา” หลับในอะผมว่า
“วันนี้ทำไมคนเยอะอะพี่”
“ร้านเรามีโปรโมชั่นไง”
“นี่คนไม่เข้าร้านจนต้องทำโปรโมชั่นเลยหรอ”
“เรานี่นะ มันมีทุกเดือนอยู่แล้วจำไม่ได้หรอ” จริงด้วยแฮะ ลืมเลย
พี่แนนส่ายหน้าเอือมๆ ใส่ผมก่อนที่ผมจะหัวเราะออกมา แค่ความจำสั้นเป็บางเื่เองนี่นา
“คิดตังค์ลูกค้าเร็ว”
“ค้าบบบ”
ผมหันมายิ้มให้ลูกค้าก่อนจะชะงักกับรอยยิ้มที่ถูกส่งมาเหมือนกัน
เจอบ่อยไปรึเปล่าวะ
“ทำงานที่นี่หรอ” คนตรงหน้าถาม
“ครับ”
“ทั้งหมด350บาทครับ”
ผมรับเงินสดจากคนตรงหน้าก่อนจะยื่นตังค์ทอนกลับไป
“เปลี่ยนจากตังค์ทอนเป็ไลน์ทัชได้รึเปล่า”
ฝังใจอะไรกับการขอไลน์ผมรึเปล่าวะ
“รับเงินทอนด้วยครับคุณลูกค้า”
“ไม่เป็ไรครับถือว่าเป็ทิป”
พี่ไผ่ยิ้มให้ผมก่อนจะเดินออกจากร้านไป คนรวยอะเนาะทำอะไรก็ได้
...........................................
การกลับบ้านในรอบหลายสัปดาห์ทำให้คนที่บ้านพอใจอยู่ไม่น้อย แต่ที่กลับเพราะโดนขู่ตัดค่าขนมต่างหากล่ะ
โดนตัดค่าขนมแล้วผมจะอยู่ได้หรอก็ต้องกลับน่ะสิ
ตัวการเลยคือพี่ชายที่แสนดีของผมเอง บอกว่าคิดถึงผมก็จบไม่เห็นจะต้องหาเื่ให้ผมกลับบ้านเลยโถ่
“ดูทำหน้าเข้า ไม่อยากกลับบ้านขนาดนั้นเลยหรอเรา” พี่แทนนั่งลงข้างๆ ผม
“เปล่าครับ แค่คิดว่าถ้าพี่คิดถึงผมก็บอกกันดีๆ ก็ได้ไง”
“หึ มั่นใจจังเลยนะ” พี่แทนหัวเราะทำเอาผมเริ่มหมั่นไส้นิดๆ ขนาดหัวเราะยังหล่อ ทำไมพี่แทนดูดีจังวะเป็พี่ผมจริงๆ ปะเนี่ย
“ผมไม่ค้างนะ”
“งั้นกินข้าวเย็นก่อนค่อยกลับ”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ ผมคิดถึงฝีมือแม่จะตาย” เื่จริงนะครับแม่ผมทำอาหารอร่อยที่สุดแล้ว
“บอกพี่ทำไมไปบอกแม่นู่น”
“ไม่อะ จะบอกพี่”
ว่าแล้วผมก็ยิ้มกวนๆ ใส่พี่แทนทันที การกลับบ้านนอกจากจะสบายกายแล้วยังสบายใจอีกแต่ก็นั่นแหละนานๆ ทีค่อยจะได้กลับอยู่ดี
“กลับแล้วนะครับ” ผมไหว้พ่อกับแม่และพี่แทนก่อนจะโบกมือให้
“ขี่รถดีๆ นะกลับบ้านบ่อยๆ จะดีมาก” เสียงแม่พูดติดจะน้อยใจนิดหน่อย
แม่มักจะบ่นว่าผมไม่ค่อยกลับบ้านอาจจะเป็เพราะมีแต่พี่แทนอยู่บ้านแล้วมันคงเหงาแปลกๆ ล่ะมั้ง พี่แทนก็เรียบร้อยไงไม่เหมือนผมที่เป็ตัวป่วน
ตอนนี้เป็เวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆ ที่ผมออกจากบ้านและจะไปอีกบ้านที่มีเดอะแก๊งรออยู่ ตามจริงจะกลับไวกว่านี้แต่พอกินข้าวเสร็จก็คุยกันไปเรื่อยจนลืมเวลา
ที่จริงผมก็กลับดึกเป็ปกตินะเพราะทำงานและตอนนี้ก็มีความคิดจะไปสมัครงานอีกเพราะมีของที่อยากได้
แต่งานที่ผมจะไปสมัครค่อนข้างเป็งานที่พี่แทนไม่น่าจะเห็นด้วย ก็นั่นแหละครับอย่าให้พี่ท่านรู้ก็พอ อิอิ
ผมขี่มอ’ ไซค์ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปบ้านอีกหลังอย่างใจเย็น จนกระทั่งเจอรถคันหนึ่งจอดอยู่แต่ผมจะไม่สนใจหรอกถ้าผมไม่รู้สึกคุ้นไอ้รถคันที่ว่า
ผมชะลอความเร็วแล้วขี่ไปดูใกล้ๆ ชัดเลยไอ้รถBMWที่ขับปาดหน้าผมตอนนั้น
สงสัยจะฝังใจแฮะถึงยังจำได้
แต่ดูเหมือนว่าผมคงจะไม่ต้องปล่อยลมรถอย่างที่เคยคิดไว้แล้วล่ะมั้ง เพราะเ้าของรถที่ก้มๆ เงยๆ อยู่ข้างๆ รถทำให้พอจะรู้ว่ารถน่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่าง แต่ขอดูหน้าเ้าของรถหน่อยเถอะ
ผมจอดรถข้างๆ ทำให้อีกฝ่ายหันหน้ามาเหมือนกัน
ถ้าเป็ผู้หญิงผมจะคิดว่าเป็เนื้อคู่ผมแล้วนะ บังเอิญเกินไปแล้ว
ไอ้คุณธัญ
ผมถอดหมวกกันน็อคออกก่อนจะทักทายอีกคน
“ไงคุณ รถเสียหรอ” อีกฝ่ายมองผมนิ่งๆ เหมือนอารมณ์ไม่ดีก่อนจะลุกขึ้น
อะไรวะคนพูดด้วยก็ไม่พูดด้วย
แล้วผมจะทำไงล่ะอุตส่าห์จอดรถลงมาดูแต่โดนเมินเฉยเลย งั้นก็ตัวใครตัวมันแล้วกันนะ ไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้น
“เดี๋ยว” ขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับไอ้คุณธัญก็เรียกพอดี ลีลาจริงๆ เลยพ่อเอ้ย
“มีอะไรครับ”
“รู้จักร้านซ่อมรถแถวนี้ไหม”
“รู้”
“มีเบอร์ไหม”
ผมไม่ได้ตอบในทันทีกะจะยั่วโมโหอีกฝ่ายสักหน่อยซึ่งมันก็ได้ผลครับเพราะตอนนี้อารมณ์ของอีกฝ่ายก็ค่อยข้างจะติดลบอยู่พอสมควร
“ตกลงมีไหม”
“เอามือถือคุณมาดิ” ไม่ทันได้รอนานมือถือราคาแพงก็วางอยู่บนมือผมเรียบร้อย เอาซะมือสั่นเลยวุ้ย อย่าทำของเขาตกนะไอ้ทัช
“อะ” ผมส่งมือถือคืนคนตรงหน้าก่อนคุณเขาจะกดโทรออก
จริงๆ ถือว่าผมช่วยแล้วจะกลับเลยก็ได้นะ แต่ผมก็ยังอยู่ดูอีกฝ่ายหัวเสียเล่นๆ จนลืมไปว่าผมก็ต้องกลับบ้านเหมือนกัน
“ไม่กลับ?”
“ช่างเขาว่าไง”
“เดี๋ยวเขาจะมาเอารถ”
คุณธัญจ้องมือถือสักพักก่อนจะแสดงสีหน้าที่ผมไม่เคยเห็น เวลาหงุดหงิดก็แปลกตาไปอีกแบบเพราะเวลาเห็นทีไรก็มีแต่หน้านิ่งๆ หรืออาจจะมียิ้มมุมปากบ้างเป็บางที
ให้ทายไม่แบตหมดก็โทรหาใครสักคนไม่ติด
ดูซวยกว่าที่คิดนะเนี่ย
“ยืมมือถือหน่อย”
“แบตหมดน่ะคุณ” หมดก็บ้าแล้วพึ่งชาร์จมา
แกล้งไปงั้นแหละครับเห็นคนอารมณ์เสียแล้วมันบันเทิงใจดี
รอสักพักช่างก็มาพร้อมทั้งจัดการดูรถคร่าวๆ ก่อนจะเคลื่อนย้ายรถไปที่ร้านเหลือแต่ผมกับคุณเขาที่ยังอยู่ที่เดิม กว่าจะซ่อมเสร็จคงสองสามวันล่ะมั้ง
“บ้านอยู่แถวไหน” ผมถามคนข้างๆ
“ทำไมจะไปส่งฉันหรอ” ถึงแม้ไอ้เื่ไปส่งจะไม่อยู่ในหัวก็เถอะ แต่คิดสักหน่อยก็ได้เห็นแล้วสงสาร
“ถ้านั่งได้ก็ขึ้นมา” BMWกับมอ'ไซค์คงเทียบกันไม่ได้อะเนาะ
ในระหว่างที่ผมคิดว่าอีกคนคงไม่บ้าจี้ตามผมแน่ๆ แต่ผมคิดผิดเมื่ออีกคนนั่งซ้อนท้ายผมเรียบร้อยแล้ว
แล้วไงต่อล่ะเขาขึ้นรถแล้วก็คงต้องไปส่งสินะ
“ไปเร็วฉันรีบ” เป็คนขับรถโดยสมบูรณ์แบบเลยกู
“อะไร” ผมมองแบงค์สีเทาหลายใบที่ยื่นมาตรงหน้า
“ค่ามาส่ง” ผมเข้าใจนะว่าคุณเขารวยแต่บางทีมันก็ไม่ต้องทำแบบนี้ปะวะ
“คุณรู้จักคำนี้ไหม”
“อะไร”
“น้ำใจ ถ้ารู้จักก็เอาเงินคุณคืนไป” ดูเหมือนคนตรงหน้าผมจะอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะเก็บเงินของตัวเองคืนไป
ว่าจะไม่อารมณ์เสียแล้วนะแต่ผมไม่ชอบว่ะ
“ขอบใจแล้วกัน” คำขอบใจที่ไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทำให้ผมไม่ได้สนใจมากนะ เพราะเหมือนอีกฝ่ายพูดตามมารยาทมากกว่า
ขณะที่ผมกำลังจะขี่รถออกจากหน้าคอนโดหรู เสียงที่ดังพอให้ผมที่ใส่หมวกกันน็อคอยู่ได้ยินก็ทำให้ผมรีบขี่ออกไปทันที
“ทีหลังถ้าอยากมาส่งฉันก็ไม่ต้องโกหกว่าแบตหมดก็ได้นะ”
ครั้งหน้าคงไม่มีแบบนี้อีกแล้วล่ะ!
***มีคนรู้ทันอะเนาะ